เข้าสู่ระบบ@บนห้อง
ขาเรียวสั่นเทาพยายามก้าวลงจากรถอย่างยากลำบากความรู้สึกจุกเสียดและเหนอะหนะที่ช่วงล่างตอกย้ำถึงเหตุการณ์เร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไป พระพายพยายามติดกระดุมเสื้อนักศึกษาที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่เม็ดด้วยมือที่สั่นระริก เธอเดินตามแผ่นหลังกว้างที่ดูสง่างามและไร้ที่ติของหมอศรันย์ขึ้นไปบนห้องพัก ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิทลง ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม หมอศรันย์เหวี่ยงเสื้อกาวน์ลงบนโซฟาอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันมามองเด็กสาวที่ยืนก้มหน้าอยู่กลางห้อง “มานี่” คำสั่งสั้นๆ แต่ทรงพลังทำเอาพายสะดุ้ง เธอเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ หมอศรันย์คว้าหมับเข้าที่เอวคอดแล้วกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนอกนุ่มเบียดชิดกับแผงอกแกร่ง เขาเชยคางเธอขึ้นสบตา แววตาที่เคยมองผ่านๆ บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความกระหายที่ยังไม่มอดดับลงง่ายๆ "ถอดเสื้อผ้า" “พี่หมอ... พายเหนื่อยแล้วค่ะ” “เหนื่อยงั้นเหรอ? ตอนที่จีบฉัน ตอนที่อยากได้ฉันเป็นผัวจนตัวสั่น ไม่เห็นเธอจะบ่นว่าเหนื่อยเลยนี่พาย” คำพูดร้ายกาจถูกพ่นออกมาชิดริมฝีปาก “ในเมื่ออยากเป็นนัก เธอก็ต้องเป็นให้ได้ตลอดรอดฝั่ง... โดยเฉพาะหน้าที่บนเตียงที่เธอต้องรับผิดชอบฐานที่มาขัดจังหวะฉันกับลิน” “พายไม่ได้ตั้งใจ...” “เงียบ!” เขาไม่ฟังคำแก้ตัว แต่กลับช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวแล้วเดินตรงไปยังเตียงกว้าง หมอศรันย์วางเธอลงอย่างแรงก่อนจะตามขึ้นมาคร่อมทับ เสื้อนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ถูกกระชากออกจนพ้นทาง คราวนี้เขาไม่หลงเหลือความอ่อนโยนแม้แต่นิดเดียว จมูกโด่งคมสันซุกไซ้ไปตามลาดไหล่และเนินอก บดจูบสร้างรอยตราประทับใหม่ๆ ทับซ้อนรอยเดิมจนทั่วผิวกายขาวนวล พายครางกระเส่าพลางแอ่นกายรับสัมผัสที่รุนแรง มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสจุดอ่อนไหวที่ยังคงฉ่ำแฉะจากการกระทำในรถ เขาใช้นิ้วรุกล้ำเข้าไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนพายต้องจิกเล็บลงบนหลังแกร่งเพื่อระบายความเสียวกระสัน “อื้อออ... พี่หมอ... เบาๆ ค่ะ พายเสียว...” “ครางชื่อฉันพาย... ครางออกมาให้รู้ว่าตอนนี้ใครที่เป็นเจ้าของเธอ” เขากระซิบสั่งพร่าข้างหู ก่อนจะจัดการกับกางเกงตัวเองแล้วกดแทรกความเป็นชายที่แข็งขืนกลับเข้าไปในช่องทางรักที่บวมช้ำรวดเดียวจนสุดทาง “อ๊าาาา!” พระพายหวีดร้องจนสุดเสียงร่างกายที่เพิ่งจะผ่านศึกมากลับถูกรุกล้ำอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ความคับแน่นและอุ่นร้อนที่สอดประสานกันทำให้สมองของเธอขาวโพลนไปหมด หมอศรันย์เริ่มขยับกายอย่างบ้าคลั่ง เตียงนอนหนานุ่มสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกกระทั้นที่ไร้ซึ่งความปรานี เขาจับขาเรียวทั้งสองข้างพาดบ่าเพื่อจะได้ฝังตัวตนให้ลึกที่สุด ทุกครั้งที่เขากระแทกเข้าไป พายรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเสียให้ได้ แต่มันกลับมีความรู้สึกซาบซ่านอย่างประหลาดที่ดึงรั้งเธอให้จมดิ่งลงไปในกามารมณ์ที่เขามอบให้ “อืม... พาย... อ่าส์....” เสียงครางทุ้มต่ำของหมอหนุ่มบอกถึงความพึงพอใจอย่างที่สุดเขาโน้มตัวลงไปจูบปิดปากพายเพื่อไม่ให้เสียงหวีดร้องดังเล็ดลอดออกไปนอกห้อง จูบที่เต็มไปด้วยรสสัมผัสของตัณหาและความเป็นเจ้าของ บทเพลงรักที่รุนแรงดำเนินไปเนิ่นนานครั้งแล้วครั้งเล่า หมอศรันย์เหมือนคนหิวโหยที่ไม่รู้จักอิ่ม เขาพลิกกายเธอให้รับสัมผัสในหลายท่วงท่า ทั้งด้านหลังที่เขาชอบกดทับเพื่อแสดงอำนาจ หรือท่าอุ้มที่เขาจงใจให้เธอเป็นฝ่ายโอบรัดเขาไว้แน่นๆ จนกระทั่งเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงเช้ามืด..หมอศรันย์ปลดปล่อยลาวาร้อนเข้าไปในตัวเธอเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ ก่อนจะฟุบหน้าลงกับซอกคอที่เต็มไปด้วยรอยแดงเข้ม ร่างเล็กนอนหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่างเขา ร่างกายของเธอระบมไปทุกส่วนแต่กลับซุกตัวเข้าหาไออุ่นจากคนที่ใจร้ายที่สุดอย่างโหยหา “พี่หมอ... รักพายบ้างไหมคะ?” เธอถามเสียงแผ่วขณะที่สติกำลังจะหลุดลอย หมอศรันย์นิ่งไปชั่วอึดใจ เขาผละตัวออกมามองใบหน้าที่นองไปด้วยคราบน้ำตาและเหงื่อ แววตาของเขากลับมาเย็นชาและไร้ความรู้สึกอีกครั้ง “บอกแล้วไง... ว่าอย่าถามถึงสิ่งที่เธอไม่มีวันได้จากฉัน” เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้พายนอนนิ่งอยู่บนเตียงที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความสัมพันธ์ลับๆ น้ำตาไหลซึมลงที่หางตา... เธอได้กายเขามาครอง แต่หัวใจกลับเหมือนยิ่งไกลออกไปทุกที @เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล พระพายเดินเข้ามาในแผนกผู้ป่วยนอกด้วยใบหน้าซีดเซียว เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวคอปิดมิดชิดเพื่อซ่อนรอยตีตราที่คอและหน้าอก แต่ถึงกระนั้น ท่าทางการเดินที่ดูขัดๆ ของเธอก็ไม่อาจพ้นสายตาของเพื่อนร่วมงานคนอื่นไปได้ “น้องพาย เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ดูหน้าซีดๆ เดินแปลกๆ นะ” พี่พยาบาลทัก “อ๋อ... พายแค่เพลียๆ ค่ะ เมื่อคืนอ่านหนังสือหนักไปหน่อย” เธอโกหกคำโตเธอเป็นนักศึกษานอกจากข้ออ้างว่าอ่านหนังสือแล้วก็ไม่รู้ว่าจะโกหกอะไรได้อีก ในขณะนั้นเอง หมอศรันย์ในชุดกาวน์สะอาดสะอ้านก็เดินออกมาจากห้องตรวจ สายตาของเขาปะทะเข้ากับเธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะเดินผ่านไปหาหมอนลินที่ยืนอยู่ไม่ไกล “ลินครับ เรื่องเคสเมื่อวานเราไปคุยกันต่อที่ห้องผมไหม?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างที่พายไม่เคยได้รับ พระพายกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดที่ใจมันรุนแรงกว่าความเจ็บที่ร่างกายเสียอีก เขาทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน ทำเหมือนเรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน... ทั้งที่รอยกัดที่คอของเธอมันยังแสบแปลบอยู่ทุกครั้งที่ขยับตัว นี่คือสิ่งที่เธอเลือก... การเป็น ‘เมีย’ ในเงื้อมมือของหมอใจร้ายที่ไม่มีวันรักเธอ คุณหมอ!!! สงสัยอยากจะเป็นผู้ป่วยเสียเอง แผนกฉุกเฉินเตรียมต้อนรับ! 555@เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันหยุดสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอนใหญ่ แต่เจ้าของห้องอย่าง พระพาย กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวได้ง่ายๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดออกเป็นชิ้นๆ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ระบมจนแค่จะพลิกตัวยังต้องนิ่วหน้า ระบมไปทั้งตัว"อื้อ..." หญิงสาวครางแผ่วขยับกายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่ศรันย์ห่มให้ไว้อย่างเรียบร้อยรัดกุม"แกรก..."ประตูห้องนอนค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอศรันย์ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดกาวน์ แต่อยู่ในชุดลำลองสบายๆ ที่มี "ผ้าอ้อม" พาดบ่าข้างหนึ่ง และมืออีกข้างหนึ่งกำลังอุ้ม น้องพรีม ที่กำลังดูดจุกหลอกจ๊อบๆ อย่างอารมณ์ดี โดยมี น้องพร้อม เดินเกาะชายเสื้อคุณพ่อต้อยๆ เข้ามาด้วย"ชู่ววว... น้องพร้อมครับ เบาๆ ลูก..มามี้ยังนอนหลับอยู่" ศรันย์กระซิบกระซาบกับลูกชายตัวแสบ"มัมมี้เป็นอะไรครับปาป๊า? เมื่อคืนพร้อมตื่นมาได้ยินมามี้ร้องเสียงดังเหมือนโดนไดโนเสาร์กัดเลย" น้องพร้อมถามตาใสแป๋วทำเอาพระพายที่แกล้งหลับอยู่ถึงกับหน้าแดงแป๊ดจนต้องมุดหน้าลงกับหมอนศรันย์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางปรายตาไปทางก้อนผ้าห่มบนเตียง "อ๋อ... มามี้ไม่ได้โดนไดโนเสาร์กัดครับ มามี้
ศรันย์ไม่ปล่อยให้พระพายได้พักนานนัก หลังจากบทเพลงรักริมกระจกจบลง เขาก็ช้อนอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของภรรยาขึ้นแนบอกอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่รอคอยพวกเขาทั้งคู่ ทันทีที่แผ่นหลังเนียนสัมผัสกับที่นอนนุ่ม ศรันย์ก็โน้มตัวลงทาบทับ กักขังเธอไว้ภายใต้อ้อมแขนและร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"พี่หมอ... พอแล้วค่ะ พายไม่มีแรงแล้วจริงๆ" พระพายประท้วงเสียงแผ่วแต่ดวงตาคู่สวยกลับฉ่ำเยิ้ม ยามมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจเมื่อผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีเหงื่อซึมตามไรผม"รอบที่สาม... พี่ขอแบบจัดเต็มนะครับคนเก่ง..นะครับ" ศรันย์ไม่อ้อนเปล่าแต่เขาใช้มือหนาแยกเรียวขาสวยออกกว้างกว่าเดิม จนพระพายต้องหน้าร้อนผ่าว "พะ..พี่หมอ แต่เมื่อกี้พี่ทำไปแล้วนะคะ""เมื่อกี้ริมกระจกพี่เน้นท่าทาง แต่บนเตียง... พี่จะเน้นความลึกซึ้งให้ถึงใจพาย พายจะได้ไม่ลืม ว่าเราทำอะไรกันที่ไหนยังไง ท่าอะไร""พะ..พี่ อื้ออ~"ศรันย์ก้มลงครอบครองยอดปทุมถันอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เพียงแค่ดูดดึง แต่ใช้นิ้วเรียวบีบเค้นเต้าอวบทั้งสองข้างสู้มืออย่างหนักหน่วง เสียงครางหวานลั่นห้องเมื่อลิ้นร้อนตวัดรัวที่ยอดอกสลับกับกา
"อ๊ะ!! พี่หมอ"บทรักบนโซฟาเป็นเพียงบทเพลงอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะเมื่อศรันย์ได้ลิ้มรสหวานจากน้ำผึ้งที่เขาโหยหามานานแรมปี ไฟราคะในตัวศัลยแพทย์หนุ่มก็ลุกโชนจนยากจะดับลง"พี่หมอ... พอแล้วมั้งคะ พายจะละลายหมดแล้วนะ" พระพายเอ่ยเสียงระทดระทวย ร่างกายอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ แต่ดวงตากลมโตกลับหวานเยิ้มสะท้อนความต้องการที่ไม่ต่างกัน"ยังครับ... บนโซฟามันแค่น้ำจิ้ม" หมอศรันย์พึมพำชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเมียเด็กขึ้นแนบอก "พี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ... พายจำได้ไหม ตรงกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนหลังบ้านน่ะ พี่แอบมองพายตรงนั้นบ่อยๆ เวลาพายยืนกล่อมลูก""พี่หมอ! ตรงนั้นมัน... มันโล่งไปไหมคะ" พระพายหน้าแดงซ่านด้วยความตกใจ ทว่ากลับมีความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย"ไม่มีใครเห็นหรอกครับ มืดขนาดนี้... มีแต่พี่ที่จะเห็นพายชัดๆ""แต่ว่า...?""ตอบช้าถือว่าตกลงนะคะ""หมับ!!""พี่หมอ!!"ศรันย์อุ้มเมียสุดที่รักขึ้น ก่อรจะรีบสาวเท้าเดินไปยังเป้าหมาย เขาวางร่างบางลงให้ยืนพิงกับกระจกใสบานยักษ์ ความเย็นของกระจกที่สัมผัสแผ่นหลังทำเอาพระพายสะดุ้งโหยง แต่ความร้อนจากแผ่นอกแกร่งของศรันย
"อ่าห์ พี่หมอ~"ความเงียบสงัดภายในห้องนอนกว้างถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของพระพาย ร่างระหงนอนหมดแรงอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ผิวพรรณแดงระเรื่อจากการถูกกระตุ้นด้วยลิ้นร้อนของคุณหมอหนุ่มเมื่อครู่จนถึงฝั่งฝันไปรอบหนึ่ง แต่ดูเหมือนคนตัวโตจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้"พายครับ""คะ"ศรันย์ขยับกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างเรียวขาสวย สายตาคมกริบจ้องมองเมียรักที่กำลังนอนหายใจรินรดไหล่ตัวเองด้วยความหลงใหล เขาจัดการถอดกางเกงนอนของตัวเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็น "เจ้ามังกร" ยักษ์ที่ตื่นตัวเต็มที่จนเส้นเลือดปูดโป่ง มันขยายขนาดจนน่ากลัวสะท้อนถึงความอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายเดือน"พี่หมอ... พายเหนื่อยแล้วนะคะ" พระพายพยายามประท้วงเสียงเบาหวิวเมื่อเห็นความยิ่งใหญ่ของสามี นี่มันเกินมาตรฐานชายไทยไปมาก เมื่อก่อนไม่เห็นจะใหญ่ขนาดนี้ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้ทั้งใหญ่ทั้งยาวจนแค่มองก็ม้สนท้องน้อยไปหมด"พายเสร็จไปแล้ว... แต่พี่ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ" ศรันย์อ้อนเสียงนุ่มเขาโน้มตัวลงไปกอดเอวบางแล้วซุกหน้าลงที่ซอกคอ "พายครับ... ช่วยพี่หน่อยนะ พี่ปวดไปหมดแล้ว ดูสิ... มันคิดถึงพายจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ"มือหนาจั
@ 1 ปีต่อมา"ปาป๊า! ดูสิ พร้อมระบายสีไดโนเสาร์สวยไหมฮะ!"เสียงเล็กๆ ของ น้องพร้อม เด็กชายวัยเกือบ 4 ขวบที่ถอดแบบหน้าตามาจากพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ตะโกนก้องห้องโถงพร้อมกับชูกระดาษที่เต็มไปด้วยสีเทียนหลากสี ศรันย์ที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาด้วยความอ่อนล้าจากการผ่าตัด 3 เคสติดกัน ต้องรีบปั้นหน้ายิ้มแล้วย่อตัวลงรับแรงกระแทกจากลูกชายที่กระโจนเข้าใส่"เก่งมากครับลูก... ไหนดูซิ ไดโนเสาร์ตัวนี้ชื่ออะไรครับ?""ชื่อรันย์ครับ! ชื่อเหมือนปาป๊าเลย เพราะมันตัวใหญ่และใจดี"ศรันย์หัวเราะหึๆ ในลำคอ พลางลูบหัวลูกชาย "โอเคครับ ปาป๊าเป็นไดโนเสาร์ก็ได้ แต่ตอนนี้ป๊าขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ...""แง้!!!!!!!!!"ยังไม่ทันขาดคำ เสียงร้องไห้จ้าที่ทรงพลังยิ่งกว่าหวอรถพยาบาลก็ดังมาจากชั้นบน เป็นสัญญาณว่า น้องพรีม สมาชิกใหม่วัย 3 เดือนได้ตื่นจากการนอนกลางวันรอบเย็นแล้ว และเธอกำลัง "หิว" ระดับวิกฤต"พี่หมอ! มาพอดีเลยค่ะ ช่วยดูน้องพร้อมหน่อยนะคะ พายต้องพาน้องพรีมไปให้นม!" พระพายตะโกนลงมาจากบันไดมือหนึ่งถือเครื่องปั๊มนม อีกมือหนึ่งกำลังพยายามปลอบลูกสาวที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน ผมทรงนักธุรกิจสาวที่เคยเรียบกริบบัดนี้ฟูฟ่องแ
@2 เดือนต่อมาบรรยากาศที่แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ต่างพากันอมยิ้มเมื่อเห็นร่างสูงสง่าของ นพ. ศรันย์ กลับมาสวมเสื้อกาวน์สีขาวปักชื่อตำแหน่งเดิมอย่างภาคภูมิใจ แม้เขาจะหายไปนานถึงสามปี แต่ฝีมือและการวางตัวที่สุขุมขึ้นกลับทำให้เขามีเสน่ห์จนใครๆ ก็ต่างพากันชื่นชมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนที่สุด คือสายตาของหมอศรันย์ที่ไม่ได้มองแค่คนไข้... แต่เขามักจะชะเง้อมองไปทางโถงทางเดินชั้นผู้บริหารอยู่บ่อยครั้ง"เลิกชะเง้อได้แล้วมั้งไอ้หมอ... เขาไม่หายไปไหนหรอก เมียมึงน่ะ" หมอภีม เดินเข้ามากอดคอเพื่อนพลางแซวเสียงดัง บัดนี้กลายเป็นศัลยแพทย์อาวุโสที่ขึ้นแท่น "หมอโสดที่กวนประสาทที่สุดในโรงพยาบาล" เขาไม่ได้ไร้คู่เพราะหน้าตา หรือหน้าที่การงาน แต่เป็นเพราะความแสบสันของฝีปากที่ยากจะหาผู้หญิงคนไหนมาต่อกรได้"กูก็แค่อยากดูให้แน่ใจว่าพายทานข้าวกลางวันหรือยัง ช่วงนี้เขายิ่งแพ้ท้องหนักอยู่" ศรันย์ตอบพลางปรับปกเสื้อกาวน์ให้เนี้ยบ"แหม่... ตั้งแต่ฟื้นจากความตายมานี่ มึงเปลี่ยนจากคุณหมอผู้สูงส่ง กลายเป็นทาสเมียเต็มตัวเลยนะ" หมแภีมส่ายหัวขำๆ "ไม่ต้องแสดงอาการขนาดนั้น
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องพักฟื้นวีไอพีดูจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่กลับเป็นความคึกคักที่ทำให้คนที่แอบยืนมองผ่านช่องกระจกประตูอย่าง หมอศรันย์ แทบจะกระอักเลือดตายรอมร่อเขายืนกำชาร์ตคนไข้ในมือแน่นจนนิ้วขาวซีด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนไม่ให้พุ่งเข้าไปกระชากทุกคนออกไปจากผู้หญิงของเขา... ค
ตลอดทั้งวันในโรงพยาบาล หมอศรันย์ไม่มีสมาธิทำงานเลยแม้แต่น้อย ภาพรอยยิ้มของพระพายที่ส่งให้หมอภีมมันตามหลอกหลอนเขาจนอยากจะขว้างแฟ้มประวัติคนไข้ทิ้ง ยิ่งเห็นหมอภีมเดินเข้าออกห้องพักฟื้นพร้อมขนมนมเนย เส้นประสาทของเขาก็แทบจะระเบิดจนกระทั่งช่วงเย็น หลังจากหมอนลินขอตัวกลับไปก่อน ศรันย์ก็ไม่รอช้าที่จะพุ่ง
@หนึ่งเดือนผ่านไป...สำหรับ นพ. ศรันย์ วรโชติเมธี ชีวิตที่เคยถูกขีดเส้นไว้อย่างแม่นยำดุจไม้บรรทัดบัดนี้กลับบิดเบี้ยวจนมองไม่ออก เขาเริ่มไม่มีสมาธิในการผ่าตัด มือที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นนักศึกษาหญิงในชุดนักศึกษาปีหนึ่งเดินผ่านวอร์ด ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันบัดนี้กลายเป็นกร
@1 สัปดาห์ต่อมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นพ. ศรันย์ วรโชติเมธี ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เข้าเวรผ่าตัดตามปกติ และไม่เหลือคราบศัลยแพทย์ผู้สูงส่งที่ใครๆ ต่างเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้ม ดวงตาแดงก่ำจากการไม่ได้นอนและเอาแต่จ้องมองหน้าต่างห้องพักฟื้นจากม้านั่งข้างล่างราวกับคนเสียสติเ





![สยบรักวิศวะตัวแรง[ ENGINEER'S SECRET ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

