Masukแต่งงานไอ้เต... เพื่อตัวแกเอง ทำให้ได้อย่างพี่ รู้จักเชื่อฟัง
และการเป็นตำรวจวาจาย่อมห้ามเสีย จึงหย่อนตัวลงนั่งตามเดิม
“หากคุณช่วยคุ้มครองยายขวัญ ผมยอมหมด อยากได้อะไรขอให้บอก”
“ใคร ?”
กำนันอึกอัก ใจไม่อยากเอ่ยตอนนี้กลัวคำจะลอดไปถึงหูศัตรู แต่ขืนไม่บอก ผู้กองหน้าโหดคงไม่เล่นด้วย ขณะที่ปากกำลังขยับ รถกระบะแบบสี่ประตูสีดำก็เลี้ยวเข้ามาจอดในโรงสีข้าว
ร่างระหงที่ลงมาจากรถสวมกางเกงขาสั้นอวดขาเรียวขาวเนียนราวเนื้อกระเบื้อง เสื้อลายสก็อตสั้นเอวลอยเหนือความเว้าคอด สัดส่วนสาวสะพรั่ง ผมหางม้าไกวเบา ๆ
“มาแล้ว” จอมพลน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นลูกสาว
เตชินทร์นิ่งไปเสี้ยววินาทีกาแฟในมือเย็นอยู่แล้ว แต่ปลายนิ้วกลับร้อนผ่าว เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ความรู้สึกร้อนวาบที่แล่นขึ้นมาทันที เพราะมันทำให้การตัดสินใจของเขาไม่สะอาดอย่างที่ควรเป็น กับดักนี้หากเขาตกลงไปคงไม่มีทางขึ้น
แต่ถ้าเขาปล่อยเธอไว้ที่นี่ เธอจะถูกล่า แต่ถ้ารับเธอไป เธอจะเกลียดเขา
เลือกอย่างไหนก็ไม่ชนะ…
“ไม่” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“โภคิน” เสียงคนแก่แปร่งปร่า ตาเหี่ยวชราสบนิ่งอย่างพ่อที่กำลังขอร้อง ให้ช่วยคุ้มครองบุตรสาวสุดที่รักยิ่ง
แต่สำหรับเตชินทร์ โภคิน... ชื่อที่เขาไม่เคยลืม
กลิ่นคาวเลือดที่ค้างปลายนิ้วยังอวลในอก เสียงหวีดร้องห้ามและกลิ่นคาวสวาทในห้องชวนอาเจียน
ทว่าหากเขา... ความคิดตำรวจหนุ่มหยุดชะงัก ลูกสาวกำนันเอียงหน้ามองตรงมาทางบิดา รอยยิ้มน้อย ๆ แตะมุมปากแต่ไม่โบกมือทักทาย เขาใจเต้นเร็วขึ้นสองจังหวะ
“อีกสองอาทิตย์” เสียงผู้กองนุ่มผิดคาด “ไม่ต้องรอผูกข้อมือ ไม่สำคัญ”
“แต่ว่า...” จอมพลตกใจจริง หากไอรินภรรยาคู่ชีวิตรู้ว่าไม่ได้จัดงานแต่ง
“แลกกับความคุ้มครอง มันคุ้มค่า”
เตชินทร์ลุกยืนอีกครั้งไม่เอ่ยลา มองไปทางร่างเล็กที่หายเข้าห้องทำงานด้านใน ราวกับสายลมเป็นใจพัดเอากลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ กุหลาบผสมมัสก์ กลิ่นที่พาให้ท้องอุ่นจนร้อน
“ตกลง” จอมพลพูดในที่สุดลุกยืนเช่นกัน ยื่นมือออกไปข้างหน้า
ผู้กองหนุ่มมองอึดใจ ถ้าเขาจับมือกำนัน เธอจะตกเป็นของเขา อยู่รอดปลอดภัย ยกเว้นตัวเขาเองที่อาจไม่รอด ชั่วสองวินาที มือกร้านตำรวจผิวเข้มไม่แพ้กำนันยื่นจับเขย่าสองครั้งหนักแน่น
“สองอาทิตย์” เสียงทุ้มห้าวแหบเอ่ยในคอราวกับกล่อมตัวเองให้เชื่อเช่นนั้น
“แน่ใจหรือ” การุณถามทันทีเมื่อเดินออกห่าง
“กูไม่แน่ใจ” เตชินทร์ตอบ “แต่มันมีทางเลือกอื่นอีกหรือ”
ผู้กองคนใหม่บางปลาม้าก้าวขึ้นรถปิดประตูเบากริบ ตาจ้องลูกสาวกำนันเดินกลับออกมาอีกครั้ง เธอก้มลงกอดคอพ่อกำนันจากด้านหลัง หัวเราะจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ สายตาเขายังไม่ละออก
“กูต้องพึ่งกำนันถิ่นนี้เป็นของแก และพ่อกูขอร้องมา” พูดไปเขายังฝืดในคอรู้ตัวว่ากำลังโกหก
“แต่เกมนี้เดิมพันถึงตาย” การุณย้ำคำ จุดบุหรี่แล้วส่งให้เพื่อนที่เป็นฝ่ายขับรถ
“ฮึ ! ก็แค่อีกเกมหนึ่ง และกูไม่เคยพ่าย” เตชินทร์รับบุหรี่อัดเข้าปอด เงียบลงไปทันใดแต่ใจดันไพล่ไปถึงหน้าของเธอคนนั้น
กูจะไม่พ่ายอีก... ไอ้โภคิน
การุณสะท้านข้างใน เพื่อนของเขาพูดไม่หมดแต่เขาเข้าใจแจ่มแจ้ง ตัวลูกสาวกำนันเองจำต้องพึ่งเตชินทร์เช่นกัน ภัยจากชื่อที่เอ่ยถึงอันตรายยิ่งกว่าภัยใด
แต่ถ้ากำนันรู้ว่าเตชินทร์และโภคินเคยมีอดีตร่วมกัน อริเก่าหลายปีก่อน กำนันจะยังยกลูกสาวให้หรือไม่ ?
การุณหันมองเพื่อนสนิทอย่างคนรู้ใจ ถ้ามันอยากแก้แค้น มันทำได้ทุกอย่าง… แม้แต่ใช้คำว่า ‘คุ้มครอง’ บังหน้า
แต่ไม่ว่าอย่างไร... ขอแค่ให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายก็เพียงพอแล้ว
ไม่ใช่หรือ ?
แต่สำหรับจอมขวัญ การที่พ่อกำนันทำข้อตกลงโดยไม่ถามเธอสักคำ ทำให้เธอร้อนผ่าวไปทั้งหน้า อกแน่นด้วยมวลบางอย่าง
“ไม่ค่ะ” จอมขวัญยืนกราน
“พ่อรับปากไปแล้ว อีกสองอาทิตย์ย้ายไปอยู่กับผู้กอง” จอมพลเอ่ยนิ่ง ๆ ไอรินจ้องหน้าสามีส่ายหน้าช้า ๆ แต่เขาเป็นกำนัน ชายชาตรีเมื่อรับปากแล้วย่อมไม่คืนคำ
“ถ้าบังคับหนูจะหนี” แววตาและน้ำเสียงของเธอดื้อดึง
ปัง ! จอมพลทุบโต๊ะหน้าแดงก่ำ “ถ้าหนี พ่อจะขัง”
“พ่อ !”
“พี่พล...”
สองแม่ลูกร้องเสียงสูง จอมขวัญเม้มปากแน่น ส่วนไอรินรีบลูบแขนสามีช้า ๆ เอียงหน้ายิ้มหวานช่วยลูก “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ จ้างคน...”
“ไม่ได้ ไอ้โภคิน... พี่ไม่มีวันเสี่ยง”
“แต่พ่อยอมเอาหัวใจหนูไปเสี่ยง” เสียงของเธอสั่นปลาย หน้าเปลี่ยนสี “หนูทำผิดอะไร ทำไมพ่อไม่จัดการคนที่คุกคามหนู”
“ขวัญ...” ไอรินรีบหันไปปรามเสียงอ่อน
เธอลุกยืน กัดฟันน้ำตาคลอเบ้า “ถ้าคิดย่ำยีกันทางอ้อม หนูเลือกกลับกรุงเทพดีกว่า สู้ทั้ง ๆ ที่จนตรอก !”
คนเป็นพ่อขบกรามกรอด ด้วยความรักลูกแค่เห็นน้ำตาก็ใจอ่อนยวบ ทว่าหากเขาอ่อนตอนนี้เขาอาจไม่ได้เห็นหน้าลูกอีก
“พริ้งเพรา” จอมพลเอ่ยเสียงเย็น
จอมขวัญชะงักเท้ากลางคัน เอี้ยวกลับไปทั้งตัว ตาเบิกโต “พี่พริ้ง” เสียงอ่อนลอดไม่เป็นคำ หญิงที่เธอช่วยมาจากงานวันเกิดในคืนนั้น
“ถ้าดื้อไม่แต่ง” จอมพลสบตาลูกดุดัน เสียงแข็งขึ้น “พ่อจะส่งพริ้งเพรากลับพม่า ตัดขาดช่องทางส่งเงินให้พ่อกับแม่นังพริ้ง”
“พ่อ !” เสียงหวานกังวานกลางโถงบ้าน
เรื่องนี่มันไม่ใช่แค่เรื่องการแต่งงาน แต่มันคือการถูกตัดสินแทนโดยไม่มีใครเห็นว่าเธอมีหัวใจ มีความกลัว และมีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเอง
เธอมองพ่อด้วยสายตาตัดพ้อ พ่อไม่ได้แค่บังคับให้เธอแต่งงาน แต่พ่อกำลังฆ่าเพื่อนของเธอ และหากเธอไม่ยอม...
“พ่อไม่รักขวัญแล้ว ใช่ไหม หรือพ่อรักหนูแค่ตอนหนูเชื่อฟัง”
เสียงสั่นเครือของลูกสาวบาดลึกจิตใจของคนเป็นพ่อ ทว่า...
“กลับเข้าห้อง อีกสองอาทิตย์...” เขาสะอึกก้อนหนึ่งจุกในคอ กลั้นใจพูดจนจบ ส่วนไอรินมองหน้าลูกน้ำตาคลอเบ้า
“ไปอยู่กับผู้กองเตชินทร์ ถ้าไม่ พ่อเอาจริง !”
จอมขวัญถอยหลังทีละก้าว มองพ่อบังเกิดเกล้าผ่านม่านน้ำตาที่เริ่มทะลัก พ่อที่รักเธอมากกว่าสิ่งใด ทว่าบัดนี้พ่อกลับเลือกเชื่อคนอื่นมากกว่าเธอ และเธอไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งพ่อจะยอมเอาตัวเธอไปแลกกับความปลอดภัย
แต่จะให้เธอหนี... ไม่ใช่นิสัยของเธอ
จอมขวัญปิดประตูลงเบามือผิดไปจากโทสะที่เดือดพล่าน เสียใจงั้นหรือ ? มีใครบ้างจะยินดี... เจ้าบ่าวที่ไม่ได้เลือกด้วยตัวเองและที่สำคัญเธอไม่ได้รัก
แต่เธอเป็นลูกสาวกำนันอำเภอบางปลาม้า เธอยกมือปาดน้ำตาทิ้งก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างคนที่ยังมีศักดิ์ศรี
ผู้กองบางปลาม้า รึ ! เอาสิ... ลองสักตั้งว่าใครจะทนใครไม่ได้ก่อนกัน
คืนที่ผู้กองการุณไปหาพริ้งเพราที่ร้านนวดดาวรวีฝนตกหนักเหมือนฟ้าจะถล่มบางปลาม้าให้จมน้ำ พริ้งเพรานั่งนิ่งบนเตียงหมอนวดกลางแสงสลัวของไฟถนนที่สาดลอด กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหญ้าปนกันจนเธอรู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มไว้ห้องเดิม เตียงเดิม แสงเดิมแต่คืนนี้ไม่เหมือนทุกคืนที่ผ่านมาเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้รอ ‘ลูกค้า’ เธอกำลังรอผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้คำว่าอนาคตไม่ได้ฟังดูไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป“หนาวไหม” เสียงทุ้มของการุณดังขึ้นเบา ๆ เขาเพิ่งมาถึงตัวเปียกชุ่มแต่ยังยิ้มได้พริ้งเพราเงยหน้า มองผู้ชายที่เคยเป็น ‘ผู้กองการุณ’ แต่คืนนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อกากี แค่เสื้อยืดคอกลมสีขาวเปียกชื้นติดตัว ร่างกายที่เคยเห็นแค่ตอนนวด วันนี้เธอเห็นชัดเจนยิ่งกว่าเดิม“ไม่หนาวค่ะ… แต่ใจหนาว” เธอพูดเสียงแผ่วการุณนั่งลงข้าง ๆ ไม่ใกล้จนเกินไป แต่ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมมือ เขายื่นผ้าขนหนูสีเทาให้เธอ“วันนี้ฉันคุยกับไอ้เตแล้ว เราจะจัดการโภคินให้สิ้นซาก” เขาพูดนิ่ง ๆ “พริ้งไม่ต้องกลัวอีกแล้ว”เขาเอ
ห้าเดือนต่อมา ณ หอประชุมใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสงแดดอุ่นจัดยามเช้าส่องกระทบเครื่องแบบติดแถบสีของเหล่านายตำรวจที่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเสียงประกาศในหอประชุมก้องกังวาน สลับเสียงปรบมือเป็นระยะ ทุกอย่างควรเป็นเช้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเขาเช้าที่คนเป็นพ่อควรภูมิใจ เมียรักควรยิ้มทั้งน้ำตา และตัวเขาเองควรได้ยืนรับเกียรติอย่างเต็มภาคภูมิ หากไม่มีเงาของใครบางคนตามมาทวงหนี้เลือดในวันนี้คนที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นนายตำรวจหนุ่มเจ้าของร่างสูงที่วันนี้ประดับชั้นยศใหม่บนบ่า“พันตำรวจโท เตชินทร์ เตชภูมิ”การเลื่อนยศอย่างก้าวกระโดดจากผลงานการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดรายใหญ่และการสละชีพเข้าระงับเหตุระเบิดที่บ้านกำนันหนู ทำให้วันนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ติดดาวดวงใหม่ แต่ยังได้รับมอบ ‘แหวนอัศวิน’ แหวนแห่งเกียรติยศที่มอบให้แก่ตำรวจผู้กระทำความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ“ยินดีด้วยนะผู้กำกับ... ไม่สิ ท่านรองฯ เตชินทร์”บิ๊กต๊อบเดินเข้ามาตบบ่าลูกชายอย่างภูมิใจเต็มอก นัยน์ตาของคนเป็นพ่อสั่นระริกเมื่อเห็นลูกชายเดินมาไก
เปรี้ยง!รถดูคาติเลี้ยวออกจากวัดกลางแทนที่จะมุ่งกลับบ้านตรง ๆ ล้อกลับพาเธอเลาะคันนาเข้ามาในทางเปลี่ยวที่คุ้นตาจอมขวัญนั่งซ้อนท้ายเงียบ ๆ ซบหน้ากับแผ่นหลังกว้างของผัวตัวดีอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเอะใจ เมื่อเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางกลับบ้านพักตำรวจ“พี่เต จะพาไปไหน”เขาไม่ตอบในทันที แค่ยกมือแตะหลังมือเธอที่กอดเอวเขาไว้แน่นแล้วบิดคันเร่งต่อ จนกระทั่งเถียงนาเล็ก ๆ กลางทุ่งโผล่พ้นม่านฝนตั้งเค้า เธอจึงเม้มปากแน่นอย่างคนเริ่มเดาออกว่า... คืนนี้ผู้กองหัวเกรียนคิดไม่ซื่ออีกแล้ว“เถียงนา…” เธอพึมพำที่ที่เคยมีทั้งเสียงทะเลาะ ทั้งรอยน้ำตา ทั้งคำพูดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่คืนนี้กลับถูกจัดเสียใหม่ราวกับเป็นเรือนหอเล็ก ๆ กลางนาจอมขวัญกวาดตามองของทุกชิ้นบนเถียงนาแล้วหันไปค้อนคน ตรียมการอย่างรู้ทัน“อย่าบอกนะว่า พี่ตั้งใจมาค้างจริง ๆ”เตชินทร์ยักคิ้ว มุมปากยกนิดเดียวแบบคนไม่คิดจะปิดบัง “ก็ตั้งใจพาเมียมาฮันนีมูน”จอมขวัญหันขวับ ใบหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย “บ้าไปแล้ว ? ฝนกำลังจะ
แสงไฟระยิบระยับภายในหอประชุมโรงเรียนบ้านบางปลาม้า กลิ่นดอกมะลิและกุหลาบขาวอบอวลไปทั่วงานที่ถูกจัดอย่างสมเกียรติด้านหน้าหอประชุมมีรถราชการจอดเรียงสลับกับรถอีแต๋นและมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านจนแน่นลานดินเสียงหัวเราะ เสียงเด็กวิ่งเล่น และเสียงคนเรียกกันสำเนียงเหน่อดังคลอไปกับดนตรีวงเล็กหน้าเวทีงานแต่งของผู้กองกับลูกสาวกำนันในคืนนี้จึงไม่ใช่แค่งานมงคลของคนสองคนแต่มันคือคืนที่ทั้งบางปลาม้ามาร่วมเป็นสักขีพยานแขกเหรื่อทั้งในเครื่องแบบติดแถบสีและชาวบ้านบางปลาม้าในชุดผ้าไหมสีสดใสนั่งกันเต็มขนัด เป็นภาพที่หาดูได้ยากที่ 'บิ๊กต๊อบ' จะร่วมโต๊ะจีนกับ 'ตาพงษ์' ที่ยังพยายามแอบกระดกเหล้าขาวอยู่ข้างถังน้ำแข็ง“กูว่าวันนี้ลูกพี่สวมชุดขาว” บิ๊กเปรยเบา ๆ เป็นเหตุให้เกิดการพนันขึ้นทันควัน โป่งยิ้มกริ่มเดินเก็บเงินแล้วรอคอยว่าเจ้าสาวจะสวมชุดอะไรจังหวะนั้นไฟในหอประชุมค่อย ๆ หรี่ลงทีละน้อย เด็กเสิร์ฟหยุดเดิน ชาวบ้านหยุดคีบกับข้าว แม้แต่ตาพงษ์ยังยอมวางแก้วเหล้าขาว ทุกสายตาหันไปทางทางเดินสีแดงตรงประตูใหญ่พร้อมกันโดยไม่ต้องมีใครสั่งเงียบกริบเมื่อเสี
“ขวัญ...” เตชินทร์นิ่งอึดใจ ใบหน้าเมียรักสวยยิ่งกว่าทุกวันหรือเพราะหัวใจของเขามันถูกทะลายเกราะที่ป้องกันแล้วจนหมดสิ้นแต่เธอเงียบ... ไม่ตอบ เขาเริ่มใจคอไม่ดี“พี่ไม่รู้จะพูดยังไงให้มันดูดี” เขาหัวเราะแห้ง ๆ เหมือนสมเพชตัวเอง“พี่วิ่งไล่ตามอะไรหลายอย่างมาทั้งชีวิต ทั้งชื่อเสียง งาน เกียรติยศ จนลืมไปว่าถ้าชนะทุกอย่าง... แต่ไม่มีขวัญอยู่ตรงนี้ มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”นัยน์ตาสีสนิมที่เคยแข็งกร้าวมาตลอดกลับนิ่งลึกอย่างที่เธอไม่ค่อยเห็น“กับคนอื่นพี่ไม่เคยยอมแพ้ แต่กับขวัญ...” เขาหยุดกลืนลมหายใจ “พี่แพ้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดประตูให้ขวัญเข้าบ้านแล้ว”มีเสียงโห่ฮาเกิดขึ้นก่อนที่พ่อกำนันจะยกมือให้ทุกคนหยุดฟัง“เรื่องโภคิน พี่ยอมรับว่ามีส่วน” เขาสูดลมหายใจลึก “แต่ที่พี่เลือก เพราะขวัญต่างหาก”เตชินทร์เดินมาหน้าบันได เหงื่อแตกข้างขมับทั้ง ๆ ที่แดดยังไม่แรง ไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้มาก่อน ให้ยิงปืนยังง่ายเสียกว่า“กลับมาเป็นเมี
แดดยามเช้าของบางปลาม้าสะท้อนวาวกระทบยอดหลังคาสีทองของวัดกลาง นกกระพือปีกออกหากินย่ำรุ่งดังพึ่บพับระคนเสียงไก่ขันคุ้ยดินในลาน“เอ้า... ยกดี ๆ” จอมพลชี้นิ้วสั่งโป้งยกข้าวปลาอาหารถวายพระเช้านี้ขึ้นศาลา เขาเลือกจัดงานบุญครบรอบวันตายของแม่และพ่อพร้อมกัน“พ่อกำนัน...” ยายเฒ่าทองยิ้มร่า มีหลานสาวประคองเดินขึ้นบันได “เช้านี้คึกคักดีนะ”“ต้องขอบใจชาวบ้าน มากันทุกปี” กำนันยิ้มกว้าง ไอรินและจอมขวัญเพิ่งจะเดินขึ้นตามมาหอบของพะรุงพะรัง“อ้อ... หลานขวัญก็มาด้วย” ยายทองมองยิ้ม ๆ “เดินระวังนะ ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้”จอมพลสะดุ้ง อะไรกัน... อ้าปากแย้งแต่ตาเฒ่าพงษ์หมู่เก้า ปกติเห็นแต่เมาเหล้าขาวเดินเซออกมาจากศาลาถลามาเกาะไหล่“เขาว่าเมื่อคืนผู้กองปืนบ้านกำนัน รึ!” เสียงกลิ่นสุราเหม็นหึ่งทำกำนันเบือนหน้าหนีแต่พวงแก้มแดงซ่าน ไอรินยิ้ม ๆ เดินผ่านไม่อยากแวะเพราะกลัวจะโดนถามไปด้วย ส่วนจอมขวัญหน้าเห่อไปหมด“พวกเอ็งรู้ได้ยังไง” จอมพลถามกึ่งโกรธ“ก็ไอ้ชวด







