LOGIN“คนที่ชื่อ ‘ขึ้นฉ่าย’ เนี่ย ถ้าเกิดได้มา‘ขึ้นขย่ม’บนหน้าตักฉันจะฟินขนาดไหนกันเชียว”
View More“หมูปิ้งไหมจ๊ะหมูปิ้ง หมูปิ้งไม้ละ 5 บาทเองจ้ะ” เด็กสาววัย 19 ปีที่สมควรโลดแล่นอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยต้องเสียสละอนาคตตัวเองเพื่อแบ่งเบาภาระมารดาและให้น้องได้มีโอกาสเรียนแทนตนกำลังยกแขนขึ้นปาดเหงื่อแล้วพร่ำบอกกับตัวเองเป็นรอบที่สิบว่า ร้อนตับแตก
“เอาสองไม้จ้ะหนู แล้วก็ขอข้าวเหนียวหนึ่งห่อ” ขึ้นฉ่าย มักจะมาขายข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่ที่หน้าโรงเรียนกุลสตรีวิทยาคมซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนชาตรีวิทยาคมทุกทุก 6 โมงครึ่งจนถึง9 โมงเช้า ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ พื้นที่ทำเลตรงนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวเพราะเป็นทางผ่านไปผ่านมาระหว่างโรงเรียนทั้งสองโรงเรียน ทำให้ถูกช่วงเช้าหน้าร้านของเธอจะเต็มไปด้วยนักเรียนทั้งชายและหญิงต่อคิวกันยาวเหยียด แต่วันนี้โชคไม่เข้าข้างโรงเรียนฝั่งกระโน้นจัดกิจกรรมกรีฑาสีจึงทำให้เด็กนักเรียนขาดกันมากโข… หมูปิ้งที่เตรียมมาสำหรับขายหมดภายในระยะประมาณ 3 ชั่วโมงในทุกๆวันก็กินเวลาไปเกือบเที่ยง “นี่จ้ะ ขอบคุณมากเลยนะจ๊ะ” ต่อให้อากาศจะร้อนอบอ้าวและเหน็ดเหนื่อยร่างกายสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อหรือเอ่ยปากบ่นให้คนที่บ้านได้ยินสักครั้งเพราะเธอคิดอยู่เสมอว่าเธอเหนื่อยเท่าไหร่พวกเขาเหนื่อยกว่าเท่านั้น “หมูปิ้งไหมจ้ะหมูปิ้ง หมูปิ้งไม้ละ 5 บาทเองจ้า” เธอยังคงตะโกนเรียกลูกค้าเสียงแหบเสียงแห้ง “เห้อ!” ขึ้นฉ่ายหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกแล้วยกแขนขึ้นมาปาดเหงื่อที่ไหลชุ่มอาบใบหน้างดงามคล้ายกับอาบน้ำโกรก เธอตะโกนเรียกลูกค้ามาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าหมูปิ้ง 10 กว่าไม้ในถาดนี้จะลดลงเลย… สงสัยวันนี้กำไรคงขาดหายหรือไม่ก็เข้าทุน “ทั้งหมดนี่เท่าไหร่ครับ?” “คะๆ” ขึ้นช่ายรีบร้อนลุกขึ้นยืนต้อนรับลูกค้าพร้อมกับโปรยยิ้มหวานหวานอย่างคนมีไมตรีที่ดี ก่อนจะกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแลเป็นคนมีภูมิฐานดี แต่งตัวเนี๊ยบ แต่ใส่แมสก์ ใส่แว่นดำ ใส่หมวกเก็บทรงมิดชิดราวกับจะไปปล้นฆ่า “ ทั้งหมดนี่ 18 ไม้ 90 บาทจ๊ะ แล้วก็ยังมีข้าวเหนียวด้วยนะจ๊ะห่อละ 5 บาทเหมือนกัน” “มีเท่าไหร่ครับข้าวเหนียวน่ะ” “10 ห่อจ๊ะ” “เอาทั้ง10 ห่อ ใส่ถุงรวมมาเลยครับไม่ต้องแยก” ได้ยินประโยคนี้หญิงสาวถึงกับยิ้มร่าด้วยความดีใจที่ในที่สุดเธอก็ขายหมดเสียที “หมูปิ้ง 18 ไม้ 90 บาท ข้าวเหนียว 10 ห่อ 50 บาท รวมกันเป็น 140 บาท ฉันลดให้ 10 บาทจ้ะเพื่อเป็นการขอบคุณที่คุณเหมาหมูปิ้งฉัน ทั้งหมด 130 บาทจ๊ะ” ขึ้นฉ่ายยื่นถุงพลาสติกที่ใส่หมูปิ้งพร้อมข้าวเหนียวหอมหอมส่งให้แก่ชายตรงหน้า แม้มันอาจจะเป็นเพียงเงินเล็กน้อยแต่ก็แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความภาคภูมิใจของเธอ… ซึ่งในหนึ่งวันเธอไม่ได้ได้เพียง 130 บาทแน่นอน หากวันปกติกำไร 4 หลักไม่เกินเอื้อม “ไม่เป็นไรครับ” เขาคนนั้นรับถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งและส่งธนบัตรใบแดงจำนวนสองฉบับให้แก่เธอ “พรุ่งนี้ขายหรือเปล่า” “ไม่จ้ะ ฉันขายข้าวเหนียวหมูปิ้งที่หน้าโรงเรียนเฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์เท่านั้น ส่วนวันเสาร์กับวันอาทิตย์ฉันจะทำพวกขนมแล้วก็พวกเบเกอรี่ไปส่งที่ตลาดแทนจ๊ะ” หญิงสาวตอบพลางก็เก็บเข้าของทั้งถาดเอย ที่หนีบเอย ส้อมเอยใส่กล่องให้เรียบร้อย “ทำขนมอะไรเป็นบ้างล่ะ?” “ทำเป็นทั้งขนมไทยแล้วก็เบเกอรี่ของฝรั่งเลยค่ะ” ขึ้นช่ายเล็งเห็นถึงหนทางทำมาหากินที่คาดว่าผู้ชายคนนี้อาจจะเป็นพวกนายทุนหรือไม่ก็เจ้าของกิจการที่มาสั่งขนมเธอเป็น 100 กล่องก็ได้ใครจะไปทราบ “ว่างวันไหนล่ะ” “ว่างทุกวันค่ะ” ขึ้นฉ่ายรีบตอบรับทันควัน งานสุจริตทำแล้วไม่เบียดเบียนหรือเดือดร้อนคนอื่น หากได้เงินเธอก็เหมาหมดนั่นแหละ “พวกข้าวเหนียว ขนมตะโก้เผือก หม้อแกง วุ้นกะทิ ขนมชั้นต่างๆถ้าเหมาหมอเป็นถาดถาดละ 440 บาทจ้ะ ส่วนถ้าเป็นขนมหยกมณี ขนมเสน่ห์จันทร์ ขนมบุหลันดั้นเมฆ ทองหยอด ทองหยิบ ทองหยอดหรือเม็ดขนุนขายเป็นกิโลกิโลละ 400 บาทจ้ะ” ขึ้นฉ่ายตอบ “งั้นผมเอาเม็ดขนุน ทองหยิบ ทองหยอด อย่างละ 1 กิโล ขนมตะโก้เผือก หม้อแกง วุ้นกะทิ ข้าวเหนียวสังขยา และขนมชั้นใบเตยอย่างละ1 ถาด” ผู้ชายคนนั้นสั่งรัวรัว “โหห” “วันจันทร์เช้า ได้ไหมครับ” “ได้จ๊ะ” อย่างน้อยน้อยเธอก็มีเวลาตั้งสองวันแน่ะ “ทั้งหมด 3400 บาท ฉันลดให้ 100 บาทเหลือ 3300 บาทถ้วนค่ะ เอ่อ…คุณ จะจ่ายมัดจำ 20% หรือ 50% ดีคะ” เธอคิดเลขรวดเร็วปานโทรศัพท์มือถือ “จ่ายเต็มครับ” แล้วเขาก็ยื่นธนบัตรสีเทาสี่ใบขึ้นมาส่งให้แก่อีกฝ่าย “ผมสามารถมารับขนมได้ที่ไหนครับ“ “ที่หน้าโรงเรียนก็ได้จ้ะฉันมาตั้งร้านประมาณ 6 โมง 20” “ครับ งั้นผมขอตัวก่อน” พูดจบชายคนนั้นก็เดินหันหลังไป โดยที่เธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพราะเห็นว่าเป็นเพียงแค่ลูกค้าธรรมดาทั่วไปเพียงพิเศษขึ้นมานิดนึงนั่นก็คือเขาเหมาจ่ายราคาเต็ม “…” หญิงสาวยิ้มแต้รีบเก็บเงินไว้ในกระป๋องที่เคยใช้ใส่ขนมคุกกี้ ก่อนจะเข็นรถกลับบ้าน โดยไม่ลืมที่จะแวะตลาดสดเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับแกงไว้ขายอาหารหน้าบ้านบ่ายนี้ เธอรับบทเป็นทั้งแม่ค้าขายหมูปิ้ง แม่ค้าขายขนมไทยขนมเบเกอรี่ แล้วก็ขายข้าวราดแกงจานสามสิบสิบบาทถ้วน นับได้ว่าวันทั้งวันทำงานงกงกตัวเป็นเกลียว เหนื่อยสายตัวแทบขาด ไม่ได้พักผ่อนหย่อนใจเหมือนใครอื่นเขาที่อยู่ในช่วงวัยเท่ากันเพราะต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปส่งเสียน้องสาวเพียงคนเดียวอย่างผักบุ้งที่กำลังเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่ “ขอตังค์หน่อยสิ วันนี้ฉันจะไปดูโรงเรียนฝั่งกระโน้นแข่งกรีฑาสี” ทันใดที่ขาข้างขวาของขึ้นฉ่านเหยียบพื้นปูนของบ้านเป็นก้าวแรกก็ได้ยินเสียงเล็กๆที่แสนหยาบกระด้างไร้คำตบท้ายของผู้เป็นน้องสาวแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทก่อนจะปรากฏเรือนร่างบอบบางแบมือชูนิ้วทั้งห้าขอเงินเธอ สงสัยวันนี้เธอคงก้าวขาผิดเข้าบ้านเสียแล้ว “ขวาร้ายซ้ายดี” “ทำไมถึงไม่ไปโรงเรียนล่ะ?” ว่าแล้วทำไมวันนี้ขึ้นฉ่ายถึงไม่เห็นพูดเป็นน้องเดินผ่านเข้าทางประตูโรงเรียนแต่ตอนนั้นก็คิดกับตัวเองเอาไว้ว่าเธออาจจะยุ่งยุ่งจนไม่ทันมอง “ก็บอกแล้วไงว่าจะไปดูโรงเรียนฝั่งกระโน้นแข่งกรีฑาสี อย่าพูดพร่ำทำเพลงให้มากความเอาเงินมา” ผักบุ้งชักสีหน้าใส่ด้วยความหงุดหงิด “เอ๊ะ! อีนี่ ฉันบอกให้เอาเงินมาไง” “จะเอาเท่าไหร่” “หนึ่งพัน” “เงินมากมายขนาดนั้นจะเอาไปใช้จ่ายอะไรนักหนา บ้านเราไม่ได้มีเงินถุงเงินถังหรอกนะผักบุ้ง อะไรที่สามารถประหยัดได้ก็ประหยัดเสีย” ได้ยินอัตราจำนวนเงินขึ้นช่ายถึงกับชะงัก นี่มันกำไรของการขายหมูปิ้งสาม สี่ชั่วโมงของเธอเชียวนะ! แต่ก็ใช่ว่าอยากจะมิบมุบไม่ให้น้องใช้จ่ายเงิน เธอให้ได้หากมันเป็นสิ่งที่จำเป็นและสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆไม่ใช่สุรุ่ยสุร่ายเกินความจำเป็นเพราะกว่าจะหาได้มาแต่ละบาทมันยากลำบากแสนเข็ญและเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน “ก็เอาไปเที่ยวกับเพื่อนนั่นแหละ อย่าถามมากได้ป่ะรีบรีบเอาเงินมาฉันจะได้รีบไป” “พี่ไม่มีให้หรอกนะ” “อีตอแหล! กูรู้ว่าวันวันที่มึงทำงานงกๆ มึงเองก็ได้กำไรหลายบาท แค่ขายข้าวเหนียวหมูปิ้งสองถึงสามชั่วโมงช่วงเช้าก็หลักพันแล้ว มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่ามึงอยากจะมุบมิบเงินไปจ่ายคนเดียว” ผักบุ้งเมื่อหล่อนไม่ได้ดั่งใจก็ชี้หน้าด่าพี่สาวฉอดฉอดฉอด “แต่เงินนี่พี่ก็ต้องให้ผักบุ้งไปใช้จ่ายที่โรงเรียนทุกเช้าวันละ 100 บาท ไหนจะค่าน้ำมันวันละ 50 บาทแล้วก็ค่าผ่อนรถมอเตอร์ไซต์ของผักบุ้งเดือนละสองสาม ค่าเทอม ค่ารายงาน ค่ากิน ค่าอยู่ ค่ากับข้าวทุกๆมื้ออีก” เธอหยิบยกขึ้นมาเพียงส่วนหนึ่งในทั้งหมดที่เธอต้องรับผิดชอบเท่านั้น… ตอนนี้เธอเปรียบเสมือนเสาหลักของบ้านที่เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำเงินได้… เฉพาะรายจ่ายของผักบุ้งในเดือนเดือนหนึ่งก็ปาไปเท่าไหร่แล้ว ซ้ำยังมีค่าผ่อนโทรศัพท์มือถือ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าผ่อน iPad รุ่นใหม่ล่าสุดที่ผักบุ้งอยากได้แล้วเธอก็คัดค้านไม่ได้เสียด้วย “นี่มึงทวงบุญคุณเหรอ! กูจะบอกอะไรให้เอาบุญนะอีขึ้นช่าย มึงอ่ะควรสำเหนียกตัวเองแล้วก็ทำดีกับกูเอาไว้ให้มากๆเพื่อตอบแทนแม่กูยังไงล่ะ” ผักบุ้งเดินเข้าไปในระยะประชิดแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มลงกลางหน้าผากก่อนจะดันออกอย่างแรง"ชุดนี้ก็สวย ถ้าอยู่บนร่างของเธอคงจะเร้าใจแล้วก็เย้ายวนมากเลยแน่ๆขึ้นฉ่าย" อาคมหยิบชุดตัวจิ๋วที่ตัดเย็บด้วยมีลักษณะคล้ายกับซีฟองบางๆขึ้นมาดู "เลิกชมเพื่อเอาใจฉันได้แล้วค่ะคุณอาคม" ขึ้นฉ่ายปลงกับการกระทำของเขาเสียแล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเสธไม่เอาท่าเดียวแต่ฝ่ายนั้นก็รีบดึงไม้แขวนส่งให้พนักงานไปเช็คเงินรวบยอดที่เคาน์เตอร์ทันที "ก็เธอสวยจริงๆนี่ขึ้นฉ่าย รู้หรือเปล่าว่าหน้าตาเธอน่ะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่หรือโหลๆบ้านๆเลยสักนิด ในทางกลับกันเธอห่างไกลจากคำพวกนั้นมากเลยนะขึ้นฉ่าย เธอค่อนข้างจัดอยู่ในระดับผู้หญิงพิมพ์นิยมที่ใครๆเห็นก็ต้องตกหลุมพรางเหมือนกับโดนมนต์สะกด ฉันคิดว่าหากมีการประกวดดาวเดือนเธอคงได้รับตำแหน่งนั้นและเป็นคนที่ฮอตมากคนหนึ่งในคณะในมหาวิทยาลัยเชียวล่ะ" อาคมพูดไปตามเนื้อผ้า เขาไม่ได้เป็นคนเยินยอใครง่ายๆแต่หากได้กล่าวมาแล้วคนๆนั้นจะต้องสะสวยและต้องใจเขาจริงๆตัวอย่างเช่นผู้หญิงตรงหน้า... คราวแรกที่เห็นเธอในชุดเสื้อโอเวอร์ไซซ์ กางเกงขายาวทรงกระบอกปิดตาตุ่มแนบด้วยผ้ากันเปื้อนฉบับแม่ค้าสาว ผมผ้าวนี่ก็กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ปาดเหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าร่างกายทำงานงกๆตัวเป็นเกลียวจน
"แล้วนี่ขึ้นฉ่ายจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า เดี๋ยวเราไปส่ง" "แหมมม ถามแค่ขึ้นฉ่ายคนเดียวเลยนะ แล้วพวกฉัน 2 คนล่ะนี่ถามบ้างหรือไง นึกว่าในห้างนี้มีกันอยู่สองคนเหรอจ๊ะนายกร" ลดาแซว หล่อนมิใช่เด็กน้อยวัย 7-8 ขวบที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับขึ้นฉ่ายเพื่อนสนิทของตน "เอ่อ..." กรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ "จะให้เราไปส่งเธอยังไงล่ะลดา เธอเพิ่งบอกไปหยกๆเมื่อครู่ว่าเธอมีนัดกับแฟน ถ้าแฟนเธอเห็นเราแฟนเธออาจจะเข้าใจผิดหรือไม่ก็บุกเข้ามาต่อยเราสลบคาที่ก็ได้นะ" แก้ตัวน้ำขุ่นๆ "อะจ้า ฉันจะเชื่อก็แล้วกันนะ แต่ มีนาล่ะ มีนายังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่ามีนามันมีแฟนน่ะ" "ก็เราเห็นว่าคอนโดของมีนาอยู่ตรงข้ามกับคอนโดของเธอ ก็น่าจะไปด้วยกันได้ยังไงล่ะ..." "พอๆเถอะ ไม่ต้องสรรหาคำพูดอะไรมาแก้ตัวอีกแล้ว ฉันมองออกน่ะว่าเธอรู้สึกยังไงกับขึ้นฉ่าย เพราะสายตาของเธอเวลาที่มองขึ้นฉ่ายกับมองพวกฉันสองคนมันไม่เหมือนกัน" "...เอ่อ..." "เอ่อ...ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความหวังดีนะกร แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวฉันนั่งรถเมล์หรือไม่ก็รถสองแถวกลับเองได้" ขึ้นฉ่ายรีบชิงพูดออกมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าความอึดอัดมันเริ่มครอบงำเมื่อลดาพูดจบ "อ๋อโ
“งั้นเดี๋ยวรอฉันตรงนี้แป๊บนึงนะ ฉันขอตัวไปคุยโทรศัพท์ครู่เดียว” อย่างไรเสียจะทำอะไรเธอก็ควรรายงานให้ฝ่ายโน้นทราบด้วย คุณอาคม “คิดถึงฉันจนทนไม่ไหวหรือไง” ปลายสายแซวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “เดี๋ยวกลับเพ้นท์เฮ้าส์มาผัวจะจัดให้อย่างสมใจอยากเลย”“ถามจริงเถอะค่ะคุณอาคมในหัวคุณมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นเหรอคะ? เอ่อ… พอดีว่าวันนี้มีกิจกรรมแค่รับน้องปีหนึ่งเท่านั้น ช่วงบ่ายฉันขอไปเดินเที่ยวห้างใกล้ใกล้กับเพื่อนได้ไหมคะ”“เพื่อนที่ไหน ชื่ออะไร ผู้หญิงหรือผู้ชายแล้วไปรู้จักกันได้ยังไง” อาคมถามคำถามยาวยืดซักไซร้เธอด้วยความเป็นห่วง “บอกฉันมาให้หมดเปลือกเลยนะขึ้นฉ่าย เธอน่ะชอบทำตัวให้ฉันเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย” อาคมไม่ได้กลัวว่าหญิงสาวจะไปประพฤติปฏิบัติตัวไม่ดีไม่งามแต่อย่างใด เพียงแค่เขาเกรงว่าเธอจะถูกใครเขาหลอกลวงได้อย่างง่ายดายเพราะอาศัยความไร้เดียงสาไม่ทันคนและดีจนเกินไปของเธออาคมไม่อยากจะคิดจินตนาการถึงภาพที่มีชายคนอื่นมากระทำกับของรักของหวงของเค้าเช่นเดียวกับที่เขากระทำเธอ…หากเป็นเช่นนั้นอาคมคงอาละวาดคลั่งตายแน่ๆ “ชื่อลดา มีนา แล้วก็กรค่ะ” หญิงสาวตอบไปตามความจริงโดยไม่ได้ปิดบัง “ทั้งสามค
“…” หญิงสาวดวงตากลมโตดุจไข่ห่านเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาลูกเสี้ยวอิตาลีของเขาเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ อ้าริมฝีปากแล้วลากไล้แลบลิ้นเลียความแข็งแกร่งของแท่งแข็งขืนตั้งแต่โคนจรดปลาย “อ่าห์” แววตาอันแสนเร่าร้อนของเขาจ้องมองปฏิกิริยาและทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเย้ายวนจากคนตรงหน้าไม่ให้คลาดแม้แต่วินาทีเดียวอาคมเพียงจินตนาการคิดถึงภาพที่ตนเองกำลังกระแทกความใหญ่โตถาโถมใส่ร่างบอบบางแล้วได้ยินเสียงร้องครวญครางผสมผสานกับใบหน้าเหยเกของเธอมันรู้สึกดีมากแค่ไหน บ๊วบ บ๊วบ! “…” หญิงสาวครอบความเป็นชายกลืนกินลงไปจนสุดความยาวเอ็น แล้วออกแรงขยับเขยื้อนโยกศรีษะขึ้นลงตามจังหวะปรนเปรอเขาเต็มที่จนเขาส่งเสียงร้องฮึมฮัมในลำคอด้วยความพึงพอใจต่อการกระทำนี้ “อย่างนั้นแหละขึ้นฉ่าย อ่าห์!” อาคมใช้ฝ่ามือกดศีรษะเธอเอาไว้ยามที่กำลังเสร็จสรรพถึงปลายสวรรค์เพื่อสูบฉีดน้ำเหนียวข้นพุ่งกระฉูดเข้าไปในโพรงปากเล็ก“อ่าห์…” “แค่กๆ” เธอเผลอกลืนมันเข้าไปทุกหยาดหยด “คาว” นี่คือรสชาติแรกที่ได้ลิ้มชิม “ขอกระแทกเธอสักรอบก่อนไปเรียนได้ไหม?” ไฟปรารถนาอันแรงกล้าที่ลุกโชนโชติช่วงอยู่ในอกไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้เลย“คุณอาคมคะ





