LOGINเปลือกตาของ นนท์ เริ่มขยับเบาๆ หัวเขาหนักอึ้งจากฤทธิ์เบียร์เกือบครึ่งโหลที่ดื่มไปเมื่อกลางวัน ลำคอแห้งผากจนแสบร้อน แต่แล้วเสียง "ตั๊บ ๆ ๆ ๆ" ที่ดังเป็นจังหวะหนักแน่น ผสานกับเสียงครางกระเส่าแผ่วเบาที่คุ้นเคยเสียจนน่าใจหาย ก็ทำให้ความมึนงงทั้งหมดสลายไปในทันที
แสงสลัวจากโถงทางเดินลอดเข้ามาในห้องเช่าเก่าๆ ทำให้พอมองเห็นรางๆ นนท์พลิกตัวจัดท่านอน แต่ที่นอนข้างกายที่ควรเป็นของพลอย เมียรักของเขา กลับว่างเปล่า
เสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบกันที่ดังชัดเจนขึ้น ฉุดกระชากสติของนนท์ให้ตื่นเต็มที่ ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต "พลอย..." เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
ไม่รอช้า นนท์คลานเข่าอย่างแผ่วเบาที่สุดเข้าใกล้ม่านผ้าบางๆ สีขาวซีดที่กั้นแบ่งพื้นที่ห้องเช่าออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นของเขาและพลอย อีกส่วนหนึ่งเป็นของลุงชู หัวใจของเขาเต้นรัวระส่ำจนเจ็บหน่วง ความตื่นเต้นและความคาดหวังถาโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก
มือของเขาสั่นระริกเมื่อค่อยๆ แง้มผ้าม่านออกช้าๆ อย่างระมัดระวัง เพียงพอให้ดวงตาของเขามองลอดผ่านออกไปได้ ในความมืดสลัวที่แสงลอดมาจากภายนอกเพียงน้อยนิด ภาพตรงหน้าทำให้นนท์ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายของเขาแข็งค้างราวกับถูกสาป เลือดในกายฉีดพล่านจนร้อนผ่าวไปทุกอณู
นนท์เห็น ร่างเงาตะคุ่มสองร่างกำลังคลอเคลียกันอยู่กลางห้องอย่างชัดเจน ร่างหนึ่งกำลังนั่งคร่อมอยู่บนอีกร่างในลักษณะชันเข่า เสียงครางแผ่วเบาที่พยายามกลั้นไว้เล็ดลอดออกมาเป็นจังหวะพร้อมกับเสียง “ตั๊บ ๆ ๆ ๆ” ที่ดังสม่ำเสมอ
ถึงแม้จะมองเห็นรายละเอียดไม่ชัดเจนนัก แต่การเคลื่อนไหวที่โยกไหวขึ้นลงเป็นจังหวะที่คุ้นเคย ก็เพียงพอที่จะบอกให้เขารู้ว่านั่นคือ พลอย เมียของเขา กำลังเริงกามอยู่กับลุงชู มือของร่างด้านล่างดูเหมือนจะจับที่เอวของร่างด้านบนไว้มั่นคง เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ไม่เป็นศัพท์ดังคลอมาเป็นระยะ บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วย กลิ่นอายของความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากเงามืดสองร่างนั้น แม้จะมองไม่เห็นชัดเจน แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้นั้นรุนแรงยิ่งกว่าภาพใดๆ
"นี่...เอากันทั้งวันแล้วยังไม่พออีกเหรอเนี่ย" นนท์คิดในใจอย่างตื่นเต้นระคนฉงน เขาไม่รู้ว่าทั้งคู่เย็ดกันมานานแค่ไหนแล้ว แต่นาฬิกาเรือนเก่าที่ผนังห้องบอกเวลาว่า... ตีสอง! เขาเผลอหลับไปจริงๆ และหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ความตื่นเต้นที่พุ่งพรวดขึ้นมาในอกมันรุนแรงจนกลบความรู้สึกอื่นๆ จนหมดสิ้น ราวกับว่าเขาเองก็กำลังเสพติดภาพตรงหน้าไม่ต่างจากพวกเขา
เงามืดสองร่างยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและ รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงครางดังชัดขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังคงแผ่วเบา
“อื้อออ...อ๊าาาาาาาาาา...ลุงขา...หนู...หนูจะ...อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!” ร่างที่อยู่ด้านบนกระตุกเกร็งถี่ๆ พลางหอบหายใจอย่างหนักหน่วง บ่งบอกว่าพลอยถึงจุดสุดยอดไปแล้ว
เธอฟุบลงไปบนร่างของลุงชู ร่างกายกระตุกเป็นจังหวะเบาๆ ลุงชูเองก็ตัวเกร็งไปทั้งร่าง ความสุขสมที่ทะลักทลายเข้ามาทำให้แกแทบสำลักออกมา เธอยังคงนอนนิ่งเพื่อซึมซับเอาความสุขเสียวจากควยของลุงชูอยู่อย่างนั้น ใบหน้าของเธอยังคงซบอยู่กับอกของแกอย่างอ่อนแรง ความมืดสลัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของกิจกรรมทางเพศที่เพิ่งผ่านพ้นไป ยิ่งทำให้บรรยากาศ เร่าร้อนและอัดแน่นไปด้วยความปรารถนา
นนท์ทนไม่ไหวอีกต่อไป ความรู้สึกตื่นเต้นที่ถาโถมเข้าใส่จนเขาทนเก็บงำไว้ไม่ได้แล้ว เขาค่อยๆ ย่องอย่างแผ่วเบาที่สุด เคลื่อนไหวช้าๆ ราวกับเงา เข้าไปใกล้สวิตช์ไฟข้างประตูห้องเช่าเก่าๆ ที่มีคราบสกปรกเกรอะกรัง ด้วยความเร่าร้อนที่กำลังโหมกระหน่ำถึงขีดสุด พลอยและลุงชูไม่ได้สังเกตเห็นการปรากฏตัวของนนท์แม้แต่น้อย พวกเขายังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความสุขสมของตนเอง มือของนนท์สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปกดสวิตช์ไฟ
"แป๊ก.."
แสงไฟสีขาวจ้าจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่ติดตั้งอยู่กลางห้อง สว่างพรึ่บขึ้นมาในทันที!
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าในความสว่างจ้า ทำให้พลอยและลุงชูที่กำลังอยู่ในห้วงแห่งความสุขสมถึงกับ ตกตะลึงนิ่งค้างไปในท่าเดิม ราวกับถูกสาป ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจสุดขีด
“เฮ้ยยย!!!”
เสียงอุทานแผ่วเบาหลุดจากปากของลุงชูอย่างควบคุมไม่ได้ พลอยเองก็ตกใจจนตัวแข็งทื่อราวกับหิน แทบจะไม่ได้ยินเสียงอุทานของลุงชูด้วยซ้ำ
เพียงแค่เสี้ยววินาที ภาพของนนท์ที่ยืนจ้องมองพวกเขาด้วย สายตาที่แข็งกร้าว ทำให้ทั้งคู่รีบผละออกจากกันอย่างลนลานราวกับถูกน้ำร้อนลวก พลอยควานหากางเกงขาสั้นของเธอที่ถูกถอดทิ้งไว้ข้างตัวอย่างรีบร้อน ส่วนลุงชูก็รีบดึงกางเกงของตัวเองขึ้นมาปิดท่อนล่างอย่างลวกๆ ความโกลาหลและความตกใจฉายชัดเจนบนใบหน้าของทั้งคู่ หยาดเหงื่อและความเหนื่อยหอบจากการร่วมรักเมื่อครู่ยังคงเกาะพราวบนผิวกายของพวกเขา
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้พูดอะไร หรือหาเหตุผลมาแก้ตัว นนท์ก็พูดขึ้นมาด้วย น้ำเสียงที่เรียบนิ่งอย่างน่าประหลาดใจ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ้าว...หยุดทำไม...ทำต่อสิ”
คำพูดของนนท์ทำให้พลอยกับลุงชูยิ่งตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาหันมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหู สับสนกับสิ่งที่ได้ยินอย่างที่สุด จนต้องเป็นฝ่ายถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ
“มึง...มึงไม่โกรธเหรอ...ที่กูเย็ดเมียมึง?” ลุงชูเอ่ยถามออกมาอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้ายังซีดเผือดด้วยความตกใจ
“พี่...พี่นนท์ คือ...คือว่า...” พลอยพยายามพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ ดวงตาของเธอยังคงเบิกกว้างจ้องมองนนท์อย่างไม่เข้าใจ
แต่ทั้งคู่กลับต้องช็อกเข้าไปอีกเมื่อได้ยินคำตอบของนนท์
“รู้แล้ว...” นนท์พูดเสียงเรียบ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่พลอยและลุงชูอย่างไม่กระพริบ มีประกายบางอย่างที่วาววับอยู่ในดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความตื่นเต้นที่แทบจะล้นทะลักออกมา
“อยากเห็นเมียโดนคนอื่นเย็ดอยู่พอดี...เห็นแล้วโคตรมีอารมณ์”
พูดจบเขาก็จัดการถอดกางเกงขาสั้นของตัวเองออกอย่างรีบร้อน ควยที่แข็งโด่เต็มที่แสดงให้รู้ว่าเขาพูดความจริง ควยของเขาผงาดขึ้นมาท้าทายสายตาของพลอยและลุงชู ลำตัวของนนท์ยังคงสั่นเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาเดินเข้าหาพลอยที่ยังคงนั่งตะลึงกับสิ่งที่เขากำลังทำอย่างช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ร้อนแรง
"พี่... พี่นนท์ อะ..อะไร.." พลอยตะกุกตะกัก ไม่เข้าใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
เธอยังคงนั่งนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสะกด เธอไม่สามารถขยับหรือพูดอะไรได้เลย ดวงตาของเธอยังคงเบิกกว้างจ้องมองนนท์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน ทั้งตกใจ กลัว และสับสน
นนท์มาหยุดยืนตรงหน้าพลอยที่นั่งอยู่บนฟูก เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้มือจับไหล่ของพลอยเบาๆ แล้วค่อยๆ ดันตัวเธอให้นอนหงายลงบนฟูกอย่างช้าๆ พลอยทำตามอย่างว่าง่าย ราวกับไร้เรี่ยวแรงต้านทาน ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองนนท์ไม่กะพริบ
พลอยขะมักเขม้นอยู่กับการถูพื้นห้องน้ำในส่วนที่เธอรับผิดชอบ หยาดเหงื่อซึมตามไรผมแต่ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มจางๆ เพราะนี่คืองานชิ้นสุดท้ายในกะนี้ของเธอแล้ว“เจอกันที่แคนทีนนะพลอย!” เพื่อนร่วมงานร้องตะโกนบอกมาจากด้านนอก“จ้า เจอกัน!” พลอยตอบรับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง มือยังคงวาดไม้ถูพื้นไปตามกระเบื้องอย่างคล่องแคล่ว อีกอึดใจเดียวเธอก็จะได้พัก และไปรวมกลุ่มสรวลเสเฮฮากับเพื่อนๆ เหมือนทุกวันพลอยก้าวเท้าเข้าไปในแคนทีน บรรยากาศภายในที่พักพนักงานวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ กลุ่มเพื่อนร่วมงานของเธอนั่งล้อมวงกันหน้าสลอน สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หน้าจอมือถือของเพื่อนคนหนึ่งอย่างใจจดใจจ่อ มีเสียงกระซิบกระซาบและเสียงอุทานเบาๆ หลุดออกมาเป็นระยะ ราวกับกำลังดูถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญระดับโลก“ดูอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะ? ขอดูด้วยคนสิ”พลอยร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางก้าวเท้าเดินเข้าไปหา หวังจะร่วมวงสนทนาให้สนุกปากเหมือนอย่างเคยแต่ทว่า... ทันทีที่เสียงของเธอพุ่งตรงไปที่วงล้อมนั้น ทุกอย่างก็กลับตาลปัตร!กลุ่มเพื่อนที่เคยสุมหัวกันอย่างแนบแน่นหันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว ก่อนจะเกิดอาการ ‘วงแตก’ อย่างรวดเร็วปานนกกระจอกแตกรัง แต
พงษ์จ้องมองหน้าจอมือถือในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วขมวดมุ่นจนแทบจะชนกัน แสงสว่างจากหน้าจอกระทบลงบนใบหน้าของเขาที่เริ่มถอดสี เมื่อภาพและเสียงที่เคลื่อนไหวอย่างเร่าร้อนนั้นปรากฏขึ้นชัดเจนทั้งตาและหู“อูยยย... ซี้ดดด... ผัวขา เมียไม่ไหวแล้ว... จะ...จะแตกอีกแล้ว...”หญิงสาวรูปร่างระหงในสภาพเปลือยเปล่าที่นอนหงายแยกขากว้าง ร่างกายกระเด้งกระดอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ประกบอยู่กลางลำตัวของเธอ ท่วงท่าที่สำส่อนและเสียงครวญครางนั้นทำเอาพงษ์รู้สึกเหมือนถูกน้ำร้อนลวกเข้าไปถึงทรวง“อาาา... อีพลอย... หีมึงตอดควยกูดีจัง... ซี้ดดด...”เสียงชายคนนั้นเรียกชื่อเมียสาวของเขาชัดเจน... เมียที่เขาเพิ่งจะยืดอกประกาศตัวกับกลุ่มเพื่อนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง พงษ์จ้องหน้าจอเขม็งจนกระทั่งคลิปสั้น ๆ นั้นจบลง เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองสิงห์ เพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่สั่นคลอนพอกับมือที่สั่นเทายามยื่นมือถือคืนให้เพื่อน“ตอนแรกกูคิดว่าคนหน้าเหมือน... แต่พอได้ยินลุงเชิดแกเรียกชื่อ กูเลยแน่ใจว่ะ” สิงห์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาเต็มไปด้วยความกังวลที่เห็นเพื่อนสนิทกำลังจะเสียผู้เสี
พลอยเดินกลับเข้าห้องด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความเบาหวิวในอกเหมือนยกภูเขาออกไป กับความใจหายที่วูบเข้ามาเป็นระลอกยามนึกถึงสิ่งที่เธอเพิ่งสลัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี เสียงอึกทึกครื้นเครงภายในห้องยังคงดังต่อเนื่องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อนฝูงกลุ่มใหม่ของเธอยังคงดื่มกินและหัวเราะร่า โดยไม่มีใครสังเกตเห็นแววตาที่หม่นแสงลงเล็กน้อยของ "เมียเพื่อน" คนสวยเลยสักคนเธอค่อย ๆ ปิดประตูห้องลงเบา ๆ ราวกับจะปิดตายอดีตไว้ข้างหลัง ก่อนจะหันไปพบกับสายตาของพงษ์ที่เฝ้ามองเธออยู่ก่อนแล้วเงียบ ๆ สายตาคู่นั้นดูนิ่งลึกและเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้ถูกเอ่ยออกมา พงษ์ทำทีเป็นหันไปยกไม้ยกมือสรวลเสเฮฮากับกลุ่มเพื่อนเป็นระยะตามมารยาทเจ้าภาพ แต่เขาก็ไม่เคยละสายตาไปจากปฏิกิริยาของพลอยได้นานเลยพลอยขยับกายเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ พงษ์อย่างเอาใจ เธอพยายามแสดงความใกล้ชิดเพื่อตอกย้ำสถานะของตัวเองในตอนนี้ แม้จะรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่อั่วท้องกับสายตาของเขาที่ลอบมองมาอย่างจับผิดเป็นระยะ แต่เธอก็เลือกที่จะปั้นหน้าเฉยเมยเธอหันไปแกล้งส่งเสียงหัวร่อต่อกระซิก สนุกสนานไปกับเรื่องตลกของคนในวงเหล้าประหนึ่งว่าเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าประตูห
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงไม้กระทบไม้เพียงไม่กี่ครั้ง กลับทำลายจังหวะความครึกครื้นภายในห้องเช่านั้นลงอย่างฉับพลัน ประตูแง้มออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายแปลกหน้าที่ตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา กลิ่นเบียร์และไอร้อนจากการสังสรรค์โชยออกมาปะทะหน้าของนนท์ราวกับจะตอกย้ำว่าเขากำลังยืนอยู่คนละโลก“มาหาใครครับ?” ชายคนนั้นถามด้วยน้ำเสียงยานคาง สายตาที่พร่าเลือนยังไม่ค่อยโฟกัสมาที่เขานักนนท์ไม่ตอบ เขาไม่ได้มองคนเปิดประตูด้วยซ้ำ แต่กลับส่งสายตาข้ามไหล่นั้นลอดเข้าไปในห้อง... ภาพที่เห็นคือความสุขแบบที่นนท์ลืมไปแล้วว่าเคยสัมผัสครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ โต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยกลางห้องเต็มไปด้วยขวดแอลกอฮอล์และเศษกับแกล้ม ชายหญิงร่วมวงสนทนากันอย่างออกรส และท่ามกลางความวุ่นวายนั้น พงษ์นั่งอยู่มุมห้อง สายตาคมปลาบของมันเหลือบมาสบกับนนท์นิ่ง... ไม่ได้เบือนหนี ไม่มีความเกรงใจ มีเพียงความถือดีของผู้ชนะที่ครองชัยชนะอยู่เต็มมือ“ผมมาหาน้องพลอยครับ”น้ำเสียงของนนท์เบาหวิวราวกับจะปลิดปลิวไปตามลม แต่มันกลับกรีดพรรณรายความเงียบจนทุกคนในห้องหันมามองเป็นตาเดียว“พลอย มีคนมาหา!” หนึ่งในหญิงสาวตะโกนไปทางห้องน้ำที่เปิดค้างไว้
ลุงชูเดินถือขันน้ำกลับมาจากห้องน้ำรวมด้วยท่าทางที่สดชื่นผิดกับทุกวัน กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ยังติดกาย คืนที่ผ่านมาแกได้นอนอิ่มเต็มตื่นเพราะไม่ต้องเสียพลังงานไปกับเกมกามที่เคยทำเป็นประจำกับหลานสะใภ้ในช่วงที่แกและพลอยหยุดงานตรงกัน แต่บัดนี้มันกลายเป็นเรื่องที่แกเริ่มจะชาชินไปเสียแล้วที่แกแทบจะไม่ได้เจอหน้าหาลานสะใภ้คคนนั้นเหมือนที่เคยเป็นมา ตั้งแต่มีหนุ่มที่ชื่อพงษ์ก้าวเข้ามาแทรกกลาง ความเงียบเชียบในห้องเช่าช่วงที่นนท์ออกไปทำงานคือสิ่งที่แกต้องพบเจออยู่เป็นประจำมือหนาหยาบกร้านบิดลูกบิดประตูสีโครเมียมที่เก่าจนถลอก ดึงบานประตูไม้สักคร่ำครึออกกว้าง ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องที่แกถือเป็นรังนอนมาค่อนชีวิต “อีพลอย!”ทันทีที่เสียงประตูปิดลง ลุงชูถึงกับหยุดกึก ชยงักค้่งอยู่กับที่ คิ้วขมวดมุ่นแทบจะชนกัน แกมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ร่างบางของพลอยกำลังนั่งหันหลังให้กับประตู บัดนี้กำลังสาละวนอยู่กับการจัดกระเป๋าผ้าสีน้ำเงินใบใหญ่ด้วยท่าทางรีบร้อนที่ว่างอยู่ตรงหน้า เสื้อผ้ากองพะเนินถูกยัดลงไปอย่างไม่เป็นระเบียบ เสียงรูดซิปดังบาดหูท่ามกลางความเงียบพลอยสะดุ้งสุดตัว จากเสียงเรียกของแก เธอเงยหน้านมองมาท
นนท์ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างช้า ๆ ราวกับร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัว สายตายังคงถูกตรึงไว้ที่ใบหน้าชื่นมื่นของพลอย ภาพเมียรักที่หัวเราะร่าจนตาปิดและซบศีรษะลงกับไหล่หนาของพงษ์อย่างออดอ้อนในบางจังหวะ มันเป็นภาพที่งดงามแต่น่ารังเกียจที่สุดในความรู้สึกของเขาตอนนี้เขาหันกลับมามองหน้าลุงชู ชายแก่เม้มปากแน่นจนเหยียดเป็นเส้นตรง แววตาที่เคยกร้านโลกกลับเต็มไปด้วยความเครียดขรึม“มึงจะเอายังไง...” ลุงชูถามขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่นในความหมายนนท์ไม่ตอบ เขาหยิบมือถือขึ้นมาด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ พิมพ์ข้อความสั้น ๆ ลงไปว่า “นอนรึยังพลอย พี่คิดถึง” ก่อนจะกดส่งออกไป แล้วเงยหน้าขึ้นจ้องมองการกระทำของเมียรักผ่านกลุ่มควันไฟอีกครั้งเขายังเห็นพลอยกำลังเม้าท์มอยออกรสชาติกับเพื่อนในกลุ่มอย่างเริงร่า เธอเหมือนนกที่เพิ่งหลุดจากกรงทอง จนกระทั่งเธอเหลือบไปเห็นแสงสว่างจากหน้าจอมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ พลอยเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน... นนท์เห็นชัดเจนว่าเธอไม่ได้มีความตกใจแม้แต่นิดเดียวเธอกลับหันไปส่งยิ้มหวานหยดให้พงษ์ที่นั่งข้าง ๆ เหมือนจะขอกำลังใจหรือแชร์ความขบขันบางอย่าง ก่อนจะก้มลงพิมพ์ข้อความตอบก







