LOGIN1 ชั่วโมงต่อมา...
ภายในสนามบินยังคงคึกคักไม่ต่างจากทุกวัน แต่ในห้องประชุมแห่งนี้บรรยากาศกลับครึกครื้นเต็มไปด้วยเสียงของนักบินและแอร์โฮสเตสที่กำลังคุยกันเกี่ยวกับรายละเอียดเที่ยวบินในวันนี้
"เที่ยวบิน PS676 กรุงเทพมหานครถึงโตเกียว เวลาออกบิน 10:00 น. เวลาถึงโดยประมาณ 17.00 น. โดยประมาณ และเป็นเวลา 19:00 น ตามเวลาท้องถิ่นของญี่ปุ่น เราจะพักค้างคืนกันที่นั่นแล้วบินกลับไฟท์ตอนบ่ายของพรุ่งนี้"
เสียงของหัวหน้าลูกเรือหญิงกล่าวชัดถ้อยชัดคำสายตากวาดมองไปทั่วโต๊ะ มีคนร่างสูงในชุดยูนิฟอร์มนักบินนั่งอยู่หัวโต๊ะข้างกายของเขาคือนักบินผู้ช่วยและแอร์โฮสเตสอีกประมาณ 5 คน ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าเล็กน้อยขณะที่มือพลิกดูแฟ้มข้อมูลการบิน ลอบสายตาหันไปมองแอร์โฮสเตสสาวหรือ อิงอิง ซึ่งในตอนนี้แทบจะไม่ฟังการประชุมเลยด้วยซ้ำ ในหัวเอาแต่คิดขัดขวางไม่ให้อิงอิงและคู่อริเก่าของเขาสมหวัง
"ดูจากสภาพอากาศเหนือทะเลจีนตะวันออกมีเมฆฝนและลมกระโชกแรงเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าปลอดภัยไม่มีการเบียดเส้นทางใดๆ"
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตากับแอร์โฮสเตสคนอื่น เขาเป็นนักบินที่มีประสบการณ์การบินนับพันชั่วโมง มีชื่อเสียงทางด้านฝีมือซึ่งเป็นคนเก่งคนหนึ่งของสายการบิน
"ผู้โดยสารเต็มลำ ชั้นธุรกิจมีเด็กเล็กสองคน ชั้นประหยัดมีผู้สูงอายุที่ต้องใช้วีลแชร์หนึ่งท่าน เดี๋ยวฉันจะแจ้งตำแหน่งที่นั่งให้กับคุณอิงอิงคอยดูแลเป็นพิเศษนะ"
หัวหน้าลูกเรือหันไปหาอิงอิงที่ตอนนี้นั่งอยู่ก่อนจะตอบรับกลับไป
"รับทราบค่ะ"
หญิงสาวตอบกลับเบาๆ ก่อนจะเผลอหันไปมองสบตากับกัปตันหนุ่มที่ตอนนี้มองเธออยู่เช่นกัน และเมื่อเห็นใบหน้านั้นเธอก็เบือนหน้าหนีทันทีก่อนจะเบ้ปากก็รู้สึกเกลียดขี้หน้าเขาอย่างถึงที่สุด
"ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมเชิญทุกคนขึ้นเครื่องเตรียมพร้อมๆ ทำตามหน้าที่นะ"
กัปตันเตชน์ปิดแฟ้มเอกสารก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นจากนั้นก็เดินออกไปทันที ลูกเรือทุกคนทยอยออกจากห้องเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเที่ยวบินที่มุ่งหน้าสู่โตเกียวในเวลาอันใกล้นี้
เสียงคลิกของประตูเครื่องบินที่ปิดสนิทเป็นสัญญาณว่าเที่ยวบินนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง มือเรียวเล็กถือบอร์ด checklist แนบไว้ตรงอก ขณะที่สายตากวาดมองไปยังที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะตรวจสอบดูว่าถูกปิดสนิทดีหรือยัง
"อุปกรณ์ออกซิเจนครบ ช่องเก็บของด้านซ้ายตอนหน้าล็อกแล้ว ทุกอย่างจัดเตรียมครบตามจำนวน"
เธอบ่นพึมพำออกมาก่อนจะเดินเช็กตามที่นั่ง หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเธอก็เดินไปตรงประตูทางเข้าก่อนจะชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงทักทายของคนที่ไม่อยากเห็นหน้าที่สุด
"สวัสดีครับแอร์สุดสวย"
"สวัสดีค่ะกัปตัน!"
เสียงทักทายประชดประชันก่อนจะสะบัดหน้าใส่เพราะรู้สึกหมั่นไส้ทุกครั้งที่เห็นหน้า ถ้าเป็นกัปตันคนอื่นเธอคงให้ความเคารพเป็นอย่างดีแต่เป็นอดีตแฟนเก่าขอเว้นไว้คนหนึ่งก็แล้วกันแต่ด้วยหน้าที่เธอจึงพูดอะไรเยอะไม่ได้จำเป็นจะต้องให้ความเคารพพอสมควร
"เช็กทุกอย่างดีหรือยัง หืม"
ไม่พูดเปล่าเขายังเดินเข้ามาใกล้เธอจนหญิงสาวสะดุ้งเซถอยหลังไปติดกับประตูขึ้นเครื่อง เธอเอื้อมมือทั้งสองข้างดันตัวเขาให้ออกห่างก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงสั่น
"อะ...ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"กลัวเหรอ... อ่อยผู้ชายเมื่อเช้ายังดูใจกล้าอยู่เลยทำไมตอนนี้กลัวแล้วล่ะ"
"หึงหรือไง เป็นอดีตแฟนเก่าไม่ควรก้าวก่ายว่าที่แฟนใหม่นะ รู้บทบาทตัวเองหน่อยสิ"
เธอสวนกลับไปด้วยความท้าทาย จ้องมองใบหน้าของเขาก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์ กัปตันเตชน์ทุบประตูเครื่องบินเสียงดังก่อนจะเค้นเสียงต่ำออกมา
"อยากจะมีผัวใหม่ก็ไปหาคนอื่น จะเป็นใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ไอ้มาร์ติน เข้าใจที่พูดหรือเปล่า"
"ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ถ้าเกิดว่าย้อนเวลากลับไปได้นะฉันจะไม่เลือกนายเป็นแฟนหรอก มาร์ตินดีขนาดนั้นทำไมถึงตาถั่วไปคบกับนายได้ก็ไม่รู้ ไอ้ชั่ว!"
เธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่มีใครยอมใคร กัปตันเตชน์พ่นลมหายใจออกมาอย่างระบายอารมณ์ เขารู้สึกเสียหน้ามากถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเธอจะกลับไปคบกับคู่อริของเขา แต่อีกใจความรู้สึกเดิมๆ ยังคงหลงเหลือและเขาคงจะทำใจไม่ได้ถ้าเกิดต้องเห็นอิงอิงคบกับผู้ชายคนอื่น
"ก็ลองกลับไปคบกับมันดูสิได้เห็นดีกันแน่"
"นี่! เราเลิกกันสองปีแล้วนะนายมีสิทธิ์อะไรมาบังคับไม่ให้ฉันคบกับคนนั้นคนนี้ เราสองคนเลิกกันต่างคนต่างไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เราจะไม่ก้าวก่ายชีวิตของกันและกันอีกต่อไป นายจะมีผู้หญิงกี่คนฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกแต่ถ้าฉันจะมีผู้ชายบ้างก็อย่ามายุ่งกับฉันเช่นกัน"
ตลอดเวลาที่ผ่านมาไอ้คนเลวเลิกกับเธอไปคงจะมีผู้หญิงมานับไม่ถ้วน เขารู้ดีว่าสิ่งที่เธอรับไม่ได้ที่สุดก็คือการนอกใจไปมีอะไรกับคนอื่น ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะไม่มีเรื่องของมือที่ 3 ถ้าในระหว่างที่เราสองคนเลิกกันไปแล้วแต่เขาไปกินนอนกับผู้หญิงคนอื่น นั่นเท่ากับว่านอกใจนอกกายไปแล้วเพราะฉะนั้นเราสองคนไม่มีโอกาสที่จะกลับมาคืนดีกันแน่นอน และคนแบบนี้เธอจะไม่กลับไปคบเด็ดขาด
"แล้วตลอดสองปีที่ผ่านมาเธอมีผู้ชายคนอื่นหรือเปล่าล่ะ"
เขาเลยถามก่อนจะยื่นนิ้วไปเกลี่ยแก้มเธออย่างต้องการคำตอบ
"ฉันไม่ได้มั่วเหมือนนายสักหน่อยที่จะเอาไม่เลือก"
"ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าสองปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้มีคนอื่นเลย ดีเลยพี่ก็ไม่ได้มีคนอื่นเหมือนกันนะ นอกจากเธอที่เป็นผู้หญิงคนแรกพี่ก็ไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นเลย เห็นไหมผัวเก่าทะนุถนอมร่างกายไว้ให้เมียเก่าขนาดนี้ภูมิใจไหมล่ะ"
เขายิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์ก่อนจะใช้ริมฝีปากจุ๊บแก้มของเธอด้วยความอ่อนโยน อิงอิงนิ่งเงียบไปไม่พูดอะไรอีกเพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นจริงเท็จแค่ไหน
"ทำไมไม่พูดล่ะ... ความจริงการที่เรากลับมาเจอกันอีกครั้งอาจจะเป็นพรหมลิขิตก็ได้นะ เธอก็ยังไม่มีใครพี่เองก็ยังไม่มีใคร เพราะฉะนั้นถ้ายังไม่มีใครเอาผัวเก่าคนนี้แก้ขัดก่อนไหมล่ะ หืม"
"ไอ้ชั่ว! คนอย่างนายมีค่าแค่เอาแก้ขัดเท่านั้นแหละ ไม่มีสิทธิ์ได้เป็นพ่อของลูกหรอก"
"พูดแบบนี้แสดงว่าเราเอากันแก้ขัดได้ใช่ไหม"
"ไอ้...!"
"หึ... เชื่อฉันเถอะไม่มีผู้ชายคนไหนเอามันเท่าพี่แล้ว คิดให้ดีนะที่รัก จุ๊บ"
เขายิ้มร้ายออกมาก่อนจะเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีเข้าไปในเครื่องบิน อิงอิงกำมือแน่นด้วยความเคียดแค้นอดีตแฟน ไม่คิดเลยว่าไอ้บ้านี่มันจะคิดกลับมามีอะไรกับเธออีก
"ฝันไปเถอะย่ะ คนอย่างนายไม่มีทางได้เห็นขาอ่อนฉันอีกหรอก ชิ~!"
ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาล ผู้ช่วยของเขาพุ่งตรงมาจอดตรงประตูทางเข้าห้องฉุกเฉิน พนักงานที่อยู่บริเวณหน้าประตูรีบเอารถเข็นมารับแต่ทว่าชายหนุ่มไม่อยากให้มันชักช้าพอเปิดประตูรถลงมาเสร็จเขาก็อุ้มหญิงสาวแล้ววิ่งเข้าไปข้างในทันที"ภรรยาผมจะคลอดแล้ว""คุณเตชน์เชิญทางนี้เลยค่ะ ทางโรงพยาบาลเตรียมห้องคลอดให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว""โอเคครับ"เขาตอบรับก่อนจะรีบอุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้องรอคลอดซึ่งตอนนี้อาจารย์หมอกำลังรออยู่แล้ว ในระหว่างที่คุณหมอกำลังตรวจปากมดลูกอยู่ชายหนุ่มก็เดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งเพื่อเปลี่ยนชุดที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้"คุณพ่อเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเข้ามาเลยนะคะ""ได้ครับ""ปากมดลูกเปิด 6 cm แล้วเตรียมพร้อมทำคลอดได้เลย"ภายในห้องคลอดตอนนี้เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว อาจารย์หมอประเมินอาการเบื้องต้นด้วยการตรวจสอบสัญญาณชีพ รวมถึงการวัดความดันโลหิต การหายใจ จากนั้นก็ฟังเสียงหัวใจของทารกโดยใช้เครื่อง CTG ตรวจวัดการหดรัดของมดลูกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำคลอด"มาแล้วครับให้ผมช่วยอะไรไหม""โอ๊ยปวดท้องจัง"หญิงสาวร้องครวญครางออกมาก่อนจากกุมมือสามีเอาไว้แน่น ใบหน
หลังจากที่งานแต่งงานสุดแสนจะเพอร์เฟคผ่านไปด้วยดีทั้งคู่ก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างเช่นปกติ ในตอนนี้กัปตันเตชน์วางมือจากการเป็นนักบินผันตัวมาเป็นท่านประธานของสายการบินอย่างเต็มตัว เนื่องจากว่าตอนนี้เขาจะต้องตั้งใจทำงานด้วยความจริงจังเพราะไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว เขามีทั้งเจ้าตัวเล็กจอมแสบที่กำลังจะคลอดออกมาลืมตาดูโลกไหนจะภรรยาสุดที่รักที่ต้องให้ความสะดวกสบายกับเธอที่สุด สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือการหาเงินให้มากเพื่อมาปรนเปรอครอบครัว"หนูอิงอิงทำอะไรลูก"คุณแม่เดินเข้ามาในห้องครัวก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยเมื่อเห็นลูกสะใภ้กำลังทำอะไรอยู่ในนั้น เธอหันไปมองยังประตูก่อนจะส่งยิ้มไปให้คุณแม่สามี"ทำอาหารกลางวันไปให้พี่เตชน์ค่ะ""โธ่เอ๊ยจะไปห่วงมันทำไมเจ้านั่นน่ะ ถ้าหิวก็ปล่อยให้มันไปหาอะไรกินเองสิ ลูกสะใภ้ของแม่ไม่เห็นจะต้องลำบากลำบนเลย""ไม่เป็นไรเลยค่ะหนูไม่อยากให้พี่เตชน์ออกไปกินข้าวข้างนอก ช่วงนี้เขาทำงานหนักวุ่นวายเกี่ยวกับการเพิ่มเส้นทางการบิน หนูไม่รู้จะแบ่งเบาภาระยังไงก็เลยทำกับข้าวไปให้ตอนกลางวันดีกว่า""น่าเอ็นดูจริงเชียวลูกสะใภ้คนนี้"คุณแม่เอ่ยชมหญิงสาวไม่หยุดก่อนจะส่งยิ้มไปให้เธอด
1 เดือนต่อมา...วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดของทั้งสองครอบครัว เป็นงานมงคลสมรสระหว่างอิงอิงและเตชน์ซึ่งจัดงานช่วงเช้าอย่างยิ่งใหญ่ที่คฤหาสน์ของตระกูล เปรมฤทัยสิริ โดยมีญาติของทั้งสองครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งงานในช่วงเช้าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ลุกขึ้นมาแต่งตัวในชุดไทย ทางฝั่งเจ้าสาวตัวผ้าซิ่นทอด้วยไหมแท้จากจังหวัดเชียงใหม่ ลวดลายไทยโบราณละเอียดอ่อน เสื้อเป็นแขนยาวห่มสไบเฉียงภาพจากไหล่ขวาลงมาซ้ายอย่างสวยงาม เครื่องประดับทองคำแท้มีทั้งสร้อยคอ กำไล ต่างหู รวมถึงเข็มกลัด ทำให้เธอดูเหมือนสาวงามในวรรณคดี"หนูสวยมากเลยลูก"คุณแม่ของอิงอิงมองลูกสาวก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข วันมงคลสมรสดีๆ แบบนี้ครั้งเดียวในชีวิตจะต้องทำออกมาให้ดีที่สุด"ขอบคุณคุณแม่มากเลยนะคะที่ตื่นมาช่วยหนูแต่งตัวตั้งแต่เช้าเลย""วันนี้เป็นวันมงคลของลูกสาวแม่ก็ต้องตื่นมาดูแลสิ ไปกันเถอะจะต้องไปตักบาตรตอนเช้า สามีลูกรออยู่ข้างนอกแล้ว""ค่ะแม่"คุณแม่กุมมือลูกสาวพากันเดินออกจากห้องมุ่งหน้าตรงไปยังศาลาหน้าบ้านที่ถูกจัดไว้สำหรับทำบุญตักบาตรในยามเช้า พระภิกษุสงฆ์ 7 รูปเดินเรียงแถวมาจากถนนหน้าบ้าน มีเส
หลังจากที่ชายหนุ่มไปตักของอร่อยหลายอย่างเรียบร้อยก็วางใส่ถาดเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อให้ว่าที่ภรรยาสุดที่รักได้กินของเอร็ดอร่อย แต่ทว่าเขาต้องชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าของมาร์ติน กัปตันหนุ่มของสายการบินกำลังทำหน้าระริกระรี้ยุ่งวุ่นวายอยู่กับผู้หญิงของเขา"ช่วงหลังเราทักหาไม่ตอบเลยนะ งานยุ่งมากหรือไงถึงไม่มีแม้แต่เวลาจะตอบ""ขอโทษทีนะงานเรายุ่งพอสมควรเลย อีกอย่างช่วงนี้มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นเราก็เลยไม่ค่อยมีเวลาได้ตอบใครเท่าไหร่"เธอพยายามตอบด้วยความรักษาน้ำใจเพราะรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าคาดหวังในตัวของเธอมากพอสมควร ก่อนหน้านี้เธอพูดจะให้ความหวังเขาเนื่องจากอยากจะประชดผู้ชายอีกคน แต่ใครจะคิดว่ามาร์ตินจะเอาจริงขึ้นมาซะงั้น"เราอยากจะคุยกับอิงอิงเรื่องความสัมพันธ์ใหม่ เราสองคนรู้จักกันมานานแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็โสดไม่ได้มีใครเพราะฉะนั้นเราลองมาเริ่มต้นใหม่กันดูไหม ให้โอกาสกันและกันได้เรียนรู้ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดเราจะลงเอยกันหรือไม่ อย่างน้อยถือว่าเราสองคนได้ลองพยายามด้วยกันแล้ว"หญิงสาวอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันเธอก็ไม่เคยมีความรู้สึกต่อเขาเลยแม้สักนิดเดียว เธอมองว่าเขาเป็นเพื่
หลังจากที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งครอบครัวเปรมฤทัยสิริและครอบครัวของวรรณพิสุทธิ์ก็เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน ทั้งสองครอบครัวเจรจาคุยกันถึงเรื่องงานแต่งงานของเด็กทั้งสองคน ซึ่งทางฝ่ายหญิงเองก็ไม่ได้ติดอะไรเพราะทางฝั่งผู้ชายมีพร้อมทุกอย่างแถมยังแสดงความรับผิดชอบทั้งแม่และลูกในท้อง ส่วนเรื่องท้องก่อนแต่งครอบครัวของอิงอิงไม่ได้ติดใจอะไรเพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนและการมีเจ้าตัวเล็กถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดี เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขัดขวางความสุขของลูกทั้งสองคน ทุกอย่างเป็นเรื่องราวที่ดีด้วยซ้ำไป"ทำไมวันนี้ว่างไปบินได้คะ"หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังขับรถเดินทางไปยังสนามบินด้วยกัน เธอมาเคลียร์ตารางงานที่เหลือของสัปดาห์นี้ให้เสร็จเรียบร้อยแล้วจะพักผ่อนอย่างเต็มที่เนื่องจากว่าทางครอบครัวไม่อยากจะให้ทำงานหนักจนเกินไป และการทำงานที่ต้องพบเจอผู้คนมากมายมันอาจจะทำให้สภาพจิตใจไม่มั่นคง จึงคุยกันว่าให้เธอเข้าไปนั่งออฟฟิศเรียนรู้งานบริหารดีกว่าซึ่งเรื่องนี้เธอไม่ได้ขัดขวางอะไรและยินดีที่จะทำตามที่พี่เตชน์และครอบครัวต้องการ"ก็มาเป็นเพื่อนหนูไง 1 สัปดาห์นี้พี่จะทำหน้าท
ทางด้านของมาร์ตินเขารู้ว่าคู่อริสมัยมัธยมเป็นเจ้าของสายการบินที่เขาทำงานอยู่ และยังเป็นทายาทของมหาเศรษฐีอันดับ 1 ระดับประเทศอีก เอาจริงเขาแพ้ไอ้หมอนี่ทุกประตูเลยถ้าเทียบในเรื่องความร่ำรวยคงไม่มีใครสู้กัปตันเตชน์ได้ ถ้ามาพูดถึงเรื่องความสามารถก็คงต้องยอมแพ้ให้กับมันอีกเพราะไอ้หมอนี่มันขับเครื่องบินเป็นตั้งแต่เด็ก แต่ในเรื่องของนิสัยเขาสามารถเคลมว่าตัวเองดีกว่าไอ้หมอนั่นเยอะ แต่ก็นั่นแหละอยู่ที่ฝ่ายหญิงว่าจะกลับไปคบกับมันหรือตัดสินใจไปต่อใหม่กับเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาพยายามที่จะพูดคุยกับเธอตลอด ดูผิวเผินอิงอิงก็น่าจะมีใจอยู่หรอกแต่ถ้าสัมผัสดูดีๆ เธอแค่พูดคุยด้วยเพราะเกรงใจเพื่อนสมัยเรียนเท่านั้น"สวัสดีครับกัปตัน รู้ข่าวหรือยังว่ากัปตันเตชน์เป็นเจ้าของสายการบินที่เราทำงานอยู่ แถมยังเป็นทายาทมหาเศรษฐีอันดับ 1 อีก"เนื่องจากว่าธนัตถ์ไม่ได้บินพร้อมกับกัปตันเตชน์เหตุผลเพราะว่าเขาต้องเข้าไปทำงานที่บริษัทจึงทำให้เขาถูกโยกมาเป็นผู้ช่วยกัปตันของกัปตันมาร์ตินแทน"ก็พอรู้อยู่ไม่นานนี่เอง ว่าแต่เป็นคนสนิทของนายไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงไม่รู้ล่ะว่าไอ้หมอหน้ามันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร""ใครจะไปรู้ล่ะพี่เตชน์ปิ







