Se connecterเปลือกตาของ นนท์ เริ่มขยับเบาๆ หัวเขาหนักอึ้งจากฤทธิ์เบียร์เกือบครึ่งโหลที่ดื่มไปเมื่อกลางวัน ลำคอแห้งผากจนแสบร้อน แต่แล้วเสียง "ตั๊บ ๆ ๆ ๆ" ที่ดังเป็นจังหวะหนักแน่น ผสานกับเสียงครางกระเส่าแผ่วเบาที่คุ้นเคยเสียจนน่าใจหาย ก็ทำให้ความมึนงงทั้งหมดสลายไปในทันที
แสงสลัวจากโถงทางเดินลอดเข้ามาในห้องเช่าเก่าๆ ทำให้พอมองเห็นรางๆ นนท์พลิกตัวจัดท่านอน แต่ที่นอนข้างกายที่ควรเป็นของพลอย เมียรักของเขา กลับว่างเปล่า
เสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบกันที่ดังชัดเจนขึ้น ฉุดกระชากสติของนนท์ให้ตื่นเต็มที่ ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต "พลอย..." เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
ไม่รอช้า นนท์คลานเข่าอย่างแผ่วเบาที่สุดเข้าใกล้ม่านผ้าบางๆ สีขาวซีดที่กั้นแบ่งพื้นที่ห้องเช่าออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นของเขาและพลอย อีกส่วนหนึ่งเป็นของลุงชู หัวใจของเขาเต้นรัวระส่ำจนเจ็บหน่วง ความตื่นเต้นและความคาดหวังถาโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก
มือของเขาสั่นระริกเมื่อค่อยๆ แง้มผ้าม่านออกช้าๆ อย่างระมัดระวัง เพียงพอให้ดวงตาของเขามองลอดผ่านออกไปได้ ในความมืดสลัวที่แสงลอดมาจากภายนอกเพียงน้อยนิด ภาพตรงหน้าทำให้นนท์ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายของเขาแข็งค้างราวกับถูกสาป เลือดในกายฉีดพล่านจนร้อนผ่าวไปทุกอณู
นนท์เห็น ร่างเงาตะคุ่มสองร่างกำลังคลอเคลียกันอยู่กลางห้องอย่างชัดเจน ร่างหนึ่งกำลังนั่งคร่อมอยู่บนอีกร่างในลักษณะชันเข่า เสียงครางแผ่วเบาที่พยายามกลั้นไว้เล็ดลอดออกมาเป็นจังหวะพร้อมกับเสียง “ตั๊บ ๆ ๆ ๆ” ที่ดังสม่ำเสมอ
ถึงแม้จะมองเห็นรายละเอียดไม่ชัดเจนนัก แต่การเคลื่อนไหวที่โยกไหวขึ้นลงเป็นจังหวะที่คุ้นเคย ก็เพียงพอที่จะบอกให้เขารู้ว่านั่นคือ พลอย เมียของเขา กำลังเริงกามอยู่กับลุงชู มือของร่างด้านล่างดูเหมือนจะจับที่เอวของร่างด้านบนไว้มั่นคง เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ไม่เป็นศัพท์ดังคลอมาเป็นระยะ บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วย กลิ่นอายของความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากเงามืดสองร่างนั้น แม้จะมองไม่เห็นชัดเจน แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้นั้นรุนแรงยิ่งกว่าภาพใดๆ
"นี่...เอากันทั้งวันแล้วยังไม่พออีกเหรอเนี่ย" นนท์คิดในใจอย่างตื่นเต้นระคนฉงน เขาไม่รู้ว่าทั้งคู่เย็ดกันมานานแค่ไหนแล้ว แต่นาฬิกาเรือนเก่าที่ผนังห้องบอกเวลาว่า... ตีสอง! เขาเผลอหลับไปจริงๆ และหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ความตื่นเต้นที่พุ่งพรวดขึ้นมาในอกมันรุนแรงจนกลบความรู้สึกอื่นๆ จนหมดสิ้น ราวกับว่าเขาเองก็กำลังเสพติดภาพตรงหน้าไม่ต่างจากพวกเขา
เงามืดสองร่างยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและ รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงครางดังชัดขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังคงแผ่วเบา
“อื้อออ...อ๊าาาาาาาาาา...ลุงขา...หนู...หนูจะ...อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!” ร่างที่อยู่ด้านบนกระตุกเกร็งถี่ๆ พลางหอบหายใจอย่างหนักหน่วง บ่งบอกว่าพลอยถึงจุดสุดยอดไปแล้ว
เธอฟุบลงไปบนร่างของลุงชู ร่างกายกระตุกเป็นจังหวะเบาๆ ลุงชูเองก็ตัวเกร็งไปทั้งร่าง ความสุขสมที่ทะลักทลายเข้ามาทำให้แกแทบสำลักออกมา เธอยังคงนอนนิ่งเพื่อซึมซับเอาความสุขเสียวจากควยของลุงชูอยู่อย่างนั้น ใบหน้าของเธอยังคงซบอยู่กับอกของแกอย่างอ่อนแรง ความมืดสลัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของกิจกรรมทางเพศที่เพิ่งผ่านพ้นไป ยิ่งทำให้บรรยากาศ เร่าร้อนและอัดแน่นไปด้วยความปรารถนา
นนท์ทนไม่ไหวอีกต่อไป ความรู้สึกตื่นเต้นที่ถาโถมเข้าใส่จนเขาทนเก็บงำไว้ไม่ได้แล้ว เขาค่อยๆ ย่องอย่างแผ่วเบาที่สุด เคลื่อนไหวช้าๆ ราวกับเงา เข้าไปใกล้สวิตช์ไฟข้างประตูห้องเช่าเก่าๆ ที่มีคราบสกปรกเกรอะกรัง ด้วยความเร่าร้อนที่กำลังโหมกระหน่ำถึงขีดสุด พลอยและลุงชูไม่ได้สังเกตเห็นการปรากฏตัวของนนท์แม้แต่น้อย พวกเขายังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความสุขสมของตนเอง มือของนนท์สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปกดสวิตช์ไฟ
"แป๊ก.."
แสงไฟสีขาวจ้าจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่ติดตั้งอยู่กลางห้อง สว่างพรึ่บขึ้นมาในทันที!
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าในความสว่างจ้า ทำให้พลอยและลุงชูที่กำลังอยู่ในห้วงแห่งความสุขสมถึงกับ ตกตะลึงนิ่งค้างไปในท่าเดิม ราวกับถูกสาป ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจสุดขีด
“เฮ้ยยย!!!”
เสียงอุทานแผ่วเบาหลุดจากปากของลุงชูอย่างควบคุมไม่ได้ พลอยเองก็ตกใจจนตัวแข็งทื่อราวกับหิน แทบจะไม่ได้ยินเสียงอุทานของลุงชูด้วยซ้ำ
เพียงแค่เสี้ยววินาที ภาพของนนท์ที่ยืนจ้องมองพวกเขาด้วย สายตาที่แข็งกร้าว ทำให้ทั้งคู่รีบผละออกจากกันอย่างลนลานราวกับถูกน้ำร้อนลวก พลอยควานหากางเกงขาสั้นของเธอที่ถูกถอดทิ้งไว้ข้างตัวอย่างรีบร้อน ส่วนลุงชูก็รีบดึงกางเกงของตัวเองขึ้นมาปิดท่อนล่างอย่างลวกๆ ความโกลาหลและความตกใจฉายชัดเจนบนใบหน้าของทั้งคู่ หยาดเหงื่อและความเหนื่อยหอบจากการร่วมรักเมื่อครู่ยังคงเกาะพราวบนผิวกายของพวกเขา
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้พูดอะไร หรือหาเหตุผลมาแก้ตัว นนท์ก็พูดขึ้นมาด้วย น้ำเสียงที่เรียบนิ่งอย่างน่าประหลาดใจ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ้าว...หยุดทำไม...ทำต่อสิ”
คำพูดของนนท์ทำให้พลอยกับลุงชูยิ่งตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาหันมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหู สับสนกับสิ่งที่ได้ยินอย่างที่สุด จนต้องเป็นฝ่ายถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ
“มึง...มึงไม่โกรธเหรอ...ที่กูเย็ดเมียมึง?” ลุงชูเอ่ยถามออกมาอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้ายังซีดเผือดด้วยความตกใจ
“พี่...พี่นนท์ คือ...คือว่า...” พลอยพยายามพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ ดวงตาของเธอยังคงเบิกกว้างจ้องมองนนท์อย่างไม่เข้าใจ
แต่ทั้งคู่กลับต้องช็อกเข้าไปอีกเมื่อได้ยินคำตอบของนนท์
“รู้แล้ว...” นนท์พูดเสียงเรียบ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่พลอยและลุงชูอย่างไม่กระพริบ มีประกายบางอย่างที่วาววับอยู่ในดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความตื่นเต้นที่แทบจะล้นทะลักออกมา
“อยากเห็นเมียโดนคนอื่นเย็ดอยู่พอดี...เห็นแล้วโคตรมีอารมณ์”
พูดจบเขาก็จัดการถอดกางเกงขาสั้นของตัวเองออกอย่างรีบร้อน ควยที่แข็งโด่เต็มที่แสดงให้รู้ว่าเขาพูดความจริง ควยของเขาผงาดขึ้นมาท้าทายสายตาของพลอยและลุงชู ลำตัวของนนท์ยังคงสั่นเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาเดินเข้าหาพลอยที่ยังคงนั่งตะลึงกับสิ่งที่เขากำลังทำอย่างช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ร้อนแรง
"พี่... พี่นนท์ อะ..อะไร.." พลอยตะกุกตะกัก ไม่เข้าใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
เธอยังคงนั่งนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสะกด เธอไม่สามารถขยับหรือพูดอะไรได้เลย ดวงตาของเธอยังคงเบิกกว้างจ้องมองนนท์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน ทั้งตกใจ กลัว และสับสน
นนท์มาหยุดยืนตรงหน้าพลอยที่นั่งอยู่บนฟูก เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้มือจับไหล่ของพลอยเบาๆ แล้วค่อยๆ ดันตัวเธอให้นอนหงายลงบนฟูกอย่างช้าๆ พลอยทำตามอย่างว่าง่าย ราวกับไร้เรี่ยวแรงต้านทาน ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองนนท์ไม่กะพริบ
เสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังป้อมยามดังเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตัดกับความเงียบยามดึกสงัดที่มีเพียงลมเย็นชื้นและเสียงสปอตไลต์หึ่งๆ นนท์ยกฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นถูลงกับกางเกงเครื่องแบบ ร่างสูงใหญ่ผุดลุกผุดนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างคนนั่งไม่ติด สายตาคอยแต่มองสลับไปมาระหว่างหน้าจอมือถือสลัวๆ ทุกห้านาที กับการทอดมองผ่านบานกระจกป้อมยามออกไปในความมืดมิดภายนอกอย่างไม่มีจุดหมาย “มึงเป็นอะไรของมึงวะ วันนี้กูเห็นมึงแปลกๆ ว่ะ ลุกลี้ลุกลนยังไงบอกไม่ถูก” ศักดิ์ เพื่อน รปภ. ที่เข้าเวรกะดึกด้วยกันเอ่ยทักขึ้น พลางขมวดคิ้วมองท่าทีลุกลี้ลุกลนของนนท์อย่างสงสัย“กูเป็นยังไงเหรอวะ?” นนท์ถามกลับ เสียงรัวเร็ว น้ำเสียงมีร่องรอยของการพยายามกลบเกลื่อนความกระสับกระส่ายที่ซ่อนไม่มิด“กูเห็นมึงผุดลุกผุดนั่ง เดี๋ยวก็ชะเง้อมองไปข้างนอกนั่น เดี๋ยวก็หยิบมือถือขึ้นมาดูแต่ก็ไม่เห็นจะกดดูอะไรจริงจัง กูถามจริงๆ เถอะ มึงเป็นอะไรของมึงวะไอ้นนท์”“ไม่มีอะไรหรอก... แค่วันนี้กูแค่อยากกลับเร็ว รู้สึกท้องไส้ไม่ค่อยดีว่ะ” นนท์โกหกคำโตออกไป เพราะไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมากลบเกลื่อนความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ในหัวใจศักดิ์ยกข้อมือข
ในยามดึกสงัดของป้อมยามหน้าไซต์งาน เสียงพัดลมเพดานสั่นกุกกักหมุนวนเอาความอับชื้นของค่ำคืนสาดกระทบผิวหนัง ลมเย็นชื้นสาดเข้ามาทางบานกระทุ้งเก่าๆ พอให้ความสลัวจากสปอตไลต์ด้านนอกส่องสว่างกระทบเงาร่างของสองลุงหลาน ลุงชูเอนหลังพิงผนังปูนขรุขระของป้อมยาม สายตามี่ยังคมชัดแม้วัยจะล่วงเลยเลขห้าไปแล้วจดจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของนนท์ หลานชายแท้ๆ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาจรดปากกาลงบนสมุดบันทึกประจำวันอย่างตั้งใจบรรยากาศรอบป้อมยามเงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงหึ่งๆ ของเครื่องไฟที่หมุนวน แต่ท่ามกลางความเงียบนั้น กลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดของตัณหาที่รอวันระเบิด จากรสนิยมมืดดำที่หลอมรวมสองชายต่างวัยไว้ด้วยกัน “ไอ้นนท์... พรุ่งนี้วันหยุดกู” ลุงชูเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงพร่าเบาแฝงความหยั่งเชิงนนท์หยุดปลายปากกาลงทันที เขาวางสมุดลงบนโต๊ะไม้ก่อนจะยืดตัวขึ้นจนหลังตรง เอี้ยวตัวหันกลับมามองหน้าแก สายตาของนนท์สบประสานกับตาของผู้เป็นลุงอย่างรู้เท่าทัน เขารับรู้ได้ทันทีว่า "วันหยุด" ของลุงชู หมายถึงโอกาสที่จะได้เชยชมร่างสวาทของเมียรักตนเองอีกครั้ง หลังจากเรื่องราวบ้าคลั่งระยำของไอ้พงษ์และไอ้เชิดจบลง“เอาส
ในความเงียบสงัดของค่ำคืนที่มีเพียงเสียงพัดลมเครื่องเก่าหมุนวนส่งเสียงดังสม่ำเสมอ แสงไฟสลัวจากถนนด้านนอกลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างเข้ามาเพียงน้อยนิด ทาบลงบนร่างของคนสองคนที่นอนกอดกกกันอยู่บนฟูกหลังเดิม นนท์กระชับอ้อมกอดแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน เขากอดพลอยไว้เหมือนคนกำลังจะจมน้ำที่คว้าขอนไม้สุดท้ายไว้ได้ และเหมือนพยายามจะใช้ร่างกายของตัวเองเป็นกำบัง เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่เขาปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บและโดดเดี่ยวเพียงลำพังน้ำตาของลูกผู้ชายไหลพรากอาบแก้มลงมาอย่างเงียบเชียบ นนท์ไม่ได้สะอื้นไห้เสียงดัง แต่มันคือความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึกลงไปในอก ทั้งคู่นอนหันหน้าเข้าหากันสบตากันเนิ่นนานในความมืดสลัว นนท์จ้องมองใบหน้าซูบเซียวของเมียรักราวกับจะบันทึกทุกรอยตำหนิและรอยแผลที่ความทุกข์ได้ทิ้งเอาไว้บนตัวเธอพลอยมองเห็นเงาสะท้อนของความรู้สึกผิดในดวงตาของนนท์ เธอรู้ดีว่าในใจของเขาตอนนี้กำลังถูกความเสียใจกัดกินจนเหวอะหวะ มือเรียวเล็กที่หยาบกร้านขึ้นจากการทำงานหนัก ค่อย ๆ เอื้อมขึ้นมาลูบไล้ที่ใบหน้าของผัวรัก เธอใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาที่ไหลนองแก้มเขาอย่างเบามือที่สุด ราวกับจะช่วยปัดเ
ท่ามกลางกลิ่นน้ำล้างจานที่เจือจางและไอร้อนระอุหลังร้านข้าวขาหมู นนท์ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อายใคร เขาประคองใบหน้าซูบซีดที่ดูเล็กลงไปถนัดตาของพลอยไว้ในอุ้งมือที่หยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นที่สุด นนท์ใช้หัวแม่มือเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากพวงแก้มของเมียรักอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากเขาลงแรงมากไปเพียงนิด ร่างกายที่ดูเปราะบางเหมือนแก้วร้าวนี้จะแตกสลายคามือ“พี่นนท์... พลอยขอโทษ... พลอยขอโทษจ้ะพี่...”พลอยยังคงพร่ำคำขอโทษออกมาไม่ขาดสาย เสียงของเธอสั่นพร่าและเบาหวิวเหมือนธูปที่กำลังจะมอดดับ แววตาที่จ้องมองนนท์เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ทับถมอยู่เต็มอก“พลอยไม่ต้องขอโทษพี่แล้ว... พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษพลอย พี่มันโง่เอง พี่ไม่รู้เลยว่าพลอยต้องเจออะไรบ้าง” นนท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก ละล่ำละลักบอกความในใจอย่างไม่คิดจะปิดบังความอ่อนแออีกต่อไป “กลับบ้านเราเถอะนะพลอย... กลับไปอยู่ด้วยกันนะ”คำว่า ‘บ้านเรา’ ที่หลุดออกมาจากปากนนท์ เหมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมลงบนใจที่แห้งผากของพลอยมานานนับเดือน“พี่นนท์...”พลอยเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่เบาหวิวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความตึงเครียดที่สะสมมานาน ความเหน
นนท์ชะงักงัน ร่างกายที่เคยแข็งทื่อราวกับหินผาพลันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม เขาเงยหน้าขึ้นมองอี๊ดด้วยแววตาของคนที่เพิ่งจะตื่นจากฝันร้ายเพื่อมาพบกับความจริงที่ร้ายกาจยิ่งกว่า แววตาคมเข้มคู่นั้นสั่นระริกด้วยความสับสนและหวาดหวั่นในสิ่งที่เขากำลังจะได้ยิน“อี๊ด... อี๊ดหมายความว่ายังไง?” นนท์โพล่งออกมาอย่างร้อนรน น้ำเสียงที่เคยพยายามข่มให้มั่นคงกลับพร่าขาดเป็นห่วง ๆ“ก็หมายความว่า... มันไม่ได้อยากจะทิ้งพี่ไปอยู่กับไอ้พี่พงษ์นั่นหรอก แต่มันจำเป็นต้องไปน่ะสิ!” อี๊ดจ้องตานนท์กลับอย่างไม่ลดละ แววตาของเธอนอกจากความสลดรันทดแล้ว ยังมีความขุ่นเคืองแฝงอยู่ลึก ๆ ที่เห็นนนท์มองข้ามความจริงข้อนี้ไป “อยากรู้ไหมว่าทำไม?”“ทำไม!” นนท์ถามสวนกลับมาทันควัน หัวใจของเขาเต้นระรัวจนเจ็บแปลบในอก“เพราะมันไม่ต้องการให้พี่กับลุงชูต้องตกงาน และต้องเสียชื่อเสียงเพราะมันยังไงล่ะ!” อี๊ดพ่นความจริงออกมาด้วยน้ำเสียงที่เข้มและจริงจัง ราวกับจะตอกย้ำให้มันฝังลึกลงไปในจิตใต้สำนึกของนนท์ “ไอ้พี่พงษ์มันรู้จักหัวหน้าพี่... อันนี้พี่รู้หรือเปล่า?”นนท์นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ ส่ายหน้าช้า ๆ คิ้วหนาขมวดมุ่นจนแทบจะ
ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่ทอแสงอ่อนลง ลมพัดเอื่อยพัดพากลิ่นหอมจาง ๆ ของยอดหญ้าและผิวน้ำในสวนสาธารณะอันกว้างขวาง นนท์ทรุดกายลงนั่งเอนหลังพิงโคนต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาอย่างอาทร เขาจ้องมองไปยังผืนน้ำนิ่งสงบที่มีจักรยานน้ำรูปหงส์สีขาวสะอาดตาหลายลำกำลังลอยล่องอยู่ไกล ๆสายตาของเขาจับจ้องไปที่คู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังปั่นจักรยานน้ำลำนั้นอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะสดใสและเสียงตะโกนหยอกล้อของทั้งคู่ดังก้องมาตามลม มันช่างเป็นภาพที่ทิ่มแทงใจนนท์อย่างรุนแรง เพราะมันช่างเหมือน... เหมือนเขากับพลอยในวันแรก ๆ ที่เคยมาที่นี่ด้วยกันเหลือเกินในหัวของนนท์ ภาพซ้อนทับเริ่มปรากฏขึ้น ราวกับกาลเวลาถูกหมุนย้อนกลับไป เขายังจำวันนั้นได้ดี วันที่เขาและพลอยตกลงใจกันว่าจะลองลงไปเล่นเจ้าหงส์ขาวนั่นเป็นครั้งแรก พลอยในชุดกระโปรงตัวเก่งที่ดูร่าเริงสดใสพยายามจะก้าวลงเรือด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ จนเขาต้องรีบเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็ก ๆ นั่นไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือในวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึกเขาจำได้ถึงเสียงหัวเราะที่พลอยแกล้งปั่นจนเขาตามไม่ทัน จำได้ถึงหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมของเธอ และแวว
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงไม้กระทบไม้เพียงไม่กี่ครั้ง กลับทำลายจังหวะความครึกครื้นภายในห้องเช่านั้นลงอย่างฉับพลัน ประตูแง้มออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายแปลกหน้าที่ตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา กลิ่นเบียร์และไอร้อนจากการสังสรรค์โชยออกมาปะทะหน้าของนนท์ราวกับจะตอกย้ำว่าเขากำลังยืนอยู่คนละโลก“มาหาใครคร
พลอย ครางฮือในลำคอ ซบศีรษะลงกับฟูกที่ปูอยู่กับพื้นห้อง ลิ้นสากของลุงชูที่ตวัดไล้ไปตามกลีบเนื้ออ่อนนุ่มและปุ่มเม็ดเล็ก ๆ นั้น ทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปทั้งร่าง พลอยไม่เคยคิดเลยว่าลุงชูจะมีลีลาที่ช่ำชองและเร่าร้อนได้ถึงเพียงนี้ แม้ว่าทุกครั้งที่นนท์มอบความสุขให้เธอจะรู้สึกดี แต่กับลุงชูมันต่างออ
เสียงหวูดรถไฟที่ดังลากยาวในความมืดมิดยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ไม่ได้สร้างความรำคาญใจให้แก่ นนท์ เลยแม้แต่น้อย เขาเดินลิ่วเข้ามาในห้องพักยามของบริษัทด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ตั้งใจจะไปเซ็นชื่อเข้ากะกลางคืนตามปกติ แต่ก่อนที่มือจะเอื้อมไปถึงปากกา เสียงห้าวของ ไอ้สมศักดิ์ เพื่อนร่วมงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะ“ไอ้
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่ โจ่งแจ้ง และจัดอยู่ในประเภทสำหรับผู้ใหญ่ (Adult Content) เท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน โดยเฉพาะผู้ที่มีความอ่อนไหวต่อประเด็นต่อไปนี้:คำพูดหยาบคายและภาษาที่ใช้สื่อสารเรื่องเพศอย่างตรงไปตรงมาพฤติกรรมผิดศีลธรรมและผิดจารีตประเพณี (Non-monogamy / Cheating)ความสัมพันธ์ท







