LOGINนิ้วแกร่งเคาะเถ้าบุหรี่ลงบนถังขยะสแตนเลสที่ด้านบนมีไว้สำหรับเขี่ยบุหรี่เพื่อทิ้งเศษเถ้าที่ถูกเผาออกไปและยกขึ้นมาดูดต่อ โรสลินเดินเข้าไปหาเขา เมื่อเห็นว่าเธอทำจมูกฟุดฟิดเพราะได้กลิ่นนิโคตินนั่นรบกวนระบบหายใจ เขาจึงขยี้มวนบุหรี่ดับไฟทิ้งไปเมื่อเห็นว่าเธอเดินเข้ามาใกล้แล้ว
“คุณนั่นเอง เอ่อ คุณคะเงินที่คุณให้หนูมา หนูจะรีบหามาคืนนะคะ แต่ว่า...คุณให้หนูมาตั้งสองหมื่นเลย หนูจำเป็นต้องใช้หมื่นเดียว อย่างนั้นอีกหมื่นหนึ่งที่คุณให้เกินมาหนูคืนให้คุณนะคะ” เธอแย้มยิ้มเอ่ยแล้วก็ก้มหน้าลงไปค้นหาเงินในกระเป๋าเพื่อจะคืนส่วนที่เกินให้ “ไม่ต้องๆ เธอเก็บเอาไว้ใช้เถอะ” เขายกมือร้องห้าม ทำให้เธอชะงักมือเก็บไป “มีเมื่อไรก็ค่อยเอามาคืน ฉันไม่รีบ” เขาเอ่ยด้วยเสียงเรียบทุ้มและไม่ได้ถามถึงความจำเป็นสักนิดว่าเธอจะเอาเงินนี้ไปทำอะไร การที่คนแปลกหน้ายื่นมือเข้ามาช่วยแบบนี้ ทำให้เธอยิ่งรู้สึกประทับใจในตัวเขา เขาเหมือนผู้ใหญ่ใจดีที่เธอพึ่งพิงได้ และที่แน่ๆ ต้องรวยมากจนใช้เงินเป็นเบี้ยแบบไม่คิดเสียดายสักนิด เขาไม่คิดว่าเธอจะชิ่งหนีเลยหรือ? “คุณรวยมากเลยเหรอคะ?” เธอโพล่งถามผู้มีพระคุณออกไป ปากมันไวกว่าความคิด พอนึกขึ้นได้ว่าเป็นคำถามที่ไม่ควรพูดออกไป เธอยกมือขึ้นมาตบปากตัวเองไปหนึ่งที เธอแค่คิดทำไมถึงพลั้งปากพูดออกไปล่ะ ทว่าเขากลับหัวเราะร่วนกับคำถามไร้เดียงสานั้น “ฮะ ฮ่า เธอนี่ก็ตลกดีนะ อืม ฉันรวย แล้วก็ชอบเปย์สาวๆ ด้วย” ว่าแล้วเขาก็เบะปากยักไหล่ตอบมาอย่างไม่ยี่หระนัก เธอพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อคิดตามที่เขาพูด เมื่อยืนเทียบความสูงกับเขาแล้วเธอสูงแค่ระดับอกของเขาเท่านั้น ทำให้เวลาคุยกันจะต้องเงยหน้าสูงขึ้น “แล้วนี่คุณจะไปไหนต่อหรือคะ” เธอถามด้วยความกระตือรือร้น “ก็กลับโรงแรม” “พักอยู่แถวๆ นี้หรือคะ?” “อือ” เขาตอบกลับน้ำเสียงเรียบห้วน “งั้นหนูขอเบอร์ติดต่อคุณได้ไหมคะ เผื่อว่าหนูจะได้ติดต่อคุณ ตอนเอาเงินมาคืนคุณค่ะ” “บอกเบอร์เธอมาสิ” เขาล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบสมาร์ตโฟนราคาแพงระยับรุ่นล่าสุดออกมา “ได้ค่ะ เบอร์หนู 09928xxxxx ค่ะ” เขากดโทรออกไป เสียงสั่นดังครืดคราดในกระเป๋าผ้าป่านของโรสลิน เธอหยิบสมาร์ตโฟนราคาถูกยี่ห้อที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์ในตลาดมาก่อนออกมา เขามองสมาร์ตโฟนในมือของเธอที่เก่าคร่ำครึ แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว มันยังใช้ได้อยู่อีกหรือ? หน้าจอเก่าๆ มีรอยขีดข่วนเป็นลายพร้อย แถมยังมีหนังยางมันประกบติดกันเอาไว้อีก “หนูมีเบอร์คุณแล้ว คุณชื่ออะไรคะ หนูจะได้เมมชื่อไว้ถูก” เธอกะพริบตาปริบเอียงคอถามเขาด้วยท่าทีน่าเอ็นดู ทว่าคนตรงหน้ากลับวางท่าและใบหน้าเฉยเมยแล้วรีบเบือนหน้าไปอีกทางเพื่อเก็บงำความรู้สึกบางอย่าง “เราจำเป็นต้องรู้จักชื่อกันด้วยเหรอ” เขาเอ่ยเสียงขุ่น “ต้องสิคะ ก็คุณเป็นเจ้าหนี้ของหนูนี่นา แต่ถ้า...คุณไม่สะดวกบอกชื่อก็ไม่เป็นไรค่ะ งั้นหนูจะพิมพ์ว่า “เจ้าหนี้” แบบนี้ก็แล้วกันนะคะ” เธอเอ่ยตอบกลับเสียงใสพอเมมชื่อในเครื่องเสร็จ โรสลินก็โค้งคำนับให้เขาอีกครั้ง “หนูขอบคุณคุณมากนะคะที่ช่วยเหลือหนูในครั้งนี้ หนูจะไม่ลืมบุญคุญเลย และหนูจะรีบหาเงินมาใช้คืนคุณให้ครบทุกบาททุกสตางค์เลยนะคะ” “อือๆ” เขาตอบรับอย่างเนือยๆ “แล้วนี่จะกลับยังไง ถามจริงเรียนจบมัธยมหรือยัง ทำไมถึงมาทำงานในบาร์แบบนี้” เขาเห็นว่าเธอยังหน้าเด็กมากไม่รู้ว่าบรรลุนิติภาวะหรือยัง “หนูอายุ 20 แล้วค่ะ หนูเรียนปี3 แล้วด้วย” เธอแหวเสียงขึ้นมา เขาพยักหน้ารับรู้ ที่เขาไม่ถามเธอเรื่องที่อยากได้เงินไปทำอะไรนั้น ก็เพราะเขาได้สอบถามเบื้องต้นจากเจ๊สาตอนที่เธอเมาแล้วหลับไป จึงได้รู้ว่าเธอจะเอาไปประกันตัวแม่ที่ติดคุกอยู่ เขาก็เลยช่วยสงเคราะห์ให้แก่ความพยายามที่ซัดเหล้าเพียวๆ แบบนั้น ถ้าคนไม่จนตรอกจริงๆ คงไม่ลงทุนเอาตัวเองมาเสี่ยงม่องเท่งแบบนี้หรอก ส่วนเงินที่เพิ่มให้เธอไปก็กะว่าจะให้เป็นทุนการศึกษาหรือเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัวนั่นแหละไม่ได้คิดอยากจะได้คืนด้วยซ้ำไป หวังว่าเขาคงไม่ถูกหลอกจากคนที่หน้าตาใสๆ ซื่อ ๆ แบบนี้หรอกนะ แต่ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมเขาต้องยื่นมือเข้ามาช่วยคนแปลกหน้าแบบเธอ อาจจะเป็นเพราะรู้สึกสงสารนั่นแหละ แค่สงสาร ไม่ได้คิดอยากจะเป็นอาหวังเลยจริงจริ๊ง! คำพูดมากมายความหมาย... “คุณใจดีกับสาวๆ แบบนี้ทุกคนเลยไหมคะ?” โรสลินยังคงเจื้อยแจ้วถาม “ถ้าฉันใจดีกับทุกคน ฉันก็คงล่มจมกันพอดี ถามโง่ๆ” เขาสบถน้ำเสียงขุ่นขวางติดรำคาญเล็กน้อย “ขอโทษค่ะที่หนูถามมากไป คุณคงหงุดหงิด” เธอเอ่ยเสียงอ่อยๆ หน้าเจื่อนจ๋อย แล้วรีบโค้งกายคำนับขออภัยทันทีที่ทำให้เขารำคาญใจ“คุณคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ? ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของสามีที่กำลังแอบอ่านบันทึกของมารดาอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น“ฉันว่าแม่ของเราสองคนรู้จักกันนะ” โรมโพล่งขึ้น โรสลินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง“คะ คุณว่าอะไรนะคะ?”ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไร อยู่ๆ รูปใบหนึ่งที่ถูกเก็บไว้ในสมุดบันทึกก็หล่นลงพื้นไป โรสลินรีบหยิบมันขึ้นมาดู“นี่มัน!” โรสลินร้องอุทานยกมือข้างหนึ่งปิดปากตาเปิดกว้าง โรมรีบชโงกหน้าไปดูรูปที่อยู่ในมือเธอ“นี่แม่ฉัน...ส่วนนี่” ผู้หญิงในชุดคลุมท้องที่ยืนอยู่ข้างกันก็คือดาหลา มารดาของโรสลินนั่นเอง“เป็นไปได้ไงกันคะ?” เธอหันมามองหน้าเขาเหลอหลา“นั่นนะสิ” โรมพึมพำ “อ้อ แล้วถุงเท้าอันนี้ จากที่อ่านบันทึกของแม่ แม่ถักเอาไว้ให้เธอนะ แต่น่าจะไม่มีโอกาสได้ให้” เขาเปรยออกมาน้ำเสียงเศร้า โรสลินเบนสายตามองถุงเท้าที่วางอยู่“คุณคะ ถ้าอย่างนั้นขอถุงเท้าจากแม่คุณให้มะลิแทนได้ไหมคะ?” โรสลินโพล่งคำ“จริงสิ! ถ้าเอาให้หลานใส่ แม่ต้องดีใจมากๆ แน่ ถุงเท้าน่าจะเหมาะกับลูกสาวเราด้วย” โรมแย้มยิ้มรีบหยิบถุงเท้าที่ห่ออยู่ในถุงพลาสติกที่ถูกเก็บอย่างดีออกมาสวมให้ลูกสาวตัวน้อย“ว้าว! ลู
เกิดประกายวูบหนึ่งพาดผ่านดวงตาคู่คมของโรม เหตุการณ์นี้เหมือนเดจาวู“Sweet Factory”“เออ ใช่ๆ ชื่อนี้แหละคุณ ว่าแต่คุณรู้จักด้วยเหรอคะ?”แน่นอนล่ะ ร้านนี้มันเป็นร้านโปรดของเขาเลย!“แม่ผมก็เสียวันนี้เหมือนกัน และมันก็ตรงกับวันเกิดของผมเหมือนกัน!” โรมและโรสลินหันมามองหน้ากัน มันเป็นความรู้สึกที่เหลือจะเชื่อ!“นี่อย่าบอกนะว่าเป็นเหตุการณ์เดียวกัน เอ... ใช่ๆ ต้องใช่แน่ วันนั้นฉันจำได้รางๆ ว่ามีผู้หญิงอีกคนที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลพร้อมกับเราด้วย!”ดาวเรืองเองก็ตกตะลึงกับเรื่องนี้ ทั้งคู่มีความเชื่อมโยงเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันแบบคาดไม่ถึง นี่มันเป็นความบังเอิญจริงๆ เหมือนว่ามีใครกำหนดมันเอาไว้แล้ว...ณ บ้านไม้ที่ทาทาบด้วยสีขาวทั้งหลังในแถบชานเมือง โรมพาครอบครัวกลับไปไหว้แม่ของเขาที่นั่น และก็จะไปวัดดารารามเพื่อไปไหว้แม่ของโรสลินด้วย โรสลินจุดธูปบอกกล่าวและพามะลิมาไหว้คุณย่าด้วย“ธุจ้า คุณย่าสิคะ ทำยังไงเอ่ย” เด็กน้อยก็ยกมือป้อมๆ ประกบกันแล้วก้มศีรษะลงอย่างรู้ความ“จ้า จ้า” เสียงใสเจื้อยแจ้วช่างจำนรรจา“เก่งมากเลยลูกสาวแม่” โรสลินเอ่ยชมลูกสาวตัวน้อยก่อนจะกดปลายจมูกลงบนศีรษะเล็ก“เ
ณ โรงพยาบาล“แม่เป็นเป็นยังไงบ้าง” โรสลินโพล่งถามทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไป เธอช่วยพยุงดาวเรืองขึ้นมานั่งเอาหมอนอิงหลังให้“ดีขึ้นมาก ขอบใจแกกับคุณโรมด้วยนะ แกยังจะนับถือฉันเป็นแม่อยู่อีกหรือทั้งที่ฉันใจร้ายและทำไม่ดีกับแกมาตั้งเยอะ ฮึก ฮือ” หล่อนยกมือขึ้นปิดหน้าพลันร่ำไห้ รู้สึกเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป โรสลินเข้าไปสวมกอดดาวเรือง“ไม่เป็นไรนะแม่ อย่าร้องเลยนะแม่ โรสไม่โกรธแม่แล้ว” โรสลินเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มให้หล่อน แค่เห็นแม่สำนึกผิดได้ แบบนี้หล่อนก็ดีใจแล้ว ดีว่ามันไม่สายจนเกินแก้ไข ดาวเรืองหันไปหาโรมที่อุ้มน้องมะลิอยู่แล้วเอ่ยถาม“นั่นลูกแกใช่ไหม”“จ้ะ ชื่อมะลิ” เด็กน้อยที่พ่ออุ้มดูดจุกหลอกเสียงดังจุ๊บจั๊บแล้วหันมามองดาวเรืองตาแป๋วแหวว“น่าเอ็นดูเสียจริง” ดาวเรืองมองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู“โรสอยากรู้เรื่องแม่ดาหลาจ้ะ แม่เล่าให้โรสฟังได้ไหม”“ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้บ้าง เพราะฉันเคยเซ็นสัญญาไม่เปิดเผยความจริงกับคุณรสิตาไว้ ฉันกลัวว่าถ้าบอก...”“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเคลียร์กับพี่ตาแล้ว พี่ตาบอกผมแล้วว่าให้คุณพูดได้เลย พี่ตาไม่เอาเรื่องใดๆ ทั้งนั้น” ดาวเ
“ได้ค่ะๆ หนูจะไม่มาให้คุณกับคุณฤทธิ์เห็นหน้าอีกค่ะอีกต่อไปค่ะ”นี่เป็นสาเหตุให้ดาหลาตัดสินใจเด็ดขาดที่จะหายตัวไปเงียบๆ เพื่อเลี้ยงดูลูกตามลำพัง เธอไม่ได้คิดห่วงตัวเอง เธอห่วงก็แต่ความปลอดภัยลูกในท้อง เลือดเนื้อเชื้อไขที่เกิดจากความรักของเธอและเขา...วรรณษานิ่งอึ้งไปอยู่นาน จนฤทธิ์เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา“แล้วผมมีอีกเรื่อง”“คะ?” คิ้วโก่งเลิกสูง“ริสาไม่ใช่ลูกของผม!”“คะ คุณฤทธิ์คุณพูดเรื่องอะไรคะ” วรรณษาเลิ่กลั่กงับคำไม่ตรงคำ โรสลินเองที่อยู่ตรงนั้นด้วยก็ยกมือปิดปากตาเบิกโตด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยินไม่ต่างกัน“คุณรู้อยู่แก่ใจคุณวรรณ ทำไมคุณต้องหลอกผม ทั้งที่ผมไม่เคยคิดจะแตะต้องตัวคุณเลยด้วยซ้ำ!” เขาแค่นเสียงดังตอกหน้าผู้หญิงตรงหน้าที่แบ็คเมลเขาเพื่อที่จะได้แต่งงานกับเขานับตั้งแต่วรรณษาแต่งเข้ามาในอารยะตระกูลทั้งคู่ก็แยกกันนอนมาตลอด คนภายนอกส่วนใหญ่ที่มองมาเห็นว่ารักกันดีและเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกคือปลอมทั้งนั้น มันคือการสร้างภาพมายาแทบทั้งสิ้นในคืนนั้นที่ทั้งคู่ได้เสียกันมันเป็นเพราะวรรณษาวางยานอนหลับฤทธิ์แล้วมีการจัดฉากว่าทั้งคู่ได้เสียกันขึ้นมา ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้เ
“ริสา ไม่ใช่ลูกอา”“หา! อา...หมายความว่ายังไงครับ”“อาสงสัยในตัวลูกสาวคนนี้มานานแล้ว อาก็เลยส่งไปตรวจด้วย”ฤทธิ์ยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลให้โรสลิน เธอหยิบมันขึ้นมาอ่านรายละเอียด ดวงตาเบิกกว้างเพราะผลตรวจดีเอ็นเอ ระบุว่าเธอและเขามีความเกี่ยวข้องเป็นพ่อลูกกัน99.99%“นี่มันอะไรกันคะ?” คิ้วสวยเลิกสูงเป็นเชิงคำถาม“ขอโทษที่พ่อทำโดยพลการ เรื่องตัวอย่างดีเอ็นเอ พ่อไม่ได้ขออนุญาตหนูก่อน แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นหนูก็ไม่ยอมไปตรวจ” ฤทธิ์เอ่ยขึ้น สรรพนามเรียกขานที่ใช้กับเธอก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วยเมื่อเขารู้ความจริงว่าเธอคือลูกของเขา“แล้วได้ตัวอย่างดีเอ็นเอไปได้ยังไงคะ” โรสลินรู้สึกฉุนเฉียว“เรื่องนี้โรมช่วยอา”“คุณโรม?” คิ้วเรียงสวยเริ่มขมวดมุ่น ที่แท้ก็เป็นฝีมือของโรมนั่นเอง“อืม เขาเอารากผมของหนูมาให้พ่อเอาไปตรวจน่ะ อย่าไปโกรธโรมเลยนะ โรมคงอยากช่วยพ่อ” ฤทธิ์อ้อมแอ้มเอ่ยเสียงแผ่ว‘คุณโรมนะคุณโรม’โรสลินฮึ่มๆ อยู่ในใจ“หนูคือลูกของพ่อกับแม่ดาหลา ต่อไปหากมีเรื่องอะไรที่เดือดร้อนและอยากให้พ่อช่วยเหลือบอกพ่อได้เสมอนะ ให้พ่อได้ใช้เวลาที่เหลือทำหน้าที่ของพ่อ” เขามั่นใจว่าโรสลินเป็นลูกของเขากับดาหลา
ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย คนรับใช้ภายในบ้านก็ต่างเอ็นดูเจ้าก้อนแป้ง ซึ่งอานิสงส์นี้มันเผื่อแผ่มาถึงคนเป็นแม่อย่างโรสลินด้วย“นี่ กดปุ่มตรงนี้นะจ๊ะมะลิ” รสิตาชี้ไปที่ปุ่มเพลง เป็นกล่องกิจกรรมที่มีเสียงเพลงที่หล่อนเพิ่งซื้อมาฝากหลาน พอกดแล้วก็มีเสียงเพลงดังขึ้น เด็กน้อยที่นั่งตักคนเป็นย่าอยู่ก็โยกตัวโยกหัวตามจังหวะเพลงเต้นไปด้วย ทั้งป้าทั้งย่าก็ร้องเชียร์กันยกใหญ่“น่ารักจังหลานย่า” ราตรีกดปลายจมูกลงบนศีรษะเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู โรมและโรสลินที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลต่างยิ้มแป้นแล้นหน้าบานเป็นจานเชิงไม่ต่างกัน“สงสัยมะลิจะตกคนทั้งบ้านได้อยู่หมัด” โรสลินเปรยขึ้น“ช่วยไม่ได้นี่นาก็ลูกเราน่ารัก” เขาเย้าภรรยากลับ“เดี๋ยวอีกสักพักค่อยไปโรงพยาบาลกันนะ”“ค่ะ” เมื่อได้ยินโรสลินก็ทำหน้าเศร้าๆ ขึ้นมาฉับพลัน“ไม่เป็นไรหรอกน่า หมอบอกว่าเธอปลอดภัยดีแล้ว” เขายื่นมือมากุมมือโรสลินแล้วตบลงที่หลังมือแผ่วเบาให้กำลังใจขณะที่ทั้งสามคนเดินออกจากบ้านไปแล้ว รสิตาก็ลอบมองพวกเขาเดินจากไปเงียบๆ จริงๆ แล้วหล่อนมีเรื่องที่อยู่ในใจอยากจะปรับความเข้าใจกับโรสลินหลายเรื่อง ทั้งอยากจะขอโทษในเรื่องที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ แล







