LOGINดำเดินมาหาสายน้ำ เขาหย่อนกายนั่งลงข้างสายน้ำ มือที่เปื้อนจนมอมแมมคว้าเอาข้าวแตนที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อยื่นให้สายน้ำ
“กินนี่ซะ เดี๋ยวมึงจะเป็นลมเป็นแล้งไป”
“น้าดำกินเถอะ สายน้ำไม่หิว”
“ไม่หิวก็บ้าแล้ว รับ ๆ ไป” ดำยัดเยียดข้าวแตนใส่มือสายน้ำ คนตัวเล็กส่ายหน้าไม่กล้ารับ ถ้าคนคุมทาสที่นี่รู้ว่าดำให้ความช่วยเหลือสายน้ำอีกฝ่ายจะแย่เอา
“ไม่ต้องเป็นห่วงกู มึงกินไปเถอะ” ดำว่าอย่างรู้ทัน สายน้ำยกมือไหว้ก่อนจะยกข้าวแตนมากัดกินคำเล็ก ๆ
“ขอบคุณจ้ะ”
“นี่มึงชื่อสายน้ำรึ”
“จ้ะ”
“งั้นก็ทำตัวให้เหมือนสายน้ำเถอะ” พูดจบก็ทิ้งให้สายน้ำอยู่ตามลำพัง คนตัวเล็กนั่งกินข้าวแตนเงียบ ๆ ในหัวขบคิดถึงสิ่งที่ดำพูด
“กำลังจะบอกให้ปรับตัวในที่แบบนี้เนี่ยนะ บ้าไปแล้ว...”
เวลาแห่งการประมูลทาสมาถึง...สายน้ำและคนอื่น ๆ ถูกพามายังโถงทางเดินที่จะพาไปสู่เวทีแห่งการประมูล คนตัวเล็กตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“รีบ ๆ ไป” ดำกระซิบบอก เสียงนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนคล้ายกลัวว่าสายน้ำจะโดนทำร้ายหากยังชักช้า
“น้าดำฉันกลัว” สายน้ำเอ่ยเสียงสั่น ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาและริมฝีปากสั่นระริกเหมือนจะร้องไห้ทุกขณะ
“เฮ้อ กูรู้ ตอนนี้มึงทำได้เพียงภาวนาให้ตัวเองเจอเจ้านายดี ๆ ละกัน” ดำตอบเสียงเบา ถอนหายใจยาวอย่างจนปัญญาแต่ก็ยังพยายามปลอบ
“สถานที่แบบนี้จะมีคนแบบนั้นด้วยเหรอ...” สายน้ำถามเสียงแผ่ว ราวกับไม่อยากหวังให้ตัวเองเจ็บมากไปกว่านี้
“กูได้ยินว่าเสือลักษมณ์แห่งชุมเสือกระสุนทองจะมาในคืนนี้” ดำพูดเสียงเคร่ง ราวกับเอ่ยถึงบุรุษในตำนาน
“เสือลักษมณ์เหรอจ๊ะ” สายน้ำหวนคิดถึงชายหนุ่มที่ตนเจอที่ท้ายวัด จะใช่คนคนนี้ไหมนะ
“เออ เขาลือกันว่า เสือลักษมณ์น่ะใจดี ถ้าใครเดือดร้อนก็ยอมซื้อตัว เป็นชายก็รับมาเป็นลูกน้อง ถ้าเป็นหญิงก็รับมาเป็นเมีย” ดำว่าเสียงราบเรียบเหมือนท่องจำคำเล่าลือซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“งี้เสือลักษมณ์ไม่มีเมียเป็นร้อยเหรอจ๊ะ” สายน้ำถามกลับตาโตด้วยความไม่อยากเชื่อ ทั้งประหลาดใจทั้งตื่นกลัว
“หึ รายนั้นน่ะ ได้ชื่อว่าขุนแผนร้อยเมียเชียวละ แต่มึงไม่ต้องห่วง มึงเป็นผู้ชาย” ดำหัวเราะเบา ๆ พูดอย่างทีเล่นทีจริงแต่กลับมีแววกังวลในแววตา
“ขอให้คนที่ประมูลตัวมึงคือเสือลักษมณ์ละกัน อย่างน้อยมึงก็ไม่ต้อง
ไปเป็นที่รองมือรองตีนใคร” ดำพึมพำเสียงแผ่ว แฝงไปด้วยความห่วงใยที่ไม่เคยแสดงออก“จ้ะ” สายน้ำตอบเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงเจือความยอมจำนนทั้งที่ยังกลัวจนแทบยืนไม่ไหว
สายน้ำมองดูคนอื่น ๆ คนแล้วคนเล่าถูกพาตัวไปประมูล กระทั่งถึงคิวดำ อีกฝ่ายหันมามองหน้าเขาแวบหนึ่งและจากไป ทำไมสายน้ำถึงได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้หวาดกลัวการประมูลตัวเลยนะ สองมือประสานเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า น้ำตาค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม ท้ายที่สุดสายน้ำก็ร้องไห้ออกมาด้วยความใจเสีย
“ฮึกอื้อออ” สายน้ำถูกปิดตาปิดปากจากทางด้านหลัง เสียงร้องขาดห้วงเพราะความตกใจ คนตัวเล็กถูกกระชากแล้วจับโยนเข้ากรงขัง สายน้ำตัวสั่นด้วยความกลัว หัวใจเต้นระรัว มือเกาะราวกรงไว้แน่น ก่อนที่คนตัวเล็กจะเริ่มรู้สึกถึงความเคลื่อนไหว กรงที่ขังสายน้ำค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางเบื้องหน้า
สายน้ำได้ยินเสียงของผู้ดำเนินรายการประมูล ได้ยินเสียงคนโห่ร้อง ความกลัวทำให้สองหูอื้ออึง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พลันใดการเคลื่อนตัวของกรงขังก็หยุดชะงัก
พรึบ! ผ้าปิดตาและปิดปากถูกเปิดออก ดวงตาสั่นระริกจ้องมองสถานการณ์ตรงหน้า ผู้คนนับร้อยต่างจ้องมองมายังเขา ราวกับสายตาสัตว์ป่า ทั้งดุร้าย น่ากลัว ตอนนี้สายน้ำรู้สึกตัวว่าตัวเองไม่ต่างจากหนูในกรงเล็บราชสีห์
“มาแล้วครับ ทาสคนสุดท้ายที่จะประมูลในค่ำคืนนี้...” เสียงพิธีกรตามมาด้วยเสียงโห่ร้องชอบใจของแขกในเงามืด ทำให้เสือลักษมณ์ต้องหันหน้ามามองเวทีประมูลอีกครั้ง
“นี่คือลูกศัตรูชาติ ที่เกิดจากพ่อที่เป็นทหารต่างชาติ แม้ร่างกายจะผ่ายผอมไม่สมชาย ดูไม่ทนมือทนเท้า แต่ลูกศัตรูคนนี้สามารถตั้งท้องได้...”
“ฮึกฮือออ” สิ้นคำของผู้ดำเนินรายการสายน้ำก็ร้องไห้โฮออกมา สองแขนกอดตัวเองแน่นราวกับหาที่พึ่ง
“การประมูล เริ่มต้นที่สามพันบาทครับ!” สิ้นเสียงประกาศ ผู้คนในโรงประมูลก็ยกไม้หมายเลขประมูลขึ้นทันที พร้อมกับเสียงตะโกนประมูลที่ทำเอาสายน้ำกลัวยิ่งกว่าเดิม เขาโดนประมูลไม่ต่างจากเป็นหมูเป็นปลาที่ซื้อขายในตลาด
“สามพันห้าร้อยบาท!”
“สี่พันบาท!”
“แปดพันบาท!” เสียงประมูลราคาขึ้นสูงถึงสองเท่า สายน้ำแหงนมอง
ไปยังต้นเสียง คือชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แถวบนสุด รูปร่างของอีกฝ่ายคุ้นตาสายน้ำอย่างบอกไม่ถูกจะใช่คนคนนั้นหรือเปล่านะ สายตาคู่สวยมองไปยังชายฉกรรจ์ที่อยู่เบื้องหลังชายคนนั้น คือชายหนุ่มนับสิบที่โพกผ้าปิดหน้า ข้างกายเหน็บปืนสีทองอร่ามกันทุกคน ไม่ผิดแน่...ชุมเสือกระสุนทอง
คนคนนั้นคือเสือลักษมณ์เหรอ
“มีใครจะประมูลอีกไหมครับ หากไม่มี จะทำการเคาะ...” สิ้นเสียงผู้ดำเนินรายการ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากอีกฝั่ง
“หนึ่งหมื่นห้าพันบาท!” สายน้ำมองไปยังต้นเสียง คนที่ให้ราคาสูงกว่าเสือลักษมณ์สายน้ำไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพราะอีกฝ่ายสวมใส่หน้ากาก
แต่ไม่ว่าใครจะประมูลเขา สายน้ำก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอยู่ดี
“สามหมื่นบาท!” อีกเสียงดังขึ้น ทุกคนในห้องประมูลหันไปมองเสือลักษมณ์เป็นตาเดียว เสือลักษมณ์ยืนขึ้นท่ามกลางคนหมู่มาก สายน้ำมองหน้าเสือลักษมณ์แววตาวูบไหว สองสายตาประสานกันพลันหัวใจดวงน้อย ๆ เริ่มเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
ตึก ตึก ตึก
“หากไม่มีผู้ใดเสนอราคาต่อ กระผมขอปิดราคาที่สามหมื่นครับ!” สิ้นเสียงคนในโถงก็ปรบมือกันระรัว เสือลักษมณ์เดินออกจากห้องพร้อมกับเสียงประกาศผู้ชนะ
“เสือลักษมณ์ ประมูลทาสคนนี้ไปได้ในราคาสามหมื่นบาท ยินดีด้วยครับ!”
สายน้ำมองตามหลังอีกฝ่ายไปด้วยแววตาวูบไหว หัวใจที่เต้นแรงดูเหมือนจะไม่สงบลง
ต่อไปนี้ชีวิตของเขาจะเป็นยังไงกันนะ
“วันนี้มึงอย่าอยู่เลยอีทับทิม พี่ลักษมณ์จะต้องเป็นของกู”เสียงคำรามลอดไรฟันดังต่ำชวนขนลุก ร่างสะบันงาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น แววตาเหมือนสัตว์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ความเงียบภายในห้องกลับกลายเป็นบรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออกอึกมือแข็งแรงโถมเข้าบีบคอทับทิมแน่นจนเธอสะดุ้งเฮือก หายใจไม่ออกทันที ความเจ็บปวดแล่นผ่านลำคอ ร่างบางดิ้นรนสุดแรงแต่ไร้ทางหนี ใบหน้าของเธอซีดเผือดเหมือนคนสิ้นเลือด ดวงตาเบิกกว้างสะท้อนความตื่นตระหนกสุดขีดแววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา มือทั้งสองปัดป่ายไปมาโดยไร้จุดหมาย ร่างเอนพิงขอบหน้าต่างอย่างไร้เรี่ยวแรง หากสะบันงาผลักเพียงนิดเดียวเธอคงตกลงไปแล้วทว่าคนตรงหน้ากลับเลือกบีบคอให้ขาดใจแทน ไม่ว่าข้างหน้าหรือข้างหลังก็มีแต่ความตาย สิ่งเดียวที่จะทำให้รอดได้คือสู้ และรีบหาทางไปหาพี่ลักษมณ์เพื่อขอความคุ้มครองหัวใจทับทิมเต้นแรงจนแทบทะลุอก เธอหวังจะคว้าอะไรบางอย่างมาต่อสู้ แต่ความพยายามกลับพลาดไปโดนตะเกียงน้ำมันที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ น้ำมันใสไหลนองพื้นโดยที่เธอไม่รู้ตัว ควันไฟเริ่มฟุ้งคลุ้งในอากาศ แสบจมูกจนสำลักแค่ก แค่ก เสียงไอของทับทิมดังท่ามกลางความชุลมุน“กูจะฆ่ามึงให้ตายเสี
“ออกรถกันได้แล้ว” เสียงพ่อใหญ่ครามตะโกนสั่ง เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องแข่งกับความเงียบของยามค่ำคืน รถเคลื่อนตัวออกไปท่ามกลางสายลมที่พัดแรงภายในห้องนอนของเสือลักษมณ์ หลังจากที่อีกฝ่ายจากไป ทับทิมที่อยู่เพียงลำพังก็กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความไม่พอใจ“กรี๊ดดดดด” เสียงกรีดร้องของทับทิมดังลั่น ทำเอาชมพู่สะดุ้งเฮือกจากที่นอน เธอรีบวิ่งมาหาทับทิมในห้องทันที“คุณทับทิมเป็นอะไรจ๊ะ” ชมพู่รีบถามด้วยความตกใจ“ก็ไอ้แก่คำน่ะสิ มันจะตายแล้วก็ยังจะลากผัวกูไปด้วย” ทับทิมน้ำตาคลอ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและหึงหวง“ใจเย็น ๆ นะจ๊ะ” ชมพู่พยายามปราม แม้ใจตัวเองจะร้อนรุ่มไม่แพ้กัน“จะเย็นได้ไง กูอุตส่าห์ได้กลับมาแล้ว แต่พี่ลักษมณ์ก็ยังเลือกไอ้แก่นั่นมากกว่ากู” เสียงทับทิมสั่นเครือ คล้ายเสียสติ“เดี๋ยวเสือลักษมณ์ก็กลับมาจ้ะ คุณทับทิมรอก่อนนะจ๊ะ” เสียงปลอบใจดังแผ่ว แต่ทับทิมกลับส่ายหน้าแรง ๆ“กูละร้อนใจนัก กลัวเหลือเกิน กลัวว่าไอ้พวกนั้นจะหลอกพี่ลักษมณ์ไปแก้ของ” ทับทิมยกมือกุมอกหอบหายใจ ชมพู่ที่กลัวเจ้านายจะเป็นลมก็พยุงทับทิมไปนั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะลุกขึ้นมาปิดประตู ปิดหน้าต่าง กลัวว่าคุยอะไรกันเสียงดัง
“เรื่องใหญ่เลยละพี่” มืดรีบยื่นซองจดหมายเก่า ๆ ที่ยับเล็กน้อยมาให้“ไหนมึงว่ามา”“นี่จ้ะ พี่อ่านเอาเอง”เสือลักษมณ์รับซอง เปิดอ่าน พลันทับทิมก็ขยับมายืนเคียง ออเซาะอย่างเคย“มีอะไรกันจ๊ะพี่ลักษมณ์” เสียงออดอ้อนเอ่ยถามเขากวาดตามองตัวอักษรไม่กี่บรรทัด แต่หัวใจก็เต้นแรงด้วยความโกรธ ทันทีที่อ่านจบ เขาขย้ำจดหมายทิ้งด้วยแรงมือมหาศาล“ลุงคำโดนทางการไล่ล่าน่ะ ต้องการกำลังเสริม ตอนนี้แกแก่แล้วไม่ไหว”“เสือคำน่ะเหรอจ๊ะ” ทับทิมถามทันที แววตาเต็มไปด้วยความสนใจ เธอรู้จักแกดี เพื่อนเก่าของพ่อที่ล่วงลับไปนาน หากนับเวลาก็ถือว่าแก่หง่อมเต็มที“อืม” เขาพยักหน้า“พี่คงต้องขึ้นไปหัวเมืองเหนือคืนนี้” น้ำเสียงหนักแน่นราวคำสั่ง เส้นทางที่เสือคำอยู่ไกลโพ้น หากไม่ออกคืนนี้ก็คงสายเกินไป“แต่ทับทิมอยากอยู่กับพี่ ให้ทับทิมไปกับพี่นะจ๊ะ” หญิงสาวรีบคว้าแขนเขาแน่น ความหวาดหวั่นสะท้อนในน้ำเสียงและดวงตา“ไม่ต้อง มันอันตราย” เขาปฏิเสธทันที มือใหญ่จับบ่า จ้องหน้าเมียแน่นิ่ง“ไม่เป็นไร พี่จะกลับมาหานะ” เขาลูบเส้นผมเธอเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนลงเหมือนปลอบใจ“แต่...” ทับทิมเสียงสั่น ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความกลัว ดวงตาคู่สวยพร่า
สายน้ำยกสำรับกับข้าวขึ้นมาบนบ้านใหญ่ในช่วงเย็น แม้จะโดนผลักไสอยู่หลายครั้งหลายหนแต่ก็ไม่อาจทำให้ความรักที่เขามีแต่คนรักจางหรือลดน้อยลงไป สายน้ำทำกับข้าวมาให้หลังจากที่ไม่เห็นทับทิมหรือสะบันงาลงไปทำกับข้าวในครัว ด้วยความห่วงใยคนรักจึงทำให้เองเหมือนเช่นทุกวัน แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมแตะต้องเลยก็ตามเมื่อไม่เห็นเงาคนรักออกมากินข้าวที่โต๊ะ สายน้ำก็ถือวิสาสะยกเข้าไปให้ถึงในห้อง ดำที่เป็นห่วงสายน้ำก็ขอมาด้วย แต่แอบรออยู่ที่นอกห้อง“พี่ลักษมณ์ สายน้ำเอาข้าวมาให้จ้ะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกเบา ๆ พร้อมวางถาดอาหารลงบนโต๊ะไม้ที่มุมห้องนอน กลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ ลอยคลุ้งไปทั่ว แต่เจ้าของห้องกลับไม่แม้แต่จะหันมามองเสือลักษมณ์นั่งขลุกตัวอยู่กับทับทิมบนเตียง ทั้งสองโอบกอดกันกลม ทับทิมเอนซบกับอกแกร่งสีหน้ายิ้มเยาะเย้ยสายน้ำ คนมองเห็นภาพบาดตาก็เจ็บปวดใจ อ้อมกอดนั้นเคยเป็นของเขามาก่อน สายน้ำอยากจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ แต่ก็ต้องกลั้นมันเอาไว้ไม่ให้ใครได้สมน้ำหน้า“เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ” เสียงเข้มตอบห้วน ๆ แฝงไปด้วยความไม่ไยดี เสือลักษมณ์เอาแต่สนใจทับทิม ไม่มองหน้าสายน้ำแม้แต่น้อย“...” สายน้ำเม้มปากแน่น สายตาสั่นไ
“มึงไปเฝ้าพี่มึงดี ๆ ก่อนที่มันจะตายห่า” ดำกำชับ เสียงเด็ดขาด“ไปกันเถอะ ฉันร้อนใจจะตายห่าอยู่แล้ว” สะบันงาหันไปบอกสายน้ำ สีหน้าเคร่งเครียด“เออ” ดำตอบรับสั้น ๆ ก่อนที่ทุกคนจะเดินมาถึงบ้านของพ่อใหญ่ครามหรือบ้านของดำ เป็นจังหวะเดียวกันที่รถคันหรูขับเข้ามาทันทีที่เห็นพ่อใหญ่ครามลงมาจากรถ ดำก็เข้าไปถามไถ่พ่อตัวเองทันที“พ่อ เป็นไงบ้าง” เขาถามเสียงเข้ม มองหน้าชายชราด้วยแววตาเคร่งเครียด“หลวงตาจะแก้ของให้” พ่อใหญ่ตอบเสียงหนักแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม“จ้ะ เมื่อไหร่จ๊ะ” สายน้ำถามทันที แววตาเปี่ยมความหวัง“แยกมันออกจากอีทับทิมได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” พ่อใหญ่เอ่ยชัดถ้อย ดวงตาคมกริบ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แก้ของ แต่จะทำยังไงให้มันหลุดจากผู้หญิงแพศยาคนนั้นได้“เราต้องวางแผนจ้ะ” สายน้ำเสนอความคิด น้ำเสียงจริงจังจนทุกคนเงียบฟัง“แผนอะไร” ดำเลิกคิ้วถาม สีหน้าครุ่นคิด“เสือลักษมณ์เป็นโจร แน่นอนว่าต้องมีเพื่อน ถูกไหมจ๊ะ” สายน้ำถามด้วยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“อืม มึงนี่ก็ฉลาดนะเนี่ย” ดำเอ่ยชมทันที มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ไม่คิดว่าเพื่อนตัวเล็กของเขาจะฉลาด“แหะ ๆ” คนตัวเล็กหัวเราะแก้เขิน แก้มแดงเล็กน้
บรึ๊นนนนนเสียงรถกลับมาอีกครั้งในยามเช้า สะบันงาและสายน้ำไม่รอช้ารีบตามมาทันทีที่บ้านใหญ่ โดยมีเสือดำและเสือใบ้เดินตามมา พวกเขาทุกคนยังไม่มีใครนอนหลับเลยสักคนหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน“พี่ลักษมณ์” สายน้ำรีบเรียกเสียงดัง หัวใจเต้นแรงด้วยทั้งความโล่งใจที่เสือลักษมณ์กลับมาอย่างปลอดภัยแต่ก็อดหวาดหวั่นเสียไม่ได้“อ๊ะ!” สะบันงาร้องตกใจทันทีที่เห็นคนเปิดประตูรถลงมาอีกฝั่งเป็นทับทิม ดวงตาเบิกกว้างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองนี่พี่ลักษมณ์ไปรับมันกลับมาจริง ๆ สินะ“ทับทิม” เสือลักษมณ์เอ่ยชื่อเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความหลงใหล โอบแขนเสือลักษมณ์ เชิดหน้าใส่สะบันงาพร้อมยิ้มเยาะ“ตกใจเหรอที่เห็นหน้าฉัน” เธอส่งเสียงเย้ย แววตาคมกริบฉายแววเหนือกว่า“...” สายน้ำเงียบงันไปในทันที ใจบีบรัดจนแทบขาดลมหายใจ ความรู้สึกเจ็บปวดเจ็บใจถาโถมเมื่อเห็นคนรักรักคนอื่น“หลีกหน่อยนะ พอดีฉันกับพี่ลักษมณ์ทำ อุ๊ย เดินทางกันมาเหนื่อย จะพักสักหน่อยนะ” เธอพูดพลางกระตุกยิ้ม ริมฝีปากแต่งแต้มรอยยิ้มเยาะ“คุณทำอะไรกับพี่ลักษมณ์กันแน่!” สายน้ำตะโกนถามเสียงสั่น น้ำตารื้นคลอเบ้า คนตัวเล็กรีบเดินมาขวางทันทีเพื่อไม่ให้ทับทิมและเสือลักษมณ







