LOGIN05.00 น. ควันบุหรี่สีเทาหม่นลอยม้วนตัวเป็นเกลียวในอากาศ ราวกับกลุ่มเมฆมรณะที่ปกคลุมบรรยากาศในห้องทำงานสุดหรู คีรินทร์ยืนกอดอกนิ่ง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟจากตึกระฟ้าส่องระยิบระยับเหมือนดวงตาของปีศาจนับล้านดวงที่กำลังสดุดีในอำนาจของเขา
“นายท่าน... ทำไมเมื่อคืนไม่บอกข้าบ้าง ว่าท่านมีผู้หญิงคนใหม่...” น้ำเสียงยืดยานหวานล้ำเยือกเย็นดังขึ้นชิดใบหูของชายหนุ่ม พร้อม ๆ กับกลิ่นหอมกรุ่นของดอกลีลาวดีที่โชยมาปะทะจมูก ก่อนที่กลุ่มควันสีขาวในมุมมืดหลังตู้เอกสารจะค่อยๆ ควบแน่นกลายเป็นรูปร่างของสตรีสาวสวยผู้หนึ่ง
เธอคือ นุ่น นางพรายที่คีรินทร์เลี้ยงเอาไว้ด้วยความจำเป็นบางอย่าง รูปร่างของเธออรชรอ้อนแอ้น ผิวพรรณขาวซีดทว่าผุดผ่องภายใต้ชุดสไบสีตองอ่อน ใบหน้าของเธอสวยคมแบบหญิงไทยโบราณ ดวงตาเรียวรีคมกริบดูเย้ายวนทว่าแฝงไปด้วยความดุดัน และหากสังเกตให้ดี... เงาที่สะท้อนในกระจกของเธอนั้นไม่มีดวงตา มีเพียงหลุมดำที่ลุกโชนด้วยไฟสีแดง
“อย่าแตะต้องเธอ... เด็ดขาดนะนุ่น” คีรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปตามเสียงดังกล่าว
“หึๆ... นายท่านยังฝังใจกับนังผู้หญิงที่เคยเขี่ยนายท่านทิ้งเหมือนหมาข้างถนนนั่นอีกหรือ?” พรายนุ่นเยื้องย่างเข้ามาใกล้ มือที่เย็นเฉียบดุจน้ำแข็งลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างของเขา
“ให้ข้าสิงสู่นางเถิด... แล้วข้าจะทำให้นางปรนเปรอนายท่านให้สำราญใจยิ่งกว่าใคร”
“คนนี้ฉันขอนะนุ่น... แล้วฉันจะประมูลผู้หญิงคนใหม่มาให้เธอ” คีรินทร์ย้ำคำราม
เขารู้ดีว่านุ่นต้องการอะไร ทุกวันพระคีรินทร์ต้องจัดหา ร่างทรงมาให้นางพรายสิงสู่ เพื่อให้นางได้เสพสมรสสวาทผ่านร่างกายของมนุษย์ และนั่นคือข้อแลกเปลี่ยนที่เขาต้องยอม เพื่อแลกกับความร่ำรวยและอำนาจที่เขาได้มาราวกับปาฏิหาริย์
ภาพความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาเหมือนฝันร้าย... หลังจากถูกพ่อของวริศราสั่งให้ลูกน้องรุมซ้อมจนปางตายและนำร่างที่ชุ่มเลือดมาทิ้งไว้ริมแม่น้ำใกล้ ๆ กับป่าช้าของชนบทแห่งหนึ่ง คีรินทร์นอนพะงาบ ๆ ลอยคออยู่ในพงหญ้า
สองวันต่อมาในจังหวะที่เขาแทบจะสิ้นใจ มือหนาที่สั่นเทาและหิวโหยกลับได้สัมผัสเข้ากับหม้อดินเผาที่ลอยติดมากับสวะ อักขระสีผึ้งที่ลงไว้รอบหม้อดูขลังและน่าสะพรึงกลัว แต่ในวินานาทีนั้นคีรินทร์ผู้หิวโหยกำลังหน้ามืดตาลายเนื่องไม่มีอะไรตกถึงท้อง เขาคิดไปว่าข้างในน่าจะพอมีอาหารจึงเปิดมันออก แต่สิ่งที่เขาได้พบกลับเป็นวิญญาณนางพรายที่ถูกกักขังมานานนับร้อยปี
ควันสีขาวนวลพุ่งทะยานออกจากหม้อดิน กลายเป็นนางพรายหญิงสาวในชุดไทยโบราณที่งดงาม เธอยื่นข้อเสนอขอดื่มเลือดที่ใหลออกจากตัวของเขา พร้อมกับข้อแลกเปลี่ยนที่จะบันดาลให้มีผู้คนมาพบเจอ เมื่อคีรินทร์ยอมตกลงเขาจึงได้รับการช่วยเหลือ หลังจากนั้นเลือดและพันธนาการแห่งกามารมณ์ก็กลายเป็นเครื่องเซ่นสังเวยให้กับพรายนุ่นเรื่อยมา
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา คีรินทร์ปฏิบัติตามกฎเหล็กอย่างเคร่งครัด ทุกคืนวันพระ ห้องทำงานนี้จะกลายเป็นสถานทำพิธี เขาต้องจัดหาไข่ดิบ ข้าวปลาอาหารคาวและเลือดสด ๆ ที่หาได้ตามเขียงหมู
นอกเหนือจากนี้ทุกๆ วันโกนเขาจะต้องหาผู้หญิงมาที่นี่ เพื่อให้นางพรายเข้าสิงสู่ร่างและเริงสวาทกับเขา เพื่อแลกกับการที่พรายนุ่นจะคอยกระซิบข้างหูเพื่อบอกความลับทางธุรกิจ บอกตัวเลขในตลาดหุ้น และที่สำคัญ... นางคือผู้ที่พรากลมหายใจและสติสัมปชัญญะของพ่อวริศราเพื่อดับแค้นให้กับเขา จนชายที่เคยยิ่งใหญ่ต้องหายสาบสูญไปในวันที่เขาล้มละลาย
“จำไว้นะนายท่าน... หากวันใดนายท่านใจอ่อนให้นางมนุษย์คนนั่นจนลืมข้า... ข้าจะฉีกอกนาง แล้วลากนางลงไปอยู่ในหม้อดินกับข้า!” พรายนุ่นคลอเคลียใบหน้ากับไหล่ของเขา ลิ้นเล็กๆ ที่เย็นชืดแตะไล้ไปตามลำคอ
“ฉันไม่ลืมหรอกน่า สัญญาวันโกนหน้านี้....ฉันจะหาผู้หญิงมาให้”
คีรินทร์นิ่งขรึม หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความเครียด เขาประมูลวริศรามาเพื่อแก้แค้น... แต่เขากำลังเริ่มไม่แน่ใจว่าระหว่างความแค้นในใจเขา กับความริษยาของนางพราย... อย่างไหนจะทำร้ายวริศราให้ตายทั้งเป็นได้มากกว่ากัน
07.00 น.แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในห้องเพนท์เฮาส์สุดหรูไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่มันกลับทำหน้าที่เหมือนแสงสปอตไลท์ที่ประจานความอัปยศของวริศราให้เด่นชัดขึ้น ร่างบางขยับกายอย่างยากลำบาก ความเจ็บร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจากบทลงทัณฑ์อันเร่าร้อนจากเมื่อคืน
คีรินทร์ในชุดคลุมผ้าไหมสีเข้มเดินออกมาจากห้องทำงาน ท่าทางของเขาดูสดชื่นอย่างน่าหมั่นไส้ผิดกับเธอที่แทบจะแตกสลาย เขาโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนเตียงข้างๆ ตัวเธอ ด้วยแววตาเกรี๊ยวกราด
“อ่าน!!!... แล้วก็รีบ ๆ เซ็นซะ” น้ำเสียงของเขาเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง วริศราพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ผ้าห่มไหมพรมเลื่อนหลุดเผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่ยังมีรอยแดงจากการกระทำของเขา เธอเมินความอายนั้นแล้วมองเอกสารตรงหน้าด้วยสายตาพร่ามัว
“อะไร?”
“สัญญาที่คุณจะต้องเซ็นไง ตอนนี้คุณเป็นลูกหนี้ของผมแล้ว รีบ ๆ เซ็นซะ”
“ฉันไปเป็นลูกหนี้คุณตั้งแต่เมื่อไหร่ คีรินทร์”
“เงินสามสิบล้านที่ผมจ่ายไป ผมไม่ได้ซื้อคุณมาเพื่อนอนด้วยแค่คืนเดียวหรอกนะ คุณคิดว่าพรหมจรรย์ที่มันเสียไปนานแล้ว มันมีค่าสูงขนาดนั้นเชียวเหรอ?”
“คุณหมายความว่ายังไง... กฎของที่นั่นคือฉันนอนกับคุณแค่คืนเดียวมันก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ!” วริศราเบิกตากว้าง ความหวังที่จะเป็นอิสระพังทลายลงทันที
“กฎของที่นั่นเค้าใช้กับหญิงสาวที่บริสุทธิ์ แต่ไม่ใช่กับคุณ!” เขาพ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ แล้วหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ
“คุณไม่ได้ขายพรหมจรรย์ให้ผมนะมายด์ คุณแค่นอนกับผมเอง... แล้วเงินสามสิบล้านที่ผมจ่ายไป ผมต้องนอนกับคุณกี่คืน...คุณรู้มั้ย?”
“แล้วคุณประมูลฉันมาทำไมล่ะ ในเมื่อคุณก็รู้...” วริศราสั่นเทาไปทั้งร่าง
“ก็ได้ ถ้าคุณไม่ยอมเซ็น ผมจะแจ้งเรื่องไปทางเอเยนต์คุณว่าคุณหลอกลวงและไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่กล่าวอ้าง คราวนี้แหละพวกเขาได้ปรับเงินจากคุณแน่ ข้อหาหลอกลวง... และคุณคงรู้ดีนะว่าพวกนั้นเค้าจัดการกับพวกที่หลอกลวงยังไง”
มือหนาแหวกขาเนียนสวยให้แยกออกพ้นทาง แสงจันทร์ตกกระทบลงบนร่างเปลือยเปล่าที่ไร้การปกปิด คีรินทร์จ้องมองความงดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะโน้มใบหน้าลงสู่ใจกลางความเป็นสาวที่ยังคงฉ่ำแฉะไปด้วยหยาดอารมณ์“อ๊ะ... พี่คีรินทร์... อื้มมม” โอปอลแอ่นกายขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสอ่อนนุ่มและร้อนชื้นจากปลายลิ้นของเขาเริ่มปรนเปรอจุดกระสันอย่างเชี่ยวชาญ ความเจ็บช้ำเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหฤหรรษ์ที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับย่นคีรินทร์สอดแขนแกร่งเข้าใต้ขาพับเนียนนุ่ม ยกร่างบางที่สั่นสะท้านขึ้นมาจนก้นอวบอัดแนบพิงอยู่กับแผงอกกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ท่านี้ทำให้ร่องสวาทสีหวานที่ยังคงฉ่ำชื้นเปิดอ้ารับสัมผัสอย่างไร้การป้องกัน ปลายลิ้นร้อนที่เชี่ยวชาญสนามรักเลื่อนลงมาจดจ่ออยู่ตรงจุดกระสันที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด“พี่อย่า!!... เลียตรงนั้นทีไร หนูเสร็จพี่ทุกรอบเลย อร๊ายย!!”โอปอลหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นแตะลงบนติ่งเนื้อนุ่มเบาๆ ก่อนจะเริ่มรัวละเลงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจากกึ่งกลางกายกระจายไปทั่วทุกเ
เมื่อเครื่องบินร่อนลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ลมร้อนที่คุ้นเคยพัดผ่านมากระทบกาย ราวกับเป็นสัญญาณว่าบททดสอบอันยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้ว คีรินทร์และโอปอลเดินจูงมือกันออกจากอาคารผู้โดยสารด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาอย่างอบอุ่น บรรยากาศที่เคยดูเงียบเหงาและเต็มไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในอดีต บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิและความสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“สองคนกลับมาถึงวันนี้ก็ดีแล้วล่ะ แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก” คุณมลฤดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างที่โอปอลไม่ค่อยได้ยินนัก เธอผุดลุกขึ้นจากโซฟาหลุยส์ ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดและหมองเศร้าดูนวลเนียนและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้างกายของเธอมีบุรุษวัยกลางคนในชุดสูทสีสุภาพ ท่าทางภูมิฐานและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา“แม่ขอแนะนำให้โอปอลรู้จักนะ นี่คุณจักรพงษ์... เขาจะเข้ามาช่วยเรื่องโรงงานขนมไทยของแม่ และที่สำคัญ...” มลฤดีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองชายข้างกายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย“เขามาขอแม่แต่งงาน ลูกจะว่ายังไงโอปอล?” คำถามนั้นทำให้ห้องทั้
ทันทีที่ย้ายเข้ามา คุณมลฤดีไม่ได้นิ่งดูดายในฐานะผู้อาศัย แต่เธอกลับหยิบจับดูแลความเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว ประหนึ่งหยาดฝนที่ชโลมให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอเอาใจใส่คีรินทร์และโอปอลราวกับลูกแท้ ๆ เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยตึงเครียดให้กลายเป็นบ้านที่แท้จริงเวลาผ่านไปหลายเดือน คีรินทร์เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ เขาถอดหัวโขนมหาเศรษฐีจอมปลอมและเลิกพึ่งพามนต์ดำไสยศาสตร์อย่างเด็ดขาด ธุรกิจเงินกู้นอกระบบถูกปิดตัวลงแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ที่ขาวสะอาด นั่นคือ บริษัทนำเข้าและแปรรูปสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเขาตั้งใจปั้นมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ทุกเช้าเขาจะขับรถธรรมดาไปทำงานด้วยตัวเอง ไม่มีขบวนรถติดตาม ไม่มีปาร์ตี้หรูหรา ชีวิตที่เคยฟุ่มเฟือยถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายที่ยั่งยืน“คุณแม่ครับ ขนมไทยวันนี้หอมฟุ้งไปถึงหน้าบ้านเลยนะ” คีรินทร์เดินยิ้มเข้ามาในครัวพลางสูดกลิ่นหอมชื่นใจ เห็นคุณมลฤดีกำลังหยอดทองหยิบอย่างประณีต“ขอบใจจ้ะคีรินทร์ แม่ก็ทำแก้เหงาน่ะ เห็นพวกเรากินได้แม่ก็ดีใจ” คุณมลฤดีตอบด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม“แม่ทำอร่อยระดับแบบนี้ ผมว่าเปิดร้านเถอะครับ” คีรินทร์เสนอด้วยสายตามุ่งมั่น“ผมดูทำเ
หยาดน้ำตาที่อัดอั้นมานานไหลอาบแก้มสากอย่างไม่อายสายตาใครต่อใครที่เดินผ่านมา ในตอนนี้คีรินทร์ไม่ใช่เจ้าพ่อเงินกู้ที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เขาเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ล้มเหลวในชีวิตของเพราะความหลงผิด“พี่มันโง่เอง... พี่มันเลวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ทรมานของมายด์เลย พี่มัวแต่หลงอยู่กับอำนาจเงินจนลืมตัวลืมดูแลเขา!” โอปอลมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสาร เธอเห็นความเศร้าโศกเสียใจในแววตาคู่นั้น“หนูก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าตอนนี้พี่มายด์ไปอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่าเดินทางไปเมืองนอก มีเพื่อนเก่าที่เป็นหมออยู่ที่นั่นแนะนำให้ไปรักษา... พี่มายด์คงไม่อยากให้พี่ตามหา พี่เขาเคยบอกกับหนูว่า...อยากไปใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในที่ที่สงบ” โอปอลตัดสินใจพูดออกมา“แล้วพี่มายด์สั่งอะไรไว้อีกหรือเปล่าโอปอล... เขาคงเกลียดพี่มากใช่ไหม”“พี่มายด์ขอร้องให้... โอปอลให้อภัยพี่ค่ะ” เด็กสาวมองหน้าเขาตรงๆ อย่างเด็ดเดี่ยว“พี่มายด์เคยพูดกับหนูว่า อยากให้พี่คีรินทร์ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”“แล้วโอปอล... จะให้อภัยพี่ อย่างที่พี่มายด์บอกหรือเปล่า”“มันก็ขึ้นอยู่กับตัวพี่ค่ะ...” โอปอลตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงแต่ยังคงความหนักแน่น“หนูจะร
ความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดประจวบเหมาะกับโรคร้ายที่รุมเร้า รวมไปถึงการทำพิธีสะกดวิญญาณผีพรายที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ ก็ทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถของวริศราลดลงบนท้องถนนที่เงียบเหงายามดึก แสงไฟจากสองข้างทางทอดเงายาววูบวาบผ่านกระจกหน้ารถ เธอพยายามตั้งสติของตนเองให้จับพวงมาลัยอย่างมั่นคงที่สุด ทว่า... รถยนต์ยังไม่ทันจะได้ชะลอเลี้ยวซ้ายตามที่นัดหมายกับเด็กสาวเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็แผดจ้าขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น วริศรารีบหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายกดรับสายด้วยลางสังหรณ์บางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกใจหายใจคว่ำอย่างบอกไม่ถูก“คุณวริศราคะ! รบกวนมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ!” เสียงพยาบาลปลายสายสั่นรัวด้วยความเร่งรีบ“คุณแม่ของคุณอาการทรุดหนัก ตอนนี้คุณหมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ คุณรีบมานะคะ!” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจวริศราอย่างจัง ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกจนมือที่จับพวงมาลัยสั่นระริกจนควบคุมทิศทางไม่ได้“โอปอล!!!... พี่คงส่งเราได้แค่ตรงปากซอยแล้วล่ะ พอดีแม่พี่อาการแย่ พี่ต้องรีบไปโรงพยาบาล!” วริศราด้วยน้ำเสียงร้อนรนโอปอลที่ได้ยินเสียงจ
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกภายในเพนท์เฮาส์หรู คีรินทร์โน้มใบหน้าคมลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนใสลมหายใจอุ่นจัดของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเด็กสาวให้ลุกโชน ก่อนที่เขาจะกระซิบข้อเสนอที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ“แม่ของโอปอลจะไม่ต้องใช้หนี้ให้พี่สักบาทเลย
รถตู้วีไอพีคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ชัยและก้องบอดี้การ์ดส่วนตัวของคีรินทร์กำลังยืนรออยู่ โอปอลรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาว สัมผัสจากฝ่ามือของคีรินทร์ที่พาเธอก้าวขึ้นรถ ทำให้โอปอลรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างที่แล่นเข้ามาในมโนสำนึกราวกับเธอคุ้นเคยกับเขามานานภายในห้องโดยสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วย
บรรยากาศรอบกายพร่าเลือนในคลื่นความถี่ของโลกวิญญาณ วริศราในสภาพร่างโปร่งแสงที่สั่นสะท้านจ้องมองร่างเนื้อของตัวเองที่กำลังหยัดกายลุกขึ้นบนเตียง ด้วยท่วงท่าอ้อยอิ่งและรอยยิ้มอิ่มเอมที่ประดับบนใบหน้าซีดเผือดนั้นช่างดูแปลกปลอม แววตาที่เคยเป็นของเธอ บัดนี้ถูกฉาบด้วยสีเลือดนังพรายเจ้าเล่ห์ มือเรียวลูบไล้แ
จังหวะที่พรายนุ่นกำลังเสพสมอารมณ์หมายผ่านกายเนื้อของวริศราอย่างย่ามใจ ทันใดนั้น....ร่างกายที่เคยเป็นดั่งหุ่นเชิดกลับเกิดอาการต่อต้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงจิตของวริศราที่เคยถูกสะกดให้สงบนิ่งราวกับผีอำ บัดนี้เริ่มดิ้นรนทุรนทุราย ความอดสูที่เห็นร่างตนเองถูกใช้เป็นเครื่องบำเรอกามด้วยท่วงท่าที่หยาบโลนก







