ログインหลังจากจัดการมื้อเที่ยงเรียบร้อย สิบทิศก็อาสาไปส่งเธอที่กองถ่ายละครซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริษัทของเขาเท่าไรนัก
“ถึงแล้วครับ”
“ขอบคุณมากนะสิบที่มาส่งถึงที่เลย ถ้ามีข่าวเรื่องเขตยังไง รีบบอกนาทันทีเลยนะคะ”
“ครับ ผมรับปาก”
สิบทิศพยักหน้าให้แล้วเดินลงมาเปิดประตูให้หญิงสาว ลลนาก้าวลงจากรถพร้อมรอยยิ้มหวานหยดส่งท้ายให้ชายหนุ่ม ท่าทางที่ดูสนิทสนมและการดูแลเอาใจใส่อย่างดีของประธานบริหารที่มีต่อดาราสาวชื่อดัง กลายเป็นจุดสนใจของทีมงานและผู้คนที่เดินผ่านไปมาในบริเวณนั้นทันที
ท่ามกลางความวุ่นวานของกองถ่าย ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าด้านหลังต้นไม้ใหญ่ มีเลนส์กล้องกำลังซูมจับภาพคนทั้งคู่เอาไว้ เสียงชัตเตอร์ที่ทำงานรัวเร็วเก็บภาพทุกท่วงท่า ตั้งแต่ตอนที่สิบทิศประคองแขนลลนาลงจากรถ
“งั้นนาไปทำงานก่อนนะ เอาไว้เจอกันนะ”
สิบทิศพยักหน้าให้เธอก่อนจะขึ้นรถขับออกไป โดยที่ไม่รู้เลยว่ารูปถ่ายชุดนั้นกำลังจะกลายเป็นชนวนเหตุที่สั่นคลอนชีวิตคู่ที่เพิ่งเริ่มต้นของเขากับกิรณา
กว่าสิบทิศจะมาถึงบริษัทก็ล่วงเลยเข้าสู่บ่ายโมง ชายหนุ่มไม่ได้เดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองทันที แต่เลือกที่จะกดลิฟต์ไปยังชั้นของแผนกบัญชี
“พี่เกรซ มาแล้วๆ” เสียงของเตชิตาตะโกนมาตั้งแต่ประตูทางเข้าแผนกพร้อมกับกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง
“อะไรของแกยัยตา อะไร ใครมา” เกรซหัวหน้าแผนกบัญชีเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าน้องในทีมวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“จะใครได้อีกล่ะ ก็คุณสิบทิศนะสิ เดินหน้าตึงมาทางแผนกเราแล้ว”
ได้ยินชื่อของผู้มาเยือนเกรซถึงกับขนลุกขนพอง รีบจัดเสื้อผ้าหน้าผม แล้วทำเป็นว่าตั้งอกตั้งใจทำงานทันที แม้นาน ๆ ที ประธานบริษัทจะมาที่นี่ แต่มาทีไรไม่งานเข้าก็งานงอก
กิรณาที่กำลังทำสรุปรายจ่ายค่าขนส่งที่พนักงานส่งมาเบิก ได้ยินว่าพี่สิบทิศกำลังมาที่นี่ เธอก็ขยับคอเสื้อแล้วติดกระดุมจนชิดคอ เพราะไม่อยากให้เขาเห็นรอยรักที่เขาฝากเอาไว้เมื่อคืน
เมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาถึง บรรยากาศในแผนกที่เคยคึกครื้น เงียบกริบลงในพริบตา ราวกับทุกคนพร้อมใจกันกลั้นหายใจโดยมิได้นัดหมาย เกรซรีบยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วก้าวเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้มเอาใจ
“อุ๊ย คุณสิบทิศ มีธุระด่านอะไรหรือเปล่าคะ ถึงได้ลงมาหาพวกเราถึงแผนกแบบนี้”
ชายหนุ่มเพียงพนักหน้าตอบรับเล็กน้อยตามมารยาท ทว่าดวงตาคมไม่ได้จอจ้องอยู่ที่คนพูดแม้แต่น้อย เขาสอดสายตาข้ามไหล่ของเกรซไปยังโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ด้านในสุด ร่างอวบเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจอจ่ออยู่กับกองเอกสารจนแทบจะมุดลงไปใต้โต๊ะอยู่ร่อมร่อ กิรณาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาแม้แต่นิดเดียว
สิบทิศไล่สายตาสำรวจการแต่งตัวของเมียชั่วคราว แล้วก็ได้แต่นึกขวางหูขวางตาในใจ วันนี้เธอติดกระดุมเสื้อเชิ้ตขึ้นมาจนชิดลำคอ แถมยังสวมเสื้อคลุมทับไว้มิดชิดจนดูรุ่มร่าม
ไม่ร้อนหรือไง จะปิดอะไรมิดชิดขนาดนั้น
ชายหนุ่มละสายตาจากคนเจ้าเนื้อก่อนจะหันไปหาเกรซที่ยังคงยืนรอคำสั่งอยู่
“ยอดค่าใช้จ่ายโฆษณาของไตรมาสนี้สรุปเสร็จหรือยัง”
“อ๋อ เรียบร้อยแล้วค่ะคุณสิบทิศ เกรซเพิ่งจะตรวจทานเสร็จเมื่อครู่นี่เองค่ะ”
“ดี งั้นเดี๋ยวช่วยเอายอดสรุปนั่นขึ้นไปให้ผมที่ห้องทำงานด้วย...”
สิบทิศเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะกำชับเสียงเรียบ“แต่ผมขอให้คุณกิรณาเป็นคนเอาขึ้นไปให้ผมนะ ผมมีรายละเอียดจะถามพนักงานที่ทำงานตัวนี้โดยตรง”
เกรซชะงักไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วหน้าที่นี้เธอจะเป็นคนจัดการเองทั้งหมด
“เอ่อ ... เรื่องนี้เกรซเป็นคนดูแลโดยตรงค่ะคุณสิบทิศ ข้อมูลทุกอย่างเกรซสรุปเองหมด เดี๋ยวเกรซเอาขึ้นไปให้และอธิบายให้คุณสิบทิศฟังเองจะสะดวกกว่านะคะ กิ๋วเขาอาจจะลำดับข้อมูลไม่เก่งเท่าเกรซค่ะ”
ทันทีที่พูดจบ บรรยากาศรอบข้างก็พลันเย็นเยียบลง สิบทิศเหลือบมองหัวหน้าแผนกด้วยสายตาดุ จนเกรซถึงกับสะอึก คำพูดที่เตรียมจะอธิบายต่อถูกกลืนลงคอไปทันที เมื่อเจอเข้ากับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวท่านประธาน
“ผมสั่งว่าให้กิรณาเอาขึ้นไป ผมพูดไม่ชัดตรงไหนหรือเปล่า”
“คะ ... ค่ะ ชัดเจนเลยค่ะคุณสิบทิศ เดี๋ยวเกรซจะให้กิรณาเอาขึ้นไปให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
เกรซจำใจต้องรับคำด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก สิบทิศไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เขาหมุนตัวเดินออกจากแผนกไปทันทีทิ้งไว้เพียงความอึดอัดในแผนก กิรณาที่นั่งฟังอยู่ไกล ๆ ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เธอรีบถลาเข้าไปหาหัวหน้าแผนกทันทีที่ร่างสูงลับตาไป
“พี่เกรซ! กิ๋วไม่ไปนะพี่ พี่เกรซเอาไปส่งเองเถอะนะคะ กิ๋วยังทำงานตรงนี้ไม่เสร็จเลย”
เกรซหันมามองลูกน้องสาวด้วยสายตาละเหี่ยใจ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“กิ๋ว... ฟังพี่นะ เลือกเอาเถอะว่าเธอจะไม่ไป แล้วพวกพี่ต้องถูกไล่ออกยกแผนกเพราะขัดคำสั่ง หรือเธอจะยอมไปให้เขาด่าคนเดียวแต่พวกพี่ทุกคนรวมถึงแกยังมีงานทำ มีข้าวกินกันอยู่”
“แต่พี่เกรซคะ...”
“ไม่มีแต่จ้ะกิ๋ว หน้าดำคร่ำเครียดขนาดนั้นชัดใจได้ที่ไหนกันล่ะ รีบเอาเอกสารไปเถอะ อย่าให้คุณสิบทิศต้องรอนานไปกว่านี้เลย พี่ขอร้องล่ะ”
กิรณาได้แต่พยักหน้ารับด้วยความจำใจ ใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยความกังวลใจ ร้อยวันพันปีแทบจะไม่มาเฉียดใกล้แผนกเธอเลย อย่างมากก็ให้คุณเลขาฯ หน้าห้องลงมาตามงาน
มืออวบสั่นเทาขณะรวบรวมแฟ้มเอกสารมาแนบอก พลางนึกถึงสายตาคมของสิบทิศที่มองมาเมื่อครู่ แค่คิดว่าต้องขึ้นไปเผชิญหน้ากับเขาในห้องทำงานส่วนตัวเพียงลำพัง หัวใจเธอก็เต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความหวาดหวั่น จนแทบจะก้าวขาไม่ออกเสียแล้ว
“รีบไปสิ มัวแต่ยืนเหม่อ ไปช้าถูกกินหัวไม่รู้ด้วยนะ”
“ค่ะ ๆ กิ๋วจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
หญิงสาวรับคำก่อนจะลากเท้าเดินออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ไม่รู้ว่าขึ้นไปแล้วจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ก็ต้องทำเป็นใจดีสู้เสือ ทำเหมือนว่าเธอลืมเรื่องเมื่อคืนไปจนหมดก็แล้วกัน...
สิบทิศย่นคิ้วเข้าหากัน มองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนย้อน“เธอหมายความว่ายังไง พูดให้มันดี ๆ นะ!”“ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะคะ และกิ๋วก็หมายความว่าพี่สิบทิศเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าเมียตัวเองไง พี่ทำได้ยังไง ปล่อยให้กิ๋วนั่งรออยู่ที่บริษัทตั้งหลายชั่วโมง กิ๋วโทรไปก็ปิดเครื่องหนี ส่งข้อความไปกี่ครั้งก็ไม่เคยตอบ ที่ไหนได้กลับหนีไปแรดอยู่กับคนที่ไม่ใช่เมียตัวเองจนเช้า!”“กิ๋ว!”ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอด้วยความโกรธจัดที่ถูกคนตรงหน้าด้วยคำพูดแรง ๆแบบนั้น ขายาวก้าวพรวดเข้าไปหาแล้วใช้สองมือจับไปที่ไหล่ของเธอแน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือทว่าครั้งนี้กิรณาไม่ยอมเป็นเบี้ยวล่างอีกต่อไป เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ก่อนจะใช้มืออวบทั้งสองข้างผลักอกกว้างของสิบทิศจนเขาเสียหลักล้มลงไปนอนบนเตียงแทน“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวกิ๋ว! กิ๋วรังเกียจคนใจร้ายแบบพี่”พูดจบกิรณาก็ไม่รอให้เขาได้ลุกขึ้นมาโต้ตอบ เธอรีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องนอนไปทันที ทิ้งให้สิบทิศนอนอึ้งอยู่บนเตียงด้วยความคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขามาตลอดจะกล้าทำรุนแรงและสาดคำพูดเจ็บแสบใส่เขาได้ถึงเพียงนี้“กิ๋ว! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ จะไปไ
“สวัสดีค่ะ คุณลลนา”ลลนายิ้มรับแกน ๆ ก่อนจะหันไปทางสุดเขตด้วยน้ำเสียงจิกกัด“แล้วนี่ ... ทั้งคู่มาเจอกันได้ยังไงคะเนี่ย เขตไม่เคยบอกนาเลยนะว่าสนิทกับน้องเขาถึงขั้นพาออกมาทานข้าวกันข้างนอกแบบนี้”สุดเขตเห็นท่าไม่ดี รีบเอ่ยแก้ตัวแทนกิรณาทันที“พอดีบังเอิญมาเจอกันน่ะ เห็นกิ๋วเขาเดินดูของอยู่แถวนี้พอดีก็เลยชวนมาหาอะไรทานด้วยกันเฉย ๆ ไม่มีอะไรหรอก”สุดเขตหันไปมองหน้ากิรณาที่ดูหน้าซีดลงเรื่อย ๆ ก่อนจะรีบสรุปสถานการณ์“กิ๋ว ... อิ่มแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง ปะ.... กลับกันเถอะ”“เดี๋ยว!”สิบทิศเอ่ยขัดจังหวะ เขาจ้องหน้ากิรณาด้วยสายตาที่เย็นเฉียบจนคนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความกดดันบางอย่างที่อ่านไม่ออก“ไม่ต้องลำบากแกหรอกไอ้เขต เดี๋ยวฉันอาสาไปส่งกิ๋วเอง”“แกจะไปส่งน้องเขาได้ยังไงสิบ ในเมื่อแกมากับนา” สุดเขตขมวดคิ้วมองเพื่อนรักอย่างรู้ทัน“แกก็ไปส่งนาแทนฉันหน่อยสิ พอดีเมื่อเช้าคุณย่าบ่นคิดถึงกิรณาอยู่พอดี ท่านบอกให้เธอไปพบน่ะ”สิบทิศพูดพลางขยับเข้าไปใกล้กิรณามากขึ้น หญิงสาวมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย เพราะภายใต้รอยยิ้มนั้นมันเหมือนซ่อนกรงเล็บของเสือร้ายเอาไว้“กลับด้วยกันนะ ... กิ๋ว”กิรณาอ้าปาก
“ยัยกิ๋วไม่ได้มาที่นี่นะ เขาบอกบ้านโน่นว่ามาที่นี่เหรอ”ณดลมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าลูกเขยมาถามหาลูกสาวที่นี่“เปล่าครับ เห็นคุณย่าบอกว่ากิ๋วขอมาช่วยงานคุณลุง”“ไม่เห็นยัยกิ๋วว่ายังไงนะ อีกอย่างงานที่นี่ก็ไม่ได้ยุ่งด้วย เราสองคนทะเลาะออะไรกันหรือเปล่า”ณดลถามย้ำด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล สิบทิศนิ่งไปครู่หนึ่งไม่คิดว่ายัยบ๊องจะกล้าโกหกคุณย่า แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน“เปล่าครับ เราไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน สงสัยกิ๋วคงแวะไปทำธุระที่อื่นก่อนครับ เดี๋ยวผมลองโทรหาดูอีกที คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”“อืม ... ถ้าไม่ได้ทะเลาะกันก็ดีล่ะ ลุงก็ตกใจนึกว่ายัยกิ๋วไปทำอะไรให้เราไม่พอใจเข้า ถ้าเจอแล้วก็บอกน้องด้วยนะว่างก็แวะมาหาพ่อบ้าง”“ครับคุณลุง งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”สิบทิศไหว้ลาพ่อตาด้วยท่าทางสุภาพตามมารยาท พอเดินกลับมาที่รถ ใบหน้าหล่อก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดโทรออกไปหากิรณาว่าอยู่ที่ไหน ทว่าจังหวะนั้นเองสายเรียกเข้าจากลลนาก็โทรเข้ามาเสียก่อน“ว่าไงนา มีออะไรหรือเปล่า”(สิบ! คุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่านาเจอใคร)เสียงปลายสายของดาราสาวดูตื่นเต้น ทำเอาชายหนุ่มขมว
“โอเค พี่เข้าใจแล้ว พี่จะปิดปากให้สนิทที่สุด ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา”“ขอบคุณมากค่ะพี่เขต” กิรณายิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ“งั้นพี่กลับก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่นะกิ๋ว” สุดเขตทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความหมายบางอย่างแอบแฝงอยู่กิรณาพยักหน้ารับคำ แล้วมองตามไฟท้ายรถของสุดเขตที่ค่อย ๆ หายไปกับความมืด ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นบ้านเพื่อไปจัดการคนเมาที่ยังไม่ได้สติ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงได้ดื่มมาหนักขนาดนั้น“นา... สิบขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องแต่งงาน”สิบทิศพึมพำออกมาเบา ๆ มืออวบที่จับผ้าเย็นซับลงบนใบหน้าคมถึงกับชะงัก วันนี้ที่เขาไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับเธอก็เพราะมัวไปง้อคุณลลนาเธอเม้มปากเข้าหากันแน่นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขาจนถึงคอ ก่อนที่ตัวเองจะคว้าเอาหมอนกับผ้าห่มอีกผืนกลับไปนอนที่โซฟามุมห้องเช้ามืดของวันกิรณาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องดื่มแก้แฮงค์วางไว้ให้คนที่ยังนอนจมอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะปลีกตัวออกจากบ้านไปอย่างเงียบ ๆช่วงสายตะวันแยงตา สิบทิศเดินลงมายังโต๊ะอาหารด้วยท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ มือหนายกขึ้นกุมขมับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กำลังจะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง แต่ว่าปลายสายที่ตอบมากลับไม่ใช่เสียงของเขา แต่เป็นเสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่ง(ฮัลโหลค่ะ)กิรณาชะงักไปครู่ใหญ่ “เอ่อ... ขอสายพี่สิบทิศหน่อยค่ะ”(อ๋อ สิบทิศเหรอคะ ตอนนี้เขาไม่สะดวกรับสายค่ะ)เสียงปลายสายนั้นดูราบเรียบ ไม่ตกใจเลยสักนิดที่เห็นผู้หญิงโทรหาเขา ท่าทางจะดูสนิทสนมจนทำให้ความคิดของกิรณาคิดไปไกล(ฉันชื่อลลนาค่ะ เป็นเพื่อนของสิบทิศ พอดีตอนนี้เขาดื่มหนักไปหน่อยจนเมาหลับไปแล้วค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้าเขาสร่างแล้วฉันจะให้รถไปส่งเขากลับบ้านเองค่ะ แค่นี้นะคะพอดีนามีธุระต่อ)“ค่ะ...”กิรณาตอบได้เพียงสัน ๆ เท่านั้น ก่อนที่สายจะถูกตัดไปโดยไม่รอให้เธอได้พูดอะไรต่อ หญิงสาวค่อย ๆ ลดโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเธอถูกกระชากวิญญาณออกจากกายหยาบ แม้จะพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แต่มันกลับทำไม่ได้อย่างที่ใจนึกหยาดน้ำใสที่พยายามอดกลั้นมาทั้งวันก็ไหลอาบลงสองแก้มเงียบ ๆการที่ต้องงแอบรักสามีตัวเอง และต้องยืนอยู่บนความเจ็บปวดช้ำแล้วช้ำเล่ากับการที่เขาไม่รัก แถมยังทำท่ารังเกียจและเห็นเธอเป็นเพียงภาระที่เอามาขัดหนี้ก็เท่านั้น...ร่างสูงที่ไร้สติยังค
“รู้แล้วใช่ไหมว่า อีกสองสัปดาห์บริษัทเราจะพาพนักงานไปเอ้าท์ติ้งที่หัวหิน”พี่เกรซเอ่ยขึ้นขณะที่น้อง ๆ ในแผนกบัญชีกำลังเข้าประจำโต๊ะทำงานช่วงบ่าย หลังจากเมื่อเช้าบอร์ดบริหารและฝ่ายHRเรียกประชุมด่วน“แล้วปีนี้เขาจะจ้างนักร้องไหมพี่เกรซ ถ้าจ้างก็ขอหมอลำม่วน ๆ จอย ๆ ไม่เอาแบบปีที่แล้วนะ แทบจะรำไทเก็กร่อมร่อ” เตชิตากอดอกยักไหล่ เมื่อนึกถึงวงดนตรีปีที่แล้วแทบจะทำเอาหลับบนโต๊ะจีน“จ้างสิจ๊ะ ปีนี้จัดหนักจัดเต็มแน่นอน พี่ได้ข่าวจากวงในมาว่าปีนี้ผลกำไรของบริษัทเราค่อนข้างดีเลยล่ะ ท่านประธานเลยอนุมัติงบให้จ้างนักร้องหมอลำที่กำลังมีกระแสที่สุดตอนนี้มาเอนเตอร์เทนพนักงงานทุกคนที่หัวหินเลยนะ เตรียมชุดเตรียมท่าเต้นกันไปดี ๆ ล่ะ”พนักงานในแผนกบัญชีต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ บางคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่ไปประชันกันในคืนวันงาน ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น กลับมีเพียงกิรณาที่นั่ง สีหน้ามีความหนักใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดเธอรู้ดีว่าการไปเอ้าท์ติงครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พนักงานที่ต้องไป แต่พี่สิบทิศก็ต้องไปด้วยในฐานะเจ้าของบริษัท และคุณย่ากับคุณแม่ยังให้ถือโอกาสนี้ไปฮันนีมูนด้วยอีกต่างหาก มันคง







