تسجيل الدخولมือหนารีบคว้ามือนุ่มเอาไว้ สายตาแสดงความเป็นห่วง “นี่มันดึกแล้ว คุณจะขับรถกลับได้ยังไง”
“ปกติเวลาฉันทำโอทีดึกๆ ก็ขับรถกลับเอง ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ”
“งั้นคืนนี้ทำโอทีที่นี่สักคืนได้ไหม ผมจ่ายให้สิบเท่าจากปกติเลยก็ได้”
ถ้าค่าโอทีจะแพงขนาดนั้น มันก็น่าสนใจอยู่หรอก แต่ที่ทำงานคือเพนต์เฮาส์ของท่านประธาน หากใครรู้เรื่องเข้า เธอจะตกเป็นขี้ปากขาเมาท์เอาได้
“คือขิงไม่สะดวกทำโอทีค่ะ”
ขวัญดาวรีบดึงมือกลับแต่ไม่สำเร็จ คนตัวใหญ่ยังคงยึดมือไว้ไม่ยอมปล่อย พลันร่างสูงก็ขยับมาใกล้ พร้อมกับยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาและส่งสายตาเว้าวอนให้เธอ
“ช่วยเป็นพี่เลี้ยงฉุกเฉินให้เจ้าปลาวาฬหน่อยเถอะขิง คืนนี้ผมหาพี่เลี้ยงให้เจ้าปลาวาฬไม่ทันจริงๆ มันฉุกละหุกมาก จู่ๆ ก็มีคนอุ้มแกมาใส่มือผม คุณก็รู้ ยังไงคุณช่วยอยู่ดูแลแกสักคืนเถอะนะ ดูสิ ปลาวาฬน่าสงสารขนาดไหน” เขามองไปที่เจ้าตัวกลมบนที่นอนพลางถอนหายใจยาวพรืด “ลียาบอกผมว่า แม่แกตายตั้งแต่คลอดแกออกมา เพราะสายรกพันคอเด็ก หมอช่วยลูกได้ แต่ช่วยแม่ไม่ได้ เจ้าฉัตรมันเลยตั้งชื่อจริงแกว่าแต้มบุญ”
ขวัญดาวหันไปมองร่างกลมที่นอนตาแป๋วมองดูเธอกับพ่อคนใหม่ของแกคุยกันแล้วส่งเสียงพลางยกมือขึ้นทำท่าคว้าอากาศ มองดูคล้ายกวักเรียกให้ขวัญดาวขยับเข้าไปหา ทำเอาพี่เลี้ยงสาวใจอ่อนยวบ
“แอ้ แอ้”
เตชัสมองเจ้าตัวกลมที่ยกมือได้จังหวะ ได้ทีรีบพูดต่อ
“เห็นไหม แกกวักมือเรียกคุณให้ช่วยดูแลแกต่อถึงเช้า ขิงจะใจร้ายกับเด็กน้อยตาดำๆ ลงคอเหรอครับ เจ้าปลาวาฬมันน่าสงสาร แม่ตาย พ่อตาย ย่าก็ไม่ยอมมาดูหน้าเพราะยังไม่มั่นใจว่าเป็นหลานแท้ๆ”
มารดาของเขารู้เรื่องนี้แล้ว แต่ท่านตั้งรับไม่ทัน จึงขอให้เขาพาเจ้าหนุ่มน้อยที่ลียายืนยันว่าเป็นลูกชายแท้ๆ ของฉัตรเทพไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับเขาเสียก่อน หากไม่ใช่ก็ขอให้เขารับไว้เป็นเพียงเด็กในบ้าน แต่หากว่าใช่ ท่านก็ยินยอมให้เด็กมีสิทธิ์ทุกอย่างตามกฎหมาย แต่ยังคงทำใจไม่ได้ที่ลูกชายคนโปรดแอบซุกลูกไว้
ส่วนเขาเองประกาศกร้าวต่อหน้ามารดาและญาติผู้ใหญ่แล้วว่าต่อให้เจ้าปลาวาฬไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ ของตระกูลวราฤทธิ์ แต่ก็ต้องอยู่กับเขาในฐานะบุตรชาย แล้วถ้าผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ยืนยันออกมาว่าเจ้าปลาวาฬเป็นสายเลือดของวราฤทธิ์ ทุกอย่างของฉัตรเทพต้องเป็นของ
‘เด็กชายแต้มบุญ วราฤทธิ์’ ทั้งหมด
ขวัญดาวลอบถอนหายใจพรืดยาว ท่าทางที่แสดงออกไม่พ้นสายตาท่านประธานที่มั่นใจว่าถือไพ่เหนือกว่า
เตชัสหรี่ตามองผู้ช่วยเลขานุการที่หน้าซีดผิดจากเมื่อครู่ไปถนัด “เมื่ออาทิตย์ก่อนคุณลากิจสองวัน รู้ไหมว่าช่วงทดลองงานไม่ควรมีความจำเป็นใดในการลางาน ขาดงาน หรือมาสาย ฝ่ายบุคคลจะดูประวัติตรงนี้เป็นพิเศษ และมีผลต่อการตัดสินใจว่าจะให้คุณผ่านหรือไม่ผ่านการทดลองงาน”
ขวัญดาวระบายลมหายใจ เธอทราบกฎเหล่านี้ดี สาเหตุที่ต้องลากิจกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะบิดาขึ้นไปซ่อมหลังคาบ้าน เนื่องจากย่างเข้าสู่หน้าฝนแล้ว ขณะนำซิลิโคนอุดรอยรั่วบนหลังคาเกิดอาการหน้ามืดพลาดลื่นตกหลังคา โชคดีที่บ้านของเธอแค่ชั้นเดียวและไม่สูงนัก เพื่อนบ้านเห็นเข้าพอดีเลยรีบมาช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ‘นายขวัญชัย’ วัยหกสิบห้าปี ถึงมือหมอไวจึงปลอดภัย มีเพียงแผลฟกช้ำตามร่างกาย ส่วนสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน
ขวัญดาวถลึงตาใส่เจ้านายหนุ่มที่เอาข้อมูลเหล่านี้มาบีบบังคับ เธอเงยหน้าสวยหวานประสานสายตากับคนยืนกอดอกยิ้มกว้างให้ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ก็ฉันมีความจำเป็น พ่อของฉันพลาดตกจากหลังคาบ้าน มีลูกที่ไหนที่ทราบข่าวว่าพ่อได้รับอุบัติเหตุแล้วจะเพิกเฉยไม่รีบกลับไปดู”
เตชัสยิ้มกรุ้มกริ่ม “ผมเข้าใจในฐานะลูกที่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าฝ่ายบุคคลจะคิดเหมือนผมหรือเปล่า แต่ถ้าคุณตกลงช่วยดูแลน้องปลาวาฬให้ผมจนกว่าผมจะได้พี่เลี้ยงมาดูแลแก ต่อให้ฝ่ายบุคคลประเมินให้คุณไม่ผ่านทดลองงาน คุณก็รู้ว่าผมช่วยคุณได้”
เจ้าของร่างสวยรู้สึกว่าตัวเองลืมหายใจไปชั่วขณะ ไม่คิดเลยว่าเจ้านายจะร้ายกาจยกเรื่องที่เธอกำลังกลัวมาเป็นข้อต่อรองให้ดูแลเด็กน้อย เด็กก็น่ารักน่าเลี้ยงอยู่หรอก แต่ลุงแท้ๆ หรือคุณพ่อคนใหม่ของน้องปลาวาฬทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เธอไม่ได้คิดไปเอง อะไรบางอย่างบอกว่าท่านประธานชอบลอบมองเธอแปลกๆ
ทว่าถ้าไม่ผ่านทดลองงานจะเอาเงินจากไหนไปต่อเติมความฝันของบิดาให้สำเร็จตามเป้าหมาย บิดาของขวัญดาวยังชีพด้วยการเปิดบ้านเป็นโฮมสเตย์เล็กๆ ซึ่งคนในชุมชนของเธอทำอาชีพนี้กันหลายครัวเรือน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว ท่านต้องการต่อเติมบ้านเป็นห้องพักรับรองแขกเพิ่มอีกสองห้อง เวลานี้ก็ขึ้นโครงไปบางส่วนแล้ว ไหนจะกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เคยสร้างโอกาสให้เธอได้ร่ำเรียนจนจบปริญญาตรี กระทั่งมีงานทำ ขวัญดาวไม่เคยลืม ตั้งใจไว้ว่าจะรีบชำระคืนให้เร็วที่สุด การได้เข้าทำงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ รายได้ดี มีโอกาสก้าวหน้า แต่หากไม่ผ่านทดลองงานทุกอย่างคงพังไม่เป็นท่า
เจ้านายหนุ่มจ้องมองคนคิดหนัก มุมปากมีรอยยิ้ม ร่างสูงแสร้งไหวไหล่เหมือนจะบอกว่าไม่ใส่ใจต่อการตัดสินใจของเธอนัก
คนเจ้าเล่ห์มองมาที่ขวัญดาว “ก็แล้วแต่นะ ถ้าลำบากใจ คืนนี้ผมดูแลปลาวาฬคนเดียวก็ได้ แต่คุณคงได้ยินมาบ้าง ว่าทำงานดี คนเห็นไม่มาก แต่ถ้าทำพลาดเช่นขาดงานช่วงทดลองงาน คนเขาเห็นกันหมด ได้ยินมาว่าถูกคนในบริษัทซุบซิบด้วยว่าเป็นเด็กเส้น แบบนี้คิดหรือว่าจะผ่านทดลองงาน”
“สมภารที่ไหนจะอดใจไม่กินไก่วัดสวยๆ น่ารักขนาดนี้ได้” เอมอรพึมพำกับตัวเอง พลางดีใจกับขวัญดาวด้วย ถ้าหากได้ดิบได้ดีเป็นภรรยาของท่านประธานขึ้นมา เพราะขวัญดาวเป็นเด็กน่ารัก มีน้ำใจ แต่ผู้หญิงในบริษัทหลายคนอยากเป็นผู้หญิงของคุณเตชัส แต่ว่าคุณเตชัสก็ไม่สนใจใครสักคน แม่พวกนั้นรู้เข้าคงชีช้ำน่าดูฟากขวัญดาวหลังจากน้องปลาวาฬนอนหลับเธอจึงพอมีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น แต่ก่อนจะเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำให้เธอเดินย้อนกลับมารับ ที่หน้าจอปรากฏชื่อที่ทำให้ดวงหน้าสวยยิ้มหวานเต็มหน้า“พ่อคะ เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม”“พ่อสบายดีขิง แต่ว่า...” เสียงที่อึกอักและเงียบลงไปนั้นทำให้ขวัญดาวหุบยิ้ม นั่นแสดงว่าบิดากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ“คือพ่อไม่อยากรบกวนขิงเลย แต่ช่วงนี้หน้าฝนน่ะลูก โฮมสเตย์ของเรามันสร้างมาหลายปีแล้ว หลังคามันเลยรั่ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนพ่อจะขึ้นไปเปลี่ยนฝ้าเอง แต่หลังจากตกจากหลังคาลงมาคราวก่อน ขาพ่อมันก็อ่อนแรงทำงานบนที่สูงไม่ได้แล้ว”“พ่อคะ ไม่ต้องพูดเลย ต้องใช้เงินเท่าไหร่บอก
“เอ่อ พี่เอมคะ” ขวัญดาวอยากตบปากตัวเองนักที่หลุดพูดออกไป แต่ว่าเสียงเอ็นดูจากปลายสายก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นมาก โชคยังดีที่หลุดปากกับเอมอร หากเป็นคนอื่นๆ ในบริษัทป่านนี้คงกลายเป็นประเด็นร้อนให้ขาเมาท์คุยกันสนุกปาก“พี่ไม่เล่าต่อหรอกจ้ะขิง เรื่องของเจ้านายไม่เกี่ยวกับพี่ ท่านจะพาใครไปเพนต์เฮาส์หรือตัดสินใจทำอะไร พี่มีหน้าที่แค่อำนวยความสะดวกให้เท่านั้น ขิงสบายใจได้”“ขอบคุณค่ะพี่เอมที่เข้าใจ ขิงก็ไม่ได้อยากมาค้างคืนอยู่กับเจ้านาย แต่เลี้ยงเด็กไม่เหมือนมาช่วยทำงานบ้าน มันไม่สามารถวางเอาไว้ แล้วกลับมาดูต่อพรุ่งนี้ได้ ต้องรอพี่เลี้ยงคนใหม่มาดูแลต่อ ขิงก็ตั้งใจว่าจะอยู่ช่วยแค่สามวันนี้แหละค่ะ แค่พอให้คุณเตหาพี่เลี้ยงมาได้เท่านั้น ขิงก็จะกลับไปทำงานตามเดิมแล้ว”“ทางนี้ก็งานยุ่งอยู่ แต่พี่ยังพอรับมือไหว แต่ว่าขิงไม่มาทำงานหลายวันคงไม่รู้ว่าคุณวริศได้โปรโมตขึ้นเป็นผู้ช่วยฝ่ายบุคคลสายฟ้าแลบ แต่ถูกย้ายไปประจำที่สาขาสระบุรีแล้ว ที่จริงความสามารถของคุณวริศก็สมควรอยู่หรอกนะ แต่พี่ว่าประกาศสายฟ้าแลบยังไงก็ไม่รู้ ขนาดพี่ยั
เขาหาเศษหาเลยกับเธอทั้งที่มีคู่หมายแล้ว ทำแบบนี้เธอไม่ชอบเลย มือบางเลยทุบลงไปบนอกแกร่งเพื่อให้เขาหยุดการรุกรานแต่ว่าเขาไม่ยอมหยุด ซ้ำยังเพิ่มแรงบดจูบลงมาราวกับคนขาดสติ เหมือนคนกระหายการจูบแต่ทำไมร่างกายกลับรู้สึกอ่อนไหวต่อสัมผัสของเขา ขวัญดาวไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ เธอไม่ใช่ดอกไม้ใกล้มือให้เขาเด็ดชมเล่น เมื่อลิ้นร้ายเข้ามาหยอกเอินอย่างย่ามใจ ขวัญดาวเลยอาศัยจังหวะที่เขาเคลิบเคลิ้มกัดลิ้นเขาอย่างจัง“โอ๊ย”ร่างใหญ่ของเตชัสผละออกราวกับเจอของร้อนลวกปาก แต่นี่ไม่ใช่ของร้อน มันเป็นฟันซี่คมๆ ที่กัดลงมาอย่างแรง ใบหน้าหล่อเหลาเขียวคล้ำเพราะเจ็บจี๊ดไปทั้งแผ่นลิ้น“ขิงกะจะฆ่าผมให้ตายเลยหรือไง”ขวัญดาวขึงตาใส่ ดวงหน้าสวยมีรอยแดงซ่าน ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยจูบกับใครมาก่อน “ก็คุณเตอยากจูบขิงก่อนทำไม ใครใช้ให้เอาลิ้นเข้ามาในปากขิงล่ะคะ”เตชัสหอบลมหายใจถี่กระชั้น“ก็ไม่เห็นต้องเล่นแรงขนาดนี้ เกิดลิ้นผมขาดไปจะทำยังไง ต่อไปจะเอาลิ้นที่ไหนไว้ชิมความหวานของขิมล่ะ”“นี่ยังคิดจะมีต่อไ
“นี่ขิง” คนหล่อจัดเดินเข้าไปใกล้ แล้วถามเสียงขรึม “ถ้าผมคิดจะทำอะไรขิงจริงๆ ละก็ ผมทำไปนานแล้ว ไม่รอให้ถึงตอนนี้หรอก อีกอย่างผมมีความอึด เอ้ย อดทนมาก”ขวัญดาวชะงักมองจ้องหน้าเจ้านายผู้มากเสน่ห์ เตชัสมองยิ้มๆ “ผมแค่พูดผิดขิงทำไมต้องมองผมแบบนี้ด้วยครับ ในห้องมีเด็กอ่อนอยู่ด้วยแบบนี้ผมจะปล้ำขิงได้ยังไง จริงไหมเจ้าปลาวาฬ”เตชัสมองหาตัวช่วย ทารกร่างกลมเอียงคอมอง ไม่รู้ว่าเข้าใจที่ผู้ใหญ่คุยกันไหม หรือเป็นจังหวะปลาวาฬแลบลิ้นออกมาพอดี ทำเอาเตชัสหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ“แลบลิ้นแบบนี้หมายความว่าไงเจ้าอ้วน” เตชัสจิ้มนิ้วไปที่เอวกลมๆทารกที่ท่าทางจะรู้มากเกินไวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากผิดกับขวัญดาวที่เหลือบมองเตชัสอย่างระแวดระวัง“เชื่อใจผมเถอะนะ ถ้าผมคิดจะทำ ไม่ต้องรอถึงป่านนี้หรอก ปิดประตูห้องทำงานจับขิงปล้ำไปแล้ว เพราะขิงชอบทำโอทีมืดๆ ค่ำๆ” แล้วนั่นก็เป็นเหตุให้เขาต้องทำงานดึกไปด้วย เพราะแอบห่วงความปลอดภัยของเลขานุการสาว ส่วนคืนนี้เขาไม่ได้คิดล่วงเกินเธอสักนิด เพราะต้องน
“เอ่อ ขิงคงมัวแต่ดูน้องปลาวาฬอยู่มั้งคะเลยไม่ทันได้ยินว่าคุณเตมา” ขวัญดาวตอบอึกอัก แล้วรีบเบี่ยงหน้าหนี ลุกขึ้นเดินออกห่าง“นึกว่าขิงคิดว่าเมื่อไหร่พ่อปลาวาฬจะกลับมาสักที” ขวัญดาวอึ้งจนต้องหันกลับมามองเขา เตชัสกลัวว่าจะทำไก่ตื่น เดี๋ยวบินหนีไปจะไล่จับลำบาก เลยเปลี่ยนเรื่องพูด“แล้วนี่เจ้าปลาวาฬหลับนานแล้วหรือขิง ผมว่าจะมาเล่นด้วยเสียหน่อย ว่าแต่ขิงกินข้าวหรือยัง”“ถามหลายประโยคจังค่ะ ขิงกินข้าวแล้ว ส่วนน้องปลาวาฬหลับได้สักครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม” เขาเงยหน้ามองเธอ “ผมสัญญาว่าจะรีบหาพี่เลี้ยงมาเลี้ยงปลาวาฬ ขิงจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่หาพี่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องค่าตอบแทนผมจ่ายได้ไม่ใช่ปัญหา แต่ผมต้องการคนที่มีใจรักเด็ก สะอาดสะอ้าน และเข้ากับปลาวาฬได้ดี ที่สำคัญก็ต้องมีพื้นฐานการเลี้ยงเด็กอ่อนด้วย ผมไม่ต้องการพี่เลี้ยงที่อายุมากเกินไป เพราะว่าปลาวาฬตัวใหญ่ ดิ้นทีผมเป็นผู้ชายยังเกือบทำหลุดมือ แล้วก็ไม่อยากได้พี่เลี้ย
“ก็ใช่น่ะสิ คุณเอมอรยังไม่ได้บอกคุณเหรอ เอมอรเขาอาจจะลืม เพราะช่วงนี้ผู้ช่วยเลขาฯ ของผมเขาลา” เตชัสเน้นคำว่าของผมจนวริศเผลอมองหน้าคนที่นั่งหลังยืดตรงอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของท่านประธานหน้าเหวอไป ผิดกับเจ้าของห้องที่ระบายยิ้มทั่วหน้า แต่สายตาเยือกเย็น จนวริศรู้สึกว่าห้องท่านประธานเย็นยะเยือกราวกับนั่งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือเตชัสมองตรงจ้องหน้าวริศพลางถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ไม่ทราบว่าคุณวริศติดปัญหาอะไรหรือเปล่า”นี่เป็นการเลื่อนตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน แม้แต่เขาที่ทำงานอยู่ในแผนกฝ่ายบุคคลก็ตาม แต่ท่านประธานถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ใครจะกล้ามีปัญหากับเจ้าของและท่านประธานใหญ่อย่างเตชัส วราฤทธิ์วริศงุนงงไปหมด แต่ต้องบังคับตัวเองให้ส่ายหน้า “เอ่อ...ไม่มีครับท่านประธาน ผมแค่ตกใจ แล้วยังไม่มีเวลาเตรียมตัว หรือบอกใคร”“เท่าที่ผมทราบคุณไม่มีครอบครัวเหลือแล้วนี่ครับ คุณพ่อกับคุณแม่คุณเสียก่อนเข้ามาทำงานที่บริษัท ส่วนคุณยายของคุณท่านจากไปเมื่อปลายปี ผมจำได้ว่าผมไปงานศพของคุณย







