เข้าสู่ระบบโรสลินกลั้นใจยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดแก้ว นี่เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่รับคำท้าเขาแบบนี้ ถึงทำงานร้านเหล้า ทว่าคอก็ไม่ได้แข็งขนาดนั้น รสชาติความขมปร่าของแอลกอฮอล์บาดคอชะมัด!
แก้วแรกหมดแล้ว... แก้วต่อไป... โลกมืด... ฟุบ... โรสลินไม่ได้สติอีกเลยนับจากนั้น “หึ คออ่อนแต่ดันทำปากเก่ง” โรสลินไม่ได้สติไปนานเท่าไรไม่รู้ เธอตื่นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงกว้าง เธอเด้งตัวขึ้นมานั่ง นี่อย่าบอกนะว่า...รีบก้มสำรวจดูเสื้อผ้าตัวเองก็พบว่ามันยังอยู่ครบ ไม่รู้สึกปวดเนื้อปวดตัวใดๆ เธอพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อกวาดสายตาดูรอบๆ “เอ๊ะ นี่มันห้องนอนในชั้นวีไอพีนี่นา” ก็พบว่าเป็นห้องนอนชั้นวีไอพี แล้วเจ๊สาก็เปิดประตูเข้ามาในห้องพอดี “ตื่นแล้วเหรอโรส?” “เจ๊ ทำไมหนูมานอนอยู่นี่” โรสลินโพล่งถามแทบจะทันทีที่เจ๊สาโผล่หน้าเข้ามา เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจำได้แค่ว่าเดิมพันดื่มเหล้ากับลูกค้าวีไอพี หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้แล้ว “ก็แกเมาจนฟุบหลับคาโต๊ะแขก ฉันก็เลยให้คนแบกแกมาพักที่นี่ยังไงล่ะ” เจ๊สาส่ายหน้าเบาๆ ที่ลูกน้องสาวดันเมาแล้วหลับไม่รู้เรื่อง “เจ๊ แล้วหนูดื่มไปทั้งหมดกี่แก้ว” “หนึ่ง” “หา!” “หาอะไรล่ะ คิดยังไงไปดื่มเหล้าเพียวๆ แบบนั้น ไม่ตายก็บุญแล้ว” เจ๊สาเอ็ดอึงลูกน้องสาวเสียงขรมที่ทำอะไรไม่คิด “เอานี่” แล้วเจ๊สาก็ยื่นเงินปึกหนึ่งมาให้เธอ “อะไรคะ? เจ๊ให้หนูยืมเงินใช่ไหม” ในเมื่อเงินก็ไม่ได้จากแขกคนนั้น ก็คงไม่พ้นเงินของเจ๊สาอยู่วันยังค่ำ เธอรับมาพร้อมกับยกมือไหว้ “ขอบคุณมากนะคะเจ๊ที่ให้หนูยืมเงิน” น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความสำนึกบุญคุญที่เจ๊สาคอยช่วยเหลือเกื้อกูลเธอมาโดยตลอด “ไม่ใช่เงินเจ๊ เงินลูกค้าคนนั้นต่างหาก เขาโอนเงินเข้าบัญชีเจ๊ เพราะว่าไม่มีเงินสด เจ๊ก็เลยเอาเงินในร้านมาให้แกก่อน เขาฝากบอกว่าฝากเอาไว้ให้แกน่ะ ลองนับดูสิ” โรสลินรู้สึกตกใจมาก เพราะเงินปึกนี้มันหนามากน่าจะเกินหมื่นแน่ “หนึ่ง สอง สาม...สิบแปด สิบเก้า ยี่สิบ สะสะสองหมื่นหรือเจ๊” “อือ เจ๊ว่าเขาดูสนใจแกนะ เผลอๆ วาสนาแกจะมีคนเลี้ยงดูแบบยัยจ๋า รีบคว้าไว้เลย ทั้งหล่อทั้งรวยแบบนี้หายาก” เจ๊สาให้คำแนะนำ “หนูก็คงเป็นได้แค่นางบำเรอ เขาคงไม่จริงจังกับหนูหรอกเจ๊” โรสลินตัดพ้อ เขาหล่อรวยมีฐานะขนาดนั้นเขาก็คงไม่สนใจผู้หญิงแบบเธอหรอก “ไม่เห็นต้องสนใจเลย อย่างน้อยแกก็ไม่อดตาย แถมได้เอากับคนหล่อด้วย ก็ยิ่งถือว่าเป็นกำไร” หล่อนทำหน้าเพ้อๆ “เจ๊ก็ว่าไปนั่น อ้อ อย่างนั้นหนูต้องไปขอบคุณเขาแล้ว” เธอลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง เจ๊สารีบคว้าแขนเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที “ตอนนี้ร้านปิดแล้ว เขาน่าจะกลับไปแล้วล่ะไม่ต้องรีบ เดี๋ยวเขาก็คงมาอีก” โรสลินพยักหน้ารับแช่มช้า แล้วโรสลินก็เพิ่งฉุกคิดขึ้นมาได้ “แต่จะว่าไปหนูยังไม่รู้จักชื่อเขาเลย ตายจริงหนูเองก็ยังไม่ได้แนะนำตัวกับเขาด้วย โอ้ยจะบ้า!” “อ้าว นี่แกไม่ถามเขาหรือ?” หล่อนส่ายหน้าเบาๆ สรุปก็ไม่มีใครถามชื่อแซ่เขาสักคน รู้แค่ว่าเป็นลูกค้าวีไอพีสุดหล่อเท่านั้น “แล้วแกจะกลับหรือจะนอนที่นี่ล่ะ” เจ๊สาถามอีกนี่ก็ตีสองแล้ว ปกติโรสลินก็กลับบ้านตลอดไม่ได้ค้าง แต่ครั้งนี้เธอดื่มมาด้วย เจ๊สาเลยรู้สึกเป็นห่วงในการเดินทางกลับ “หนูจะกลับเลยค่ะ” “อย่างนั้นก็กลับดีๆ ล่ะ” โรสลินได้ยาแก้แฮงค์จากเจ๊สามาพอได้บรรเทาอาการตื้อๆ ในหัว กำปั้นน้อยทุบที่ท้ายทอยตัวเองเรียกสติ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดเดิมของเธอเสร็จก็เดินออกจากห้องพนักงาน เห็นว่าพนักงานคนอื่นเก็บโต๊ะเก้าอี้ทำความสะอาดร้านกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ได้แต่เข้าไปขอโทษขอโพยเพื่อนๆ ที่วันนี้เธออู้งาน แต่พวกนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอมากนักเพราะเข้าใจถึงสถานการณ์ว่าทำไมถึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น โรสลินเดินออกมาจากบาร์ ในหัวตอนนี้เอาแต่คิดว่าเงินที่ได้จากเขาคนนั้น คนที่เธอไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ เป็นคนแปลกหน้าที่ยื่นมือมาช่วย เงินสองหมื่นนี่เธอต้องหามาคืนเขาให้ได้ “ดีขึ้นแล้วเหรอ?” เสียงใครคนหนึ่งลอยผ่านสายลมมา เธอหันขวับกลับไปที่ต้นเสียงก็พบว่าเป็นเขาที่กำลังยืนสูบบุหรี่อัดสารนิโคตินเข้าปอดอยู่บริเวณจุดที่จัดไว้ให้สูบบุหรี่ได้ รอยยิ้มที่มุมปากของเธอถูกจุดขึ้นอัตโนมัติ“คุณคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ? ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของสามีที่กำลังแอบอ่านบันทึกของมารดาอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น“ฉันว่าแม่ของเราสองคนรู้จักกันนะ” โรมโพล่งขึ้น โรสลินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง“คะ คุณว่าอะไรนะคะ?”ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไร อยู่ๆ รูปใบหนึ่งที่ถูกเก็บไว้ในสมุดบันทึกก็หล่นลงพื้นไป โรสลินรีบหยิบมันขึ้นมาดู“นี่มัน!” โรสลินร้องอุทานยกมือข้างหนึ่งปิดปากตาเปิดกว้าง โรมรีบชโงกหน้าไปดูรูปที่อยู่ในมือเธอ“นี่แม่ฉัน...ส่วนนี่” ผู้หญิงในชุดคลุมท้องที่ยืนอยู่ข้างกันก็คือดาหลา มารดาของโรสลินนั่นเอง“เป็นไปได้ไงกันคะ?” เธอหันมามองหน้าเขาเหลอหลา“นั่นนะสิ” โรมพึมพำ “อ้อ แล้วถุงเท้าอันนี้ จากที่อ่านบันทึกของแม่ แม่ถักเอาไว้ให้เธอนะ แต่น่าจะไม่มีโอกาสได้ให้” เขาเปรยออกมาน้ำเสียงเศร้า โรสลินเบนสายตามองถุงเท้าที่วางอยู่“คุณคะ ถ้าอย่างนั้นขอถุงเท้าจากแม่คุณให้มะลิแทนได้ไหมคะ?” โรสลินโพล่งคำ“จริงสิ! ถ้าเอาให้หลานใส่ แม่ต้องดีใจมากๆ แน่ ถุงเท้าน่าจะเหมาะกับลูกสาวเราด้วย” โรมแย้มยิ้มรีบหยิบถุงเท้าที่ห่ออยู่ในถุงพลาสติกที่ถูกเก็บอย่างดีออกมาสวมให้ลูกสาวตัวน้อย“ว้าว! ลู
เกิดประกายวูบหนึ่งพาดผ่านดวงตาคู่คมของโรม เหตุการณ์นี้เหมือนเดจาวู“Sweet Factory”“เออ ใช่ๆ ชื่อนี้แหละคุณ ว่าแต่คุณรู้จักด้วยเหรอคะ?”แน่นอนล่ะ ร้านนี้มันเป็นร้านโปรดของเขาเลย!“แม่ผมก็เสียวันนี้เหมือนกัน และมันก็ตรงกับวันเกิดของผมเหมือนกัน!” โรมและโรสลินหันมามองหน้ากัน มันเป็นความรู้สึกที่เหลือจะเชื่อ!“นี่อย่าบอกนะว่าเป็นเหตุการณ์เดียวกัน เอ... ใช่ๆ ต้องใช่แน่ วันนั้นฉันจำได้รางๆ ว่ามีผู้หญิงอีกคนที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลพร้อมกับเราด้วย!”ดาวเรืองเองก็ตกตะลึงกับเรื่องนี้ ทั้งคู่มีความเชื่อมโยงเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันแบบคาดไม่ถึง นี่มันเป็นความบังเอิญจริงๆ เหมือนว่ามีใครกำหนดมันเอาไว้แล้ว...ณ บ้านไม้ที่ทาทาบด้วยสีขาวทั้งหลังในแถบชานเมือง โรมพาครอบครัวกลับไปไหว้แม่ของเขาที่นั่น และก็จะไปวัดดารารามเพื่อไปไหว้แม่ของโรสลินด้วย โรสลินจุดธูปบอกกล่าวและพามะลิมาไหว้คุณย่าด้วย“ธุจ้า คุณย่าสิคะ ทำยังไงเอ่ย” เด็กน้อยก็ยกมือป้อมๆ ประกบกันแล้วก้มศีรษะลงอย่างรู้ความ“จ้า จ้า” เสียงใสเจื้อยแจ้วช่างจำนรรจา“เก่งมากเลยลูกสาวแม่” โรสลินเอ่ยชมลูกสาวตัวน้อยก่อนจะกดปลายจมูกลงบนศีรษะเล็ก“เ
ณ โรงพยาบาล“แม่เป็นเป็นยังไงบ้าง” โรสลินโพล่งถามทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไป เธอช่วยพยุงดาวเรืองขึ้นมานั่งเอาหมอนอิงหลังให้“ดีขึ้นมาก ขอบใจแกกับคุณโรมด้วยนะ แกยังจะนับถือฉันเป็นแม่อยู่อีกหรือทั้งที่ฉันใจร้ายและทำไม่ดีกับแกมาตั้งเยอะ ฮึก ฮือ” หล่อนยกมือขึ้นปิดหน้าพลันร่ำไห้ รู้สึกเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป โรสลินเข้าไปสวมกอดดาวเรือง“ไม่เป็นไรนะแม่ อย่าร้องเลยนะแม่ โรสไม่โกรธแม่แล้ว” โรสลินเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มให้หล่อน แค่เห็นแม่สำนึกผิดได้ แบบนี้หล่อนก็ดีใจแล้ว ดีว่ามันไม่สายจนเกินแก้ไข ดาวเรืองหันไปหาโรมที่อุ้มน้องมะลิอยู่แล้วเอ่ยถาม“นั่นลูกแกใช่ไหม”“จ้ะ ชื่อมะลิ” เด็กน้อยที่พ่ออุ้มดูดจุกหลอกเสียงดังจุ๊บจั๊บแล้วหันมามองดาวเรืองตาแป๋วแหวว“น่าเอ็นดูเสียจริง” ดาวเรืองมองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู“โรสอยากรู้เรื่องแม่ดาหลาจ้ะ แม่เล่าให้โรสฟังได้ไหม”“ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้บ้าง เพราะฉันเคยเซ็นสัญญาไม่เปิดเผยความจริงกับคุณรสิตาไว้ ฉันกลัวว่าถ้าบอก...”“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเคลียร์กับพี่ตาแล้ว พี่ตาบอกผมแล้วว่าให้คุณพูดได้เลย พี่ตาไม่เอาเรื่องใดๆ ทั้งนั้น” ดาวเ
“ได้ค่ะๆ หนูจะไม่มาให้คุณกับคุณฤทธิ์เห็นหน้าอีกค่ะอีกต่อไปค่ะ”นี่เป็นสาเหตุให้ดาหลาตัดสินใจเด็ดขาดที่จะหายตัวไปเงียบๆ เพื่อเลี้ยงดูลูกตามลำพัง เธอไม่ได้คิดห่วงตัวเอง เธอห่วงก็แต่ความปลอดภัยลูกในท้อง เลือดเนื้อเชื้อไขที่เกิดจากความรักของเธอและเขา...วรรณษานิ่งอึ้งไปอยู่นาน จนฤทธิ์เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา“แล้วผมมีอีกเรื่อง”“คะ?” คิ้วโก่งเลิกสูง“ริสาไม่ใช่ลูกของผม!”“คะ คุณฤทธิ์คุณพูดเรื่องอะไรคะ” วรรณษาเลิ่กลั่กงับคำไม่ตรงคำ โรสลินเองที่อยู่ตรงนั้นด้วยก็ยกมือปิดปากตาเบิกโตด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยินไม่ต่างกัน“คุณรู้อยู่แก่ใจคุณวรรณ ทำไมคุณต้องหลอกผม ทั้งที่ผมไม่เคยคิดจะแตะต้องตัวคุณเลยด้วยซ้ำ!” เขาแค่นเสียงดังตอกหน้าผู้หญิงตรงหน้าที่แบ็คเมลเขาเพื่อที่จะได้แต่งงานกับเขานับตั้งแต่วรรณษาแต่งเข้ามาในอารยะตระกูลทั้งคู่ก็แยกกันนอนมาตลอด คนภายนอกส่วนใหญ่ที่มองมาเห็นว่ารักกันดีและเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกคือปลอมทั้งนั้น มันคือการสร้างภาพมายาแทบทั้งสิ้นในคืนนั้นที่ทั้งคู่ได้เสียกันมันเป็นเพราะวรรณษาวางยานอนหลับฤทธิ์แล้วมีการจัดฉากว่าทั้งคู่ได้เสียกันขึ้นมา ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้เ
“ริสา ไม่ใช่ลูกอา”“หา! อา...หมายความว่ายังไงครับ”“อาสงสัยในตัวลูกสาวคนนี้มานานแล้ว อาก็เลยส่งไปตรวจด้วย”ฤทธิ์ยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลให้โรสลิน เธอหยิบมันขึ้นมาอ่านรายละเอียด ดวงตาเบิกกว้างเพราะผลตรวจดีเอ็นเอ ระบุว่าเธอและเขามีความเกี่ยวข้องเป็นพ่อลูกกัน99.99%“นี่มันอะไรกันคะ?” คิ้วสวยเลิกสูงเป็นเชิงคำถาม“ขอโทษที่พ่อทำโดยพลการ เรื่องตัวอย่างดีเอ็นเอ พ่อไม่ได้ขออนุญาตหนูก่อน แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นหนูก็ไม่ยอมไปตรวจ” ฤทธิ์เอ่ยขึ้น สรรพนามเรียกขานที่ใช้กับเธอก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วยเมื่อเขารู้ความจริงว่าเธอคือลูกของเขา“แล้วได้ตัวอย่างดีเอ็นเอไปได้ยังไงคะ” โรสลินรู้สึกฉุนเฉียว“เรื่องนี้โรมช่วยอา”“คุณโรม?” คิ้วเรียงสวยเริ่มขมวดมุ่น ที่แท้ก็เป็นฝีมือของโรมนั่นเอง“อืม เขาเอารากผมของหนูมาให้พ่อเอาไปตรวจน่ะ อย่าไปโกรธโรมเลยนะ โรมคงอยากช่วยพ่อ” ฤทธิ์อ้อมแอ้มเอ่ยเสียงแผ่ว‘คุณโรมนะคุณโรม’โรสลินฮึ่มๆ อยู่ในใจ“หนูคือลูกของพ่อกับแม่ดาหลา ต่อไปหากมีเรื่องอะไรที่เดือดร้อนและอยากให้พ่อช่วยเหลือบอกพ่อได้เสมอนะ ให้พ่อได้ใช้เวลาที่เหลือทำหน้าที่ของพ่อ” เขามั่นใจว่าโรสลินเป็นลูกของเขากับดาหลา
ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย คนรับใช้ภายในบ้านก็ต่างเอ็นดูเจ้าก้อนแป้ง ซึ่งอานิสงส์นี้มันเผื่อแผ่มาถึงคนเป็นแม่อย่างโรสลินด้วย“นี่ กดปุ่มตรงนี้นะจ๊ะมะลิ” รสิตาชี้ไปที่ปุ่มเพลง เป็นกล่องกิจกรรมที่มีเสียงเพลงที่หล่อนเพิ่งซื้อมาฝากหลาน พอกดแล้วก็มีเสียงเพลงดังขึ้น เด็กน้อยที่นั่งตักคนเป็นย่าอยู่ก็โยกตัวโยกหัวตามจังหวะเพลงเต้นไปด้วย ทั้งป้าทั้งย่าก็ร้องเชียร์กันยกใหญ่“น่ารักจังหลานย่า” ราตรีกดปลายจมูกลงบนศีรษะเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู โรมและโรสลินที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลต่างยิ้มแป้นแล้นหน้าบานเป็นจานเชิงไม่ต่างกัน“สงสัยมะลิจะตกคนทั้งบ้านได้อยู่หมัด” โรสลินเปรยขึ้น“ช่วยไม่ได้นี่นาก็ลูกเราน่ารัก” เขาเย้าภรรยากลับ“เดี๋ยวอีกสักพักค่อยไปโรงพยาบาลกันนะ”“ค่ะ” เมื่อได้ยินโรสลินก็ทำหน้าเศร้าๆ ขึ้นมาฉับพลัน“ไม่เป็นไรหรอกน่า หมอบอกว่าเธอปลอดภัยดีแล้ว” เขายื่นมือมากุมมือโรสลินแล้วตบลงที่หลังมือแผ่วเบาให้กำลังใจขณะที่ทั้งสามคนเดินออกจากบ้านไปแล้ว รสิตาก็ลอบมองพวกเขาเดินจากไปเงียบๆ จริงๆ แล้วหล่อนมีเรื่องที่อยู่ในใจอยากจะปรับความเข้าใจกับโรสลินหลายเรื่อง ทั้งอยากจะขอโทษในเรื่องที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ แล






![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
