เข้าสู่ระบบหลายเดือนต่อมา
เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้ฉันมานั่งตัวลีบในห้องที่ไม่คุ้นเคยในวันนี้ และเป็นการนั่งตัวลีบชนิดที่ว่าไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเลยด้วยซ้ำ หายใจแรงยังไม่กล้าทำเลย
‘คืนวันเข้าหอ’
ใช่… วันนี้คือวันแต่งงานของฉันกับ ‘พี่ภัทร’ เจ้าบ่าวที่ได้มาอย่างงง ๆ เขาเป็นใคร นิสัยยังไง หรือรายละเอียดอื่น ๆ ไม่สามารถรับรู้ได้เลย
หลังจากวันนั้นที่พี่ภัทรรับว่าจะเป็นเจ้าบ่าวของฉัน ยอมรับว่าตกใจอยู่เหมือนกันที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้น ตอนแรกฉันคัดค้านไปแล้ว แต่เป็นคุณย่าเองที่ยอมรับเงื่อนไขนี้
เงื่อนไขเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าว จากพี่ก้องมาเป็นพี่ภัทร
ฉันไม่แปลกใจที่พี่ก้องไม่อยากแต่งงานกับฉัน และไม่โกรธที่อีกฝ่ายคิดและพูดแบบนั้น ดีใจซะอีกที่เขายอมพูดอะไรออกมามากมายหลายอย่าง มันทำให้ฉันตาสว่าง ผู้ชายที่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษในคราแรก วันนี้ได้รู้แล้วว่าไม่ใช่อย่างที่เห็น มันเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
สติสตังของฉันถูกดึงกลับคืนมาเมื่อเห็น ‘สามี’ ป้ายแดงเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ไม่เรียบร้อยเท่าไหร่นัก ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเป็นลอนแน่นสวยเปลือยช่วงบนให้เห็น ส่วนช่วงล่างยังดีที่มีกางเกงนอนผ้าบางติดกาย
“รอเข้าหอ?”
“มะ…ไม่ใช่สักหน่อย”
“แล้วมองทำไม”
“ฝันไม่ได้มองพี่ภัทรนะ ฝันมองกระจกต่างหาก” ว่าแล้วก็หลบตาหนีเหมือนคนกำลังโกหก ซึ่งฉันก็โกหกจริง ๆ นั่นแหละ
“จะนอนไหน”
“นอนข้างใน”
“…” พี่ภัทรไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เพียงแค่เดินไปหยิบเอกสารอะไรบางอย่างแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอน สองตาที่มีแว่นกรอบใสจดจ้องอ่านเนื้อหาเงียบ ๆ เห็นแบบนั้นจึงละสายตากลับมาสนใจตัวเองเหมือนเดิม
หยิบครีมทาแก้ผื่นคันขึ้นมาทาบริเวณที่ผื่นขึ้น ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าจะทาทำไม ในเมื่อยิ่งทาผื่นก็ยิ่งเห่อ นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ฉันไม่เห็นว่ามันจะหายตรงไหนเลย
นับวันหน้ายิ่งแย่ขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แปลกใจที่ใครต่อใครต่างมองฉันเป็นผี มันก็เหมือนผีจริง ๆ นั่นแหละ
“เรียนจบอะไรมา” เสียงทุ้มเอ่ยถามในขณะที่สายตาของอีกคนไม่ได้เหลือบมองฉันเลยด้วยซ้ำ
“บัญชีค่ะ”
“ขอดูคะแนน”
“พี่ภัทรจะดูทำไมคะ”
“…” เป็นอีกครั้งที่ได้ความเงียบตอบกลับมา ฉันจึงลุกจากเก้าอี้หน้ากระจกแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ค้นหาเอกสารที่พี่ภัทรอยากดู เมื่อหาเจอแล้วก็ยื่นมันไปให้เขา
“นี่ค่ะ”
“…”
“…”
“คะแนนไม่แย่เท่าไหร่” คนตัวสูงพยักหน้ารับหลังจากที่จ้องอ่านนานพอสมควร “หลังจากที่ย้ายไปอยู่ภูเก็ต เข้าไปสมัครงานที่บริษัท”
“ให้ฝันไปสมัครที่บริษัทพี่ภัทรเหรอ”
“อืม”
“แต่ฝัน…”
“หรือต้องใช้เส้นสาย?” ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองฉัน “แบบนั้นหรือเปล่า”
“ไม่ใช่สักหน่อย”
“แล้วมีปัญหาอะไร”
“ขอให้หน้าฝันหายก่อนไม่ได้เหรอคะ” ฉันเอ่ยเสียงเบาราวกระซิบ “ฝันไม่กล้าไปทำงานหรอก ถ้าหน้ายังเป็นอยู่แบบนี้”
“ไปทำงาน ไม่ได้ไปโชว์หน้าตา”
“พี่ภัทรไม่ได้เป็นแบบฝัน พี่ภัทรไม่เข้าใจความรู้สึกหรอก”
“แล้วเมื่อไหร่จะหาย?”
“ไม่รู้ค่ะ”
“ถ้าย้ายไปอยู่ภูเก็ตแล้วนอนอยู่ห้องเฉย ๆ ไม่ออกไปไหน อยู่ได้ก็ตามใจ” คนที่มีใบหน้าหล่อเหลา ต่างจากหน้าผี ๆ อย่างฉัน เอ่ยพูดเท่านั้นก็ก้มลงมองเอกสารเหมือนเดิม
“ถ้าชาตินี้หน้าไม่หายพัง คงไม่ต้องไปไหนกันพอดี”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ฉันเก็บเอกสารเข้าซองแล้วเดินหน้าละห้อยกลับไปที่เดิม ที่พี่ภัทรพูดไม่ผิดเลยสักนิด หากผื่นคันที่ขึ้นยุบยิบเต็มหน้าไม่หาย ฉันก็คงจะไม่ได้ออกจากบ้านหากยังกลัวอยู่แบบนี้ ไม่กล้าเผชิญกับโลกภายนอก คงต้องนอนอยู่ในห้องต่อไป
แล้วใครจะมาทนเลี้ยงคนไม่ทำการทำงาน…
ฉันเดินไปขึ้นเตียงหลังจากที่ทำอะไรเสร็จแล้วเรียบร้อย ใช้ผ้าผืนเล็กพันหน้าเอาไว้เพราะกลัวอีกคนจะตกใจหากตื่นมากลางดึกแล้วเห็นหน้าผี ๆ ของฉัน
“ทำอะไร”
“นอนไงคะ”
“หมายถึงเอาผ้าคลุมหน้าทำไม” อีกคนถอนหายใจออกมา “ซื่อบื้อ”
“พี่ภัทรตื่นมากลางดึกแล้วตกใจหน้าฝัน”
“ไร้สาระ”
“พี่ภัทรไม่เข้าใจหรอก”
“ถ้าคลุมแบบนี้เมื่อไหร่หน้ามันจะหาย”
“เดี๋ยวมันก็หาย”
“เมื่อไหร่”
“ก็…” เอ่ยพูดเท่านั้นก็ต้องเบิกตากว้างนอนตัวแข็งเมื่ออีกคนเท้าตัวลงกับที่นอนแล้วเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาปะทะจมูก “พะ…พี่ภัทร”
“เอาออก” แล้วผ้าที่ว่าก็หลุดติดมือเขาไป “นอน”
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
นั่นคือเสียงหัวใจของฉันเอง มันเต้นแรงจนต้องเอามือกดไว้เพราะกลัวอีกคนจะได้ยินเสียงนี้ เกิดมายี่สิบห้าปีไม่เคยโดนผู้ชายเข้าใกล้ขนาดนี้มาก่อนเลย ขนาดพี่ก้องที่คบหาดูใจกับฉันนานพอสมควร ยังไม่เคยขยับเข้ามาใกล้ขนาดนี้เลยจริง ๆ
พี่ภัทรเป็นผู้ชายหน้าตาดีมาก ขอเน้นย้ำคำว่า ‘มาก’ ลงไปเยอะ ๆ อีกทั้งใบหน้าหล่อเหลานั้นยังมีแว่นตากรอบใสเกาะอยู่ ยิ่งทำให้เขาดูฮอตขึ้นไปอีกเท่าตัว จากที่หล่ออยู่แล้วคูณสิบคูณพันไปเลย
“มองทำไม หรือรอเข้าหอ?” เป็นอีกครั้งที่คนข้างกายโน้มเข้ามาใกล้ มากกว่านั้นยังใช้แขนคร่อมร่างฉันไว้อีกต่างหาก “รอเข้าหอสินะ”
“ไม่ใช่นะ พี่ภัทรถอยออกไปเลย!”
“ถ้าไม่ใช่ทำไมไม่นอน มานอนมองพี่ทำไม”
“ก็พี่ภัทรเอาผ้าของฝันไป” ฉันเฉไฉไปเรื่องอื่น “ฝันอยากได้ผ้าของฝันคืน”
“เอาไปทำไม”
“ก็เอามาคลุมหน้านอน ฝันไม่มั่นใจถ้านอนหน้าโล่ง ๆ แบบนี้”
“ไม่มั่นใจอะไร?”
“ฝันไม่ชอบให้ใครเห็นหน้าฝันตอนที่ฝันนอน” ว่าแล้วก็ขยับถอยห่างเนียน ๆ “พี่ภัทรไม่กลัวตื่นมาแล้วตกใจหน้าฝันหรือไง”
“ตกใจทำไม” ปากหยักยกยิ้มขึ้นก่อนที่จะกดหน้าเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม “ปิดไฟก็ไม่เห็นหน้าแล้ว”
“ไม่เห็นหน้าอะไร พี่ภัทรอย่ามาคิดลามกกับฝันนะ”
“พี่คิดอะไร?”
“แล้วพี่ภัทรคิดอะไรอยู่ล่ะ”
“ก็คิดว่าปิดไฟก็ไม่เห็นหน้า” ตาคมที่ถูกบดบังด้วยแว่นกรอบใสประกายวาววับให้เห็นเป็นครั้งแรก “ไม่เห็นหน้าก็ไม่ตกใจ”
“…”
“นี่แหละคือสิ่งที่พี่คิด ไม่ได้คิดลามกอย่างที่ฝันเข้าใจหรอก”
จากตอนแรกที่มั่นหน้าว่าอีกฝ่ายกำลังคิดลามก ตอนนี้ความมั่นหน้านั้นแตกกระจายเหมือนแก้วที่แตกลงพื้นเป็นเสี่ยง ๆ ยิ่งเห็นพี่ภัทรทำสีหน้าเหมือนกำลังล้อเลียน ยิ่งตอกลึกว่าอย่ามั่นหน้าแบบนี้อีก
หน้าแหกไม่มีชิ้นดี
นี่แหละภัยมั่นหน้า!
“เดี๋ยวค่อยมาวอแวฝันนะคะ คืนนี้ยังไงก็ยอมอยู่แล้ว” สาเหตุที่เขาติดแจแบบนี้ก็เพราะหลายวันที่ผ่านมาไม่ได้วอแวนั่นแหละ ช่วงนี้ลูกนอนดึกทุกวัน และเป็นฉันเองที่หลับก่อนทุกที พี่ภัทรก็เลยค้างเติ่งบนดอยมาหลายวันแล้ว และดูเหมือนว่าวันนี้จะทนไม่ไหวแล้วล่ะ“ฝันหลับก่อนพี่ทุกคืน”“คืนนี้ไม่หลับค่ะ สัญญา”“ถ้าฝันหลับพี่ก็จะปลุกฝันอยู่ดี” พี่ภัทรหอมแรง ๆ ที่แก้มของฉันก่อนที่จะผละตัวออกไปเมื่อพูดจบ เขาทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะกลางห้องครัวแล้วหยิบงานขึ้นมาทำเงียบ ๆ ฉันจึงหันมาสนใจกับการทำอาหารต่อเราต่างอยู่ในภวังค์หน้าที่ของตัวเองจนกระทั่งฉันทำอาหารเสร็จ และเจ้าพีก็ลงมาข้างล่างพอดี“แม่ครับ”“ครับ” ฉันตอบรับในขณะที่มือกำลังจัดแจงอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีคุณพ่อช่วยอีกแรง “มีอะไรครับ”“พีอยากแยกห้องนอนครับ”“แยกทำไมครับ ไม่อยากนอนกับแม่และพ่อแล้วเหรอ” แม้ปากจะเอ่ยถามลูก แต่ตาก็ไม่วายเหลือบไปมองพ่อของลูก ซึ่งเขาก็ยังทำหน้าเดิม ๆ ไม่เปลี่ยน“อยากนอนครับ แต่พีอยากนอนคนเดียว”“มีใครบอกให้น้องพีมาพูดเรื่องนี้กับแม่ไหมครับ”“…” ลูกไม่ตอบ แต่ทำท่าทางอึกอักอยู่นาน มากกว่านั้นยังแอบเหลือบตามองคนเป็นพ่ออีกต่างหาก“
เมียลับท่านประธานจบตอนพิเศษสามปีต่อมา“แม่ครับ”“ครับ”“กลับมาแล้วครับ” เสียงเล็ก ๆ มาพร้อมกับการสัมผัสหอมแรง ๆ ที่แก้มทำให้ฉันละมือจากงานตรงหน้าแล้วจับลูกชายมาหอมคืนบ้างและเมื่อหอมเสร็จ คนเป็นสามีที่กลัวว่าจะเสียเปรียบลูกก็เดินเข้ามาหอมฉันแรง ๆ เหมือนที่ลูกชายทำ มากกว่านั้นยังจูบลงที่ปากของฉันเบา ๆ อีกต่างหาก“พี่ภัทร!”“หืม”“ไม่อายลูกหรือไงคะ ลูกมองอยู่ไม่เห็นเหรอ” เพราะหมั่นไส้คนมึนก็เลยหยิกเขาไปหนึ่งที แต่ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร แถมยังทำหน้าอารมณ์ดีอีกต่างหาก“ให้พ่อจุ๊บแม่ตามสบายเลยครับ” คนเป็นลูกเอ่ยขึ้นด้วยความไร้เดียงสา “วันนี้พีเห็นผู้หญิงเข้ามาอ่อยพ่อด้วย”ฉันขมวดคิ้วกับคำบอกกล่าวของลูกชาย โดยเฉพาะคำนี้ ‘อ่อย’ ลูกไปได้ยินมาจากไหน แล้วรู้ได้ไงว่ามันแปลว่าอะไร“พีอยากให้พ่อกับแม่รักกันมาก ๆ ครับ”“เดี๋ยวครับ” ฉันอุ้มเจ้าพีมาวางไว้บนตักในขณะที่พี่ภัทรทิ้งตัวนั่งลงข้างฉัน “น้องพีรู้จักคำว่าอ่อยได้ไงครับ”“ป้าพริ้งสอนครับ วันนี้พีอยู่กับป้าพริ้งทั้งวันเลย”“คุณแม่ต้องจัดการใครดีครับระหว่างป้าพริ้งที่สอนคำพวกนี้ให้น้องพี หรือคุณพ่อที่อยู่ดี ๆ ก็มีสาวมาวนเวีย
“ก็ในข่าว…” มะปรางทำหน้าอึกอัก ตามองหน้าพี่ภัทรสลับกับมือถือไปมาอย่างสงสัย “ในเว็บไซต์นี้ยังบอกอยู่เลยว่าคุณภัทรเป็นทายาทคนโตของเตชะวรวงศ์”“สงสัยเว็บไซต์ยังไม่อัปเดตข่าวใหม่น่ะครับ เอาไว้เดี๋ยวผมแจ้งให้เว็บไซต์และสื่อต่าง ๆ อัปเดตใหม่อีกที”สิ้นเสียงของพี่ภัทรหน้าพวกเธอก็เหวอยิ่งกว่าเดิม แต่ดูเหมือนเชอร์รี่จะตั้งสติได้ก่อน จากหน้าเหวอ ๆ แปรเปลี่ยนเป็นระบายยิ้มกว้างออกมา“แล้วตกลงยังไงอะฝัน พี่ก้องเทงานแต่งแกจริงเหรอ”“จริง เล่าให้พวกเล่าฟังหน่อยสิ อยากรู้อะว่าจริงหรือเปล่าที่พี่ก้องเทงานแต่งแกเพราะหน้าแกเหมือนผี…”“…”“อุ๊ยซอรี่ หน้าพังน่ะ”“ที่ลีน่าว่าก็ถูก พี่ก้องเทงานแต่งเพราะหน้าฝันเหมือนผีจริง ๆ แต่พูดตรง ๆ ฝันก็ไม่ได้เสียใจอะไรนะ ดีซะอีกที่พี่ก้องทำแบบนั้น”“…”“ถ้าวันนั้นพี่ก้องไม่เทงานแต่ง ฝันก็คงไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ อย่างพี่ภัทร” ฉันระบายยิ้มกว้างออกมาก่อนที่จะซบหน้าลงบนแขนกำยำ “พี่ภัทรทั้งหล่อขนาดนี้ เป็นถึงผู้บริหารบริษัท PT Group รวยมากอีกต่างหาก แถมยังดูแลฝันดีสุด ๆ ต้องขอบคุณพี่ก้องจริง ๆ ที่ไม่ยอมแต่งงานกับฝัน”“…”“อีกอย่างหน้าผี ๆ มันก็ดีนะ มันช่วยทำให้ฝันรู้อะ
เมียลับท่านประธานตอนพิเศษ 2หนึ่งเดือนต่อมาอาการแพ้ท้องของพี่ภัทรหายดีแล้วหลังจากที่แพ้มาสามสัปดาห์เต็ม ๆ และตอนนี้เป็นฉันเองที่มาแพ้ต่อ แต่การแพ้ท้องของฉันเป็นเพียงแค่อยากทานอะไรแปลก ๆ เท่านั้น จากเมื่อก่อนที่ไม่ทานของเปรี้ยวเลย ตอนนี้ดันชอบมาก รู้สึกว่ายิ่งทานก็ยิ่งอร่อยฉันหยิบต่างหูขึ้นมาใส่เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว และการแต่งตัวที่ว่าคือวันนี้มีงานกินเลี้ยงของเหล่านักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและได้รับการเชิญชวนให้ไปออกงาน ด้วยความที่ฉันเป็นภรรยาของพี่ภัทร วันนี้เขาก็เลยจะหอบฉันไปงานด้วย คงอยากพาไปเปิดตัวแบบจริง ๆ จัง ๆ นั่นแหละเป็นไปได้แทบอยากจะจัดแต่งงานอีกรอบ…“ไหวไหม” น้ำเสียงนุ่มทุ้มมาพร้อมเรียวแขนที่สอดเข้ามาที่เอวของฉัน จมูกโด่งกดลงที่ซอกคอก่อนที่จะกดลงที่แก้ม สูดดมกลิ่นหอมราวกับว่าหลงฉันนักหนาแต่จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ชายคนนี้ดูแลฉันดีทุกอย่าง เราเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันตลอดเวลา พี่ภัทรชอบคลอเคลียและพร่ำสื่อการกระทำที่แสดงออกมาว่ากำลังรักหลงฉันอย่างกับอะไรทำตัวประเจิดประเจ้อแม้กระทั่งในบริษัท จนตอนนี้ฉันแทบจะก้มหน้าเดินแล้วเพราะทนต่อสายตาล้อเลียนขอ
วันต่อมาฉันกับพี่ภัทรมาทำงานตามปกติเช่นเคย และการมาของเราไม่ได้ต่างคนต่างมาแล้ว ตอนนี้เราสามารถมาด้วยกันได้ เดินข้างกันได้ พูดคุยกันในบริษัทได้ เราสามารถทำทุกอย่างร่วมกันได้โดยที่ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไปถึงแม้จะอยู่ในฐานะที่เป็นภรรยาของท่านประธาน แต่ฉันยังคงทำหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายการเงินเหมือนเดิม ไม่ได้ย้ายตำแหน่งหรือลาออกแต่อย่างใดพี่ภัทรบอกฉันว่าเอาไว้ท้องใหญ่ใกล้คลอดค่อยลาออกแล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ซึ่งตอนนี้คนขี้เห่อกำลังดำเนินการซื้อบ้านย่านกลางเมือง เขาบอกว่าต้องการมีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่น และจะจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลอีกสองคน“นึกว่าวันนี้คุณแม่จะไม่มาซะแล้ว”“ไม่มาได้ไง คิดถึงเสียงแอ้มกับเสียงพริ้งจะแย่แล้ว” ฉันเอ่ยว่าก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง“แหม… แต่แอ้มว่าเสียงของคนอยู่ห้องน่าจะดีกว่าน้า”“ไม่มีเสียงอะไรสักหน่อย”“ไม่มีแต่หน้าเริ่มแดง ยังไงนะ ๆ”“แล้วพริ้งไปไหน” เพราะไม่อยากโดนแซวไปมากกว่านี้ก็เลยเปลี่ยนเรื่องหนี แน่นอนว่ามันเรียกสีหน้าล้อเลียนของแอ้มได้เป็นอย่างดี“พริ้งลางานน่ะ เห็นว่าเมื่อคืนตี้หนักก็เลยตื่นไม่ทัน”“แล้วแอ้มไม่ได้ไปตี้กับพริ้งหรือ
เมียลับท่านประธานตอนพิเศษ 1บางครั้งฉันก็รู้สึกโชคดีที่มีพี่ภัทรรักและคอยดูแล มากกว่านั้นยังมี ‘ลูก’ ที่ใจดีกับฉัน ใจดีชนิดที่ว่าไม่ปล่อยให้ฉันแพ้ท้องเลยแต่ให้พี่ภัทรแพ้แทนต่างหาก…“ดีขึ้นไหมคะ” ไม่รู้ว่าจะดูแลคนป่วยหน้าซีดยังไง ทำได้แค่เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้เขาเท่านั้น ส่วนมืออีกข้างก็จับยาดมจ่อไปที่จมูกของพี่ภัทรพร้อมปัดป่ายไปมาตอนแรกฉันก็เอะใจว่าทำไมถึงไม่แพ้ท้องเหมือนคนอื่น ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งสิ้น แต่พอนานเข้าพี่ภัทรก็เริ่มมีอาการขึ้นมา ค่อย ๆ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหม็นกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง เหมือนที่ฉันเหม็นกลิ่นน้ำหอมของคุณแตในคราวนั้น เหม็นชนิดที่ว่าหากใครฉีดน้ำหอมเข้ามาใกล้เขา พี่ภัทรจะเหม็นจนอาเจียนออกมาทันทีเพราะแบบนี้ฉันก็เลยสรุปว่าพี่ภัทรอาจจะแพ้ท้องแทนฉันนั่นเอง“รู้สึกยังไงบ้าง”“ดีขึ้นแล้ว” พี่ภัทรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะลืมตา “ฝันมานอนเถอะ ไม่ต้องดูแลพี่แล้ว”“ฝันยังไม่ง่วงเลย สงสัยเจ้าตัวเล็กยังไม่อยากนอน”“กวนไม่พักเลยนะเราน่ะ” คนแพ้ท้องแทนเมียบ่นพึมพำอยู่ที่หน้าท้องของฉัน “กวนทั้งพ่อทั้งแม่เลยหรือไงฮึ”“ลูกคงไม่รู้เรื่องที่พี่ภัทรพูดหรอกค่ะ” ได้แต่บอกด้วย
วันต่อมาฉันสูดลมหายใจเข้าปอดหนัก ๆ เมื่อเดินทางมาถึงบริษัทของพี่ภัทรแล้ว ความจริงว่าจะรอสักอาทิตย์หน้าถึงจะมาสมัคร แต่พี่ภัทรบอกว่าตำแหน่งที่ฉันจะเข้าทำงานมันกำลังว่างและจะปิดรับสมัครแล้ว วันนี้จึงต้องมายืนอยู่ตรงนี้นี่แหละ“สวัสดีค่ะ พอดีว่าจะมาสมัครงาน ต้องเดินไปทางไหนเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามลุงยามที่
บทที่ 3 ท่านประธานยังดีที่ห้องอาหารที่พี่ภัทรจองไว้เป็นห้องวีไอพี การถอดหน้ากากอนามัยทานอาหารจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉัน ไม่ได้คิดอายคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเพราะเขาคงชินกับหน้าผี ๆ ของฉันแล้วฉันเหลือบมองคนที่นั่งทานอาหารไปด้วย ทำงานไปด้วยอย่างพิจารณา ใบหน้าหล่อเหลาที่มีแว่นตาเกาะอยู่ตรงจมูกดูตั้งอกตั
ขอสืบสาวเล่าความก่อนว่าฉันเป็นใครมาจากไหน ก็อย่างที่รู้กันว่าฉันเป็นหลานของคุณหญิงจันทร์วาด เศรษฐีเก่าแก่ที่มีที่ดินเป็นพันไร่ ใช่ว่าฉันเป็นเด็กไม่มีพ่อแม่ แต่พ่อแม่ของฉันต่างแตกกระเจิงไปคนละทิศละทางความมักมากของพ่อและความเห็นแก่ตัวของแม่ทำให้ฉันเกิดมาเป็นคนจนถึงทุกวันนี้ พ่อมีเมียอยู่แล้วแต่ยังเท
บทที่ 2 สามีลับที่ถูกซุกซ่อนจังหวัดภูเก็ตฉันกลายเป็นคนภูเก็ตอย่างถาวรเมื่อเคลียร์ธุระทุกอย่างที่กรุงเทพฯ เสร็จหมดแล้ว และการเคลียร์ของฉันคือการย้ายถิ่นฐานมาอยู่กับพี่ภัทรที่ภูเก็ตนั่นเองอย่างที่รู้ฉันเคยคบหาดูใจกับพี่ก้องก็จริง ไปมาหาสู่กับครอบครัวของพี่ก้องก็ใช่ แต่ที่ฉันไม่เคยเห็น หรือไม่เคยพู




![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


