LOGIN“แล้วถ้างั้นไปเอาลูกใครมาอุ้ม แต่พาเด็กเล็กมางานศพแบบนี้ไม่ดีนะ พี่ว่ารีบพาเด็กกลับบ้านดีกว่า” เขาพูดด้วยความเป็นห่วงเด็ก
หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ พลางหายใจยาวพรืด “ลียาเข้าใจค่ะว่าไม่ควรพาเด็กมาร่วมงานศพ แต่ลียาจำเป็นต้องพาน้องปลาวาฬมาร่วมงานศพพ่อของแก”
เตชัสส่ายหน้ายิ้มเจื่อนๆ ให้เพื่อนน้องชาย ศาลาแห่งนี้จัดงานศพน้องชายของเขาคนเดียว “ลียาพูดผิดหรือเปล่าครับ นี่งานศพเจ้าฉัตร” เขาเลิกคิ้วแล้วก้มมองทารกผิวขาวที่ลียาอุ้มอยู่ เด็กน้อยกำหมัดยื่นมาข้างหน้าเหมือนกำลังชกอากาศ เตชัสค้อมตัวลงไปมองทารกยักษ์ ดูแล้วน้ำหนักน่าจะเกินมาตรฐาน “แล้วเจ้าฉัตรจะเป็นพ่อเจ้าลูกหมูปลาวาฬนี่ได้ยังไง”
เป็นจังหวะที่เจ้าตัวกลมเห็นใบหน้าคลับคล้ายคลับคลาคนที่เคยอุ้มเคยกอดอยู่บ่อยๆ เลยส่งเสียงทัก แล้วส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
“แอ้ แอ้”
เตชัสมองเด็กหน้าตาน่ารัก แต่อีกใจก็คิดว่าหน้าตาเจ้าเด็กนี่ออกจะกวนๆ “ชื่อปลาวาฬเหรอเรา ถึงว่าตัวใหญ่ยังกับปลาวาฬเกยตื้น”
เตชัสมองไม่ผิด เมื่อพูดจบเด็กนี่ก็ย่นคิ้วชักสีหน้าใส่เขาทันทีเหมือนไม่พอใจ เขาเลยยื่นหน้าหล่อๆ ไปชะโงกดูเด็กน้อยใกล้ๆ เป็นจังหวะบังเอิญที่เด็กวัยเก้าเดือนจะชอบชูแขนขา ขยับร่างกายอยู่ตลอดเวลา ฝ่าเท้าอวบอูมสะอาดสะอ้านที่สวมถุงเท้าสีฟ้ายกขึ้นสูงเลยปะทะกับใบหน้าหล่อของเตชัสเข้าบริเวณริมฝีปากพอดี
ร่างสูงหยุดชะงัก รีบถอยห่างออกมา เขารู้สึกเหมือนถูกเด็กนี่ถีบปาก ลียาที่อุ้มน้องปลาวาฬอยู่เลยต้องกลั้นเสียงหัวเราะ “สงสัยเด็กนี่จะไม่ค่อยชอบหน้าพี่”
เขาหรี่ตามองแล้วเห็นว่าเจ้าปลาวาฬตัวยักษ์กำลังเอียงคอแหงนมองเขาเขม็ง
“แอ้ แอ้”
“เฮ้ย! หาเรื่องฉันเหรอเราน่ะ ซ่าตั้งแต่ตัวเท่านี้เลย”
ลียามองอาการของทารกร่างกลมที่อุ้มอยู่และพี่ชายของเพื่อนสนิท แล้วอดคิดไม่ได้ว่า
‘จะไหวเหรอ’
เตชัสยังคงค้างคาใจเรื่องที่ลียาพูดค้างไว้ เขานึกอีกทีว่าลียาอาจมางานศพของคนรู้จักซึ่งตั้งศพสวดพระอภิธรรมภายในวัดนี้เหมือนกัน แต่คนละศาลา ถ้าเป็นแบบนั้นเจ้าหนูหน้าตาดีนี่ก็น่าสงสารอยู่หรอกที่พ่อตายตั้งแต่ยังไม่รู้ความ ถึงมันจะดูเป็นทารกซ่าๆ ก็เถอะ
“ตกลงพ่อเด็กนี่ตั้งศพสวดพระอภิธรรมอยู่ที่ศาลาไหนกัน”
ลียาตอบชัดถ้อยชัดคำ “ศาลานี้แหละค่ะพี่เต”
ชายหนุ่มยิ้มอ่อน “ไม่ตลกนะลียา ในศาลานี้มีแต่ศพเจ้าฉัตร”
ลียาพยักหน้า “ใช่ค่ะ น้องปลาวาฬเป็นลูกแท้ๆ ของฉัตร ยังไม่ทันที่ฉัตรเขาจะเคลียร์กับคุณป้าว่าเขามีลูกพากลับมาจากเมืองนอก ฉัตรก็มาเสียชีวิตไปซะก่อน ต่อไปพี่เตคงต้องเป็นพ่อให้น้องปลาวาฬแล้วค่ะ”
เตชัสมองเด็กที่อยู่ในอ้อมแขนของลียาด้วยสายตาตะลึงพรึงเพริด เรื่องนี้ทำให้เขาตกใจไม่แพ้ข่าวการเสียชีวิตของน้องชายเลย “อะไรนะ เจ้าปลาวาฬยักษ์นี่ลูกไอ้ฉัตรเหรอ”
“แอ้ แอ้” เจ้าปลาวาฬยักษ์มันก็จ้องมองเขากลับ แล้วส่งเสียงร้องราวจะถามเขาบ้างว่าถ้าใช่แล้วเขาจะเอายังไง
ลียาอุ้มน้องปลาวาฬนานจนปวดหัวไหล่ไปหมด เพราะเป็นคนรูปร่างผอมบาง ในเมื่อต่อไปนี้คนที่จะต้องดูแลเจ้าหนูที่พ่อเอามาซุกซ่อนฝากเธอเอาไว้เพื่อรอการเปิดตัวคงเป็นผู้ชายตรงหน้า มือบางเลยส่งน้องปลาวาฬให้เขารับไปอุ้มแทน
“ใช่ค่ะ ปลาวาฬคือลูกแท้ๆ ของฉัตร แต่ต่อไปคงต้องกลายเป็นลูกของพี่เต”
เด็กน้อยมาอยู่กับเธอระยะหนึ่ง เพราะพ่อของแกมาฝากเอาไว้พร้อมจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแล แล้วเพียรมาหาอยู่เสมอ แต่เน้นย้ำให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ลียานึกเอ็นดูและหลงรักพ่อหนุ่มน้อยตัวกลมอยู่มาก แต่จะให้สาวโสดอย่างเธอรับเลี้ยงคงไม่ไหว ครอบครัวเธอคงไม่ยอม แค่รู้ว่าเธอช่วยฉัตรเทพปกปิดเรื่องลูกพวกท่านก็กลัวว่ามารดาของสองพี่น้องตระกูลวราฤทธิ์จะไม่พอใจเอา อีกอย่างเด็กมีญาติ และญาติก็ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ลียาจึงไม่อยากตัดโอกาสของน้องปลาวาฬ
เตชัสยืนเข่าอ่อน เขายังไม่ได้ตั้งตัว สองมือรับร่างอวบอ้วนที่ดิ้นขลุกขลักดูท่าจะแข็งแรงมากเอาไว้ในมือ ริมฝีปากหยักเผยอขึ้นขณะก้มลงมองเด็กที่เขาอุ้มด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ จนผู้คนภายในงานเริ่มมองมาที่เตชัสกับเด็กน้อยแทบจะเป็นตาเดียวกัน
คุณเอมอรที่กำลังสั่งการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยจัดงานศพสะกิดให้ขวัญดาวที่ช่วยยกน้ำดื่มมาเสิร์ฟให้แขกเหรื่อในงานดู
“ขิง เอาถาดมาให้พี่ รีบไปช่วยคุณเตอุ้มเด็กก่อน ดูท่านประธานอุ้มเด็กสิ”
ขวัญดาวรู้เรื่องนี้มาจากเอมอรแล้ว เพราะลียามาปรึกษาว่าคงต้องเปิดเผยความจริงแล้วนำน้องปลาวาฬมาคืนให้ครอบครัวของแกรับไปดูแล พอเห็นท่าอุ้มเด็กของเขาก็ทำให้ร่างบางที่ไม่ได้คิดอยากเอาหน้าแต่ประการใดรีบเข้าไปช่วย เธอรู้ว่าท่าอุ้มเด็กผิดๆ จะทำให้เกิดอันตรายต่อทารกถึงขั้นกระดูกสันหลังเด็กเสื่อมได้เลย
“สมภารที่ไหนจะอดใจไม่กินไก่วัดสวยๆ น่ารักขนาดนี้ได้” เอมอรพึมพำกับตัวเอง พลางดีใจกับขวัญดาวด้วย ถ้าหากได้ดิบได้ดีเป็นภรรยาของท่านประธานขึ้นมา เพราะขวัญดาวเป็นเด็กน่ารัก มีน้ำใจ แต่ผู้หญิงในบริษัทหลายคนอยากเป็นผู้หญิงของคุณเตชัส แต่ว่าคุณเตชัสก็ไม่สนใจใครสักคน แม่พวกนั้นรู้เข้าคงชีช้ำน่าดูฟากขวัญดาวหลังจากน้องปลาวาฬนอนหลับเธอจึงพอมีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น แต่ก่อนจะเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำให้เธอเดินย้อนกลับมารับ ที่หน้าจอปรากฏชื่อที่ทำให้ดวงหน้าสวยยิ้มหวานเต็มหน้า“พ่อคะ เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม”“พ่อสบายดีขิง แต่ว่า...” เสียงที่อึกอักและเงียบลงไปนั้นทำให้ขวัญดาวหุบยิ้ม นั่นแสดงว่าบิดากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ“คือพ่อไม่อยากรบกวนขิงเลย แต่ช่วงนี้หน้าฝนน่ะลูก โฮมสเตย์ของเรามันสร้างมาหลายปีแล้ว หลังคามันเลยรั่ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนพ่อจะขึ้นไปเปลี่ยนฝ้าเอง แต่หลังจากตกจากหลังคาลงมาคราวก่อน ขาพ่อมันก็อ่อนแรงทำงานบนที่สูงไม่ได้แล้ว”“พ่อคะ ไม่ต้องพูดเลย ต้องใช้เงินเท่าไหร่บอก
“เอ่อ พี่เอมคะ” ขวัญดาวอยากตบปากตัวเองนักที่หลุดพูดออกไป แต่ว่าเสียงเอ็นดูจากปลายสายก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นมาก โชคยังดีที่หลุดปากกับเอมอร หากเป็นคนอื่นๆ ในบริษัทป่านนี้คงกลายเป็นประเด็นร้อนให้ขาเมาท์คุยกันสนุกปาก“พี่ไม่เล่าต่อหรอกจ้ะขิง เรื่องของเจ้านายไม่เกี่ยวกับพี่ ท่านจะพาใครไปเพนต์เฮาส์หรือตัดสินใจทำอะไร พี่มีหน้าที่แค่อำนวยความสะดวกให้เท่านั้น ขิงสบายใจได้”“ขอบคุณค่ะพี่เอมที่เข้าใจ ขิงก็ไม่ได้อยากมาค้างคืนอยู่กับเจ้านาย แต่เลี้ยงเด็กไม่เหมือนมาช่วยทำงานบ้าน มันไม่สามารถวางเอาไว้ แล้วกลับมาดูต่อพรุ่งนี้ได้ ต้องรอพี่เลี้ยงคนใหม่มาดูแลต่อ ขิงก็ตั้งใจว่าจะอยู่ช่วยแค่สามวันนี้แหละค่ะ แค่พอให้คุณเตหาพี่เลี้ยงมาได้เท่านั้น ขิงก็จะกลับไปทำงานตามเดิมแล้ว”“ทางนี้ก็งานยุ่งอยู่ แต่พี่ยังพอรับมือไหว แต่ว่าขิงไม่มาทำงานหลายวันคงไม่รู้ว่าคุณวริศได้โปรโมตขึ้นเป็นผู้ช่วยฝ่ายบุคคลสายฟ้าแลบ แต่ถูกย้ายไปประจำที่สาขาสระบุรีแล้ว ที่จริงความสามารถของคุณวริศก็สมควรอยู่หรอกนะ แต่พี่ว่าประกาศสายฟ้าแลบยังไงก็ไม่รู้ ขนาดพี่ยั
เขาหาเศษหาเลยกับเธอทั้งที่มีคู่หมายแล้ว ทำแบบนี้เธอไม่ชอบเลย มือบางเลยทุบลงไปบนอกแกร่งเพื่อให้เขาหยุดการรุกรานแต่ว่าเขาไม่ยอมหยุด ซ้ำยังเพิ่มแรงบดจูบลงมาราวกับคนขาดสติ เหมือนคนกระหายการจูบแต่ทำไมร่างกายกลับรู้สึกอ่อนไหวต่อสัมผัสของเขา ขวัญดาวไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ เธอไม่ใช่ดอกไม้ใกล้มือให้เขาเด็ดชมเล่น เมื่อลิ้นร้ายเข้ามาหยอกเอินอย่างย่ามใจ ขวัญดาวเลยอาศัยจังหวะที่เขาเคลิบเคลิ้มกัดลิ้นเขาอย่างจัง“โอ๊ย”ร่างใหญ่ของเตชัสผละออกราวกับเจอของร้อนลวกปาก แต่นี่ไม่ใช่ของร้อน มันเป็นฟันซี่คมๆ ที่กัดลงมาอย่างแรง ใบหน้าหล่อเหลาเขียวคล้ำเพราะเจ็บจี๊ดไปทั้งแผ่นลิ้น“ขิงกะจะฆ่าผมให้ตายเลยหรือไง”ขวัญดาวขึงตาใส่ ดวงหน้าสวยมีรอยแดงซ่าน ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยจูบกับใครมาก่อน “ก็คุณเตอยากจูบขิงก่อนทำไม ใครใช้ให้เอาลิ้นเข้ามาในปากขิงล่ะคะ”เตชัสหอบลมหายใจถี่กระชั้น“ก็ไม่เห็นต้องเล่นแรงขนาดนี้ เกิดลิ้นผมขาดไปจะทำยังไง ต่อไปจะเอาลิ้นที่ไหนไว้ชิมความหวานของขิมล่ะ”“นี่ยังคิดจะมีต่อไ
“นี่ขิง” คนหล่อจัดเดินเข้าไปใกล้ แล้วถามเสียงขรึม “ถ้าผมคิดจะทำอะไรขิงจริงๆ ละก็ ผมทำไปนานแล้ว ไม่รอให้ถึงตอนนี้หรอก อีกอย่างผมมีความอึด เอ้ย อดทนมาก”ขวัญดาวชะงักมองจ้องหน้าเจ้านายผู้มากเสน่ห์ เตชัสมองยิ้มๆ “ผมแค่พูดผิดขิงทำไมต้องมองผมแบบนี้ด้วยครับ ในห้องมีเด็กอ่อนอยู่ด้วยแบบนี้ผมจะปล้ำขิงได้ยังไง จริงไหมเจ้าปลาวาฬ”เตชัสมองหาตัวช่วย ทารกร่างกลมเอียงคอมอง ไม่รู้ว่าเข้าใจที่ผู้ใหญ่คุยกันไหม หรือเป็นจังหวะปลาวาฬแลบลิ้นออกมาพอดี ทำเอาเตชัสหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ“แลบลิ้นแบบนี้หมายความว่าไงเจ้าอ้วน” เตชัสจิ้มนิ้วไปที่เอวกลมๆทารกที่ท่าทางจะรู้มากเกินไวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากผิดกับขวัญดาวที่เหลือบมองเตชัสอย่างระแวดระวัง“เชื่อใจผมเถอะนะ ถ้าผมคิดจะทำ ไม่ต้องรอถึงป่านนี้หรอก ปิดประตูห้องทำงานจับขิงปล้ำไปแล้ว เพราะขิงชอบทำโอทีมืดๆ ค่ำๆ” แล้วนั่นก็เป็นเหตุให้เขาต้องทำงานดึกไปด้วย เพราะแอบห่วงความปลอดภัยของเลขานุการสาว ส่วนคืนนี้เขาไม่ได้คิดล่วงเกินเธอสักนิด เพราะต้องน
“เอ่อ ขิงคงมัวแต่ดูน้องปลาวาฬอยู่มั้งคะเลยไม่ทันได้ยินว่าคุณเตมา” ขวัญดาวตอบอึกอัก แล้วรีบเบี่ยงหน้าหนี ลุกขึ้นเดินออกห่าง“นึกว่าขิงคิดว่าเมื่อไหร่พ่อปลาวาฬจะกลับมาสักที” ขวัญดาวอึ้งจนต้องหันกลับมามองเขา เตชัสกลัวว่าจะทำไก่ตื่น เดี๋ยวบินหนีไปจะไล่จับลำบาก เลยเปลี่ยนเรื่องพูด“แล้วนี่เจ้าปลาวาฬหลับนานแล้วหรือขิง ผมว่าจะมาเล่นด้วยเสียหน่อย ว่าแต่ขิงกินข้าวหรือยัง”“ถามหลายประโยคจังค่ะ ขิงกินข้าวแล้ว ส่วนน้องปลาวาฬหลับได้สักครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม” เขาเงยหน้ามองเธอ “ผมสัญญาว่าจะรีบหาพี่เลี้ยงมาเลี้ยงปลาวาฬ ขิงจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่หาพี่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องค่าตอบแทนผมจ่ายได้ไม่ใช่ปัญหา แต่ผมต้องการคนที่มีใจรักเด็ก สะอาดสะอ้าน และเข้ากับปลาวาฬได้ดี ที่สำคัญก็ต้องมีพื้นฐานการเลี้ยงเด็กอ่อนด้วย ผมไม่ต้องการพี่เลี้ยงที่อายุมากเกินไป เพราะว่าปลาวาฬตัวใหญ่ ดิ้นทีผมเป็นผู้ชายยังเกือบทำหลุดมือ แล้วก็ไม่อยากได้พี่เลี้ย
“ก็ใช่น่ะสิ คุณเอมอรยังไม่ได้บอกคุณเหรอ เอมอรเขาอาจจะลืม เพราะช่วงนี้ผู้ช่วยเลขาฯ ของผมเขาลา” เตชัสเน้นคำว่าของผมจนวริศเผลอมองหน้าคนที่นั่งหลังยืดตรงอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของท่านประธานหน้าเหวอไป ผิดกับเจ้าของห้องที่ระบายยิ้มทั่วหน้า แต่สายตาเยือกเย็น จนวริศรู้สึกว่าห้องท่านประธานเย็นยะเยือกราวกับนั่งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือเตชัสมองตรงจ้องหน้าวริศพลางถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ไม่ทราบว่าคุณวริศติดปัญหาอะไรหรือเปล่า”นี่เป็นการเลื่อนตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน แม้แต่เขาที่ทำงานอยู่ในแผนกฝ่ายบุคคลก็ตาม แต่ท่านประธานถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ใครจะกล้ามีปัญหากับเจ้าของและท่านประธานใหญ่อย่างเตชัส วราฤทธิ์วริศงุนงงไปหมด แต่ต้องบังคับตัวเองให้ส่ายหน้า “เอ่อ...ไม่มีครับท่านประธาน ผมแค่ตกใจ แล้วยังไม่มีเวลาเตรียมตัว หรือบอกใคร”“เท่าที่ผมทราบคุณไม่มีครอบครัวเหลือแล้วนี่ครับ คุณพ่อกับคุณแม่คุณเสียก่อนเข้ามาทำงานที่บริษัท ส่วนคุณยายของคุณท่านจากไปเมื่อปลายปี ผมจำได้ว่าผมไปงานศพของคุณย







