แชร์

เพื่อนสมัยเด็ก

ผู้เขียน: เจ้ามูนวูฟล์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-01 15:48:37

"โอ๊ย ที่นี่มันที่ไหนกันวะ" ลืมตาขึ้นมาอย่างแรกเลยที่นิลรู้สึกคือความเจ็บและจุกที่หน้าอก มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเขาไปโดนใครสักคนชกเข้าใส่หน้าอกอย่างแรง

นิลใช้แขนยันตัวลุกขึ้นจากพื้น เขามองสำรวจไปรอบๆห้องที่ตัวเองอยู่ในขณะนี้ ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเขาและก็ไม่น่าจะใช่บ้านเขาด้วย ที่นี่เป็นบ้านที่ทำมาจากไม้ อื้ม จะเรียกว่าบ้านก็ไม่ได้มันเหมือนกระท่อมมากกว่า

แต่นิลไม่รู้ว่ากระท่อมนี่คือที่ไหน ทางเข้าออกมีอยู่ทางเดียว นิลจ้องมองประตูห้องขบคิดว่าเขาควรจะอาศัยจังหวะนี้วิ่งออกไปดีไหม

"อัก เจ็บๆ ไม่ไหวๆ สัส! ไม่เคยโดนมนต์คนอื่นแบบนี้เลย ไม่ยักรู้ว่ามันจะเจ็บแบบนี้" นิลที่คิดหนีแต่เมื่อขยับตัวจะลุกขึ้นหนีเขาก็ต้องร้องด้วยความเจ็บ มันเจ็บแว๊บขึ้นมาตรงกลางหน้าอกทำให้เขาต้องนั่งอยู่กับที่เหมือนเดิม

"เอ้า ตื่นแล้วสินะ ดีเลยงั้นจะได้กินข้าวและกินยาพอดี" ไวท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อเข้ามาภายในแล้วเห็นว่านิลนั้นตื่นแล้ว

"กูไม่กิน มึงปล่อยกูกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะเว้ย รู้ไหมว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวมันผิดกฎหมาย" นิลมองถาดที่อีกฝ่ายถือมามีชามข้าวต้ม แก้วน้ำและยาที่เป็นน้ำสีเขียวอยู่ในชามบนนั้น

เขารีบพูดปฏิเสธกลัวว่าอีกฝ่ายจะวางยาในข้าวต้ม และใช้กฎหมายมาบอกอีกฝ่ายว่ากำลังทำผิดกฎหมายอยู่

"ข้าวต้มไม่ได้ใส่ยาเอาไว้หรอก แล้วอีกอย่างฉันไม่ได้กักขังนายสักหน่อย ถ้าอยากจะออกไปก็ไม่มีใครห้าม" ไวท์รู้ทันความคิดของนิลพูดอธิบายอย่างไม่ทุกข์ร้อน เขาวางถาดลงตรงหน้าอีกฝ่ายก่อนที่จะไปนั่งลงที่ด้านข้างนั่งหลังพิงผนังกระท่อม

"จริงหรอ" นิลถามด้วยความไม่เชื่อ ถ้าไม่คิดจะขังเขาเอาไว้แล้วจะพากลับมาด้วยทำไมกัน

"นายลองออกไปสิ" ไวท์พูดด้วยรอยยิ้มสดใสเมื่อเห็นท่าทางที่น่ารักแบบนี้ของอีกฝ่าย 

"อัก! โอ๊ยๆ เจ็บๆๆ เจ็บฉิบหายเลย" นิลลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าร่างกายเขาจะไม่ซื่อตรงต่อความคิดนัก ทันทีที่ลุกขึ้นยืนก็รู้สึกเจ็บแน่นไปทั่วหน้าอกทำให้ต้องนั่งลงอย่างเก่า

"หึ รีบกินข้าวกินยาได้แล้วจะได้หายไวๆ" ไวท์พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าสภาพของนิลในตอนนี้เป็นยังไง อีกฝ่ายอยากจะหนีไปจากเขาแต่ร่างกายแบบนั้นจะหนีไปได้ยังไงกัน

แม้ภายในใจจะเป็นห่วงที่เห็นว่าอีกฝ่ายเจ็บแบบนั้น แต่อีกฝ่ายนั้นไม่ไว้ใจเขา เข้าไปช่วยก็คงจะโดนด่าจากปากที่น่าจูบนั้นแน่ แค่เห็นปากน่าจูบนั้นขยับขึ้นลงไวท์ก็กลืนน้ำลายลงคอพร้อมกัดปากแน่น ก่อนที่จะรีบสลัดความคิดพวกนั้นทิ้งไป

นิลไม่พูดอะไรขึ้นอีกแต่หยิบข้าวต้มขึ้นมานั่งกิน ที่อีกฝ่ายบอกว่าไม่กักขังเขานั้นก็เพราะว่า ถึงแม้จะไม่กักขังเขาก็คงจะหนีไปไม่ได้เหมือนกันด้วยสภาพร่างกายแบบนี้

นิลจึงทำได้เพียงกินข้าวและกินยาที่อีกฝ่ายเตรียมเอาไว้ รอให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะหนีไปได้เขาจะรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

"นี่นายจำฉันไม่ได้จริงๆหรอนิล" ไวท์มองเห็นอีกฝ่ายกินยาเข้าไปแล้วก็วางใจ ทำให้เขาเริ่มที่จะพูดสิ่งที่คิดออกมา ในน้ำเสียงเจือปนไปด้วยความเศร้า

"หืม มึงรู้จักชื่อกูได้ไง มึงกับกูเคยรู้จักกันหรอ" นิลหันขวับไปมองทางเสียงเรียกอย่างเร็ว พูดออกมาด้วยความสงสัยว่าเขากับอีกฝ่ายไปรู้จักกันตอนไหน

แต่เมื่อนิลได้เพ่งมองหน้าตาของคนที่อยู่ด้วยกันแบบจริงๆจังๆก็เริ่มรู้สึกว่าคุ้นหน้าตาอีกฝ่ายมาก ตอนที่อีกฝ่ายเข้ามานั้นเขาไม่กล้าจ้องหน้าอีกฝ่ายนานจึงไม่ได้สังเกตอะไร

แต่คราวนี้เมื่อจ้องมองตรงๆ ก็รู้สึกว่าหน้าอีกฝ่ายนั้นคุ้นๆ เหมือนกับว่าเขาเคยรู้จักอีกฝ่ายมาก่อน

"จะว่าไปกูก็ว่าหน้ามึงคุ้นๆเหมือนกันนะ" นิลพูดออกไปตามจิตสำนึก

"จริงหรอ ดูดีๆสิ หน้าแบบนี้เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นายจำได้ไหม" ไวท์ที่นั่งอย่างหมดอาลัยตายอยากเมื่ออีกคนเหมือนจะลืมตนไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินนิลเอ่ยปากพูดอีกครั้งนัยน์ตาเขาก็เป็นประกายสดใส

รีบยื่นหน้าไปให้อีกฝ่ายได้มองใกล้ เรียกได้ว่าแทบที่จะจูบกันอยู่แล้ว สัมผัสได้ถึงลมหายใจเข้าออกร้อนๆจากร่างกายอีกคนได้เลย

"อืม กูจำไม่ได้" นิลรู้สึกว่าหน้าตัวเองเริ่มที่จะแดง จากการที่หน้าพวกเขาใกล้ชิดกันเกินไปจนเหมือนกำลังจะจูบกัน นิลจึงดันร่างอีกฝ่ายให้ถอยห่างออกไปแล้วหันหน้าไปทางอื่น

บนใบหน้าไวท์แสดงความเสียใจออกมาอย่างไม่ปกปิด เขารู้สึกเสียใจหน่อยๆที่อีกฝ่ายจำตัวเองไม่ได้ ทั้งๆที่เขานั้นจำทุกอย่างได้ไม่เคยลืม ไวท์เลิกเสียใจแล้วตัดสินใจที่จะแนะนำตัวให้อีกฝ่ายรู้จักแทน

"ฉันไวท์ไง ที่พวกเราเคยเล่นด้วยกันตอนเด็กๆ" ไวท์เดินไปนั่งยองอยู่ตรงหน้านิลใช้นิ้วชี้หน้าตัวเองพร้อมแนะนำให้นิลจำตัวเองได้

"ไวท์ ไวท์หรอ" นิลที่ได้ยินก็คุ้นคิดเขารู้สึกว่าจะคุ้นชื่อนี้มากเลย 

"อ้อ ไอ้ไวท์เด็กขี้แยน้ำมูกโป่งนี่หว่า" นิลนึกขึ้นมาได้แล้วว่าเขาคุ้นหน้าอีกฝ่ายยังไง 

"ใช่คนนั้นแหละ" ไวท์ดีใจมากที่นิลจำตัวเองได้แล้ว

"แต่มึงเปลี่ยนไปมากนะ" ได้รับการยืนยันแล้วนิลก็จ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้าไวท์ใหม่อีกครั้ง เด็กที่เคยขี้แยร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะโดนหมาวิ่งไล่ในตอนนั้น

ทำไมตอนนี้มันกลายเป็นคนที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องนึกว่าดาราแบบนี้วะ แถมยังสูงขึ้นมาขนาดนี้ทั้งที่แต่ก่อนเขาเคยสูงกว่ามันตั้งหลายเซนติเมตร

"เวลาผ่านไปอะไรก็ต้องเปลี่ยนบ้างเป็นธรรมดา" ไวท์พูดขึ้นอย่างเขินอายที่ถูกนิลมองตั้งแต่หัวจรดเท้า

นิลมองไวท์เงียบขณะที่ครุ่นคิดถึงอดีตที่เขาแทบจะลืมไปแล้ว ในตอนนั้นนิลไม่มีเพื่อนเล่นเลย มีแค่ไอ้หงที่เป็นกุมารเท่านั้นที่คอยอยู่ข้างๆ เด็กทุกคนโดนพ่อแม่บอกไม่ให้มาเล่นกับเขา

เพราะคิดว่าเขานั้นแปลกที่นั่งเล่นคนเดียวพูดอยู่คนเดียว แต่เขานั้นไม่ได้เล่นหรือพูดคนเดียวแต่ยังมีไอ้หงอยู่ข้างๆ ในวันหนึ่งขณะที่พวกเขากำลังเดินเล่นกันภายในหมู่บ้าน นิลกับหงก็เจอเด็กผู้ชายขี้แยที่กำลังร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะโดนหมาเห่าอยู่

เห็นอย่างงั้นนิลก็เลยเข้าไปช่วยไล่หมาให้ออกไป ในตอนนั้นเด็กคนนั้นพูดขอบคุณสองครั้งทั้งเขาและหง นั้นทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายก็มองเห็นหงด้วยเหมือนกัน

หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เริ่มที่จะเข้ามาเล่นด้วยกันกับเขาและหง เวลาผ่านไปเรื่อยๆพวกเขาก็เริ่มที่จะสนิทกัน จนกลายเป็นแก๊งสองคนหนึ่งผีที่มีนิลเป็นหัวหน้า ซึ่งนั้นก็คือไวท์คนตรงหน้านี้

แต่ในช่วงเวลาที่มีเพื่อนแบบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อต่อมานิลและพ่อต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น เวลาค่อยๆผ่านไปเขาก็เริ่มที่จะลืมอีกฝ่ายไปแล้ว จนกระทั่งได้มาเจอกันในวันนี้ถึงนึกออก

"แล้วไงมึงมาบอกกูทำไมว่ามึงคือใคร นั้นเป็นเรื่องตอนเด็กเมื่อนานมาแล้ว กูลืมไปหมดแล้ว" 

ประโยคที่นิลพูดช่างทำร้ายจิตใจไวท์ซะเหลือเกิน เขาอยากจะพูดออกไปซะเหลือเกินว่าเขายังไม่ลืมมัน เขายังคงจำเรื่องราวในวันวานได้เป็นอย่างดี เหมือนพึ่งจะผ่านมาเมื่อวานเอง

"อื้ม! พากูออกไปด้านนอกหน่อยดิวะ" บรรยากาศที่เงียบแบบนี้ทำเอานิลรู้สึกแปลกๆเลย เขาพูดขึ้นให้อีกฝ่ายช่วยพาออกไปด้านนอกสูดอากาศภายนอก แทนที่อากาศที่อึดอัดภายในห้องนี้  เพราะเขาไม่มีปัญญาที่จะออกไปด้วยตัวเองได้

"อื้ม" ไวท์ตอบกลับเสียงเบาแล้วพยุงร่างอีกฝ่ายขึ้น พาเดินออกไปด้านนอก

ในตอนนี้ยังเป็นเวลาช่วงเช้าอยู่น่าจะไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เขาหมดสติไป ด้านนอกกระท่อมยังคงเป็นป่าน่าจะเป็นป่าช้า

มีกองไฟกองเล็กๆตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากตัวกระท่อมมากนัก ด้านนอกไม่มีอะไรนอกจากต้นไม้และแคร่อีกหนึ่งอันที่วางเอาไว้หน้ากระท่อม นิลถูกพยุงร่างให้นั่งลงบนแคร่อย่างช้าๆ

"มือถือกูอยู่ไหน" นิลถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆเพราะตั้งแต่ที่เขาตื่นมาก็หามือถือไม่เจอแล้ว

"มันตกอยู่ในเสื่อน่ะ" ไวท์ยื่นมือถือคืนให้กับอีกฝ่าย

"พี่นิล! พี่อยู่ที่ไหนครับ" เสียงไอ้จ้อยดังออกมาจากมือถือเสียงดัง

"จะตะโกนทำไมวะ มึงมารับกูหน่อยสิ" นิลเข้าจุดประสงค์ในการโทรหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

"พี่อยู่ที่ไหนครับเดี๋ยวผมกับไอ้เกมจะรีบไปรับเลย" ยังไม่ทันที่นิลจะได้ตอบก็มีมือหนาดันมือถือให้ออกห่าง พร้อมกับเสียงพูดที่ดูจริงจัง

"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวจะพาออกไปส่งถึงที่บ้านเอง" 

นิลหันไปจ้องหน้าอีกฝ่าย เห็นสายตาที่จริงจังแบบนั้นไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะเชื่อใจอีกฝ่ายก็ไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะเคยเป็นเพื่อนสนิทกันตอนเด็กทำให้เขาเชื่อใจอีกฝ่าย

"มึงไม่ต้องมารับกูแล้ว เดี๋ยวกูกลับเอง" นิลพูดจบก็กดวางสาย ไม่ฟังเสียงจากอีกด้านของสายว่าจะพูดอะไรไหม หลังจากนั้นทั้งคู่ก็นั่งมองทิวทัศน์ป่าช้าโดยรอบไม่มีการพูดคุยอะไรกันจนเวลาค่อยๆผ่านไป

ฟุบ!

"แฮ่กๆ กูร้อนว่ะไวท์ แม่งทำไมร่างกายกูมันร้อนขนาดนี้วะ" นิลหันร่างไปจับร่างไวท์นอนราบไปบนแคร่ จับแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายล็อกกับแค่เอาไว้เหนือหัวขึ้นคล่อมสอดแทรกขาเข้ากลางหว่างขาอีกฝ่ายชนเป้านูน 

นิลร้อนรุ่มไปทั่วร่างเหงื่อออกไม่หยุด เขานั่งเหงื่อไหลเงียบๆไม่พูดอะไร แต่บางสิ่งบางอย่างกับเรื่องที่จะแข็งขึ้น จนนิลรู้สึกว่าเขาทนต่อไปไม่ไหวแล้ว

เขาต้องการที่จะระบายมันออก จึงจับร่างไวท์ให้นอนบนแคร่ส่วนตัวเองขึ้นคล่อม สายตาสอดประสานกันพร้อมกับลมหายใจที่ร้อนแรงที่นิลหายใจออกรดหน้าอีกฝ่าย

"อ่ะ อื้มๆ" ไวท์เบิกตากว้างเมื่อนิลทำสิ่งที่เขาไม่คิด อีกฝ่ายประกบปากจูบเขาอย่างรุนแรง 

ตอนแรกไวท์ก็ดิ้นรนขัดขืนแต่เมื่อเวลาผ่านไปนิลเริ่มสอดลิ้นร้อนเข้ามาในปากตัวเอง ไวท์ก็ไม่คิดจะขัดขืนอีกต่อไปแต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เหมือนกับอะไรบางอย่างที่มันเริ่มที่จะแข็งขึ้นเพราะโดนเสียดสีจากหัวเข่าอีกฝ่าย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   ลิขิตพรหมลิขิต(END)

    ผ่านไปสามวันนิลที่ไม่ได้เป็นอะไรมากก็ออกมาจากโรงพยาบาล พร้อมกับไอ้จ้อยกับไอ้เกมเพื่อกลับไปดูที่บ้าน ไอ้จ้อยกับไอ้เกมทั้งสองคนไม่ได้เป็นอะไรมากนักเพียงแค่สลบไปช่วงหนึ่งเท่านั้น วันต่อมาที่โรงพยาบาลทั้งคู่ก็ฟื้นตื่นขึ้นมากันแล้วจะมีก็แต่ไวท์ที่ยังคงนอนสลบไสลอยู่คนเดียวไม่ยอมฟื้นขึ้นมาสักที ไวท์บาดเจ็บทั้งภายในภายนอกแม้จะไม่หนักมากนัก แต่อีกฝ่ายก็ไม่ตื่นขึ้นมาสักทีจนนิลเริ่มเป็นห่วง แต่เขาก็ช่วยอะไรมากไม่ได้หลังจากอยู่เฝ้ามาสามวันนิลจึงอยากจะออกไปดูที่บ้านสักหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง พวกเขาทั้งสามคนเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับรถพยาบาล ตอนจะกลับจึงจะต้องเหมารถให้ไปส่งที่บ้าน"โห...ทำไมบ้านเราเละจังเลยครับ" จ้อยเห็นสภาพบ้านในตอนนี้ก็รู้สึกขนลุก พวกเขาไม่อยู่สามวันแต่บ้านดูเก่าขึ้นไปสิบปีเลย"พี่นิลหาหรอใครครับ" เกมถามคนพี่หลังจากที่เห็นว่านิลกำลังมองไปรอบๆเหมือนกำลังหาใครอยู่"ไม่มีอะไรหรอก พวกมึงสองคนก็ทำความสะอาดบ้านเก็บชั้นล่างกับชั้นสองไปก่อน ไม่ต้องกลัวอะไรของทั้งหมดในบ้านกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปแล้ว" นิลสั่งงานไอ้จ้อยกับไอ้เกม ก่อนจะเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ขับออกไป นิลกลับมาไม่เห็นปู่อยู่ที่นี่ก

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   จบเรื่องทุกอย่าง

    เหนือฟ้าและหลวงตาดำต่างก็จ้องมองกันและกัน เหนือฟ้าสองมือปรากฏลูกไฟขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่รอช้าปาลูกไฟเข้าโจมตีใส่หลวงตาดำอย่างจังตู้ม!"มันไม่มีประโยชน์หรอกโยมเหนือฟ้า" รอบร่างหลวงตาดำรอบล้อมไปด้วยโล่แสงสีทองเป็นประกาย มีอักษรภาษาสันสกฤตอยู่บนโล่นั้นเต็มไปหมด"ถึงเวลาต้องจบเรื่องทุกอย่างที่ยืดเยื้อมานานแล้วนะเหนือฟ้า" หลวงตาดำประนมมือขึ้น ก่อนจะเริ่มบริกรรมคาถาท่องบทสวดภาษาสันสกฤตมีตัวอักษรภาษาสันสกฤตสีทองดำลอยออกมาจากหลวงตาดำขณะที่ท่อง ตัวอักษรสีทองลอยอยู่ในอากาศ ก่อนจะเข้าไปรัดพัวพันเข้ากับร่างเหนือฟ้าทั้งร่างยิ่งหลวงตาดำเริ่มบริกรรมคาถามากขึ้นเท่าไร ตัวอักษรสันสกฤตสีทองดำก็ยิ่งออกมาจากปาก ลอยเข้าไปรัดพัวพันตามร่างกายเหนือฟ้ามากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นเริ่มที่จะห่อเหนือฟ้าให้กลายเป็นลูกวงกลม"ไอ้แก่นี่ ปล่อยกูนะเว้ย สัส ตัวอักษรบ้านี่คืออะไรกัน แกะไม่ออกเลย..." เสียงเหนือฟ้าดังออกมาจากด้านในตัวอักษรภาษาสันสกฤตที่พันรัดทั่วร่าง ก่อนค่อยๆเบาเสียงลงเมื่อถูกห่อมิดจนไม่เห็นร่างกลายเป็นลูกบอลสีทองดำลูกใหญ่"มันจบแล้วเรื่องทุกอย่างนี่ ลาก่อนโยมเหนือฟ้า "บู้ม!"อ๊ากกก..." ลูกบอลอักษรสันสกฤตพอ

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   เสียสละ

    ลูกไฟสีแดงเพลิงระเบิดขึ้นมาจากทางด้านหลังเหนือฟ้า"อักก ไอ้หนูหงงั้นหรอ ซ่อนตัวจนฉันหาไม่เจอเลยนะ" เหนือฟ้าที่โดนโจมตีเข้าที่แผ่นหลังตรงร้องออกมาตัวโซเซ เหนือฟ้าปัดควันที่เกิดจากการระเบิดออกไป ก่อนจะหันกลับไปมองร่างเด็กสีแดงที่ปรากฏตัวขึ้นตอนไหนก็ไม่รู้"ไอ้หง!" นิลที่เห็นหงปรากฏตัวก็ร้องออกมาด้วยความดีใจตอนแรกเขาก็เรียกอีกฝ่ายอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีการตอบกลับ จนนิลคิดว่าหงนั้นหนีไปแล้วซะอีก"โอ๊ยยย ปวดหัวปวดหลังชะมัด" ไวท์ลืมตาตื่นขึ้นมาจากเสียงระเบิดที่ดังขึ้น ใช้มือจับที่หัวตัวเองและยันตัวลุกขึ้นมาอย่างอยากลำบาก รู้สึกเจ็บปวดที่หลังมาก"ไวท์รีบมาช่วยกันเสริมมนต์เข้าไปเร็ว โล่จะแตกแล้ว" นิลเห็นไวท์ตื่นแล้วก็รีบช่วยอีกฝ่ายดึงร่างให้นั่งขึ้น"อื้มม นิลพักก่อนเดี๋ยวเราจะทำแทนไปก่อน" แม้จะพึ่งตื่นแต่เมื่อมองไปรอบๆ ตัว ไวท์ก็พอรู้สถานการณ์คร่าวๆแล้ว แม้นิลจะยังไม่ได้บอกอะไรไวท์เอาลูกประคำมาจากมือนิลแล้วใส่พลังมนต์ของตัวเองเข้าไป โล่จากที่เป็นสีดำก็เปลี่ยนกลายเป็นสีขาวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับซ่อมแซมรอยแตกร้าวต่างๆ จนกลายเป็นเหมือนใหม่ดูไม่ออกเลยว่าโล่นี้เคยร้าวมาก่อนนิลนั่งสมาธิรีบรวบรวมม

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   สู้กับวิญญาณร้าย

    "นิลรีบมาอยู่ด้านหลังเร็ว!" ไวท์หันหน้าพรึบมองไปทางบันไดขึ้นชั้นสาม รีบเดินไปอยู่ด้านหน้านิลใช้ตัวบังร่างนิลเอาไว้ที่ด้านหลัง สีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต"หื้มม มีอะไรวะ" นิลตกใจที่อยู่ๆ ไวท์ก็เป็นแบบนี้ ดันร่างเขาให้อยู่ด้านหลังกางแขนออกปกป้องตัวเขา นิลยังคงงงว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ"ลองสัมผัสไอหยินรอบๆ ดูีๆ สิ ไอหยินมันเข้มข้นขึ้นมากเกินจะควรไปแล้ว" ไวท์จ้องมองทางบันไดสีหน้าเคร่งเครียด เขาได้ยินเสียงเดินอย่างชัดเจน แต่เสียงเดินมันมีเพียงแค่หนึ่งเท่านั้นที่ลงมา แต่คนที่ขึ้นไปชั้นสองมีสองคน"เออ ทำไมมันเข้มข้นขึ้นกัน" นิลตกใจเมื่อลองใช้มนต์สัมผัสไอหยินรอบตัว เขาก็พบว่ารอบๆ ตัวนั้นไอหยินในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นมากนิลไม่ได้เอะใจเลยว่าไอหยินมันเพิ่มขึ้นเยอะมาก เพราะว่าตอนที่เปิดประตูห้องชั้นสามไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ไอหยินที่ห้องนั้นปล่อยออกมาก็จะทำให้ที่นี่มีไอหยินเพิ่มขึ้น แต่คราวนี้ไอหยินที่นิลสัมผัสได้นั้นมันมีมากกว่าครั้งก่อนเป็นสิบๆ เท่านิลได้ยินเสียงเท้าเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ เสียงเดินที่ได้ยินน

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   หม้อแตก

    ชีวิตรักของนิลลงตัวเรื่อยๆมีไวท์คอยเอาอกเอาใจทุกอย่าง ตำหนักนี่ก็ไม่มีลูกค้าเลยเหมือนกันไม่รู้ทำไม แต่ที่นี่จะมีคนคึกคักอยู่วันหนึ่งก่อนหวยออกตลอด นั้นก็เพราะว่านิลใบ้หวยถูกติดๆกันมาไม่เคยผิดสามสี่งวดแล้วแต่นอกจากวันพวกนั้นแล้วนิลก็แทบจะว่างอยู่ตลอดเวลาเลย เขาทำงานเพียงสองวันต่อเดือนเท่านั้น คือก่อนวันหวยออกทั้งสองงวดของหวยไทย ล้วงเลขปิงปองในไหให้ลูกคนที่มาที่ตำหนักไม่รู้ว่าทำไมลูกค้าที่อยากจะทำมนต์ทำของอะไรถึงไม่มีเข้ามาเลยก็ไม่รู้ ทั้งๆที่นิลก็บอกเลขหวยไทยถูกติดๆกัน นิลไม่มีอะไรจะทำแล้วได้แต่อยู่ว่างๆโดนไอ้ไวท์ที่อยู่ด้วยกันเต๊าะตลอดเช้าจรดเย็นเลยตอนกลางบางครั้งยังต้องรับศึกหนักหน่วงที่ทำให้ต้องส่งเสียงดังลั่นบ้าน แต่คราวนี้นิลไม่ได้ทำเสียงดังลั่นบ้านคนเดียวเท่านั้น ยังมีไอ้จ้อยอีกคนที่ร้องครางดังลั่นบ้านไม่รู้ว่าทำไมอยู่ก็กลายเป็นว่าเวลามีคู่หนึ่งทำเรื่องอย่างว่ากับแฟน อีกคู่หนึ่งก็จะทำตามจนส่งเสียงครางแข่งกันไปมาระหว่างชั้นล่างและชั้นบนทำให้ในตอนเช้ามาคนที่โดนกระแทกอย่างนิลและจ้อยจะหน้าแดงอย่างไม่ได้นัดหมายเมื่อมองหน้ากัน ส่วนไอ้คนที่เป็นคนกระทำทั้งสองคนนั้นนั่งหน้าตาเฉยเหมือ

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   ซื้อทั้งร้านเพื่อเธอ

    นิลตื่นเช้าขึ้นด้วยอาการเมื่อยล้าไปทั้งตัว แต่เขาก็ยังคงขยับตัวได้แม้จะปวดเมื่อยหน่อยๆก็ตาม ใครใช้ให้เมื่อคืนพวกเขาจัดหนักไปตั้งหลายน้ำกันล่ะส่วนไอ้คนที่เป็นคนกระทำเขาในตอนนี้ก็นั่งข้างๆ คอยป้อนข้าวคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง จนนิลรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นคนพิการอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรแค่พูดออกมาไวท์มันก็พร้อมที่จะทำให้ทุกอย่าง"อ่ะ อ้ามม กินเยอะๆหน่อยสิจ้อย" เกมตักข้าวคำโตในชามตัวเองป้อนเข้าปากจ้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ"มึงเห็นกูเป็นหมูหรือไงถึงได้ป้อนคำใหญ่แบบนั้น" จ้อยกลืนข้าวลงคอไปหมดก็หันไปด่าเกมที่ตักข้าวคำใหญ่ให้เขากิน นี่เขาเป็นคนธรรมดานะ ไม่ต้องตักข้าวช้อนโตแบบนั้นให้กินก็ได้"นี่มึงแอบด่ากูไหมเนี่ยไอ้จ้อย" นิลหันไปพูดกับไอ้จ้อย หลังจากที่มองข้าวคำโตที่เยอะกว่าที่ไอ้เกมป้อนมัน ในช้อนข้าวที่ไวท์มันป้อนให้นิลกิน นิลรู้สึกเหมือนโดนจ้อยมันด่าตัวเองว่าเป็นหมูยังไงก็ไม่รู้"เปล่าๆครับพี่นิล ผมจะไปว่าพี่ได้ยังไง ผมแค่ด่าไอ้เกมที่มันป้อนข้าวคำใหญ่ไปน่ะครับ" จ้อยรีบหันหน้าไปหาพี่นิลโบกมือสองของระรัวปฏิเสธอีกฝ่าย"มึงด่ากูชัดๆ มึงไม่เห็นหรอว่าไอ้ไวท์มันป้อนกุคำใหญ่กว่ามึงอีก มึงด่ากูเป็นหมู" นิลชี้ไป

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   แพ้สัปเหร่อ

    "มึงอย่าแส่ไม่เข้าเรื่องดีกว่า ถ้ายังไม่อยากจะหายไปจากโลกนี้จริงๆ เปื่อยยุ่ยก็รีบหายไปจากสายตากูซะ" นิลพูดพร้อมกับจ้องมองร่างสูงภายในม่านหรอกแต่ระหว่างนั้นเขาเองก็ล้วงมือเข้าไปในหม้อข้าวสารเสกบริกรรมคาถาเงียบๆ ระหว่างที่กำลังรอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย"ยอมแพ้ซะ..." ไวท์ยังพูดไม่ทันจบ นิลก็พูดขัดขึ้นมาก่

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   เข้าป่าช้าทำพิธี

    "ฮู่ว! พี่นิลทำไมเราต้องมาในตอนกลางคืนแบบนี้ด้วยล่ะ" เกมพูดขึ้นเมื่อมองไปรอบตัวก็เห็นแต่ความมืดในขณะนี้"มึงโง่หรอวะไอ้เกม มาตอนกลางวันคนก็รู้สิว่าพวกเรามาทำอะไรที่นี่" ไม่ต้องรอให้นิลเป็นคนพูด ไอ้จ้อยที่อยู่อีกด้านก็ชิงพูดขึ้นพร้อมกับด่าคู่หูตัวเองก่อน"ชู่! เดินกันเงียบหน่อยสิวะ ทางนี้ทางไปหลุมศพ

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   เตรียมเข้าป่าช้า

    "โอ้! มึงรู้ใช่ไหมว่าน้ำมันพรายทำมาจากอะไร" นิลถึงกลับต้องตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ชายตรงหน้าต้องการน้ำทันพราย นิลจึงถามอีกฝ่ายก่อนว่ารู้ว่ามันทำมาจากอะไรไหม"ผมรู้ครับ ผมศึกษามาดีแล้ว อาจารย์นิลมีไหมครับ" ได้ยินอีกฝ่ายพูดอย่างงี้แล้ว นิลก็ไม่อยากที่จะขัดช่องทางทำมาหากินของตัวเอง เพราะเขาเองก็ต้องใ

  • เมียสัปเหร่อ(ไสยศาสตร์)   ตำหนักอาจารย์นิล

    ภายในบ้านหลังหนึ่งที่เป็นบ้านสามชั้น มีกำแพงล้อมรอบบ้านหลังนี้เอาไว้ เป็นบ้านที่ทั้งดูธรรมดาและไม่ธรรมดาไปในตัว ที่บอกว่าธรรมดาเพราะบ้านสองชั้นแบบที่นี่แม้จะหาได้ไม่มากนักที่นี่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหมือนบ้านธรรมดาๆหลังหนึ่งแต่ที่บอกว่าไม่ธรรมดานั้นก็คือบรรยากาศที่สถานที่แห่งนี้มอบให้ ทั้งน่ากลัวและอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status