Masuk“ทำไมอุ้มเด็กแบบนั้น”
เป็นจังหวะเดียวกับที่ทารกหุ่นจ้ำม่ำร้องลั่นงานศพแล้วส่ายหน้าดิก ดิ้นขลุกขลัก เตชัสทำอะไรไม่ถูก “ปลาวาฬครับ อย่าดิ้นสิลูก” เขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ที่ผ่านมาเคยแต่จับปลาคาร์ปในบ่อที่บ้านขึ้นมาดูสีสันของมัน แม้มันจะดิ้นแรง แต่สู้เจ้าปลาวาฬยักษ์นี่ไม่ได้เลย จนเด็กน้อยเกือบจะหลุดมือ ลียาขยับเข้าไปรับ แต่ทว่าขวัญดาวเข้ามาถึงตัวพ่อหนูได้ก่อนที่ใครจะทำแกตกลงไปกระแทกพื้น
ขวัญดาวประคองศีรษะของเด็กอย่างระมัดระวัง ไม่ลืมที่จะประคองลำคอด้วยมืออีกข้างหนึ่ง เตชัสกับลียามองหน้ากันแล้วถอนหายใจโล่งอก
“ขอบใจมากนะครับขิง” เตชัสมองขวัญดาวที่อุ้มเจ้าปลาวาฬยักษ์ด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
“ท่านประธานอาจกำลังยุ่ง เดี๋ยวฉันช่วยดูแลเด็กให้ก่อนนะคะ”
เตชัสตาวาวเมื่อได้ยินคำนี้ นี่แหละที่เขาต้องการ “ขอบคุณครับขิง ผมฝากน้องปลาวาฬไว้สักครู่” เพราะเขามีคำถามอีกมากมายที่ต้องสอบถามกับลียา เรื่องแรกก็คือ แม่เด็กไปไหน...
ขวัญดาวทอดมองเด็กชายตัวกลมจ้ำม่ำที่ถูกทาแป้งมาเสียตัวขาวผ่องราวกับพร้อมสำหรับการชุบทอด “ใครทาแป้งให้ครับหนุ่มน้อย เหมือนพร้อมลงทอดกรอบในกระทะ”
เจ้าปลาวาฬน้อย แต่เป็นพี่เบิ้มสำหรับทารกวัยเดียวกัน ส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากใส่หน้าราวกับฟังรู้เรื่อง “อารมณ์ดีจังนะเรา” ขวัญดาวอดสงสารร่างจ้ำม่ำในอ้อมแขนไม่ได้ แกไม่รู้ประสีประสา ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้อยู่ในงานศพของพ่อตัวเอง ในขณะที่เจ้าปลาวาฬกำลังดีดดิ้น ยกมือขึ้นไขว่คว้าเพราะเห็นตุ้มหูของขวัญดาว
หญิงสาวเหลือบไปเห็นซอกคอเจ้าหนูเป็นผื่นแดงตอนที่พ่อตัวกลมแหงนคอขึ้นเพื่อมองหน้าเธอ ซึ่งภาษาชาวบ้านจะเรียกว่าเด็กคอเปื่อย เด็กจะมีอาการเจ็บและแสบ เป็นเพราะทารกน้อยอ้วนจ้ำม่ำ มีเนื้อบริเวณคอเยอะ เมื่อเหงื่อไหลซึมเข้าไปที่ซอกคอ จึงเกิดความชื้นและอักเสบเป็นผื่น
“ตายจริง เจ็บไหมครับคนดี”
ขวัญดาวเคยเลี้ยงเด็กมาก่อน รู้วิธีจัดการ จึงพาเด็กหลบออกจากศาลาพาไปที่รถยนต์บุโรทั่งของบิดาที่ให้นำมาใช้หลังรู้ว่าเธอได้งานทำในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ กระนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้สนใจว่ารถยนต์รุ่นนี้มันจะตกรุ่นไปนานโข แค่มันยังใช้ขับมาทำงานได้อย่างปลอดภัย กันแดด กันฝนได้ก็พอแล้ว ขวัญดาวจัดแจงหาผ้าสะอาดมาปูที่เบาะผู้โดยสาร หาน้ำสะอาดชุบผ้าสะอาดผืนนุ่มมาเช็ดแป้งที่คอเด็กเบาๆ
เจ้าตัวกลมทำหน้าเบ้ ห่อปาก แล้วจ้องหน้าขวัญดาวตาเขม็ง
“แอ้ แอ้”
“เจ็บเหรอครับ ขอเช็ดอีกนิดเดียว เดี๋ยวน้องปลาวาฬก็จะหายเจ็บแล้ว” ขวัญดาวมีโลชันปราศจากแอลกอฮอล์ติดไว้ในรถยนต์เพราะตนเองก็เป็นคนแพ้ง่าย ก่อนที่โลชันสำหรับเด็กจะถูกเทลงบนฝ่ามือแล้วนำไปลูบไล้ให้เด็กน้อยอย่างอ่อนโยน
ครั้นหญิงสาวเห็นเจ้าปลาวาฬดิ้นขลุกขลักเหมือนไม่สบายตัว มือบางจึงเอื้อมไปแกะชุดบอดีสูทออกแล้วพบว่าผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่สวมใส่เอาไว้ชุ่มไปด้วยน้ำปัสสาวะ นั่นก็เพราะพยาบาลที่ฉัตรเทพจ้างมาช่วยลียาดูแลน้องปลาวาฬเพิ่งลาออกไปไม่นาน และคนใหม่ยังไม่ทันถูกส่งมา ฉัตรเทพก็มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ระหว่างนี้ลียาเลยต้องดูแลปลาวาฬคนเดียว ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่ได้สันทัดเรื่องการเลี้ยงเด็ก
นิ้วชี้สะอาดยื่นไปเขี่ยแก้มกลมเหมือนอมซาลาเปาไว้ทั้งสองข้าง พลางมองตากลมโตที่ใสราวกับนัยน์ตากวาง ทั้งน่าเอ็นดูและน่าสงสาร หากเป็นเด็กคนอื่นป่านนี้คงร้องโยเยไปแล้ว
“โอย... น้องปลาวาฬขาต้องเจ็บแน่ๆ แต่ไม่ร้องเลย ทำไมหนูทั้งน่าสงสารทั้งน่าเอ็นดูขนาดนี้คะ”
พอชมว่าปลาวาฬเก่ง เด็กชายก็ยิ่งยิ้มแป้นแล้นให้ หญิงสาวกำลังคิดว่าจะไปตามหาคนที่พาเด็กมาส่งให้ท่านประธาน เพราะเขาคงมีของใช้เด็กติดมา แต่ก็คิดได้ว่าพวกเขาคงกำลังคุยเรื่องสำคัญกัน หากเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปวุ่นวายในเวลานี้คงไม่เหมาะ ดวงตาคู่สวยครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี เธอปล่อยให้เจ้าปลาวาฬยักษ์เกยตื้นอยู่ในทะเลฉี่น้ำสีเหลืองอ๋อยของตัวเองไม่ได้หรอก ป่านนี้ก้นเป็นผื่นหมดแล้ว
สายตาที่สอดส่ายเหลือบไปเห็นรถยนต์คุ้นตามาจอดไม่ห่างกับรถของเธอนัก คนลงจากรถยนต์แต่งตัวเรียบร้อยด้วยเสื้อเชิ้ตสีสุภาพกับกางเกงสแล็กส์สีดำ สวมรองเท้าหนัง หวีผมเรียบแปล้
“คุณวริศคะ”
ชายหนุ่มที่อยู่ฝ่ายบุคคลที่เพิ่งเดินทางมาร่วมงานหันมาตามเสียง “อ้าว คุณขิง มายืนทำอะไรที่ลานจอดรถครับ กำลังจะเข้างานหรือครับ งั้นเข้าไปพร้อมกันไหมครับ”
ขวัญดาวส่ายหน้า “คุณวริศรีบเข้างานไหมคะ”
“มีอะไรเหรอครับคุณขิง” ชายหนุ่มก้าวยาวๆ เข้ามาหาผู้ช่วยเลขานุการที่เขาแอบเล็งไว้
เตชัสรับปากแล้วให้เมียเริ่มว่ายนำไปก่อนสองช่วงตัว ก่อนที่เขาจะออกว่ายตามไป แต่ด้วยระยะทางที่เห็นว่าไม่ไกลแต่คลื่นที่สาดเข้ามาปะทะตัวก็ทำให้ต้องใช้แรงว่ายต้านทานมากทีเดียว จากที่คิดว่าจะง่าย เอาจริงๆ สำหรับเตชัสที่ร้างการว่ายน้ำมานานไม่ง่ายเลยจู่ๆ ร่างสูงก็หยุดนิ่ง แล้วก็จมดิ่งลงทะเลขวัญดาวว่ายไปจวนถึงเรือแล้วแต่เกิดสังหรณ์ใจเลยหันไปดู เธอเห็นเขาทะลึ่งตัวขึ้นมาขอความช่วยเหลือจึงรีบว่ายกลับไปช่วยเขา“คุณเต คุณเต” เธอกังวลไปหมด ตกใจสุดขีด เพราะกลัวเขาจะเป็นตะคริวแล้วจมน้ำ“ขิ...” เตชัสเรียกได้แค่นั้นก็ถูกขวัญดาวลากกลับไปที่เรือเตชัสไม่ได้ขาดสติไปเสียทีเดียว เขาจึงไม่ได้ตะเกียกตะกายเกาะตัวของขวัญดาวจนพากันจมน้ำ แต่ค่อยๆ ตีขาช่วยจนขวัญดาวลากเขากลับมาขึ้นเรือได้สำเร็จ“คุณเต”ขวัญดาวหอบหายใจด้วยความเหนื่อย แต่ไม่มีเวลาหอบเอาอากาศเข้าปอดนาน เพราะคนที่นอนราบบนพื้นเรือ จู่ๆ ก็นอนนิ่ง ใบหน้าหวานมีสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที เพราะสามีนั้นหมดสติไปแล้วตอนนี้“คุณเต” ขวัญดาวตบแก้มเขาเบาๆ ทีหนึ่ง
“ขิงถ่ายหรือยังตอนผมจุ๊บขิง”“ใครจะถ่ายไว้ทันล่ะคะ ขิงตกใจหมด ถ่ายแล้วก็คงไม่กล้าโพสต์ด้วยค่ะ”“งั้นก็ไม่ต้องถ่ายครับ ผมไม่อยากให้ใครเห็นภาพขิงตอนนุ่งบิกินี่ ผมหวง”“มาทะเลไม่ให้ใส่บิกินี่ถ่ายรูป คุณเตหวงขิงมากไปแล้ว”“ให้ใส่ครับ แต่ใส่ให้ผมดูคนเดียวก็พอแล้ว”เตชัสเลยดึงโทรศัพท์มาใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง เขายอมรับว่าหวงเมียมาก อยากเก็บไว้ดูคนเดียวมากกว่าจะใจดีแบ่งให้คนอื่นดู จากนั้นก็โอบเอวคอดกิ่วของเมียรักเข้าหาตัวขวัญดาวเบิกตากว้างก่อนจะหน้าร้อนผ่าว เพราะกล้ามเนื้อเปล่าเปลือยส่วนบนของเขาบดเบียดกับร่างกายของเธอจนรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งตัว และอาการนั้นก็ไม่ต่างจากคนตัวโต เพราะความอวบอิ่มของสองเต้าภายใต้ชุดบิกินี่ตัวจิ๋วนั้นกำลังสร้างความปั่นป่วนให้เขาอย่างมาก“ขิงครับ ผมว่าบิกินนี่ของขิงมันเริ่มได้ผลแล้ว”“ได้ผลอะไรคะ” ขวัญดาวงงไปหมด“ยั่วผมสำเร็จไงครับ”หญิงสาวตะลึง เธอไม่ได้คิดจะยั่วสักหน่อย เขาคิดมากไปเองมั้ง เธอก็
1 สัปดาห์ต่อมาขวัญดาวเคลียร์งานเสร็จเพื่อส่งมอบงานให้ผู้ช่วยเลขาฯ คนใหม่ที่กำลังมารับหน้าที่แทนเธอท่ามกลางข่าวลือหนาหู ทว่า หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจอะไร วันนี้ เธอเดินไปที่แผนกบุคคล พร้อมขอใบลาออกกลุ่มสาวๆ ที่กำลังคุยกันสนุกปากว่าขวัญดาวถูกท่านประธานเขี่ยทิ้งตกกระป๋องไปแล้ว ขยับกายเข้ามาห้อมล้อมเธอ สีหน้าแต่ละคนเปลี่ยนเป็นยิ้มเศร้าๆ บางก็เข้ามาจับไม้จับมือ ชักสีหน้าแสดงออกมาว่าเห็นใจ“พี่เสียใจด้วยนะคะน้องขิง ท่านประธานคิดอะไร จู่ๆ ก็หาผู้ช่วยเลขาฯ มาแทนตำแหน่งน้องขิง ไม่ต้องห่วงนะคะ น้องขิงยังอายุน้อยคงหางานใหม่ได้ไม่ยาก”ขวัญดาวผลิยิ้มแล้วมองหน้าทุกคน “ขิงออกจากที่นี่ไปก็คงไม่ได้ไปสมัครงานที่ไหนแล้วค่ะ”สาวคนหนึ่งโพล่งขึ้น “ทำไมล่ะคะ อกหัก ช้ำรัก เลยจะหนีกลับไปอยู่บ้านนอกเหรอคะน้องขิง” แล้วยื่นมือมาจับมือขวัญดาว “อย่าคิดมากนะคะ ผู้ชายดีๆ ยังมีอีกตั้งเยอะ”ขวัญดาวพยักหน้า แล้วส่งยิ้มหวานให้ “เปล่าค่ะ ขิงไม่ได้กลับไปอยู่ที่ต่างจังหวัด ก็อยู่ที่นี่เหมือนเดิม ถึงขิงลาออกไปแล้ว เราก็ยังได้เจอกั
คุณธัญวดีฟังแล้วนิ่งงันไปครู่หนึ่ง “ก็แค่ยายเด็กขิงสวย น่ารัก แกเลยมีความอดทนรอเขาสี่ปี เหตุผลก็ยังไม่สนับสนุนพอจะให้ฉันรับมาเป็นลูกสะใภ้อยู่ดี”เตชัสยิ้มขำ “ก็นี่เพิ่งข้อแรก คุณแม่อย่าเพิ่งตัดสินสิครับ ฟังข้อสองดูก่อนเผื่อจะเปลี่ยนใจ”“อย่ามาเล่นลิ้นกับแม่นะ งั้นมีอะไรอีกก็ว่ามา” คุณธัญวดีถอนหายใจที่ลูกชายไม่ยอมแพ้ จะเอาผู้หญิงจนๆ มาเทียบชั้นเป็นสะใภ้ของนาง“ขิงเป็นคนมองการณ์ไกลครับคุณแม่ ถ้าเธอได้ตำแหน่งภรรยาท่านประธาน ขิงต้องช่วยกิจการของเราได้แน่”คุณธัญวดีตาลุกวาว “ความรักมันทำให้คนตาบอดได้จริงๆ แม่เพิ่งเห็นวันนี้ ยายเด็กขิงวันๆ นั่งทำแต่งานเอกสาร รับโทรศัพท์จนหัวฟู จะเอาเวลาไปมองการณ์ไกลตรงไหน ก็แค่พนักงานระดับปฏิบัติการคนนึง”“คุณแม่รู้ไหมครับว่าเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว สมัยที่ขิงเรียนมัธยม เขาขอพื้นที่ว่างเปล่าของพ่อเพื่อทำสวนอโวคาโด ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศเรามากนัก แม้กระทั่งพ่อของขิงเองก็ยังคัดค้านว่ามันจะเสียพื้นที่เพาะปลูกไปเปล่าๆ เพราะเป็นผลไม้ที่ไม่มีใคร
เตชัสเดินกลับมาที่ห้องทำงาน โดยมีมารดาเดินตามมาติดๆ ขวัญดาวมองตามทั้งคู่ไปจนประตูห้องทำงานของท่านประธานปิดลง แล้วยิ้มแบบปลงๆ สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือการไม่ได้รับการยอมรับ‘สงสัยคุณแม่ไม่ปลื้ม’สาวน้อยลอบถอนใจเบาๆ แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจในขณะเตชัสนั่งที่เก้าอี้หนังตัวใหญ่ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเมื่อมองมารดาซึ่งคงไปฟังใครพูดอะไรมาถึงมาที่นี่เพราะเรื่องนี้“ว่ายังไงเต ข่าวลือเรื่องลูกพายัยเด็กขิงนั่นไปอยู่กินด้วยกันแล้วจริงไหม”เห็นสีหน้าจริงจังเหมือนตั้งใจมาคาดคั้น เตชัสรีบตอบ “จริงครับคุณแม่”เรื่องของเขากับขวัญดาว ถ้าอยากรู้ความจริงก็ต้องมาถามที่เขาถูกต้องที่สุดแล้วคุณธัญวดีเห็นท่าทีรับออกมาตรงๆ ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็มองกลับด้วยสายตาไม่พอใจ เพียงแต่เตชัสชิงอธิบายก่อน“ที่จริง ผมตั้งใจเข้าไปเรียนคุณแม่ว่าผมกำลังจะแต่งงานกับขิง แต่เห็นว่าคุณแม่กำลังเครียดเรื่องปาราริน เลยคิดว่าอาทิตย์หน้าจะเข้าไปคุยกับคุณแม่ให้ไปสู่ขอขิงกับพ่อเขาให้ผมหน่อย แต่คุณแม่ก็ถามเรื่
เตชัสลอบมองเมียรัก แล้วกำลังจะเดินเข้าไปคุยด้วยว่าเคลียร์งานที่คั่งค้างหมดหรือยัง ปรากฏว่าวิศวกรหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมโรงงานในวันนี้กลับเดินผ่านหน้าเขาไปแล้วหยุดที่หน้าโต๊ะขวัญดาวเขาจำหมอนี่ได้ เพราะหน้าตาดีมาก เป็นวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล และเคยเข้ามาที่บริษัทนี้หลายครั้งเพื่อเข้ามาดูงานเขาจะไม่สนใจเลยถ้าไอ้หมอนั่นนั่งกินข้าวมื้อกลางวันอยู่บนแคนทีน ที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้รับรองลูกค้า แต่ในมือของวิศวกรหนุ่มมีกาแฟเย็นกับเค้กสองสามอย่างจากร้านกาแฟชื่อดังในละแวกนี้ แล้วเอามาวางแหมะบนโต๊ะทำงานของเมียรัก“สวัสดีค่ะคุณการันต์” ขวัญดาวยิ้มให้วิศวกรหนุ่มหล่อ ตัวแทนฝ่ายลูกค้าที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน“สวัสดีครับคุณขิง ไม่ได้เจอกันตั้งสองเดือน” ครั้งก่อนที่เขาเคยมาเยี่ยมชมโรงงานนี้เพื่อดูงาน และตรวจสอบกระบวนการผลิดซึ่งอยู่ในข้อตกลงระหว่างบริษัทคู่ค้า เขาเห็นนผู้ช่วยเลขานุการก็รู้สึกเตะตาทันที แต่ยังไม่มีโอกาสได้ขอเบอร์ หรือไลน์เธอเอาไว้แลกเปลี่ยนพูดคุ และแล้ววันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่เขาได้มาที่นี่อีกครั้
“เช็ดไม่หยุด ลิปสติกจางหายหมดแล้ว”ที่ลิปสติกสีมันหลุดออกหมดก็เพราะจูบของเขาต่างหาก“ขิงโกรธผมไหมที่จูบขิง”ขวัญดาวมองเขาเต็มหน้า “โกรธค่ะ โกรธมากด้วย คุณเอาแต่ใจ นึกอยากจูบก็จูบ”“งั้นถ้าขิงโกรธ ปล้ำจูบผมคืนก็ได้”
“รินผ่านมาเลยอยากมากินข้าวกลางวันด้วยค่ะ แล้วนี่พี่เตจะไปไหนหรือคะ”คนมาใหม่มองหน้าขวัญดาว “ไปกับคุณเลขาฯ ด้วย ไปทำงานหรือว่าไปทำอะไรกันคะ”เตชัสตอบเสียงเรียบ สีหน้าเย็นชา “พี่จะพาขิงไปกินข้าวกลางวัน รินคิดว่าพี่จะพาเขาไปทำอะไร พี่ไม่ค่อยชอบกินอะไรร้อนๆ ตอนกลาง
“คุณเต! ทำแบบนี้ทำไมคะ ขิงจะทำงานสบายใจได้อย่างไรถ้าเพื่อนร่วมงานเกลียดขี้หน้าขิง”“ทำงานที่นี่ต้องใช้ความสามารถของตัวเอง เวลาผมประเมินผลงานก็ดูที่ความสามารถเป็นรายบุคคล ไม่ได้เกี่ยวกับใครเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานสักหน่อยนะขิง อีกอย่างผมไม่ชอบคนที่นินทาเจ้านายลับหลัง ผมจ
แต่เธอก็พยายามทำใจ ไม่ได้ไปทะเลาะกับคนพวกนั้น เพราะรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไรกันแน่ สำหรับคนที่ไม่ชอบ ต่อให้เธอพยายามทำดีแค่ไหน พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าพวกเขามองเธอผิดๆ เขาก็ไม่คิดจะมองเธอให้ถูก ขวัญดาวจึงปล่อยคนพวกนั้นไปขวัญดาวหันซ้ายแลขวาไม่เห็นใครอยู่ตรงบริเวณนี้ จึงโล่งอก เพราะเอมอรนั้นออก







