LOGINจูบที่รุนแรงและเอาแต่ใจสิ้นสุดลง แต่ความกดดันในบรรยากาศกลับยิ่งเพิ่มสูงขึ้น หมอศรันย์ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าอาบน้ำตาของเด็กสาวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งหงุดหงิดและมีความต้องการบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้
"ขึ้นรถ" เขาออกคำสั่งเสียงต่ำ น้ำเสียงนั้นเหมือนจะรำคาญเธอเต็มที
"ค่ะ"
พระพายเดินไปขึ้นรถอย่างว่าง่าย หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุอก หมอศรันย์ก้าวตามขึ้นมาประจำที่คนขับ เขาไม่ได้ออกรถไปไหน แต่กลับถอยรถเข้าไปยังมุมอับที่สุดของลานจอดรถชั้นใต้ดิน ซึ่งแสงไฟส่องมาไม่ถึง แผ่นกระจกฟิล์มดำสนิทกลายเป็นกำแพงกั้นโลกภายนอกออกไปในทันที เครื่องยนต์ยังคงทำงานส่งเสียงแผ่วเบา แต่ภายในรถกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด
"พี่หมอ... พายขอโทษ"
"เงียบซะพาย ฉันเคยบอกแล้วให้เธอเรียกฉันว่าคุณหมอ ถ้าเธอยังดื้อที่จะพูดชื่อฉันอีกคำเดียว ฉันจะทิ้งเธอไว้ที่นี่"
“พะ…พาย”
“ฉันบอกให้เงียบ! เสียงเดียวที่เธอจะส่งออกมาได้ คือเสียงคราง เก็บเสียงของเธอไว้ครางจะดีกว่า”
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกดปรับเบาะฝั่งผู้โดยสารให้เอนลงจนสุด ก่อนจะแทรกตัวข้ามคอนโซลกลางมาทาบทับร่างเล็กไว้ แรงกดทับจากร่างกายกำยำทำให้พระพายเผลออุทานออกมาเบาๆ แต่ก็ถูกปิดปากด้วยจูบที่ร้อนแรงกว่าเดิม
"อะ! อื้ออ~~"
คราวนี้มันไม่ใช่แค่จูบสั่งสอน แต่มันคือจูบที่จาบจ้วงและหิวกระหาย ลิ้นร้อนพัวพันหยอกล้อจนคนใต้ร่างครางอื้ออึงในลำคอ มือหนาของหมอศรันย์รวบข้อมือทั้งสองข้างของพายไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดนักศึกษาที่ขัดหูขัดตาเขามาตลอดทั้งวัน
"อ๊ะ... พี่หมอ"
เขาละริมฝีปากลงมาที่ลำคอระหง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของวัยสาวปลุกปั่นอารมณ์ดิบในตัวศัลยแพทย์ผู้สุขุมให้เตลิดเปิดเปิง หมอศรันย์ฝังใบหน้าลงกับซอกคอขาว กดจูบและดูดดึงอย่างแรงจนเกิดรอยรักสีกุหลาบเข้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาต้องการตีตรา... ต้องการย้ำเตือนว่าต่อให้ต่อหน้าคนอื่นเธอจะเป็นแค่ใครก็ได้ แต่ในยามนี้ เธอเป็นของเขาแค่คนเดียว
"อื้อ... อย่าค่ะ พายเจ็บ" พระพายพยายามเบี่ยงคอหนี แต่นั่นกลับเปิดโอกาสให้เขาซุกไซ้ได้ถนัดขึ้น
"เจ็บสิจะได้จำ... จะได้ไม่กล้าขัดคำสั่งฉันอีก"
เสียงทุ้มแหบพร่าครางชิดผิวเนื้อนุ่ม มือหนาเลื่อนลงมาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสอดเข้าไปบีบเค้นทรวงอกอวบอิ่มผ่านบราเซียตัวบาง ปลายนิ้วชี้ประสานกับนิ้วหัวแม่มือบดบี้ขยี้ปลายถัน สลับกับการบีบขย้ำสองเต้าจนเนื้อล้นออกมาตามง้ามมือ ความรู้สึกซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่างจนขาเรียวเริ่มเบียดเสียดเข้าหากันแน่น ความรู้สึกซาบซ่านจะแทบจะทนไม่ไหว เธอส่งเสียงครางดังลั่นแต่อีกคนไม่แม้แต่จะฟัง
"อ๊ะ..อื้อออ..พี่หมอ~~"
หมอศรันย์ไม่หยุดแค่นั้น เขาใช้เข่าแยกเรียวขาของเธอออกกว้าง ก่อนจะสอดมืออีกข้างเข้าไปใต้กระโปรงพลีทสั้น สัมผัสถึงความเนียนละเอียดของต้นขาด้านใน และเลื่อนขึ้นสูงจนถึงจุดอ่อนไหวของร่างกาย
"พี่หมอ~~อื้มมม"
ปลายนิ้วกลางสอดเข้าไปในช่องแคบ คนตัวเล็กที่กำลังถูกรังแกร้องออกมาเสียงหลง จังหวะที่เขาขยับนิ้วเข้าออกช้าๆ ช่องรักที่คับแคบบีบรัดนิ้วร้ายจนเสียงดังตุบๆ
"พาย... เธอรัดฉันแน่นไปหมด"
ปลายนิ้วหัวแม่มือร้ายกาจเริ่มรุกล้ำหนักขึ้นเรืื่อยๆ สัมผัสกับติ่งเนื้ออ่อนไหวกลางกายสาว เขาค่อยๆบดขยี้ปุ่มกระสันนั้นอย่างแผ่วเบาก่อนจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งสูง พระพายแอ่นสะโพกรับสัมผัสนั้น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม เสียงครางหวานหูหลุดรอดออกมาไม่ขาดสาย เมื่อนิ้วเรียวเริ่มขยับเข้าออกเร็วและถี่ขึ้น
"อ๊ะ อ๊ะ อื้อ~ สะ..เสียวค่ะ"
"จ๊วบๆๆ"
"อา... พี่หมอ... พายไม่ไหวแล้ว"
"จำไว้นะพาย... สถานะของเธอมีไว้เพื่อตอบสนองฉันในที่แบบนี้เท่านั้น"
เขาถอนใบหน้าขึ้นมาจากอกอวบ ขยับเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากที่เผยอออกก่อนจะมอบจูบที่ลึกซึ้งให้ดธออีกครั้ง ขณะที่มือข้างล่างยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอจนเด็กสาวแตะขอบสวรรค์ในอ้อมกอดของเขา น้ำรักสีใสไหลออกมาพร้อมกับร่างเล็กที่กระตุกเกรง สีหน้าที่ออดอ้อน ทำเอาคนที่เป็นฝ่ายรุกถึงกับอารมณ์พุ้ง คิ้วเรียวสวยขมวดชนกันในขณะที่เขาขยับนิ้วมือพร้อมกับน้ำสีใสที่ไหลออกมาไม่หยุด ริมฝีปากเล็กกัดเม้มกันจนห่อเลือด
"อ๊ะ...อ้าส์"
เสียงหอบหายใจโรยรินซบลงบนอกแกร่ง หมอศรันย์มองภาพนั้นด้วยสายตาที่วูบไหวเพียงครู่เดียว
“พะ... พี่หมอ”
พระพายเผลอเรียกชื่อเขาออกมาด้วยความลืมตัว ขณะที่ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาอย่างดุดันอีกครั้ง ลิ้นร้อนตักตวงน้ำหวานจากโพรงปากเล็กอย่างหิวกระหาย ใบหน้าหล่อโน้มลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวกรุ่นของเธออีกครั้ง กลิ่นกายสาววัยสิบเก้าที่ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ กระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
"จ๊วบ..."
เสียงดูดดึงผิวเนื้อดังระงมไปทั่วรถที่เงียบสงัด หมอศรันย์ขบเม้มซอกคอขาวจนเกิดรอยแดงจัดช้ำเลือด เขาจงใจฝากฝังรอยรักนี้ไว้ให้พ้นขอบเสื้อนักศึกษา เพื่อเป็นตราประทับว่าเธอเป็นของใคร
“พี่หมอ... ฮึก แล้ว... แล้วหมอนลินล่ะคะ” พายถามเสียงสั่นพร่าขณะที่เสื้อนักศึกษาถูกกระชากกระดุมจนหลุด
“ธะ... เธอรอพี่อยู่บนห้องไม่ใช่เหรอ”
หมอศรันย์ชะงักไปครู่เดียว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนพายหนาวไปถึงขั้วหัวใจ
“ไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะมาถามถึงคนอื่น ...” เขาเค้นเสียงต่ำ
“หน้าที่ของเธอคือทำตามคำสั่งฉัน และรับผิดชอบสิ่งที่เธออยากได้นักหนา... ไม่ใช่หรือไง?”
พูดจบ มือหนาก็สอดเข้าไปบีบเค้นทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ เขาบดขยี้ปลายนิ้วลงบนยอดอกสีหวานผ่านบราเซียตัวบางจนพระพายแอ่นอกครางกระเส่า จังหวะเดียวกับเขาโน้มตัวลงต่ำก่อนจะแตะปลายลิ้นร้อนลงไปที่ปลายถัน พระพายสะดุ้งสุดตัว อกอวบอิ่มที่กำลังถูกดูดกินแอ่นรับสัมผัสนั้นด้วยความเสียวซ่าน
“อ๊า... พี่หมอ พายเจ็บ”
“เจ็บสิจะได้จำ อะไรควรพูด ไม่ควรพูด”
เขาผละมือไปปลดอาภรณ์ชิ้นล่างของเธอออกอย่างรวดเร็ว จนร่างเปลือยเปล่าท่อนล่างปรากฏแก่สายตา หมอศรันย์ไม่รอช้า เขาใช้นิ้วเรียวที่เคยจับมีดผ่าตัดมานับครั้งไม่ถ้วน สอดแทรกเข้าไปในจุดอ่อนไหวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวานอีกครั้ง
"จึก!!"
“อื้อออ!”
พายสะดุ้งสุดตัวขาเรียวเกร็งจิกไปกับเบาะหนัง นิ้วของเขาขยับเข้าออกด้วยจังหวะที่รัวเร็วและลึกซึ้งจนเธอหายใจไม่ทัน
“อา... พี่หมอ... พอเถอะค่ะ พาย... พายจะขาดใจ”
“ยังพาย... มันเพิ่งเริ่ม”
หมอศรันย์จัดการกับกางเกงของตัวเองอย่างเร่งรีบ ก่อนจะจ่อแก่นกายขนาดใหญ่และยาวที่ขยายตัวจนสุดกำลังลงที่ปากทางรักที่ยังคับแน่น เขาไม่ได้ออมแรงหรือให้เวลาเธอปรับตัวแม้แต่น้อย ความเป็นตัวตนที่แข็งขืนถูกกระแทกเข้าไปรวดเดียวจนมิดลำ
“อึก... ฮึก! จะ เจ็บ... พายเจ็บ!”
ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกด้วยความจุก น้ำตาไหลพรากเมื่อความใหญ่ของแก่นกายรุกล้ำเข้าไปจนถึงส่วนลึกที่สุด ร่างเล็กสั่นคลอนตามแรงอารมณ์ที่หมอหนุ่มโถมเข้าใส่
"อ๊ะ อ๊ะ อื้อ พะ..พี่หมอ บะ เบาลงหน่อย"
"หยุดพูด!! ใช่ว่าไม่เคยโดน..อย่าทำให้ฉันเสียอารมณ์..อ่าส์~"
"ตับ ตับ ตับ!!"
หมอศรันย์ไม่ฟังเสียงทัดทาน เขาขยับกายเข้าออกด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนไปมาในพื้นที่จำกัด แรงเหวี่ยงทำให้รถทั้งคันโยกคลอนตามจังหวะกามอารมณ์ มือหนาข้างหนึ่งบีบเค้นซาลาเปาคู่งามอย่างรุนแรง ส่วนอีกข้างจับยึดสะโพกมนไว้มั่นไม่ให้เธอหนีไปไหนได้
“อืม... พาย... เธอรัดฉันแน่นไปแล้ว”
"ซี้ดดด..อ่าส์"
"ตับ ตับ ตับ!!"
หมอหนุ่มกัดฟันกรอด ซุกหน้าลงกับอกอิ่มพร้อมกับเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นอีก
“อ๊ะ... อ่า... พี่หมอ... พายไม่ไหว... พายจะตายแล้ว”
"โอ้วววว..อ่าส์"
"ตับ ตับ ตับ!!"
"พร้อมกัน!!"
“อ๊ะ..อร้าย..!../อ้าาาส์...”
พระพายหวีดร้องออกมาเมื่อความเสียวซ่านพุ่งทะลุขีดจำกัด ช่องทางรักตอดรัดสิ่งที่อยู่ในตัวรัวถี่ จนหมอศรันย์ครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ เขาโถมกายเข้าใส่เป็นครั้งสุดท้ายอย่างรุนแรงจนร่างเล็กแทบลอยเด่น ก่อนจะปลดปล่อยลาวาอุ่นร้อนเข้าไปจนล้นทะลักไหลออกมาด้านนอก
"อ้าส์~~"
เขาทิ้งน้ำหนักตัวซบลงบนอกบาง หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ขณะที่พายนอนนิ่งขึงไปกับเบาะ ร่างกายสั่นระริกและจุกเสียดไปหมดทั้งช่วงล่าง
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคน หมอศรันย์ผละตัวออกแล้วจัดการใส่เสื้อผ้าของตนเองด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับเหตุการณ์เร่าร้อนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
“จัดเสื้อผ้าของตัวเองซะ แล้วตามขึ้นไปข้างบน” เขาพูดเสียงนิ่งขณะติดกระดุมเสื้อ
"แล้วหมอนลินละคะ?"
“หมอนลินกลับไปแล้ว... แต่โทษของเธอที่ทำตัววุ่นวายคืนนี้ ฉันยังชำระไม่หมด ”
"พะ..พี่หมอ"
"รอยดูดที่คอ ไม่ต้องหาอะไรมากลบ ปล่อยมันไว้แบบนั้น"
"แต่พรุ่งนี้พายมีเรียนนะคะ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้มันคงจะดูไม่ดี"
"เธอมีสิทธิ์แค่ทำตามคำสั่ง มีสิทธิ์ที่จะเถียงฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ขึ้นห้อง โรงจอดรถคนผ่านไปมา ฉันไม่สะดวก!"
สายตาที่เขามองมายังรอยแดงที่คอของเธอไม่มีความสงสารมีเพียงความสะใจที่ได้ตีตราความเป็นเจ้าของในความมืด... ที่ที่ไม่มีใครเห็น
@เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันหยุดสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอนใหญ่ แต่เจ้าของห้องอย่าง พระพาย กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวได้ง่ายๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดออกเป็นชิ้นๆ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ระบมจนแค่จะพลิกตัวยังต้องนิ่วหน้า ระบมไปทั้งตัว"อื้อ..." หญิงสาวครางแผ่วขยับกายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่ศรันย์ห่มให้ไว้อย่างเรียบร้อยรัดกุม"แกรก..."ประตูห้องนอนค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอศรันย์ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดกาวน์ แต่อยู่ในชุดลำลองสบายๆ ที่มี "ผ้าอ้อม" พาดบ่าข้างหนึ่ง และมืออีกข้างหนึ่งกำลังอุ้ม น้องพรีม ที่กำลังดูดจุกหลอกจ๊อบๆ อย่างอารมณ์ดี โดยมี น้องพร้อม เดินเกาะชายเสื้อคุณพ่อต้อยๆ เข้ามาด้วย"ชู่ววว... น้องพร้อมครับ เบาๆ ลูก..มามี้ยังนอนหลับอยู่" ศรันย์กระซิบกระซาบกับลูกชายตัวแสบ"มัมมี้เป็นอะไรครับปาป๊า? เมื่อคืนพร้อมตื่นมาได้ยินมามี้ร้องเสียงดังเหมือนโดนไดโนเสาร์กัดเลย" น้องพร้อมถามตาใสแป๋วทำเอาพระพายที่แกล้งหลับอยู่ถึงกับหน้าแดงแป๊ดจนต้องมุดหน้าลงกับหมอนศรันย์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางปรายตาไปทางก้อนผ้าห่มบนเตียง "อ๋อ... มามี้ไม่ได้โดนไดโนเสาร์กัดครับ มามี้
ศรันย์ไม่ปล่อยให้พระพายได้พักนานนัก หลังจากบทเพลงรักริมกระจกจบลง เขาก็ช้อนอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของภรรยาขึ้นแนบอกอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่รอคอยพวกเขาทั้งคู่ ทันทีที่แผ่นหลังเนียนสัมผัสกับที่นอนนุ่ม ศรันย์ก็โน้มตัวลงทาบทับ กักขังเธอไว้ภายใต้อ้อมแขนและร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"พี่หมอ... พอแล้วค่ะ พายไม่มีแรงแล้วจริงๆ" พระพายประท้วงเสียงแผ่วแต่ดวงตาคู่สวยกลับฉ่ำเยิ้ม ยามมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจเมื่อผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีเหงื่อซึมตามไรผม"รอบที่สาม... พี่ขอแบบจัดเต็มนะครับคนเก่ง..นะครับ" ศรันย์ไม่อ้อนเปล่าแต่เขาใช้มือหนาแยกเรียวขาสวยออกกว้างกว่าเดิม จนพระพายต้องหน้าร้อนผ่าว "พะ..พี่หมอ แต่เมื่อกี้พี่ทำไปแล้วนะคะ""เมื่อกี้ริมกระจกพี่เน้นท่าทาง แต่บนเตียง... พี่จะเน้นความลึกซึ้งให้ถึงใจพาย พายจะได้ไม่ลืม ว่าเราทำอะไรกันที่ไหนยังไง ท่าอะไร""พะ..พี่ อื้ออ~"ศรันย์ก้มลงครอบครองยอดปทุมถันอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เพียงแค่ดูดดึง แต่ใช้นิ้วเรียวบีบเค้นเต้าอวบทั้งสองข้างสู้มืออย่างหนักหน่วง เสียงครางหวานลั่นห้องเมื่อลิ้นร้อนตวัดรัวที่ยอดอกสลับกับกา
"อ๊ะ!! พี่หมอ"บทรักบนโซฟาเป็นเพียงบทเพลงอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะเมื่อศรันย์ได้ลิ้มรสหวานจากน้ำผึ้งที่เขาโหยหามานานแรมปี ไฟราคะในตัวศัลยแพทย์หนุ่มก็ลุกโชนจนยากจะดับลง"พี่หมอ... พอแล้วมั้งคะ พายจะละลายหมดแล้วนะ" พระพายเอ่ยเสียงระทดระทวย ร่างกายอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ แต่ดวงตากลมโตกลับหวานเยิ้มสะท้อนความต้องการที่ไม่ต่างกัน"ยังครับ... บนโซฟามันแค่น้ำจิ้ม" หมอศรันย์พึมพำชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเมียเด็กขึ้นแนบอก "พี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ... พายจำได้ไหม ตรงกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนหลังบ้านน่ะ พี่แอบมองพายตรงนั้นบ่อยๆ เวลาพายยืนกล่อมลูก""พี่หมอ! ตรงนั้นมัน... มันโล่งไปไหมคะ" พระพายหน้าแดงซ่านด้วยความตกใจ ทว่ากลับมีความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย"ไม่มีใครเห็นหรอกครับ มืดขนาดนี้... มีแต่พี่ที่จะเห็นพายชัดๆ""แต่ว่า...?""ตอบช้าถือว่าตกลงนะคะ""หมับ!!""พี่หมอ!!"ศรันย์อุ้มเมียสุดที่รักขึ้น ก่อรจะรีบสาวเท้าเดินไปยังเป้าหมาย เขาวางร่างบางลงให้ยืนพิงกับกระจกใสบานยักษ์ ความเย็นของกระจกที่สัมผัสแผ่นหลังทำเอาพระพายสะดุ้งโหยง แต่ความร้อนจากแผ่นอกแกร่งของศรันย
"อ่าห์ พี่หมอ~"ความเงียบสงัดภายในห้องนอนกว้างถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของพระพาย ร่างระหงนอนหมดแรงอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ผิวพรรณแดงระเรื่อจากการถูกกระตุ้นด้วยลิ้นร้อนของคุณหมอหนุ่มเมื่อครู่จนถึงฝั่งฝันไปรอบหนึ่ง แต่ดูเหมือนคนตัวโตจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้"พายครับ""คะ"ศรันย์ขยับกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างเรียวขาสวย สายตาคมกริบจ้องมองเมียรักที่กำลังนอนหายใจรินรดไหล่ตัวเองด้วยความหลงใหล เขาจัดการถอดกางเกงนอนของตัวเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็น "เจ้ามังกร" ยักษ์ที่ตื่นตัวเต็มที่จนเส้นเลือดปูดโป่ง มันขยายขนาดจนน่ากลัวสะท้อนถึงความอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายเดือน"พี่หมอ... พายเหนื่อยแล้วนะคะ" พระพายพยายามประท้วงเสียงเบาหวิวเมื่อเห็นความยิ่งใหญ่ของสามี นี่มันเกินมาตรฐานชายไทยไปมาก เมื่อก่อนไม่เห็นจะใหญ่ขนาดนี้ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้ทั้งใหญ่ทั้งยาวจนแค่มองก็ม้สนท้องน้อยไปหมด"พายเสร็จไปแล้ว... แต่พี่ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ" ศรันย์อ้อนเสียงนุ่มเขาโน้มตัวลงไปกอดเอวบางแล้วซุกหน้าลงที่ซอกคอ "พายครับ... ช่วยพี่หน่อยนะ พี่ปวดไปหมดแล้ว ดูสิ... มันคิดถึงพายจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ"มือหนาจั
@ 1 ปีต่อมา"ปาป๊า! ดูสิ พร้อมระบายสีไดโนเสาร์สวยไหมฮะ!"เสียงเล็กๆ ของ น้องพร้อม เด็กชายวัยเกือบ 4 ขวบที่ถอดแบบหน้าตามาจากพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ตะโกนก้องห้องโถงพร้อมกับชูกระดาษที่เต็มไปด้วยสีเทียนหลากสี ศรันย์ที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาด้วยความอ่อนล้าจากการผ่าตัด 3 เคสติดกัน ต้องรีบปั้นหน้ายิ้มแล้วย่อตัวลงรับแรงกระแทกจากลูกชายที่กระโจนเข้าใส่"เก่งมากครับลูก... ไหนดูซิ ไดโนเสาร์ตัวนี้ชื่ออะไรครับ?""ชื่อรันย์ครับ! ชื่อเหมือนปาป๊าเลย เพราะมันตัวใหญ่และใจดี"ศรันย์หัวเราะหึๆ ในลำคอ พลางลูบหัวลูกชาย "โอเคครับ ปาป๊าเป็นไดโนเสาร์ก็ได้ แต่ตอนนี้ป๊าขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ...""แง้!!!!!!!!!"ยังไม่ทันขาดคำ เสียงร้องไห้จ้าที่ทรงพลังยิ่งกว่าหวอรถพยาบาลก็ดังมาจากชั้นบน เป็นสัญญาณว่า น้องพรีม สมาชิกใหม่วัย 3 เดือนได้ตื่นจากการนอนกลางวันรอบเย็นแล้ว และเธอกำลัง "หิว" ระดับวิกฤต"พี่หมอ! มาพอดีเลยค่ะ ช่วยดูน้องพร้อมหน่อยนะคะ พายต้องพาน้องพรีมไปให้นม!" พระพายตะโกนลงมาจากบันไดมือหนึ่งถือเครื่องปั๊มนม อีกมือหนึ่งกำลังพยายามปลอบลูกสาวที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน ผมทรงนักธุรกิจสาวที่เคยเรียบกริบบัดนี้ฟูฟ่องแ
@2 เดือนต่อมาบรรยากาศที่แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ต่างพากันอมยิ้มเมื่อเห็นร่างสูงสง่าของ นพ. ศรันย์ กลับมาสวมเสื้อกาวน์สีขาวปักชื่อตำแหน่งเดิมอย่างภาคภูมิใจ แม้เขาจะหายไปนานถึงสามปี แต่ฝีมือและการวางตัวที่สุขุมขึ้นกลับทำให้เขามีเสน่ห์จนใครๆ ก็ต่างพากันชื่นชมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนที่สุด คือสายตาของหมอศรันย์ที่ไม่ได้มองแค่คนไข้... แต่เขามักจะชะเง้อมองไปทางโถงทางเดินชั้นผู้บริหารอยู่บ่อยครั้ง"เลิกชะเง้อได้แล้วมั้งไอ้หมอ... เขาไม่หายไปไหนหรอก เมียมึงน่ะ" หมอภีม เดินเข้ามากอดคอเพื่อนพลางแซวเสียงดัง บัดนี้กลายเป็นศัลยแพทย์อาวุโสที่ขึ้นแท่น "หมอโสดที่กวนประสาทที่สุดในโรงพยาบาล" เขาไม่ได้ไร้คู่เพราะหน้าตา หรือหน้าที่การงาน แต่เป็นเพราะความแสบสันของฝีปากที่ยากจะหาผู้หญิงคนไหนมาต่อกรได้"กูก็แค่อยากดูให้แน่ใจว่าพายทานข้าวกลางวันหรือยัง ช่วงนี้เขายิ่งแพ้ท้องหนักอยู่" ศรันย์ตอบพลางปรับปกเสื้อกาวน์ให้เนี้ยบ"แหม่... ตั้งแต่ฟื้นจากความตายมานี่ มึงเปลี่ยนจากคุณหมอผู้สูงส่ง กลายเป็นทาสเมียเต็มตัวเลยนะ" หมแภีมส่ายหัวขำๆ "ไม่ต้องแสดงอาการขนาดนั้น
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องพักฟื้นวีไอพีดูจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่กลับเป็นความคึกคักที่ทำให้คนที่แอบยืนมองผ่านช่องกระจกประตูอย่าง หมอศรันย์ แทบจะกระอักเลือดตายรอมร่อเขายืนกำชาร์ตคนไข้ในมือแน่นจนนิ้วขาวซีด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนไม่ให้พุ่งเข้าไปกระชากทุกคนออกไปจากผู้หญิงของเขา... ค
@1 สัปดาห์ต่อมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นพ. ศรันย์ วรโชติเมธี ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เข้าเวรผ่าตัดตามปกติ และไม่เหลือคราบศัลยแพทย์ผู้สูงส่งที่ใครๆ ต่างเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้ม ดวงตาแดงก่ำจากการไม่ได้นอนและเอาแต่จ้องมองหน้าต่างห้องพักฟื้นจากม้านั่งข้างล่างราวกับคนเสียสติเ
ตลอดทั้งวันในโรงพยาบาล หมอศรันย์ไม่มีสมาธิทำงานเลยแม้แต่น้อย ภาพรอยยิ้มของพระพายที่ส่งให้หมอภีมมันตามหลอกหลอนเขาจนอยากจะขว้างแฟ้มประวัติคนไข้ทิ้ง ยิ่งเห็นหมอภีมเดินเข้าออกห้องพักฟื้นพร้อมขนมนมเนย เส้นประสาทของเขาก็แทบจะระเบิดจนกระทั่งช่วงเย็น หลังจากหมอนลินขอตัวกลับไปก่อน ศรันย์ก็ไม่รอช้าที่จะพุ่ง
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น ณ แผนกศัลยกรรมกระดูก บรรยากาศรอบตัวของ หมอศรันย์ ดูเปลี่ยนไปจนพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์แอบซุบซิบ ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กลับมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอยในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงภาพเหตุการณ์เมื่อ







