تسجيل الدخول“คิดไว้หรือยังว่าจะไปฮันนีมูนที่ไหน”
ศิลาเอ่ยถามขึ้นในมื้อเย็นของวันหนึ่ง แต่ทำเอาสิบทิศชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน
“ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้เลยครับ ช่วงนี้งานบริษัทเรายุ่งมาก อีกอย่างมันคงไม่จำเป็นอะไรเท่าไร”
คำตอบของชายหนุ่มทำเอากิรณาอึ้งไปครู่ใหญ่ สีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าคนอื่นมองเห็นแต่สิบทิศมองไม่เห็น
“นั่นปากเหรอที่พูด เจ้าหลานสมองทึบ”
ย่ากรองแก้วถลึงตาใส่หลานชาย แต่เขาก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน กิรณาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้แต่ก้มหน้ามองมือตัวเอง
กุลนิภาเห็นบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง จึงเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแล้วเสนอไอเดียเป็นทางออก
“ถ้าลูกว่างานยุ่ง ไม่มีเวลาไปเที่ยวกันสองคนล่ะก็ ไปฮันนีมูนพร้อมกับบริษัทสิ อาทิตย์หน้าต้องพาพนักงานไปจัดงานเอ้าท์ติ้งที่หัวหินนี่”
ย่ากรองแก้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มด้วยความถูกอกถูกใจ ท่านหันไปมองหน้าลูกสะใภ้แล้วพยักหน้าเห็นด้วย
“อืม นั่นสินะ แม่กุลพูดเข้าท่าดี ในเมื่อแกบอกว่างานยุ่งนักยุ่งหนา ก็ถือโอกาสนนั้นพาหนูกิ๋วไปฮันนีมูนด้วยเสียเลยสิตาสิบ ได้ทั้งพักผ่อน ได้ทั้งไปทำงาน แล้วได้ไปเที่ยวด้วยกัน ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวเลยนะ”
“ใช่ค่ะคุณแม่ ถือเสียว่าเป็นการไปฮันนีมูนแบบประหยัดเวลา”
สิบทิศชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินข้อเสนอของมารดาและคุณย่า เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน แม้การไปร่วมเอ้าท์ติ้งของบริษัทจะเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องไปในฐานะประธานบริหาร แต่การที่ต้องพ่วง ‘เมียในความลับ’ไปด้วยแบบนั้น มันจะทำให้ทุกอย่างดูยุ่งยากขึ้นไปอีก แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธคุณย่าก็ชิงพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์
“ย่าเห็นด้วยนะ เผื่อกลับมาจากหัวหินคราวนี้ จะได้มีเจ้าสิบทิศน้อยมาให้คนแก่อย่างย่าอุ้มเสียที ย่าอยากจะเห็นเหลนเร็ว ๆ แล้วล่ะ”
คำพูดตรงไปตรงมาของผู้เป็นย่าทำเอากิรณาที่กำลังตักน้ำซุปเข้าปากถึงกับสำลักออกมาจนหน้าดำหน้าแดง ไม่ต่างกันกับผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ต่างคนต่างไอค่อกแค่กออกมาหลายครั้ง
“แค่ก ๆ คุณย่าครับ พูดอะไรก็ไม่รู้ เพิ่งแต่งงานกันแค่อาทิตย์กว่า จะให้มีเหลนให้คุณย่าอุ้มเลยเหรอครับ มันไม่เร็วขนาดนั้นหรอก” สิบทิศโพล่งขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดใจ
“ทำไมล่ะตาสิบ ก็หนูกิ๋วเขาน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ แกก็ขยันทำการบ้านหน่อยสิ ย่าจะได้มีทายาทไว้สืบสกุลไว ๆ”
กิรณายิ่งได้ยินคำพูดของคุณย่าก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ความร้อนแล่นไปทั่วแก้มป่อง ได้แต่นั่งนิ่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองใครบนโต๊ะอาหารเลยสักคน
สิบทิศเห็นอาการประหม่าของคนข้างตัว ก็พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะรวบช้อนตักข้าวเข้าหากัน แล้วหันมาหากิรณาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“กินข้าวเสร็จแล้วใช่ไหม ถ้าอิ่มแล้วก็รีบไปเตรียมตัว จะได้รีบไปทำงาน สายมากแล้ว อย่ามัวแต่สนใจเรื่องที่คุณย่ากับคุณแม่พูดเลย”
“ค่ะ กิ๋วอิ่มแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นกิ๋วขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
เธอหันไปผู้ใหญ่บนโต๊ะอาหาร ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินออกจากห้องออาหารไป โดยมีสิบทิศลุกเดินตรมมาติด ๆ ทิ้งให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนมองตามหลังอย่างมีเลศนัย
ในเมื่อสวรรค์ไม่สรรสร้าง ย่าก็จะสร้างสรรค์ให้พวกแกเอง
ขณะนั่งรถมาด้วยกันสิบทิศก็ยังคงนั่งเงียบเหมือนทุกครั้ง มีเพียงกิรณาที่ยังคงเหลือบมองเขาเป็นระยะ พร้อมกับคำถามผุดขึ้นมาในใจ หากวันหนึ่งเธอท้องขึ้นมาจริง ๆ มันจะเป็นยังไงนะ เขาจะเปิดใจรับเธอเป็นแม่ของลูกหรือเปล่า
“อีกแล้วนะ มองหน้าแล้วไม่ถาม มีอะไรจะถามก็ถามมา ทำตัวอ้ำอึ้งอยู่ได้ น่ารำคาญ” สิบทิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วน และหงุดหงิดเล็กน้อย
กิรณาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยปากถามออกไปด้วยความกังวลใจ แม้จะรู้ว่าคำตอบที่ได้รับเป็นอย่างไร
“ถะ ... ถ้าสมมุติว่ากิ๋วเกิดท้องขึ้นมาจริง ๆ ก่อนที่เราจะหย่ากันล่ะคะ พี่สิบทิศจะทำยังงไงคะ จะเก็บลูกไว้หรือเปล่า”
เอี๊ยดดดด!
เสียงยางรถยนต์เสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่น สิบทิศเหยียบเบรกกะทันหันจนตัวของกิรณาพุ่งเข้าไปข้างหน้าก่อนจะถูกดึงกลับมาด้วยเข็มขัดนิรภัย ด้านหลังรถเสียงบีบแตรด่าทอจากคันข้างหลังที่เบรกตามจนตัวโก่งเพราะเกือบจะชนท้ายรถของสิบทิศเสียแล้ว
“เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าถามอะไรออกมา เรื่องแบบนี้ควรเอามาถามเล่นหรือไง” สิบทิศเค้นเสียงถามรอดผ่านไรฟัน
“กิ๋วไม่ได้ถามเล่นนะคะ กิ๋วแค่อยากรู้ ในฐานะคนที่เป็นภรรยา”
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาแบบที่เห็นอยู่เป็นประจำ
สิบทิศย่นคิ้วเข้าหากัน มองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนย้อน“เธอหมายความว่ายังไง พูดให้มันดี ๆ นะ!”“ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะคะ และกิ๋วก็หมายความว่าพี่สิบทิศเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าเมียตัวเองไง พี่ทำได้ยังไง ปล่อยให้กิ๋วนั่งรออยู่ที่บริษัทตั้งหลายชั่วโมง กิ๋วโทรไปก็ปิดเครื่องหนี ส่งข้อความไปกี่ครั้งก็ไม่เคยตอบ ที่ไหนได้กลับหนีไปแรดอยู่กับคนที่ไม่ใช่เมียตัวเองจนเช้า!”“กิ๋ว!”ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอด้วยความโกรธจัดที่ถูกคนตรงหน้าด้วยคำพูดแรง ๆแบบนั้น ขายาวก้าวพรวดเข้าไปหาแล้วใช้สองมือจับไปที่ไหล่ของเธอแน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือทว่าครั้งนี้กิรณาไม่ยอมเป็นเบี้ยวล่างอีกต่อไป เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ก่อนจะใช้มืออวบทั้งสองข้างผลักอกกว้างของสิบทิศจนเขาเสียหลักล้มลงไปนอนบนเตียงแทน“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวกิ๋ว! กิ๋วรังเกียจคนใจร้ายแบบพี่”พูดจบกิรณาก็ไม่รอให้เขาได้ลุกขึ้นมาโต้ตอบ เธอรีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องนอนไปทันที ทิ้งให้สิบทิศนอนอึ้งอยู่บนเตียงด้วยความคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขามาตลอดจะกล้าทำรุนแรงและสาดคำพูดเจ็บแสบใส่เขาได้ถึงเพียงนี้“กิ๋ว! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ จะไปไ
“สวัสดีค่ะ คุณลลนา”ลลนายิ้มรับแกน ๆ ก่อนจะหันไปทางสุดเขตด้วยน้ำเสียงจิกกัด“แล้วนี่ ... ทั้งคู่มาเจอกันได้ยังไงคะเนี่ย เขตไม่เคยบอกนาเลยนะว่าสนิทกับน้องเขาถึงขั้นพาออกมาทานข้าวกันข้างนอกแบบนี้”สุดเขตเห็นท่าไม่ดี รีบเอ่ยแก้ตัวแทนกิรณาทันที“พอดีบังเอิญมาเจอกันน่ะ เห็นกิ๋วเขาเดินดูของอยู่แถวนี้พอดีก็เลยชวนมาหาอะไรทานด้วยกันเฉย ๆ ไม่มีอะไรหรอก”สุดเขตหันไปมองหน้ากิรณาที่ดูหน้าซีดลงเรื่อย ๆ ก่อนจะรีบสรุปสถานการณ์“กิ๋ว ... อิ่มแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง ปะ.... กลับกันเถอะ”“เดี๋ยว!”สิบทิศเอ่ยขัดจังหวะ เขาจ้องหน้ากิรณาด้วยสายตาที่เย็นเฉียบจนคนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความกดดันบางอย่างที่อ่านไม่ออก“ไม่ต้องลำบากแกหรอกไอ้เขต เดี๋ยวฉันอาสาไปส่งกิ๋วเอง”“แกจะไปส่งน้องเขาได้ยังไงสิบ ในเมื่อแกมากับนา” สุดเขตขมวดคิ้วมองเพื่อนรักอย่างรู้ทัน“แกก็ไปส่งนาแทนฉันหน่อยสิ พอดีเมื่อเช้าคุณย่าบ่นคิดถึงกิรณาอยู่พอดี ท่านบอกให้เธอไปพบน่ะ”สิบทิศพูดพลางขยับเข้าไปใกล้กิรณามากขึ้น หญิงสาวมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย เพราะภายใต้รอยยิ้มนั้นมันเหมือนซ่อนกรงเล็บของเสือร้ายเอาไว้“กลับด้วยกันนะ ... กิ๋ว”กิรณาอ้าปาก
“ยัยกิ๋วไม่ได้มาที่นี่นะ เขาบอกบ้านโน่นว่ามาที่นี่เหรอ”ณดลมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าลูกเขยมาถามหาลูกสาวที่นี่“เปล่าครับ เห็นคุณย่าบอกว่ากิ๋วขอมาช่วยงานคุณลุง”“ไม่เห็นยัยกิ๋วว่ายังไงนะ อีกอย่างงานที่นี่ก็ไม่ได้ยุ่งด้วย เราสองคนทะเลาะออะไรกันหรือเปล่า”ณดลถามย้ำด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล สิบทิศนิ่งไปครู่หนึ่งไม่คิดว่ายัยบ๊องจะกล้าโกหกคุณย่า แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน“เปล่าครับ เราไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน สงสัยกิ๋วคงแวะไปทำธุระที่อื่นก่อนครับ เดี๋ยวผมลองโทรหาดูอีกที คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”“อืม ... ถ้าไม่ได้ทะเลาะกันก็ดีล่ะ ลุงก็ตกใจนึกว่ายัยกิ๋วไปทำอะไรให้เราไม่พอใจเข้า ถ้าเจอแล้วก็บอกน้องด้วยนะว่างก็แวะมาหาพ่อบ้าง”“ครับคุณลุง งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”สิบทิศไหว้ลาพ่อตาด้วยท่าทางสุภาพตามมารยาท พอเดินกลับมาที่รถ ใบหน้าหล่อก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดโทรออกไปหากิรณาว่าอยู่ที่ไหน ทว่าจังหวะนั้นเองสายเรียกเข้าจากลลนาก็โทรเข้ามาเสียก่อน“ว่าไงนา มีออะไรหรือเปล่า”(สิบ! คุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่านาเจอใคร)เสียงปลายสายของดาราสาวดูตื่นเต้น ทำเอาชายหนุ่มขมว
“โอเค พี่เข้าใจแล้ว พี่จะปิดปากให้สนิทที่สุด ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา”“ขอบคุณมากค่ะพี่เขต” กิรณายิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ“งั้นพี่กลับก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่นะกิ๋ว” สุดเขตทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความหมายบางอย่างแอบแฝงอยู่กิรณาพยักหน้ารับคำ แล้วมองตามไฟท้ายรถของสุดเขตที่ค่อย ๆ หายไปกับความมืด ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นบ้านเพื่อไปจัดการคนเมาที่ยังไม่ได้สติ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงได้ดื่มมาหนักขนาดนั้น“นา... สิบขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องแต่งงาน”สิบทิศพึมพำออกมาเบา ๆ มืออวบที่จับผ้าเย็นซับลงบนใบหน้าคมถึงกับชะงัก วันนี้ที่เขาไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับเธอก็เพราะมัวไปง้อคุณลลนาเธอเม้มปากเข้าหากันแน่นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขาจนถึงคอ ก่อนที่ตัวเองจะคว้าเอาหมอนกับผ้าห่มอีกผืนกลับไปนอนที่โซฟามุมห้องเช้ามืดของวันกิรณาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องดื่มแก้แฮงค์วางไว้ให้คนที่ยังนอนจมอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะปลีกตัวออกจากบ้านไปอย่างเงียบ ๆช่วงสายตะวันแยงตา สิบทิศเดินลงมายังโต๊ะอาหารด้วยท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ มือหนายกขึ้นกุมขมับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กำลังจะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง แต่ว่าปลายสายที่ตอบมากลับไม่ใช่เสียงของเขา แต่เป็นเสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่ง(ฮัลโหลค่ะ)กิรณาชะงักไปครู่ใหญ่ “เอ่อ... ขอสายพี่สิบทิศหน่อยค่ะ”(อ๋อ สิบทิศเหรอคะ ตอนนี้เขาไม่สะดวกรับสายค่ะ)เสียงปลายสายนั้นดูราบเรียบ ไม่ตกใจเลยสักนิดที่เห็นผู้หญิงโทรหาเขา ท่าทางจะดูสนิทสนมจนทำให้ความคิดของกิรณาคิดไปไกล(ฉันชื่อลลนาค่ะ เป็นเพื่อนของสิบทิศ พอดีตอนนี้เขาดื่มหนักไปหน่อยจนเมาหลับไปแล้วค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้าเขาสร่างแล้วฉันจะให้รถไปส่งเขากลับบ้านเองค่ะ แค่นี้นะคะพอดีนามีธุระต่อ)“ค่ะ...”กิรณาตอบได้เพียงสัน ๆ เท่านั้น ก่อนที่สายจะถูกตัดไปโดยไม่รอให้เธอได้พูดอะไรต่อ หญิงสาวค่อย ๆ ลดโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเธอถูกกระชากวิญญาณออกจากกายหยาบ แม้จะพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แต่มันกลับทำไม่ได้อย่างที่ใจนึกหยาดน้ำใสที่พยายามอดกลั้นมาทั้งวันก็ไหลอาบลงสองแก้มเงียบ ๆการที่ต้องงแอบรักสามีตัวเอง และต้องยืนอยู่บนความเจ็บปวดช้ำแล้วช้ำเล่ากับการที่เขาไม่รัก แถมยังทำท่ารังเกียจและเห็นเธอเป็นเพียงภาระที่เอามาขัดหนี้ก็เท่านั้น...ร่างสูงที่ไร้สติยังค
“รู้แล้วใช่ไหมว่า อีกสองสัปดาห์บริษัทเราจะพาพนักงานไปเอ้าท์ติ้งที่หัวหิน”พี่เกรซเอ่ยขึ้นขณะที่น้อง ๆ ในแผนกบัญชีกำลังเข้าประจำโต๊ะทำงานช่วงบ่าย หลังจากเมื่อเช้าบอร์ดบริหารและฝ่ายHRเรียกประชุมด่วน“แล้วปีนี้เขาจะจ้างนักร้องไหมพี่เกรซ ถ้าจ้างก็ขอหมอลำม่วน ๆ จอย ๆ ไม่เอาแบบปีที่แล้วนะ แทบจะรำไทเก็กร่อมร่อ” เตชิตากอดอกยักไหล่ เมื่อนึกถึงวงดนตรีปีที่แล้วแทบจะทำเอาหลับบนโต๊ะจีน“จ้างสิจ๊ะ ปีนี้จัดหนักจัดเต็มแน่นอน พี่ได้ข่าวจากวงในมาว่าปีนี้ผลกำไรของบริษัทเราค่อนข้างดีเลยล่ะ ท่านประธานเลยอนุมัติงบให้จ้างนักร้องหมอลำที่กำลังมีกระแสที่สุดตอนนี้มาเอนเตอร์เทนพนักงงานทุกคนที่หัวหินเลยนะ เตรียมชุดเตรียมท่าเต้นกันไปดี ๆ ล่ะ”พนักงานในแผนกบัญชีต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ บางคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่ไปประชันกันในคืนวันงาน ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น กลับมีเพียงกิรณาที่นั่ง สีหน้ามีความหนักใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดเธอรู้ดีว่าการไปเอ้าท์ติงครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พนักงานที่ต้องไป แต่พี่สิบทิศก็ต้องไปด้วยในฐานะเจ้าของบริษัท และคุณย่ากับคุณแม่ยังให้ถือโอกาสนี้ไปฮันนีมูนด้วยอีกต่างหาก มันคง







