LOGINบ่ายวันเดียวกัน ….
“เด็กฝึกงานคนนี้อะเหรอ ที่เขาบอกว่าขายตัว” เสียงซุบซิบนินทาแค่ประโยคแรกที่ดังมาให้ได้ยิน ก็สร้างความปวดหัวให้เจนนินทร์ได้แล้ว ยายแอลลี่เล่นงานเธอแล้วใช่ไหมแบบนี้ เจนนินทร์ได้แต่พูดกับตัวเองในใจ
“น่าตาก็สวย แต่น้องเขาก็ใช้ความสวยได้เกิดประโยชน์นี่ ขายตัวถึงจะยังไม่เสรีแต่ฉันว่าก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย”
“ขายตัวเลยนะแก ไม่ต่างจากขายศักดิ์ศรีเลยสักนิด”
“แกใช้ศักดิ์ศรีซื้อข้าวแดกได้หรือไง ถ้าไม่ได้ก็หุบปากแล้วนั่งแดกข้าวเงียบๆ ไปเลย” การ์ตูนกล่าวทิ้งท้ายเพื่อตัดความรำคาญ ก่อนจะหันไปสบตากับเจนนินทร์ที่กำลังแสดงสีหน้าไม่ถูก เมื่อกำลังจะเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ และทันได้ยินคนที่มันกำลังพูดคุยนินทาตนเองในระยะเผาขน จนเด็กสาวสีหน้าเจื่อนไปในทันที
“น้องเจนมานั่งได้แล้วหนู อย่าไปสนพวกปากหอยปากปูนักเลย สังคมออฟฟิศมันก็แบบนี้แหละจ้ะ พี่มาทำงานเดือนแรกยังถูกนินทาว่าเป็นแม่เล้าเลย” ปานวดีเอ่ยเรียกรุ่นน้องสาวก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ รู้สึกเห็นใจเด็กฝึกงานคนนี้มากทำอะไรก็ผิดไปหมด
จากที่อยู่ร่วมกันมาเจนนินทร์น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย ที่สำคัญเจนนินทร์ทำงานไวและเก่งมาก รุ่นพี่ในแผนกต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน น้องช่วยคนอื่นทำงานไม่เคยเกี่ยงว่าจะเป็นงานใครน้องช่วยหมดหากตัวเองว่าง พี่ๆ ในแผนกต่างรักและเอ็นดูแทบทุกคน แต่ต่างแผนกกับประโคมข่าวต่อว่าน้องไม่เว้นแต่ละวัน
“ไปทำอีท่าไหนมาล่ะ ถึงได้มีอีพวกปากหมาเอาเราไปนินทาแบบนี้ได้”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เจนยังไม่รู้เลยว่าตัวเองไปทำอะไรเลย แค่ผับทั้งชีวิตนี้เจนก็ยังไม่เคยเข้าเลยด้วยซ้ำ” หากเรื่องการแต่งตัวเจนนินทร์ก็แต่งทั่วเปิดนิดปิดหน่อยตามสมัย แต่ก็ไม่ควรเอาปัจจัยแค่นี้มาตัดสินเธอ
ที่สำคัญต่อให้เธอจะขายก็ไม่ควรมีใครมาตราหน้า หรือพ่นคำพูดจาแย่ๆ ใส่เธอ ขายตัวมันก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพ พวกอยู่ในกะลาไม่รู้กันหรือไง
“เห็นไหมอีแก้วมึงฟังมึงฟัง แหกหูฟังน้องไม่ได้ขายตัว ถึงขาย! ก็ไม่เกี่ยวกับมึงไม่ต้องไปเสือกเรื่องของน้องมัน”
“พี่ก็ด่าฉันเกินไปพี่ตูนฉันแค่พูดตามที่ได้ยินมา” แก้วตอบรุ่นพี่สาวหน้างอ “พี่ขอโทษนะน้องเจน”
“ไม่เป็นไรค่ะแต่ถ้ามีครั้งหน้า เจนไม่รับประกันนะว่าเจนจะไม่เอาคืน” การเติบโตมาในครอบครัวที่ถูกเกลียดชัง สอนให้เธอรักตัวเองและสู้คน ถึงจะไม่เก่งเธอก็จะขอสู้ก่อน ดีกว่าปล่อยให้คนอื่นเหยียบย่ำอย่างไม่คิดจะทำอะไร
เธอจะไม่ยอมเป็นผู้หญิงอ่อนแอแบบแม่ตัวเอง ที่ถูกรังแกและรอวันตายไปเงียบๆ เธอเกลียดคนแบบนั้นเป็นที่สุด
“แล้วมึงไปได้ยินใครพูดมาอีแก้ว มึงบอกกูมาสิ”
“ได้ยินตอนไปเข้าห้องน้ำน่ะพี่ตูน ส่วนใครพูดฉันไม่รู้หรอก แล้วก็ไม่รู้คนตั้งต้นพูดด้วย”
“ ไม่เข้าใจอีคนปล่อยข่าวเลย” ปานวดีส่ายหน้าน้อย
“ หรือจะเป็นเพราะเมื่อเช้าที่น้องเจนมีรถหรูมาส่งถึงหน้าบริษัทเราอะ ถึงได้ทำให้มีคนเข้าใจผิดเราได้ บอกพวกเราให้กระจ่างได้ไหม ว่ารถใครที่น้องเจนนั่งมา” แน่นอนว่าการ์ตูนก็อยากจะรู้เหมือนกัน หากน้องมันบอกว่าเป็นรถที่บ้าน หรือบอกว่าน้องบ้านรวยเธอก็พร้อมจะเชื่อ ซ้ำยังจะออกตัวช่วยจิกหัวพวกชอบนินทาคนอื่นอย่างเต็มใจ
สำหรับการ์ตูนที่ทำงานไม่เคยเป็นเซฟโซนเลย หากไม่มีปานวดีและเจนนินทร์เธอก็คงลาออกไปแล้ว
“ระ รถบ้านสามีเจนเองค่ะ” เจนนินทร์หลับตาลง เลือกที่จะบอกความจริงบางส่วนเพียงเท่านั้น
ถ้าเป็นที่บ้านเธอไม่อยากกล่าวถึง ต่อให้พ่อเธอจะเป็นมหาเศษฐีแนวหน้าของประเทศก็เถอะ แต่เธอเป็นแค่ลูกเมียน้อยไง ซ้ำนามสกุลของเธอยังได้ใช้ของแม่ เพราะบ้านนั้นไม่ต้องการให้เธอเกี่ยวข้องด้วย
“ฮะ / สะ สามี / หือ…”
“น้องเจนแต่งงานแล้วเหรอคะ”
“ยังไม่แต่งค่ะพี่วดีจดแค่ทะเบียนสมรส”
“โอ๊ยยยยยยย แค่นี้ก็เริสแล้วจ้ะสาว เธอมันแน่ยัยคนสวย ของพี่” การ์ตูนหยิกแก้มเจนนินทร์เบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว สามีรุ่นน้องรวยขนาดนี้ใครมันจะไม่อิจฉาบ้าง ความรวยของสามีรุ่นน้องบดบังกรกรรณเสียมิตร และคงไม่มีใครหูหนวกตาบอดกล้าคิดต่อว่าเจนนินทร์ไปเป็นเมียน้อยอีกฝ่าย
กรกรรณแทบไม่ได้เศษเสี้ยวขี้เล็บสามีน้องเลยด้วยซ้ำ ก่อนกลับบ้านยังแอบขโมยบะหมี่สำเร็จรูปและกาแฟของบริษัทกลับบ้านอยู่เลย ไหนจะชอบทำตัวต่ำยิ่งกว่าโคลนตม พยายามสร้างเรื่องว่าน้องมันเข้าหาตัวเอง และอยากเป็นเมียน้อย ทำเอาคนอื่นที่รู้เช่นเห็นชาติแทบอยากจะอ้วก คนแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ
“เจนกลัวว่าพวกพี่จะไม่เชื่อ นี่เป็นรูปวันที่เจนไปจดทะเบียนสมรสค่ะ แล้วนี่ก็เป็นทะเบียนสมรส”
เจนนินทร์ทำการเบลอหน้าเอเดน พร้อมกับปิดชื่อของเขาเอาไว้ ยื่นรูปในมือถือให้รุ่นพี่ที่กำลังนั่งร่วมโต๊ะดู
“หนูขอปิดหน้ากับชื่อสามีเอาไว้นะคะ พอดีว่าเฮียเป็นนักธุรกิจ และมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวพอสมควร แต่ที่เจนให้พวกพี่ๆ ดูเพราะเห็นเป็นคนกันเอง จริงๆ เจนไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่อยากให้พวกพี่เปรียบเทียบดูว่า ระหว่างเป็นหลวงของสามีตัวเองกับเป็นเมียน้อยหัวหน้า เจนจะเลือกแบบไหน”
“แน่นไปทุกส่วน กรี๊ดดดดดดด น้องเจนทำไมสามีน้องต้องหุ่นแซ่บขนาดนี้ ส่วนอีผีนั้นปล่อยมันไปเถอะนะ” ต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับเหว
“พี่การ์ตูนอย่าชมเยอะเจนหวง”
อีกด้าน
เรียวปากหนากระตุกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ ไม่คาดคิดว่าการแอบติดเครื่องดักฟัง ไว้ที่กระเป๋าของคนตัวเล็ก จะทำให้เขารู้สึกประทับใจเช่นนี้
เอเดนเอนหลังพิงเก้าอี้ กอดอกฟังบทสนทนาคนตัวเล็กกับเพื่อนด้วยความเพลิดเพลิน แม้การกระทำของตนเองในตอนนี้มันจะไม่ต่างไปจากโรคจิตเลยก็ตาม แล้วใครมันจะไปสน ความปลอดภัยรวมถึงความสุขของเมียมันสำคัญที่สุด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตครับนาย” เสียงจีโน่ที่ดังอยู่ด้านหน้าประตู สั่งให้เอเดนเอื้อมมือไปปลดล็อกประตูออก
“เข้ามา” เอ่ยอนุญาตจีโน่ ก่อนจะเอ่ยถามต่อเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามายังด้านในห้อง “มีอะไร”
“ทางศูนย์ฝึกแจ้งว่า ลีโอ กับโคบี้ ไม่สบายครับ” ช่วงนี้เอเดนส่งสุนัขลูกรักของตัวเองไปที่ศูนย์ฝึก เนื่องจากสุนัขทั้งสองค่อนข้างดุมากเกินไป และกลัวอันตรายกับเมียเด็กตัวเอง ลีโอกับโคบี้ยังไม่เคยเห็นเจนนินทร์ หากเธอมาเดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้าน แล้วสุนัขทั้งสองพบเห็น เธอคงโดนขย้ำตายเข้าสักวัน ช่วงแรกที่เป็นสามีภรรยากันนั้น เอเดนถึงได้ให้เจนนินทร์อยู่คอนโดรอไปก่อน
“ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นล่ะ กูจ่ายค่าเรียนลูกกูไปตั้งหลายแสน ทำไมถึงมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น”
“คนของเราแจ้งว่าที่นั่นอากาศร้อนมากเกินไปครับ และเหมือนทางศูนย์ฝึกจะให้เราพาทั้งสองกลับมาพักก่อน”
“งั้นก็ไปรับลูกกูกลับมาด่วนๆ เลย”
🐾 =✪ ᆺ ✪=🐾
ท่ามกลางสายลมอ่อนโยนที่พัดผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี เจนนินทร์ที่กำลังท้องโตกำลังพาลูกน้อยเดินเล่น สูญอากาศบริสุทธิ์ยามเย็น เรียวขาเล็กย่ำเดินไปตามพื้นหญ้าอุ้ยอ้ายอย่างช้าๆ มือของเธอก็ประคองหน้าท้องที่นูนขึ้นอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากของเธอเผยรอยยิ้มแห่งความสุขตลอดทั้งการเดินดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง แสงสีทองอร่ามสาดส่องลงมาบนร่างของเจนนินทร์ ทำให้เธอดูราวกับนางฟ้าที่กำลังจะโบยบินอย่างอิสระเธอหยุดเดินและหันหน้าไปทางลานหญ้าที่กว้างใหญ่ภายในคฤหาสน์หรูของผู้เป็นสามี สายลมพัดผ่านเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธออย่างนุ่มนวลตลอดทั้งการเดินเจนนินทร์รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ในท้องของเธอ คุณแม่คนสวยวางมือเบาๆ ลงบนหน้าท้องและยิ้มกว้างขึ้น "ลูกน้อยของแม่ แม่รักหนูมากนะ "เธอหลับตาลงและปล่อยให้ความสงบสุขโอบล้อมเธอ จินตนาการถึงใบหน้าเล็กๆ ของลูกน้อยและความรักอันยิ่งใหญ่ที่เธอจะมอบให้ ความคิดของเธอเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ขยับเข้ามาใกล้“แอบมาเดินเล่นคนเดียวอีกแล้ว รู้ไหมท้องตัวเองเริ่มใหญ่แล้วนะ” เอเดนว่าให้ภรรยาสา
น่าแปลกที่เจนนินทร์นั่งทำงานไปเรื่อยๆ พอคิดถึงหน้าสามีอย่างเอเดน อาการวิงเวียนศีรษะก่อนหน้านั้นก็มลายหายไปทันที จนเจนนินทร์ต้องรีบต่อสายหาสามีด้วยความคิดถึง แต่ก็เหมือนอีกฝ่ายก็น่าจะมีความรู้สึกไม่ต่างไปจากเธอ ถึงได้เปิดประตูโผล่เข้ามาในห้องทำงานเธอในทันที“คิดถึงมากเลยครับ”ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหาผู้เป็นภรรยา ดึงเธอให้ลุกจากเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะเป็นฝ่ายนั่งลงแทนแล้วค่อยดึงภรรยาสาวนั่งลงบนตักของตนเองอีกที“หนูก็คิดถึงเฮีย หืม….ตัวหอมจังเลยกลิ่นหอมสะอาดเหมือนอาบน้ำวันล่ะสิบรอบ” แนบหน้าเข้ากับซอกคอหนาของผู้เป็นสามีสูดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคยเข้าปอดซ้ำๆ ด้วยความหลงใหล“แปลกๆ นะเรา” โน้มลงไปกัดแก้มนุ่มภรรยาสาวด้วยความมันเขี้ยว คนอะไรจับตรงไหนก็เนียนก็นุ่มไปหมด ซ้ำยังยื่นมือมาบีบขย้ำหน้าอกภรรยาสาวไปด้วยระหว่างพูด“อย่าบีบแรงค่ะหนูคัดเต้าอยู่”“ครับ วันนี้คุณธิดาแจ้งว่าตัวเล็กไม่สบายทั้งวัน โหมงานหนักเกินไปหรือเปล่า” นิ้วเรียวเกี่ยวปอยผมที่หลุดร่วงลงมาบดบังใบหน้าสวย ขึ้นทัดหูให้อย่างอ่อนโยน การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของผู้เป็นสามี ทำเอาเจนนินทร์ถึงกับใจสั่นไม่หยุด ความรักความใส่ใจที่ไม่เคยได้จากที่ไหน แม
เจนนินทร์และสามีหนุ่มได้ก้าวเข้ามาในบริษัทสื่อเป็นครั้งแรก เจนนินทร์รู้สึกตื่นเต้นและประหม่าเล็กน้อย เนื่องจากต้องเริ่มต้นบทใหม่ในชีวิตการทำงานของเธอเป็นครั้งแรก หลังจากกลับมาจากทริปพักผ่อนที่ต่างประเทศเจนนินทร์ต้องเข้ามาเป็นพนักงานฝึกหัด เพื่อรอรับตำแหน่งรองประธานบริษัทแทนเอเดนอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเจนนินทร์ ก็เลือกที่จะตั้งใจรับตำแหน่งนี้ เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระช่วยสามีตัวเอง“ตัวเล็กไม่ต้องกังวลนะ คุณปิยะธิดา จะเข้ามาประกบตัวเล็ก” เอเดนเอ่ยขึ้นอย่างให้กำลังใจ เจนนินทร์เป็นคนหัวดีการเรียนรู้งานภายในบริษัทคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธออะไรมาก ที่สำคัญเธอจบตรงสายงานบริหารมา " ขอบคุณค่ะ หนูก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น " เจนนินทร์หันไปส่งยิ้มให้สามีอย่างขอบคุณ แม้จะยังไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองจะมีความรู้ความสามารถเหมาะสมไหม แต่พอเห็นกำลังใจจากสามีและคนรอบข้าง ก็ทำเอาใจบางถึงกับฮึดสู้ขึ้นมาในทันที"ยินดีต้อนรับสู่บริษัทนะคะ คุณเจนนินทร์" พนักงานหญิงวัยกลางคนเอ่ยทักทายพร้อมกับแนะนำตนเอง "ฉันชื่อปิยะธิดา หรือเรียกธิดาก็ได้ค่ะ ดิฉันจะพาไปที่ห้องทำงานของคุณเจนนินทร์ " ปิยะที่ดาเอ่ยแจ้งว่าที่เจ้านายค
ท่ามกลางเกลียวคลื่นสีฟ้าครามและหาดทรายขาวละเอียดของมัลดีฟส์ เอเดนและภรรยาอย่างเจนนินทร์ ได้มาใช้เวลาพักผ่อนด้วยกันเป็นครั้งแรก และการมาเที่ยวครั้งนี้เอเดนตั้งใจจะพาภรรยาสาวมาอยู่นานเลยก็ว่าได้ และตอนกลับไทย เอเดนจะต้องได้เบบี้น้อยติดท้องของภรรยาสาวกลับไปด้วย"ตัวเล็กชอบที่นี่ไหม" เอเดนเอ่ยถามภรรยาสาวขณะที่เขาและเธอ นั่งบนเปลญวนใต้ร่มเงาของต้นปาล์ม พื้นที่รอบข้างไร้เงานักท่องเที่ยวคนอื่นจะเข้ามารบกวน เนื่องจากมาเฟียหนุ่มทำการเหมาทั้งสถานที่ จะมีก็เพียงแค่บอดีการ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ เพียงเท่านั้น" ชอบมากค่ะ ที่นี่สวยงามราวกับในฝันเลย เจนเคยคิดจะเก็บเงินมาน่ะ แต่ก็นั่นแหละเก็บไม่พอสักทีเลยไม่ได้มา "เจนนินทร์กล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย อดขำกับความคิดตัวเองไม่ได้ ก่อนเจอเอเดนเจนนินทร์ลำบากมากเอเดนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ดีใจที่ได้พาภรรยาที่รักมาเที่ยวที่นี่ ทั้งสองคิดว่าจะใช้เวลาหลายวันในการผ่อนคลายบนชายหาด ทำกิจกรรมว่ายน้ำในน้ำทะเลใสแจ๋วเพื่อดูปลา และเพลิดเพลินกับอาหารทะเลแสนอร่อยจนกว่าจะจุใจ“กลับที่พักไหม” ทันทีที่พระอาทิตย์ใกล้จะตก ลมทะเลก็เริ่มที่จะแรงขึ้น พร้อมกับอ
เย็นวันเดียวกันหลังจากพาเจนนินทร์กลับไปพักที่บ้าน หลังจากเจอเรื่องหน้าปวดหัวมา เอเดนก็พาเมียรักมายังร้านอาหารที่นัดกับครอบครัวเอาไว้บรรยากาศภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีทองและครีม สร้างความรู้สึกอบอุ่นและโรแมนติกในคราเดียวกัน และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่เจนนินทร์ได้มีโอกาสร่วมทานข้าวกับครอบครัวสามีตนเองแม้แต่โอลิเวียน้องสาวของเอเดนและสามีอย่างเลวิสที่อยู่ต่างจังหวัดยังเดินทาง มาร่วมมื้ออาหารที่สุดแสนสำคัญมื้อนี้ด้วย“ลิเวียตกใจมากเลยตอนมามี้บอกว่าพี่เอเดนซุกเมีย” อดีตนางแบบสาวยิ้มขำให้คนพี่เพียงเพราะมารดาจับผิดสังเกตพี่ชายได้ ตั้งแต่วันที่พี่ชายเดินทางไปเชียงใหม่ ทำให้ผู้เป็นมารดาสืบจนรู้ และแอบไปทำความรู้จักลับๆ กับเจนนินทร์ถึงบริษัทที่อีกฝ่ายฝึกงานแม้แต่บอดีการ์ดอย่างนทีและองศายังไม่สามารถรับรู้ ไม่แปลกที่ทั้งสองจะดูสนิทสนมกันมากเมื่อเจอกัน“แล้วการที่พี่มีเมียมันน่าแปลกตรงไหน” แย้งน้องสาวเสียงเรียบ เขาก็ผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกับทุกๆ คน มีเลือดเนื้อมีความรู้สึก“ไม่ใช่แค่น้องหรอกมี้กับแด๊ดก็ด้วย เราน่ะหวงความเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าอะไร ยิ่งยอมไปจดทะเบียนสมรสกับหนูเจนง่ายๆ ยิ่งไม่อยา
เช้าวันใหม่ที่แสนสดใส แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง บรรยากาศทั้งห้องต่างอบอวลไปด้วยความอบอุ่นเจนนินทร์และเอเดนเผลอหลับไปด้วยกันบนโซฟา หลังจากที่เมื่อคืนดูหนังด้วยกันจนเกือบเช้าเนื่องจากเจนนินทร์นอนไม่หลับ เพราะปวดท้องประจำเดือนหนักมากเอเดนลืมตาตื่นขึ้นก่อนแม้จะนอนไปไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม สิ่งแรกที่เจอเมื่อยามลืมตาตื่นนั้นยังคงเป็นภรรยาสาว ที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างๆ ไร้ท่าทีจะรู้สึกตัวตื่นเอเดนเฝ้ามองใบหน้าสวยด้วยความรักใคร่ของเธออยู่เช่นนั้น ก่อนจะกดริมฝีปากจูบขมับบางอย่างอ่อนโยน และค่อยๆ ดันตัว ลุกขึ้นจากโซฟา หลังจากจัดท่าห่มผ้าให้เจนนินทร์ได้นอนในท่าที่สบาย เดินมุ่งหน้าเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการตนเองวันนี้เป็นวันแรกที่เอเดนเลือกที่จะเข้าครัวทำหน้าที่สามี รังสรรค์มื้อเช้าไว้รอภรรยาสาวตื่นขึ้นมาทานด้านบิดามารดาอย่างเฌอลิณณ์และอีธานที่ตื่นก่อนหน้า ได้แต่จิบกาแฟมองลูกชายด้วยความงุนงงอย่างไม่คิดอยากจะเชื่อสายตา“คลั่งรักเมียเวอร์” เฌอลิณณ์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางขนลุกคนพอง“เราไปกันเถอะปล่อยให้ลูกอยู่กับเมียมันไป” โดยอีธานไม่ลืมตะโกนบอกลูกชายที่อยู่ในครัว ว่าเย็นนี้มีนัดทานมื้อเย็นร่วมก







