تسجيل الدخول“อ้าวคุณกิ๋ว เอาเอกสารมาให้ท่านประธานเหรอคะ ท่านรออยู่”
‘รถเมล์’ เลขาฯสาวร่างท้วมเอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้ม เธอไม่ได้รู้จักกับกิรณาเป็นการส่วนตัว แต่พอจะรู้มาบ้างว่าเธอเป็นคนโปรดของคุณย่าของท่านประธาน และถูกสั่งห้ามพูดว่ากิรณาสนิทสนมกับครอบครัวท่านประธาน ทั้งบริษัทจึงมีเธอคนเดียวที่รู้เรื่องนี้
“ค่ะ”
ตอบรับเสียงแผ่ว ก่อนจะเดินไปหยุดหน้าห้องแล้วยกมือขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง พอได้รับเสียงอนุญาตจากด้านใน เธอก็ค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไป
ร่างอวบก้มหน้าก้มตาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างรออยู่แม้แต่นิดเดียว
กิรณาวางวางแฟ้มเอกสารลงลนโต๊ะ ก่อนจะรีบหมุนตัวหันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้องไปให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะความอึดอัดที่โอบล้อมอยู่มันเริ่มทำให้เธอหายใจลำบาก
“เดี๋ยว...”
น้ำเสียงเย็นชาสั่งให้เท้าที่กำลังก้าวเดินให้หยุด กิรณาจำใจหันกลับมามองเขา เธอคิดว่าสิบทิศคงจะเปิดแฟ้มแล้วเจอจุดน่าสงสัยในสรุปค่าโฆษณาจริง ๆ จึงหันกลับไปเตรียมจะอ้าปากอธิบายรายละเอียดตามที่เตรียมตัวมา
“คือเรื่องงบประมาณโฆษณาไตรมาสนี้ กิ๋ว...”
“เย็นนี้หลังเลิกงาน ไปรอฉันที่ลานจอดรถ”
สิบทิศชิงพูดขึ้นก่อนโดยไม่สนใจจะเปิดแฟ้มเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าเลยสักนิด สายตาคมกริบจ้องมาที่ใบหน้าแดงของเคนเจ้าเนื้อไม่วางตาก่อนจะเอ่ยพูดประโยคถัดมา
“เราต้องกลับบ้านพร้อมกัน แล้วก็ตอนลงไปรออย่าให้เก็นตอนเธอขึ้นรถฉันด้วยล่ะ”
กิรณาขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบเป็นปมด้วยความสงสัย เลยย้อนถามกลับไปอย่างลืมตัว
“ที่พี่สิบทิศลงไปตามเอกสารที่แผนกเมื่อกี้ ความจริงแล้วไม่ได้อยากไปเอาเอกสารใช่ไหมคะ แค่จะมาบอกให้กิ๋วกลับบ้านด้วยกัน อันที่จริงส่งข้อความหรือโทรมาบอกก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่จนพี่เกรซแล้วก็พนักงานเขาตกใจกันทั้งแผนกเลย”
สิบทิศหน้าตึงขึ้นมาทันที เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ พลางจ้องหน้าหญิงสาวนิ่ง
“นี่เธอไม่ได้ดูข้อความ แล้วก็โทรศัพท์เลยใช่ไหม เธอตั้งใจจะหลบหน้าฉันหรือเปล่า”
“เปล่านะคะ ... พี่สิบทิศโทรมาด้วยเหรอ”
หญิงสาวทำหน้าเหวอ ก่อนจะรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมขึ้นมาดู แล้วก็ต้องหน้าเจื่อนสนิทเมื่อหน้าจอโชว์การแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับ และข้อความที่ถูกส่งเข้ามาเป็นสิบข้อความจากเบอร์โทรของเขา
“คือ ... กิ๋วขอโทษค่ะ พอดีกิ๋วเปิดโหมดห้ามรบกวนเอาไว้ตอนทำงาน กิ๋วไม่เห็นจริง ๆ ค่ะ”
สิบทิศส่ายหน้าช้า ๆ อย่างระอาใจพลางขยับตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทว่าดวงตาก็ยังคงความดุเอาไว้ไม่เปลี่ยน
“กลับไปทำงานได้แล้ว อย่าลืมเปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ด้วย อย่าให้ฉันต้องเดินลงไปตามเธออีกเป็นครั้งที่สอง แล้วถ้าคนอื่นจับได้ว่าเราแต่งงานกันเป็นเรื่องแน่”
“ค่ะ ... กิ๋วทราบแล้วค่ะ”
กิรณารีบรับบคำแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้สิบทิศนั่งมองตามหลังคนเจ้าเนื้อด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเบา ๆ พลางนึกถึงท่าทางก้มหน้าก้มตาของเธอเมื่อครู่ แม้ปากจะบอกว่ารำคาญใจ แต่ความจริงเขาก็อดใจหายไม่ได้เมื่อเห็นรอยหม่นหมองในดวงตาคู่นั้นที่เขามีส่วนทำให้มันเกิดขึ้นมาเองกับมือ
เวลาเลิกงานกิรณาแกลังทำตัวอ้อยอิงเหมือนว่าตัวเองทำงานยังไม่เสร็จเพื่อรอให้เพื่อนร่วมงานกลับออกไปก่อน แน่นอนว่าเธอไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปบอกคนหน้าตึงที่กำลังนั่งรออยู่ในรถ
กว่าเพื่อนร่วมงานคนสุดท้ายจะเดินออกจากแผนกไป กิรณาก็ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งเคลียร์ตัวเลขจนเวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมง เธอรีบหอบหิ้วกระเป๋าสะพายกึ่งวิ่งกึ่งเดินลงมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินอย่างรีบร้อน หัวใจแทบเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะกลัวว่าคนเอาแต่ใจอย่างสิบทิศจะพ่นไฟใส่ที่เธอทำให้เขาต้องรอนาน
เมื่อเห็นรถสปอร์ตหรูจอดอยู่ในมุมมืดที่ค่อนข้างลับตาคน หญิงสาวก็รีบเดินตรงเข้าไปหา แล้วเปิดประตูแทรกตัวเข้าไปนั่งประจำที่ด้านข้างคนขับทันที
“ขอโทษค่ะพี่สิบทิศ กิ๋วขอโทษที่ลงมาช้า พอดีกิ๋วรอให้พี่เกรซกับคนอื่น ๆ กลับไปก่อน”กิรณาละล่ำละลักบอกพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ
“ความจริง ... พี่สิบทิศไม่ต้องรอ กลับไปก่อนก็ได้นะคะ กิ๋วกลับแท็กซี่เองได้ พี่จะได้ไม่ต้องมารอนาน ๆ แบบนี้”
สิบทิศปรายตามองคนข้างกายด้วยสายตาเรียบนิ่ง มือหนายังคงกำพวงมาลัยค้างไว้ก่อนจะเค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ฮึ ถ้าฉันกลับไปคนเดียวโดยไม่มีเธอติดรถไปด้วย ฉันกลับไปนานแล้ว ไม่มานั่งหายใจทิ้งให้เสียเวลาอยู่นี่หรอก”
คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำให้กิรณาหน้าแดงก่ำ ความรู้สึกน้อยใจแล่นขึ้นมาจุกที่คอ และรู้ได้ทสันทีว่าที่เขายอมนั่งรอเกือบชั่วโมงไม่ใช่เพราะเป็นห่วง หรืออยากกลับพร้อมกัน แต่มันคือคำสั่งของย่ากรองก้าวที่เขาไม่อาจขัดได้ต่างหาก
“ค่ะ กิ๋วเข้าใจแล้ว”
หญิงสาวตอบรับเสียงเบาเหมือนเคย ก่อนจะเบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถ เพื่อซ่อนดวงตาหม่นที่เริ่มคลอเบ้า ไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอนั้นรู้สึกกับเขาอย่างไรกันแน่
สิบทิศย่นคิ้วเข้าหากัน มองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนย้อน“เธอหมายความว่ายังไง พูดให้มันดี ๆ นะ!”“ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะคะ และกิ๋วก็หมายความว่าพี่สิบทิศเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าเมียตัวเองไง พี่ทำได้ยังไง ปล่อยให้กิ๋วนั่งรออยู่ที่บริษัทตั้งหลายชั่วโมง กิ๋วโทรไปก็ปิดเครื่องหนี ส่งข้อความไปกี่ครั้งก็ไม่เคยตอบ ที่ไหนได้กลับหนีไปแรดอยู่กับคนที่ไม่ใช่เมียตัวเองจนเช้า!”“กิ๋ว!”ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอด้วยความโกรธจัดที่ถูกคนตรงหน้าด้วยคำพูดแรง ๆแบบนั้น ขายาวก้าวพรวดเข้าไปหาแล้วใช้สองมือจับไปที่ไหล่ของเธอแน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือทว่าครั้งนี้กิรณาไม่ยอมเป็นเบี้ยวล่างอีกต่อไป เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ก่อนจะใช้มืออวบทั้งสองข้างผลักอกกว้างของสิบทิศจนเขาเสียหลักล้มลงไปนอนบนเตียงแทน“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวกิ๋ว! กิ๋วรังเกียจคนใจร้ายแบบพี่”พูดจบกิรณาก็ไม่รอให้เขาได้ลุกขึ้นมาโต้ตอบ เธอรีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องนอนไปทันที ทิ้งให้สิบทิศนอนอึ้งอยู่บนเตียงด้วยความคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขามาตลอดจะกล้าทำรุนแรงและสาดคำพูดเจ็บแสบใส่เขาได้ถึงเพียงนี้“กิ๋ว! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ จะไปไ
“สวัสดีค่ะ คุณลลนา”ลลนายิ้มรับแกน ๆ ก่อนจะหันไปทางสุดเขตด้วยน้ำเสียงจิกกัด“แล้วนี่ ... ทั้งคู่มาเจอกันได้ยังไงคะเนี่ย เขตไม่เคยบอกนาเลยนะว่าสนิทกับน้องเขาถึงขั้นพาออกมาทานข้าวกันข้างนอกแบบนี้”สุดเขตเห็นท่าไม่ดี รีบเอ่ยแก้ตัวแทนกิรณาทันที“พอดีบังเอิญมาเจอกันน่ะ เห็นกิ๋วเขาเดินดูของอยู่แถวนี้พอดีก็เลยชวนมาหาอะไรทานด้วยกันเฉย ๆ ไม่มีอะไรหรอก”สุดเขตหันไปมองหน้ากิรณาที่ดูหน้าซีดลงเรื่อย ๆ ก่อนจะรีบสรุปสถานการณ์“กิ๋ว ... อิ่มแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง ปะ.... กลับกันเถอะ”“เดี๋ยว!”สิบทิศเอ่ยขัดจังหวะ เขาจ้องหน้ากิรณาด้วยสายตาที่เย็นเฉียบจนคนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความกดดันบางอย่างที่อ่านไม่ออก“ไม่ต้องลำบากแกหรอกไอ้เขต เดี๋ยวฉันอาสาไปส่งกิ๋วเอง”“แกจะไปส่งน้องเขาได้ยังไงสิบ ในเมื่อแกมากับนา” สุดเขตขมวดคิ้วมองเพื่อนรักอย่างรู้ทัน“แกก็ไปส่งนาแทนฉันหน่อยสิ พอดีเมื่อเช้าคุณย่าบ่นคิดถึงกิรณาอยู่พอดี ท่านบอกให้เธอไปพบน่ะ”สิบทิศพูดพลางขยับเข้าไปใกล้กิรณามากขึ้น หญิงสาวมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย เพราะภายใต้รอยยิ้มนั้นมันเหมือนซ่อนกรงเล็บของเสือร้ายเอาไว้“กลับด้วยกันนะ ... กิ๋ว”กิรณาอ้าปาก
“ยัยกิ๋วไม่ได้มาที่นี่นะ เขาบอกบ้านโน่นว่ามาที่นี่เหรอ”ณดลมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าลูกเขยมาถามหาลูกสาวที่นี่“เปล่าครับ เห็นคุณย่าบอกว่ากิ๋วขอมาช่วยงานคุณลุง”“ไม่เห็นยัยกิ๋วว่ายังไงนะ อีกอย่างงานที่นี่ก็ไม่ได้ยุ่งด้วย เราสองคนทะเลาะออะไรกันหรือเปล่า”ณดลถามย้ำด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล สิบทิศนิ่งไปครู่หนึ่งไม่คิดว่ายัยบ๊องจะกล้าโกหกคุณย่า แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน“เปล่าครับ เราไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน สงสัยกิ๋วคงแวะไปทำธุระที่อื่นก่อนครับ เดี๋ยวผมลองโทรหาดูอีกที คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”“อืม ... ถ้าไม่ได้ทะเลาะกันก็ดีล่ะ ลุงก็ตกใจนึกว่ายัยกิ๋วไปทำอะไรให้เราไม่พอใจเข้า ถ้าเจอแล้วก็บอกน้องด้วยนะว่างก็แวะมาหาพ่อบ้าง”“ครับคุณลุง งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”สิบทิศไหว้ลาพ่อตาด้วยท่าทางสุภาพตามมารยาท พอเดินกลับมาที่รถ ใบหน้าหล่อก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดโทรออกไปหากิรณาว่าอยู่ที่ไหน ทว่าจังหวะนั้นเองสายเรียกเข้าจากลลนาก็โทรเข้ามาเสียก่อน“ว่าไงนา มีออะไรหรือเปล่า”(สิบ! คุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่านาเจอใคร)เสียงปลายสายของดาราสาวดูตื่นเต้น ทำเอาชายหนุ่มขมว
“โอเค พี่เข้าใจแล้ว พี่จะปิดปากให้สนิทที่สุด ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา”“ขอบคุณมากค่ะพี่เขต” กิรณายิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ“งั้นพี่กลับก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่นะกิ๋ว” สุดเขตทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความหมายบางอย่างแอบแฝงอยู่กิรณาพยักหน้ารับคำ แล้วมองตามไฟท้ายรถของสุดเขตที่ค่อย ๆ หายไปกับความมืด ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นบ้านเพื่อไปจัดการคนเมาที่ยังไม่ได้สติ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงได้ดื่มมาหนักขนาดนั้น“นา... สิบขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องแต่งงาน”สิบทิศพึมพำออกมาเบา ๆ มืออวบที่จับผ้าเย็นซับลงบนใบหน้าคมถึงกับชะงัก วันนี้ที่เขาไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับเธอก็เพราะมัวไปง้อคุณลลนาเธอเม้มปากเข้าหากันแน่นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขาจนถึงคอ ก่อนที่ตัวเองจะคว้าเอาหมอนกับผ้าห่มอีกผืนกลับไปนอนที่โซฟามุมห้องเช้ามืดของวันกิรณาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องดื่มแก้แฮงค์วางไว้ให้คนที่ยังนอนจมอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะปลีกตัวออกจากบ้านไปอย่างเงียบ ๆช่วงสายตะวันแยงตา สิบทิศเดินลงมายังโต๊ะอาหารด้วยท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ มือหนายกขึ้นกุมขมับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กำลังจะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง แต่ว่าปลายสายที่ตอบมากลับไม่ใช่เสียงของเขา แต่เป็นเสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่ง(ฮัลโหลค่ะ)กิรณาชะงักไปครู่ใหญ่ “เอ่อ... ขอสายพี่สิบทิศหน่อยค่ะ”(อ๋อ สิบทิศเหรอคะ ตอนนี้เขาไม่สะดวกรับสายค่ะ)เสียงปลายสายนั้นดูราบเรียบ ไม่ตกใจเลยสักนิดที่เห็นผู้หญิงโทรหาเขา ท่าทางจะดูสนิทสนมจนทำให้ความคิดของกิรณาคิดไปไกล(ฉันชื่อลลนาค่ะ เป็นเพื่อนของสิบทิศ พอดีตอนนี้เขาดื่มหนักไปหน่อยจนเมาหลับไปแล้วค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้าเขาสร่างแล้วฉันจะให้รถไปส่งเขากลับบ้านเองค่ะ แค่นี้นะคะพอดีนามีธุระต่อ)“ค่ะ...”กิรณาตอบได้เพียงสัน ๆ เท่านั้น ก่อนที่สายจะถูกตัดไปโดยไม่รอให้เธอได้พูดอะไรต่อ หญิงสาวค่อย ๆ ลดโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเธอถูกกระชากวิญญาณออกจากกายหยาบ แม้จะพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แต่มันกลับทำไม่ได้อย่างที่ใจนึกหยาดน้ำใสที่พยายามอดกลั้นมาทั้งวันก็ไหลอาบลงสองแก้มเงียบ ๆการที่ต้องงแอบรักสามีตัวเอง และต้องยืนอยู่บนความเจ็บปวดช้ำแล้วช้ำเล่ากับการที่เขาไม่รัก แถมยังทำท่ารังเกียจและเห็นเธอเป็นเพียงภาระที่เอามาขัดหนี้ก็เท่านั้น...ร่างสูงที่ไร้สติยังค
“รู้แล้วใช่ไหมว่า อีกสองสัปดาห์บริษัทเราจะพาพนักงานไปเอ้าท์ติ้งที่หัวหิน”พี่เกรซเอ่ยขึ้นขณะที่น้อง ๆ ในแผนกบัญชีกำลังเข้าประจำโต๊ะทำงานช่วงบ่าย หลังจากเมื่อเช้าบอร์ดบริหารและฝ่ายHRเรียกประชุมด่วน“แล้วปีนี้เขาจะจ้างนักร้องไหมพี่เกรซ ถ้าจ้างก็ขอหมอลำม่วน ๆ จอย ๆ ไม่เอาแบบปีที่แล้วนะ แทบจะรำไทเก็กร่อมร่อ” เตชิตากอดอกยักไหล่ เมื่อนึกถึงวงดนตรีปีที่แล้วแทบจะทำเอาหลับบนโต๊ะจีน“จ้างสิจ๊ะ ปีนี้จัดหนักจัดเต็มแน่นอน พี่ได้ข่าวจากวงในมาว่าปีนี้ผลกำไรของบริษัทเราค่อนข้างดีเลยล่ะ ท่านประธานเลยอนุมัติงบให้จ้างนักร้องหมอลำที่กำลังมีกระแสที่สุดตอนนี้มาเอนเตอร์เทนพนักงงานทุกคนที่หัวหินเลยนะ เตรียมชุดเตรียมท่าเต้นกันไปดี ๆ ล่ะ”พนักงานในแผนกบัญชีต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ บางคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่ไปประชันกันในคืนวันงาน ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น กลับมีเพียงกิรณาที่นั่ง สีหน้ามีความหนักใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดเธอรู้ดีว่าการไปเอ้าท์ติงครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พนักงานที่ต้องไป แต่พี่สิบทิศก็ต้องไปด้วยในฐานะเจ้าของบริษัท และคุณย่ากับคุณแม่ยังให้ถือโอกาสนี้ไปฮันนีมูนด้วยอีกต่างหาก มันคง







