ログインขอสืบสาวเล่าความก่อนว่าฉันเป็นใครมาจากไหน ก็อย่างที่รู้กันว่าฉันเป็นหลานของคุณหญิงจันทร์วาด เศรษฐีเก่าแก่ที่มีที่ดินเป็นพันไร่ ใช่ว่าฉันเป็นเด็กไม่มีพ่อแม่ แต่พ่อแม่ของฉันต่างแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง
ความมักมากของพ่อและความเห็นแก่ตัวของแม่ทำให้ฉันเกิดมาเป็นคนจนถึงทุกวันนี้ พ่อมีเมียอยู่แล้วแต่ยังเที่ยวกินเที่ยวเล่นจนได้พบเจอกับแม่ของฉัน และทั้งคู่ก็ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน มันเหมือนเป็นวันไนท์สแตนด์ทั่วไป แต่มันดันผิดพลาดคือแม่ฉันเกิดท้องขึ้นมา
แม่อุ้มท้องมาหาพ่อที่บ้าน และประกาศว่าหากพ่อไม่รับลูกที่อยู่ในท้องไปเลี้ยงดู แม่จะแฉให้หมดว่าพ่อทำอะไรไว้ มากกว่านั้นยังเรียกร้องเงินจำนวนนึงเพื่อเอาไปตั้งตัว แลกกับการที่จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับฉันอีก
ด้วยความที่ย่าสงสารฉันที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวจึงตกลงรับคำ แต่ต้องรอให้แม่คลอดและทำการตรวจดีเอ็นเอ ถ้าเด็กในท้องมีเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน ก็จะทำตามข้อตกลงทุกอย่าง
และแน่นอนว่ามันเป็นอย่างนั้น ฉันเป็นลูกของพ่อจริง ๆ
ย่าไม่ได้เล่าต่อว่าเรื่องมันเป็นยังไง ไม่ได้เล่าว่าพ่อมีปัญหากับน้าบุตรหรือเปล่า แต่เท่าที่สังเกตดูอาการของน้าบุตรกับพี่ตรี เท่านี้ก็รู้แล้วว่าทั้งสองไม่ปลื้มฉันสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่ย่าคอยช่วยเหลือข้างหลังจึงไม่มีใครกล้าทำอะไรฉัน
จริง ๆ ฉันก็เข้าใจน้าบุตรและพี่ตรีดี ถ้าทั้งคู่จะโกรธหรือเกลียดฉันก็ไม่แปลก เพราะถ้าหากฉันโดนแบบนั้นก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน
“คิดอะไรอยู่” น้ำเสียงที่ดังขึ้นใกล้หูทำให้ฉันสะดุ้งโหยง รีบหันไปมองคนขี้แกล้งแทบจะทันที
“ตกใจหมดเลย”
“นั่งเหม่อเล่นเอ็มวีหรือไง”
“ยุ่งอะไรด้วยเล่า” ฉันหันกลับมานั่งจัดเตรียมเอกสารที่จะเอาไปสมัครงานต่อ แต่เมื่อคิดอะไรได้ก็หันไปมองพี่ภัทรอีกครั้ง “เรื่องที่ฝันแต่งงานกับพี่ภัทร ไม่ต้องบอกคนในบริษัทได้ไหมคะ ฝันอยากเป็นเด็กฝึกงานธรรมดา”
“แล้วแต่จะทำ”
“พี่ภัทรห้ามเข้ามายุ่งวุ่นวายกับฝันด้วยนะ”
“ถ้าในฐานะสามีลับ ๆ ที่ถูกซุกซ่อนก็คงได้ แต่ถ้าในฐานะประธานบริษัทคงไม่ได้ ถ้าฝันทำงานไม่ดี พี่ก็ต้องเข้าไปยุ่ง”
ก็พอจะเข้าใจนะ แต่ไอ้สามีลับ ๆ ที่ถูกซุกซ่อนคืออะไร “พี่ภัทรประชดฝันหรือไง”
“เรื่อง?”
“สามีลับ ๆ ที่ถูกซุกซ่อนนั่นไง”
“พี่ประชดตรงไหน” เอ่ยถามฉันก่อนที่จะถอดเสื้อออกจากกาย “พี่พูดจริงทั้งนั้น”
“…”
“ถ้าพี่ไม่ถูกซุกซ่อนใครต่อใครก็คงรู้แล้วว่าพี่เป็นสามีของฝัน จริงไหม?”
“เขาไม่ได้เรียกว่าซุกซ่อน เขาเรียกว่าเก็บเป็นความลับต่างหาก”
“แล้วมันต่างกันตรงไหน” คนที่เปลือยท่อนบนลากเท้าเข้ามาใกล้ก่อนที่จะเท้าแขนลงบนที่นอน ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนอดที่จะใจสั่นไม่ได้ “ซุกซ่อนกับเก็บเป็นความลับ มันก็เหมือนกันนั่นแหละ”
“พูดเฉย ๆ ก็ได้ ทำไมต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ด้วย” แม้จะถามแต่ไม่ได้หลบหนีเพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมามันตอกย้ำถึงภัยความมั่นสองครั้งสองครา
“กลัวฝันไม่ได้ยิน”
“ไม่ได้หูตึงสักหน่อย เอาหน้าออกไปเลย”
“นึกว่าอยากให้พูดใกล้ ๆ ซะอีก” คนที่ใส่แว่นกรอบใสมองสบตาฉันสักพักก็เลื่อนตาลงมองที่ปากฉัน อ้อยอิ่งสายตาอยู่อย่างนั้นจนฉันต้องเม้มปากด้วยความประหม่า
ก็เขาจ้องมองกันแบบนี้ จะไม่ให้ฉันคิดไปเองได้ไงว่าอีกคนกำลังจะจู่โจมฉันน่ะ
"พี่ภัทร..."
“รีบจัดเอกสาร เดี๋ยวพี่จะพาไปกินข้าว” พี่ภัทรล่าถอยออกไปหลังจากที่พูดจบ เขาเดินยิ้มเข้าไปในห้องน้ำในขณะที่ฉันยังนั่งหัวใจเต้นแรงจนจะทะลุออกมาจากอก
พยายามที่จะหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ความรู้สึกมันโบยบินไปกับการหยอกเย้าของอีกคน เพราะไม่รู้เลยว่าที่พี่ภัทรยอมแต่งงานกับผู้หญิงหน้าผี ๆ อย่างฉัน มันมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า
ไม่รู้ว่าพี่ภัทรต้องการอะไรจากการแต่งงานในครั้งนี้
เวลาต่อมา
“ใส่แมสตอนนี้ ตอนกินข้าวก็ได้ถอดอยู่ดี” คนที่ทำหน้าที่ขับรถหันมามองฉันเล็กน้อย “ยังไงคนอื่นก็ต้องเห็น”
“เห็นแค่แป๊บเดียว ไม่เป็นไรหรอก”
“ถ้าไม่ลองเปิดหน้าใช้ชีวิต มันจะมีภูมิคุ้มกันได้ไง” น้ำเสียงของเขายังคงเรียบเรื่อย "มันก็แค่ผื่น"
“ฝันไม่ได้อยากได้ภูมิคุ้มกันสักหน่อย" ฉันเถียงเสียงเบา "อีกอย่างมันไม่ใช่แค่ผื่นนะ พี่ภัทรก็เห็นว่ามันเป็นยังไง”
“เด็กไม่โต”
“ไม่โตยังไง ฝันอายุยี่สิบห้าแล้วนะ”
“ไม่โตเพราะไม่กล้าเผชิญกับปัญหา” พี่ภัทรยังคงพูดนิ่ง ๆ เหมือนเคย “คนเก่งคือคนที่กล้าเผชิญกับปัญหา”
“พี่ภัทรไม่ได้หน้าตาเสียโฉมอย่างฝันนี่คะ พี่ภัทรไม่เข้าใจหรอกว่ามันรู้สึกยังไง”
แม้จะแย้งแบบนั้น แต่คำพูดของพี่ภัทรก็ทำให้ฉันฉุกคิดอยู่เหมือนกัน แต่ฉันก็ไม่กล้าพอที่จะเปิดหน้าเปิดตาเดินในที่สาธารณะ ไม่กล้าให้ใครเห็นหน้าผี ๆ ของตัวเอง กลัวได้ยินคำพูดต่าง ๆ นานาแล้วอดที่จะร้องไห้ไม่ได้
ฉันไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้นสักหน่อย
ถึงแม้จะโดนพี่ก้องพูดตอกหน้าในวันนั้นแล้วฉันไม่ร้องไห้ฟูมฟายออกมาให้ใครเห็น ก็ใช่ว่าฉันไม่รู้สึกอะไร เพียงแค่ไม่อยากสร้างความอับอายให้ตัวเองก็เท่านั้น
“เลิกทำหน้าเหมือนจะแทะรถพี่สักที”
“แทะรถ?”
อะไรคือแทะรถ!
“อืม” นอกจากจะไม่เอ่ยอธิบายแล้ว ยังดับเครื่องยนต์ราวกับว่าจะจบการสนทนานี้ดื้อ ๆ อีกต่างหาก “ลง”
ฉันได้แต่ถลึงตามองอีกฝ่ายเพราะไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยคำพูดใด และแน่นอนว่าการกระทำดังกล่าวพี่ภัทรไม่เห็นหรอก เพราะฉันคงไม่กล้าทำให้เขาเห็นขนาดนั้น
“สวัสดีครับคุณภัทร” เสียงเอ่ยทักทำให้ขาที่กำลังก้าวเดินตามพี่ภัทรชะลอตัว อย่างที่บอกว่าไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าฉันเป็นอะไรกับพี่ภัทร รอให้หน้าหายพังค่อยว่ากันอีกที
“ห้องวีไอพีที่จองไว้ครับ”
“นี่ครับ” พนักงานยื่นใบอะไรสักอย่างให้พี่ภัทร ซึ่งเขาก็รับมาเงียบ ๆ แล้วก้าวนำเข้าไปในร้าน เห็นแบบนั้นจึงรีบเดินตาม แต่ก็ถูกพนักงานคนดังกล่าวดักเอาไว้อยู่ดี
“ไม่ทราบว่าลูกค้าจองโซนไหนไว้ครับ”
“เธอมากับผม” ก่อนที่ฉันจะอ้าปากตอบ คนที่เดินนำหน้าเมื่อครู่เอ่ยซะก่อน มากกว่านั้นยังเอื้อมมือมาคว้ามือฉันไปจับอีกต่างหาก “เดินให้ทันสิ”
“ขอโทษค่ะ” ตอนแรกจะสะบัดมือออก แต่โดนตาคมที่อยู่หลังแว่นตามองอย่างตำหนิจึงเอ่ยได้เท่านั้น
“ขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่รู้ว่ามาด้วยกัน”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“หิวข้าวไม่ใช่หรือไง ไปสิ” ว่าแล้วมือสากระคายจับจูงมือฉันเข้าไปในร้านโดยที่ไม่คิดจะปล่อยมือเลยด้วยซ้ำ พนักงานหลากหลายสายตาต่างมองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น ซึ่งมันก็ทำให้ฉันต้องเดินก้มหน้างุดเพราะไม่กล้าเงยหน้ามองสบตาใคร
ไม่รู้เป็นเพราะฉันใส่หน้ากากอนามัยมาหรือเปล่า อีกคนถึงกล้าจับกันแบบนี้
ถ้าหากฉันถอดแมสออก เขาจะกล้าจับมือฉันในขณะที่มีสายตานับสิบมองแบบนี้ไหมนะ
“เดี๋ยวค่อยมาวอแวฝันนะคะ คืนนี้ยังไงก็ยอมอยู่แล้ว” สาเหตุที่เขาติดแจแบบนี้ก็เพราะหลายวันที่ผ่านมาไม่ได้วอแวนั่นแหละ ช่วงนี้ลูกนอนดึกทุกวัน และเป็นฉันเองที่หลับก่อนทุกที พี่ภัทรก็เลยค้างเติ่งบนดอยมาหลายวันแล้ว และดูเหมือนว่าวันนี้จะทนไม่ไหวแล้วล่ะ“ฝันหลับก่อนพี่ทุกคืน”“คืนนี้ไม่หลับค่ะ สัญญา”“ถ้าฝันหลับพี่ก็จะปลุกฝันอยู่ดี” พี่ภัทรหอมแรง ๆ ที่แก้มของฉันก่อนที่จะผละตัวออกไปเมื่อพูดจบ เขาทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะกลางห้องครัวแล้วหยิบงานขึ้นมาทำเงียบ ๆ ฉันจึงหันมาสนใจกับการทำอาหารต่อเราต่างอยู่ในภวังค์หน้าที่ของตัวเองจนกระทั่งฉันทำอาหารเสร็จ และเจ้าพีก็ลงมาข้างล่างพอดี“แม่ครับ”“ครับ” ฉันตอบรับในขณะที่มือกำลังจัดแจงอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีคุณพ่อช่วยอีกแรง “มีอะไรครับ”“พีอยากแยกห้องนอนครับ”“แยกทำไมครับ ไม่อยากนอนกับแม่และพ่อแล้วเหรอ” แม้ปากจะเอ่ยถามลูก แต่ตาก็ไม่วายเหลือบไปมองพ่อของลูก ซึ่งเขาก็ยังทำหน้าเดิม ๆ ไม่เปลี่ยน“อยากนอนครับ แต่พีอยากนอนคนเดียว”“มีใครบอกให้น้องพีมาพูดเรื่องนี้กับแม่ไหมครับ”“…” ลูกไม่ตอบ แต่ทำท่าทางอึกอักอยู่นาน มากกว่านั้นยังแอบเหลือบตามองคนเป็นพ่ออีกต่างหาก“
เมียลับท่านประธานจบตอนพิเศษสามปีต่อมา“แม่ครับ”“ครับ”“กลับมาแล้วครับ” เสียงเล็ก ๆ มาพร้อมกับการสัมผัสหอมแรง ๆ ที่แก้มทำให้ฉันละมือจากงานตรงหน้าแล้วจับลูกชายมาหอมคืนบ้างและเมื่อหอมเสร็จ คนเป็นสามีที่กลัวว่าจะเสียเปรียบลูกก็เดินเข้ามาหอมฉันแรง ๆ เหมือนที่ลูกชายทำ มากกว่านั้นยังจูบลงที่ปากของฉันเบา ๆ อีกต่างหาก“พี่ภัทร!”“หืม”“ไม่อายลูกหรือไงคะ ลูกมองอยู่ไม่เห็นเหรอ” เพราะหมั่นไส้คนมึนก็เลยหยิกเขาไปหนึ่งที แต่ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร แถมยังทำหน้าอารมณ์ดีอีกต่างหาก“ให้พ่อจุ๊บแม่ตามสบายเลยครับ” คนเป็นลูกเอ่ยขึ้นด้วยความไร้เดียงสา “วันนี้พีเห็นผู้หญิงเข้ามาอ่อยพ่อด้วย”ฉันขมวดคิ้วกับคำบอกกล่าวของลูกชาย โดยเฉพาะคำนี้ ‘อ่อย’ ลูกไปได้ยินมาจากไหน แล้วรู้ได้ไงว่ามันแปลว่าอะไร“พีอยากให้พ่อกับแม่รักกันมาก ๆ ครับ”“เดี๋ยวครับ” ฉันอุ้มเจ้าพีมาวางไว้บนตักในขณะที่พี่ภัทรทิ้งตัวนั่งลงข้างฉัน “น้องพีรู้จักคำว่าอ่อยได้ไงครับ”“ป้าพริ้งสอนครับ วันนี้พีอยู่กับป้าพริ้งทั้งวันเลย”“คุณแม่ต้องจัดการใครดีครับระหว่างป้าพริ้งที่สอนคำพวกนี้ให้น้องพี หรือคุณพ่อที่อยู่ดี ๆ ก็มีสาวมาวนเวีย
“ก็ในข่าว…” มะปรางทำหน้าอึกอัก ตามองหน้าพี่ภัทรสลับกับมือถือไปมาอย่างสงสัย “ในเว็บไซต์นี้ยังบอกอยู่เลยว่าคุณภัทรเป็นทายาทคนโตของเตชะวรวงศ์”“สงสัยเว็บไซต์ยังไม่อัปเดตข่าวใหม่น่ะครับ เอาไว้เดี๋ยวผมแจ้งให้เว็บไซต์และสื่อต่าง ๆ อัปเดตใหม่อีกที”สิ้นเสียงของพี่ภัทรหน้าพวกเธอก็เหวอยิ่งกว่าเดิม แต่ดูเหมือนเชอร์รี่จะตั้งสติได้ก่อน จากหน้าเหวอ ๆ แปรเปลี่ยนเป็นระบายยิ้มกว้างออกมา“แล้วตกลงยังไงอะฝัน พี่ก้องเทงานแต่งแกจริงเหรอ”“จริง เล่าให้พวกเล่าฟังหน่อยสิ อยากรู้อะว่าจริงหรือเปล่าที่พี่ก้องเทงานแต่งแกเพราะหน้าแกเหมือนผี…”“…”“อุ๊ยซอรี่ หน้าพังน่ะ”“ที่ลีน่าว่าก็ถูก พี่ก้องเทงานแต่งเพราะหน้าฝันเหมือนผีจริง ๆ แต่พูดตรง ๆ ฝันก็ไม่ได้เสียใจอะไรนะ ดีซะอีกที่พี่ก้องทำแบบนั้น”“…”“ถ้าวันนั้นพี่ก้องไม่เทงานแต่ง ฝันก็คงไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ อย่างพี่ภัทร” ฉันระบายยิ้มกว้างออกมาก่อนที่จะซบหน้าลงบนแขนกำยำ “พี่ภัทรทั้งหล่อขนาดนี้ เป็นถึงผู้บริหารบริษัท PT Group รวยมากอีกต่างหาก แถมยังดูแลฝันดีสุด ๆ ต้องขอบคุณพี่ก้องจริง ๆ ที่ไม่ยอมแต่งงานกับฝัน”“…”“อีกอย่างหน้าผี ๆ มันก็ดีนะ มันช่วยทำให้ฝันรู้อะ
เมียลับท่านประธานตอนพิเศษ 2หนึ่งเดือนต่อมาอาการแพ้ท้องของพี่ภัทรหายดีแล้วหลังจากที่แพ้มาสามสัปดาห์เต็ม ๆ และตอนนี้เป็นฉันเองที่มาแพ้ต่อ แต่การแพ้ท้องของฉันเป็นเพียงแค่อยากทานอะไรแปลก ๆ เท่านั้น จากเมื่อก่อนที่ไม่ทานของเปรี้ยวเลย ตอนนี้ดันชอบมาก รู้สึกว่ายิ่งทานก็ยิ่งอร่อยฉันหยิบต่างหูขึ้นมาใส่เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว และการแต่งตัวที่ว่าคือวันนี้มีงานกินเลี้ยงของเหล่านักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและได้รับการเชิญชวนให้ไปออกงาน ด้วยความที่ฉันเป็นภรรยาของพี่ภัทร วันนี้เขาก็เลยจะหอบฉันไปงานด้วย คงอยากพาไปเปิดตัวแบบจริง ๆ จัง ๆ นั่นแหละเป็นไปได้แทบอยากจะจัดแต่งงานอีกรอบ…“ไหวไหม” น้ำเสียงนุ่มทุ้มมาพร้อมเรียวแขนที่สอดเข้ามาที่เอวของฉัน จมูกโด่งกดลงที่ซอกคอก่อนที่จะกดลงที่แก้ม สูดดมกลิ่นหอมราวกับว่าหลงฉันนักหนาแต่จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ชายคนนี้ดูแลฉันดีทุกอย่าง เราเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันตลอดเวลา พี่ภัทรชอบคลอเคลียและพร่ำสื่อการกระทำที่แสดงออกมาว่ากำลังรักหลงฉันอย่างกับอะไรทำตัวประเจิดประเจ้อแม้กระทั่งในบริษัท จนตอนนี้ฉันแทบจะก้มหน้าเดินแล้วเพราะทนต่อสายตาล้อเลียนขอ
วันต่อมาฉันกับพี่ภัทรมาทำงานตามปกติเช่นเคย และการมาของเราไม่ได้ต่างคนต่างมาแล้ว ตอนนี้เราสามารถมาด้วยกันได้ เดินข้างกันได้ พูดคุยกันในบริษัทได้ เราสามารถทำทุกอย่างร่วมกันได้โดยที่ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไปถึงแม้จะอยู่ในฐานะที่เป็นภรรยาของท่านประธาน แต่ฉันยังคงทำหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายการเงินเหมือนเดิม ไม่ได้ย้ายตำแหน่งหรือลาออกแต่อย่างใดพี่ภัทรบอกฉันว่าเอาไว้ท้องใหญ่ใกล้คลอดค่อยลาออกแล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ซึ่งตอนนี้คนขี้เห่อกำลังดำเนินการซื้อบ้านย่านกลางเมือง เขาบอกว่าต้องการมีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่น และจะจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลอีกสองคน“นึกว่าวันนี้คุณแม่จะไม่มาซะแล้ว”“ไม่มาได้ไง คิดถึงเสียงแอ้มกับเสียงพริ้งจะแย่แล้ว” ฉันเอ่ยว่าก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง“แหม… แต่แอ้มว่าเสียงของคนอยู่ห้องน่าจะดีกว่าน้า”“ไม่มีเสียงอะไรสักหน่อย”“ไม่มีแต่หน้าเริ่มแดง ยังไงนะ ๆ”“แล้วพริ้งไปไหน” เพราะไม่อยากโดนแซวไปมากกว่านี้ก็เลยเปลี่ยนเรื่องหนี แน่นอนว่ามันเรียกสีหน้าล้อเลียนของแอ้มได้เป็นอย่างดี“พริ้งลางานน่ะ เห็นว่าเมื่อคืนตี้หนักก็เลยตื่นไม่ทัน”“แล้วแอ้มไม่ได้ไปตี้กับพริ้งหรือ
เมียลับท่านประธานตอนพิเศษ 1บางครั้งฉันก็รู้สึกโชคดีที่มีพี่ภัทรรักและคอยดูแล มากกว่านั้นยังมี ‘ลูก’ ที่ใจดีกับฉัน ใจดีชนิดที่ว่าไม่ปล่อยให้ฉันแพ้ท้องเลยแต่ให้พี่ภัทรแพ้แทนต่างหาก…“ดีขึ้นไหมคะ” ไม่รู้ว่าจะดูแลคนป่วยหน้าซีดยังไง ทำได้แค่เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้เขาเท่านั้น ส่วนมืออีกข้างก็จับยาดมจ่อไปที่จมูกของพี่ภัทรพร้อมปัดป่ายไปมาตอนแรกฉันก็เอะใจว่าทำไมถึงไม่แพ้ท้องเหมือนคนอื่น ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งสิ้น แต่พอนานเข้าพี่ภัทรก็เริ่มมีอาการขึ้นมา ค่อย ๆ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหม็นกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง เหมือนที่ฉันเหม็นกลิ่นน้ำหอมของคุณแตในคราวนั้น เหม็นชนิดที่ว่าหากใครฉีดน้ำหอมเข้ามาใกล้เขา พี่ภัทรจะเหม็นจนอาเจียนออกมาทันทีเพราะแบบนี้ฉันก็เลยสรุปว่าพี่ภัทรอาจจะแพ้ท้องแทนฉันนั่นเอง“รู้สึกยังไงบ้าง”“ดีขึ้นแล้ว” พี่ภัทรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะลืมตา “ฝันมานอนเถอะ ไม่ต้องดูแลพี่แล้ว”“ฝันยังไม่ง่วงเลย สงสัยเจ้าตัวเล็กยังไม่อยากนอน”“กวนไม่พักเลยนะเราน่ะ” คนแพ้ท้องแทนเมียบ่นพึมพำอยู่ที่หน้าท้องของฉัน “กวนทั้งพ่อทั้งแม่เลยหรือไงฮึ”“ลูกคงไม่รู้เรื่องที่พี่ภัทรพูดหรอกค่ะ” ได้แต่บอกด้วย
“แล้วเห็นพี่รังเกียจฝันหรือเปล่า”“…”“อะไรที่พี่ไม่ชอบพี่จะไม่ทำ” พี่ภัทรเอ่ยว่าเท่านั้นก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยที่ไม่ลืมดึงฉันให้ลุกขึ้นยืนตามด้วย “ไปกินข้าว”“เดี๋ยวมีคนเห็น”“ไม่มีใครอยู่ในบริษัทแล้ว”“แต่…”“ไม่มีแต่ ลุกขึ้น” ทั้งน้ำเสียงและสายตาทำให้ฉันไม่อาจปฏิเสธได้ รีบลุกขึ้นยืนในขณะที่ม
บทที่ 5 ห้ามได้ด้วยเหรอบริษัท PT Groupฉันยืนสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินเข้าไปในบริษัท ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ลุงยามที่ยืนรักษาการ แล้วเดินไปหาคุณวาเมื่อเห็นเธอยืนรออยู่ตรงที่เดิมที่เคยยืนรอฉันวันนั้น“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีค่ะคุณฝัน” เธอยิ้มให้พร้อมผายมือไปที่ผู้หญิงอีกคน “นี่คุณฟ้าเ
“โอเค ตอนกลับฝันจะไปรอพี่ภัทรที่หน้าบริษัทแล้วกัน” รีบพูดแทรกเพราะกลัวอีกคนจะทำจริง ๆ “หรือต้องให้ฝันไปรอที่ไหน”“ไม่ต้องรอที่ไหน รอที่โต๊ะทำงานของตัวเองนั่นแหละ”“แล้วพี่ภัทรเป็นถึงท่านประธาน พี่ภัทรเลิกงานกี่โมงเหรอ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกาย “ได้เลิกพร้อมกันกับพนักงานในบริษัทหรือเปล่า”“เปล่า ก
บทที่ 4 ไม่ชอบคนขัดคำสั่ง“เสร็จแล้วค่ะ” ฉันยื่นเอกสารที่กรอกข้อมูลใหม่ให้คนที่นั่งทำงานอยู่ต่อหน้าพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเขาก็รับไปอ่านเงียบ ๆ แล้วพยักหน้าลง สีหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกอะไรใด ๆ ออกมา“เดี๋ยวเย็นนี้พี่พาไปซื้อชุดทำงาน” หลังจากที่นั่งเกร็งก็ต้องผ่อนตัวลงเมื่ออีกฝ่ายกลับเข้าสู่โหมดปกติ“ฝ







