登入"มึงอย่าแส่ไม่เข้าเรื่องดีกว่า ถ้ายังไม่อยากจะหายไปจากโลกนี้จริงๆ เปื่อยยุ่ยก็รีบหายไปจากสายตากูซะ" นิลพูดพร้อมกับจ้องมองร่างสูงภายในม่านหรอก
แต่ระหว่างนั้นเขาเองก็ล้วงมือเข้าไปในหม้อข้าวสารเสกบริกรรมคาถาเงียบๆ ระหว่างที่กำลังรอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย
"ยอมแพ้ซะ..." ไวท์ยังพูดไม่ทันจบ นิลก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
"อยากจะเสือกเข้ามา งั้นแกก็ตายซะเจ้าผีหน้าโง่" พูดจบนิลก็กำเม็ดข้าวสารเสกเขวี้ยงเข้าใส่ผีปริศนาที่อยู่ตรงหน้า
ตูม!
เสียงเหมือนระเบิดดังขึ้นเมื่อข้าวสารเสกกระทบโดนอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เป็นอะไรเพราะว่ามีม่านกลมๆ คลุมล้อมรอบร่างสูงนั้นเอาไว้อยู่
"เอ๊ะ! แกไม่ใช่ผีนิ" นิลพูดขึ้นอย่างแปลกใจเสียงดัง
ที่เขารู้ว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่ผีก็เพราะว่าม่านพลังที่คลุมล้อมรอบร่างอีกฝ่ายนั้น มันไม่ใช่พลังจากไอหยินแบบพวกผี แต่เหมือนจะเป็นพลังหยางที่เหมือนแสงอาทิตย์แทน
"ฉันไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นผีสักหน่อย" ไวท์ยิ้มเขารู้สึกขบขันกับสีหน้าที่ตื่นตกใจของคนตรงหน้าที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ผี
ได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากคนตรงหน้า นิลก็ค่อนข้างตกใจเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นผีก็ไม่ใช่เรื่องผิด เรื่องแบบนี้จะโทษนิลก็ไม่ได้คนสติดีที่ไหนกันจะเข้ามาเดินป่าช้าในเวลาแบบนี้ ใครเห็นก็ต้องคิดว่าอีกฝ่ายเป็นผีกันทั้งนั้นแหละ
"แล้วมึงเป็นใครกัน อย่าเสือกเรื่องของพวกกูจะดีกว่านะ" นิลพูดเสียงดังให้อีกฝ่ายได้ยิน เขาต้องการขู่ให้อีกฝ่ายหนีไป
เขาไม่อยากจะต่อสู้กับคนตรงหน้าเพราะว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เป็นคนมีวิชาเหมือนกับเขา แต่ก็ต่างกับนิลเพราะวิชาของพวกเขานั้นอยู่คนละขั้วกันเลย
วิชาของนิลนั้นเป็นพลังหยินที่รุนแรงใช้จัดการกับพวกผี แต่พลังของอีกฝ่ายนั้นเป็นพลังหยาง ที่สามารถใช้ทั้งจัดการผีและจัดการคนแบบเขาที่เป็นหมอผี
ถ้าสู้กันจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะพลังของนิลนั้นแพ้ทางอีกฝ่าย แต่นิลก็อาจจะเป็นชนะเหมือนกัน เพราะนิลเองก็ฝึกวิชามาตั้งแต่เด็ก เรื่องแบบนี้ถ้าไม่สู้กันก็ไม่มีวันรู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะกันแน่
เพียงแต่มันเสียทั้งเวลาเสียทั้งเงินไม่คุ้มค่าที่จะต้องมาสู้กับอีกฝ่ายโดยที่ไม่ได้อะไรตอบแทนแบบนี้ ยุคนี้เป็นยุคที่เงินเป็นส่วนสำคัญของชีวิตอะไรที่ไร้ค่าไร้ราคานิลก็ไม่อยากจะสนใจนัก เขาไม่ได้อยากสู้กับอีกฝ่ายแค่รีบทำงานให้เสร็จแล้วออกไปเร็วๆ ก็พอ
"เรื่องนั้นฉันคงจะปล่อยให้พวกนายทำแบบนี้ไม่ได้หรอก ฉันเป็นสัปเหร่อของที่นี่ ป่าช้านี้อยู่ในความรับผิดชอบของฉัน" เสียงพูดของอีกฝ่ายดังออกมาจากในม่านหมอกหยิน
นิลได้ยินก็ขมวดคิ้วและตกใจมาก มีสัปเหร่อที่มีพลังแบบนี้แถวนี้ด้วยหรอ ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์สัปเหร่อบุญมี ตัวไปนอนอยู่โรงพยาบาลแล้วยังจะให้คนมาเฝ้าที่นี่แทนอีกนะ
"ไอ้จ้อยมึงไม่รู้หรอว่ามีสัปเหร่อใหม่มาทำงานแทนตาเฒ่าบุญมีน่ะ" นิลหันไปถามไอ้จ้อยเพื่อความแน่ใจ เพราะไม่ทางที่คนแบบนี้จะมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ อีกฝ่ายอาจจะอ้างแล้วเข้ามาทำอะไรที่นี่เหมือนเขาก็เป็นได้
"ผมได้ยินว่าจะมีสัปเหร่อคนใหม่มาทำงานแทนสัปเหร่อบุญมีช่วงหนึ่งครับ แต่เห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มาจึงไม่ได้รายงานพี่นิล ผมขอโทษครับพี่นิล" จ้อยพูดอย่างรู้สึกผิดที่เขาหาข้อมูลมาผิดพลาดแบบนี้
"เออ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ความผิดมึง" นิลพูดปลอบไอ้จ้อย เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด จะไปโทษมันก็ไม่ถูกนักเขาเบนสายตาจ้องมองร่างสูงในม่านหมอก
"ห้าพันพอไหม แล้วมึงก็ไสหัวไปซะ อย่ามาขัดขวางพวกกู" นิลตัดสินใจที่จะใช้เงินในการแก้ปัญหา แม้จะได้เงินน้อยลงแต่ก็ตัดปัญหาที่กำลังเผชิญไปได้อย่างรวดเร็ว
"ฉันยืนยันคำเดิมพวกนายควรจะออกไปกันได้แล้วนะ" ไวท์ยิ้มไปพูดไปแม้อีกคนจะไม่เห็นก็ตาม
"งั้นก็อย่ามาโทษกูละกัน ที่ทำให้มึงต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาล" พูดจบนิลก็เริ่มที่จะร่ายบริกรรมคาถา
ก่อนที่จะเกิดเปลวไฟสีดำขึ้นมาสองลูกเหนือศีรษะเขา และดุเหมือนว่าอีกฝ่ายจะคิดเหมือนเขาเพราะว่า อีกฝ่ายเองก็เสกลูกไฟที่เป็นสีขาวขึ้นมาเหนือศีรษะตัวเองเหมือนกัน
"ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มกินที่โรงพยาบาลซะเถอะ" พูดจบนิลก็ผลักลูกไฟสีดำทั้งสองลูกของตัวเองให้พุ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย
ตูม!!!
พรึบๆ! ฟิ้วๆ!
อีกฝ่ายก็ผลักลูกไฟสีขาวของตัวเองพุ่งเข้าชน ปะทะกับลูกไฟของนิลเสียงดังสนั่น ไอหมอกหยินที่กระจายอยู่รอบๆ ถูกแรงลมที่เกิดจากมนต์ของพวกเขาพัดปลิวกระจายไปรอบๆทิศ
ป่าช้าที่เคยเงียบสงบตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเต็มไปด้วยเสียงสายลมที่พัดไม่หยุด แม้ไอหมอกหยินจะถูกพัดไปแต่ในตอนนี้นิลก็ยังไม่สามารถที่จะเห็นหน้าคนตรงหน้าได้ เพราะแสงที่มนต์คาถาพวกเขาปะทะกันนั้นสาดแสงจ้าตนมองไม่เห็นกันและกัน
พวกเขายันกันอยู่นานเป็นนาทียันกันไปมาไม่มีทีท่าว่าใครจะเป็นคนชนะสักที แต่นิลนั้นรู้ได้เลยว่าตัวเองกำลังจะแพ้แล้ว ลูกไฟฝั่งเขาเริ่มที่จะลอยกลับเข้ามาหาตัวเขาเองเรื่อยๆ
"ไอ้จ้อยไอ้เกมเตรียมตัวหนี" นิลพูดเสียงเบาเพื่อที่จะไม่ให้ศัตรูที่กำลังปะทะกันอยู่ได้ยิน
"ไอ้จ้อยวิง!" เกมจับข้อมือจ้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วลุกขึ้นออกวิ่งหนีไปทิศทางด้านหลังพี่นิลอย่างรวดเร็ว
"ไอ้เกมไอ้จ้อย พวกเชี่ยนี่! ไม่รอกูเลย" นิลอดพูดขึ้นไม่ได้ เมื่อเห็นว่าลูกน้องทั้งสองคนของตนเองวิ่งหนีไปก่อนเขา นี่พวกมันไม่คิดที่จะรอให้เขาไปพร้อมด้วยเลยหรือไง
"บ้าเอ๊ย! ไอ้หงรีบตามไปคุ้มครองพวกมันเร็วเข้า" สุดท้ายนิลก็กัดฟันออกคำสั่งให้กุมารแดงออกไปช่วยพวกนั้นทั้งสองคน แม้พวกนั้นจะมีของดีคุ้มครองอยู่กับตัวบ้าง
แต่ที่นี่คือป่าช้าแล้วไม่นานก่อนหน้านี้เขาเองก็ได้ไปทำร้ายพวกสัมภเวสีภายในป่าช้านี้ไปไม่น้อยเลย อาจมีพวกอาฆาตแค้นแอบตามไปทำร้ายพวกมันได้
"ได้" น้ำเสียงที่ฟังแล้วจะรู้สึกหนาวสั่นดังขึ้น พร้อมกับมีร่างเงาสีแดงวิ่งออกมาจากร่างของนิล วิ่งไปทางด้านหลังตามพวกไอ้เกมไอ้จ้อยไป
"หน็อย กูไม่ยอมแพ้หรอกเว้ย" นิลพูดปลุกใจตัวเองแล้วก็เริ่มเพิ่มพลังมนต์ดำเข้าไปอีก ยันกายลุกขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับลูกไฟสีดำที่เริ่มจะดันกลับไปฝั่งตรงข้าม
ที่เขาทำอย่างงี้ไม่ใช่ว่าตัดสินใจที่จะสู้ตัดสินกับอีกฝ่ายหรอก เพราะเขารู้ตัวดีว่ายังไงก็ต้องแพ้ แต่ที่เพิ่มพลังมนต์ดำขึ้นก็เพื่อที่จะหาโอกาสเหมาะที่ตัวเองจะหนีไปจากที่นี่
"หึ! คิดจะหนีหรอ ต้องถามฉันก่อนว่าจะให้ไปไหม" ไวท์พูดขึ้นเสียงเบาเมื่อเห็นว่านิลเตรียมที่จะหนี เขาเพิ่มพลังมนต์ของตัวเองเข้าไปอีกเรื่อยๆเพื่อดันกลับ
ตูม!!!
ลูกไฟของทั้งสองคนที่กำลังชนปะทะกันอยู่เกิดระเบิดขึ้นเสียงดัง หมอกไอเปื่อยยุ่ยยินที่อยู่รอบๆถูกแรงระเบิดส่งกระจายหายไปหมดจนไม่มีเหลืออยู่ในบริเวณนี้
"อัก!" นิลกระอักเลือดออกมาตามมุมปาก หนังตาเขาเริ่มหนัก ร่างกายอ่อนแรงไม่มีแรงที่จะทรงตัวอีกต่อไป
ฟุบ!
นิลหมดสติหนังตาปิดไปทิ้งตัวลงนอนไปที่พื้น
"กะพลังผิดไปนิด เผลอใส่เยอะไปจนระเบิดเลย" ร่างสูงค่อยๆปรากฏตัว ใส่ชุดสีขาวไปทั้งตัว หน้าตาเรียกได้ว่าแม้จะไม่ใช่ดารา แต่เมื่อคนเห็นก็คิดว่าต้องเป็นดาราแน่นอน ไวท์คือสัปเหร่อหนุ่มคนใหม่ที่จะมาทำหน้าที่แทนคุณลุงที่ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
"เห้อ! กลายเป็นงานหนักซะแล้วสิ ไม่ได้ตั้งใจจะให้บาดเจ็บด้วย แต่ตอนนี้เก็บของและพาไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า" ไวท์มองไปรอบๆแล้วก็เริ่มเก็บของใส่กระเป๋าสองใบที่ถูกทิ้งเอาไว้
เขาแบกกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ ก้มตัวลงไปช้อนอุ้มร่างคนที่หมดสติไปแล้วอย่างนิลขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในม่านหมอกไอหยินที่หนาแน่น
"ปล่อย! มึงจะพากูวิ่งหนีมาทำไมวะไอ้เกม" จ้อยสะบัดมือเกมที่จับข้อมือตัวเองออก เขาหันตัวเตรียมที่จะกลับไปทางเดิน
"มึงจะกลับไปทำไม" เกมรีบคว้าข้อมือจ้อยแล้วหยุดอีกฝ่ายไว้
"ไปช่วยพี่นิลอ่ะสิ มึงจะให้พี่นิลสู้คนเดียวหรือไง" จ้อยหันกลับไปมองหน้าเกมแล้วพูด
"ไปเป็นตัวถ่วงสิไม่ว่า พี่นิลเก่งจะตายเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว พวกเราไปก็เป็นตัวถ่วงเปล่าๆ แต่ถึงกลับไปตอนนี้ก็ไม่น่าจะเจอพี่นิลแล้ว พี่เขาคงจะหนีไปไกลแล้ว อีกอย่างพี่นิลเป็นคนบอกให้พวกเราหนีไปด้วย" เกมพูดสาธยายโน้มน้าวจ้อยไม่ให้กลับไป
"มึงเชื่อกูพี่นิลไม่เป็นอะไรหรอก" เกมจ้องตาจ้อยพูดขึ้นอย่างหนักแน่นเพราะเขารู้อะไรบางอย่างที่จ้อยไม่รู้
"เออ ไม่กลับก็ได้วะ แต่ถ้าพี่นิลเป็นอะไรไปมึงต้องรับผิดชอบ" เห็นสายตาที่จริงจังของอีกฝ่ายจ้อยก็เลือกที่จะเชื่อ แต่ก็ไม่ลืมที่จะขู่อีกฝ่ายกลับไปด้วย
"เออ ถ้าพี่นิลเป็นอะไรไปกูจะรับผิดชอบเอง" เกมให้คำมั่นกับอีกฝ่าย แค่จ้อยไม่กลับไปเขาก็โล่งใจแล้ว
"พวกหนูช่วยพายายกลับบ้านหน่อยได้ไหมจ๊ะ พอดียายหลงทางนิดหน่อย" ขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
"ไอ้เกมถอยออกมาช้าๆ " จ้อยพูดเสียงเบาพร้อมกับเริ่มก้าวถอยหลัง
"อื้มมม" เกมเดินถอยหลังพร้อมกันกับจ้อยทีละก้าว พวกเขาสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดจากเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ยายธรรมดาที่ไหนจะออกมาเดินเล่นกลางป่าช้าในเวลานี้กัน ความเป็นไปได้อย่างเดียวคือยายตรงหน้านี้ไม่ใช่คน
"พวกหนูนี่ช่างไม่มีมารยาทเลยนะ แบบนี้จะต้องโดนยายคนนี้จับกินเป็นการลงโทษ" ทันทีที่น้ำเสียงที่ฟังแล้วแสนเย็นยะเยือกของผีที่เรียกตัวเองว่ายายดังขึ้น
รูปร่างอีกฝ่ายก็ค่อยๆเปลี่ยนไปจากรูปร่างที่เป็นมนุษย์ กลายเป็นซากศพที่เปื่อยยุ่ยเนื้อเน่ามีหนอนชอนไชไปทั่วทั้งตัว
ตูม!
"อ๊า อ๊ายยย..." ไม่รู้ว่ามีอะไรสีแดงไม่รู้กระแทกชนเข้ากับร่างผีที่เน่าเปื่อยตรงหน้ากระเด็นไปไกล ร่างอีกฝ่ายถูกเปลวเพลิงท่วมร่างเป็นสีแดงฉาน ก่อนที่จะกรีดร้องเสียงแหลมแล้วค่อยๆหายไป
"อ่ะ ไอ....ไอ้หง" เสียงจ้อยเรียกสติเกมให้กลับมาเขาหันไปมองอีกฝ่าย
เห็นสีหน้าที่ตกตะลึงมองขึ้นไปบนต้นไม้ด้านหลังเขา เกมหันกลับไปมองตามสายตาจ้อย มีเด็กตัวแดงนุ่งโจงกระเบนเปลือยอก ยืนเท้าเอวอยู่บนต้นไม้ท่าทางอวดดีมองลงมาที่พวกเขาด้วยสายตาดูถูก
ผ่านไปสามวันนิลที่ไม่ได้เป็นอะไรมากก็ออกมาจากโรงพยาบาล พร้อมกับไอ้จ้อยกับไอ้เกมเพื่อกลับไปดูที่บ้าน ไอ้จ้อยกับไอ้เกมทั้งสองคนไม่ได้เป็นอะไรมากนักเพียงแค่สลบไปช่วงหนึ่งเท่านั้น วันต่อมาที่โรงพยาบาลทั้งคู่ก็ฟื้นตื่นขึ้นมากันแล้วจะมีก็แต่ไวท์ที่ยังคงนอนสลบไสลอยู่คนเดียวไม่ยอมฟื้นขึ้นมาสักที ไวท์บาดเจ็บทั้งภายในภายนอกแม้จะไม่หนักมากนัก แต่อีกฝ่ายก็ไม่ตื่นขึ้นมาสักทีจนนิลเริ่มเป็นห่วง แต่เขาก็ช่วยอะไรมากไม่ได้หลังจากอยู่เฝ้ามาสามวันนิลจึงอยากจะออกไปดูที่บ้านสักหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง พวกเขาทั้งสามคนเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับรถพยาบาล ตอนจะกลับจึงจะต้องเหมารถให้ไปส่งที่บ้าน"โห...ทำไมบ้านเราเละจังเลยครับ" จ้อยเห็นสภาพบ้านในตอนนี้ก็รู้สึกขนลุก พวกเขาไม่อยู่สามวันแต่บ้านดูเก่าขึ้นไปสิบปีเลย"พี่นิลหาหรอใครครับ" เกมถามคนพี่หลังจากที่เห็นว่านิลกำลังมองไปรอบๆเหมือนกำลังหาใครอยู่"ไม่มีอะไรหรอก พวกมึงสองคนก็ทำความสะอาดบ้านเก็บชั้นล่างกับชั้นสองไปก่อน ไม่ต้องกลัวอะไรของทั้งหมดในบ้านกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปแล้ว" นิลสั่งงานไอ้จ้อยกับไอ้เกม ก่อนจะเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ขับออกไป นิลกลับมาไม่เห็นปู่อยู่ที่นี่ก
เหนือฟ้าและหลวงตาดำต่างก็จ้องมองกันและกัน เหนือฟ้าสองมือปรากฏลูกไฟขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่รอช้าปาลูกไฟเข้าโจมตีใส่หลวงตาดำอย่างจังตู้ม!"มันไม่มีประโยชน์หรอกโยมเหนือฟ้า" รอบร่างหลวงตาดำรอบล้อมไปด้วยโล่แสงสีทองเป็นประกาย มีอักษรภาษาสันสกฤตอยู่บนโล่นั้นเต็มไปหมด"ถึงเวลาต้องจบเรื่องทุกอย่างที่ยืดเยื้อมานานแล้วนะเหนือฟ้า" หลวงตาดำประนมมือขึ้น ก่อนจะเริ่มบริกรรมคาถาท่องบทสวดภาษาสันสกฤตมีตัวอักษรภาษาสันสกฤตสีทองดำลอยออกมาจากหลวงตาดำขณะที่ท่อง ตัวอักษรสีทองลอยอยู่ในอากาศ ก่อนจะเข้าไปรัดพัวพันเข้ากับร่างเหนือฟ้าทั้งร่างยิ่งหลวงตาดำเริ่มบริกรรมคาถามากขึ้นเท่าไร ตัวอักษรสันสกฤตสีทองดำก็ยิ่งออกมาจากปาก ลอยเข้าไปรัดพัวพันตามร่างกายเหนือฟ้ามากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นเริ่มที่จะห่อเหนือฟ้าให้กลายเป็นลูกวงกลม"ไอ้แก่นี่ ปล่อยกูนะเว้ย สัส ตัวอักษรบ้านี่คืออะไรกัน แกะไม่ออกเลย..." เสียงเหนือฟ้าดังออกมาจากด้านในตัวอักษรภาษาสันสกฤตที่พันรัดทั่วร่าง ก่อนค่อยๆเบาเสียงลงเมื่อถูกห่อมิดจนไม่เห็นร่างกลายเป็นลูกบอลสีทองดำลูกใหญ่"มันจบแล้วเรื่องทุกอย่างนี่ ลาก่อนโยมเหนือฟ้า "บู้ม!"อ๊ากกก..." ลูกบอลอักษรสันสกฤตพอ
ลูกไฟสีแดงเพลิงระเบิดขึ้นมาจากทางด้านหลังเหนือฟ้า"อักก ไอ้หนูหงงั้นหรอ ซ่อนตัวจนฉันหาไม่เจอเลยนะ" เหนือฟ้าที่โดนโจมตีเข้าที่แผ่นหลังตรงร้องออกมาตัวโซเซ เหนือฟ้าปัดควันที่เกิดจากการระเบิดออกไป ก่อนจะหันกลับไปมองร่างเด็กสีแดงที่ปรากฏตัวขึ้นตอนไหนก็ไม่รู้"ไอ้หง!" นิลที่เห็นหงปรากฏตัวก็ร้องออกมาด้วยความดีใจตอนแรกเขาก็เรียกอีกฝ่ายอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีการตอบกลับ จนนิลคิดว่าหงนั้นหนีไปแล้วซะอีก"โอ๊ยยย ปวดหัวปวดหลังชะมัด" ไวท์ลืมตาตื่นขึ้นมาจากเสียงระเบิดที่ดังขึ้น ใช้มือจับที่หัวตัวเองและยันตัวลุกขึ้นมาอย่างอยากลำบาก รู้สึกเจ็บปวดที่หลังมาก"ไวท์รีบมาช่วยกันเสริมมนต์เข้าไปเร็ว โล่จะแตกแล้ว" นิลเห็นไวท์ตื่นแล้วก็รีบช่วยอีกฝ่ายดึงร่างให้นั่งขึ้น"อื้มม นิลพักก่อนเดี๋ยวเราจะทำแทนไปก่อน" แม้จะพึ่งตื่นแต่เมื่อมองไปรอบๆ ตัว ไวท์ก็พอรู้สถานการณ์คร่าวๆแล้ว แม้นิลจะยังไม่ได้บอกอะไรไวท์เอาลูกประคำมาจากมือนิลแล้วใส่พลังมนต์ของตัวเองเข้าไป โล่จากที่เป็นสีดำก็เปลี่ยนกลายเป็นสีขาวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับซ่อมแซมรอยแตกร้าวต่างๆ จนกลายเป็นเหมือนใหม่ดูไม่ออกเลยว่าโล่นี้เคยร้าวมาก่อนนิลนั่งสมาธิรีบรวบรวมม
"นิลรีบมาอยู่ด้านหลังเร็ว!" ไวท์หันหน้าพรึบมองไปทางบันไดขึ้นชั้นสาม รีบเดินไปอยู่ด้านหน้านิลใช้ตัวบังร่างนิลเอาไว้ที่ด้านหลัง สีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต"หื้มม มีอะไรวะ" นิลตกใจที่อยู่ๆ ไวท์ก็เป็นแบบนี้ ดันร่างเขาให้อยู่ด้านหลังกางแขนออกปกป้องตัวเขา นิลยังคงงงว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ"ลองสัมผัสไอหยินรอบๆ ดูีๆ สิ ไอหยินมันเข้มข้นขึ้นมากเกินจะควรไปแล้ว" ไวท์จ้องมองทางบันไดสีหน้าเคร่งเครียด เขาได้ยินเสียงเดินอย่างชัดเจน แต่เสียงเดินมันมีเพียงแค่หนึ่งเท่านั้นที่ลงมา แต่คนที่ขึ้นไปชั้นสองมีสองคน"เออ ทำไมมันเข้มข้นขึ้นกัน" นิลตกใจเมื่อลองใช้มนต์สัมผัสไอหยินรอบตัว เขาก็พบว่ารอบๆ ตัวนั้นไอหยินในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นมากนิลไม่ได้เอะใจเลยว่าไอหยินมันเพิ่มขึ้นเยอะมาก เพราะว่าตอนที่เปิดประตูห้องชั้นสามไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ไอหยินที่ห้องนั้นปล่อยออกมาก็จะทำให้ที่นี่มีไอหยินเพิ่มขึ้น แต่คราวนี้ไอหยินที่นิลสัมผัสได้นั้นมันมีมากกว่าครั้งก่อนเป็นสิบๆ เท่านิลได้ยินเสียงเท้าเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ เสียงเดินที่ได้ยินน
ชีวิตรักของนิลลงตัวเรื่อยๆมีไวท์คอยเอาอกเอาใจทุกอย่าง ตำหนักนี่ก็ไม่มีลูกค้าเลยเหมือนกันไม่รู้ทำไม แต่ที่นี่จะมีคนคึกคักอยู่วันหนึ่งก่อนหวยออกตลอด นั้นก็เพราะว่านิลใบ้หวยถูกติดๆกันมาไม่เคยผิดสามสี่งวดแล้วแต่นอกจากวันพวกนั้นแล้วนิลก็แทบจะว่างอยู่ตลอดเวลาเลย เขาทำงานเพียงสองวันต่อเดือนเท่านั้น คือก่อนวันหวยออกทั้งสองงวดของหวยไทย ล้วงเลขปิงปองในไหให้ลูกคนที่มาที่ตำหนักไม่รู้ว่าทำไมลูกค้าที่อยากจะทำมนต์ทำของอะไรถึงไม่มีเข้ามาเลยก็ไม่รู้ ทั้งๆที่นิลก็บอกเลขหวยไทยถูกติดๆกัน นิลไม่มีอะไรจะทำแล้วได้แต่อยู่ว่างๆโดนไอ้ไวท์ที่อยู่ด้วยกันเต๊าะตลอดเช้าจรดเย็นเลยตอนกลางบางครั้งยังต้องรับศึกหนักหน่วงที่ทำให้ต้องส่งเสียงดังลั่นบ้าน แต่คราวนี้นิลไม่ได้ทำเสียงดังลั่นบ้านคนเดียวเท่านั้น ยังมีไอ้จ้อยอีกคนที่ร้องครางดังลั่นบ้านไม่รู้ว่าทำไมอยู่ก็กลายเป็นว่าเวลามีคู่หนึ่งทำเรื่องอย่างว่ากับแฟน อีกคู่หนึ่งก็จะทำตามจนส่งเสียงครางแข่งกันไปมาระหว่างชั้นล่างและชั้นบนทำให้ในตอนเช้ามาคนที่โดนกระแทกอย่างนิลและจ้อยจะหน้าแดงอย่างไม่ได้นัดหมายเมื่อมองหน้ากัน ส่วนไอ้คนที่เป็นคนกระทำทั้งสองคนนั้นนั่งหน้าตาเฉยเหมือ
นิลตื่นเช้าขึ้นด้วยอาการเมื่อยล้าไปทั้งตัว แต่เขาก็ยังคงขยับตัวได้แม้จะปวดเมื่อยหน่อยๆก็ตาม ใครใช้ให้เมื่อคืนพวกเขาจัดหนักไปตั้งหลายน้ำกันล่ะส่วนไอ้คนที่เป็นคนกระทำเขาในตอนนี้ก็นั่งข้างๆ คอยป้อนข้าวคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง จนนิลรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นคนพิการอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรแค่พูดออกมาไวท์มันก็พร้อมที่จะทำให้ทุกอย่าง"อ่ะ อ้ามม กินเยอะๆหน่อยสิจ้อย" เกมตักข้าวคำโตในชามตัวเองป้อนเข้าปากจ้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ"มึงเห็นกูเป็นหมูหรือไงถึงได้ป้อนคำใหญ่แบบนั้น" จ้อยกลืนข้าวลงคอไปหมดก็หันไปด่าเกมที่ตักข้าวคำใหญ่ให้เขากิน นี่เขาเป็นคนธรรมดานะ ไม่ต้องตักข้าวช้อนโตแบบนั้นให้กินก็ได้"นี่มึงแอบด่ากูไหมเนี่ยไอ้จ้อย" นิลหันไปพูดกับไอ้จ้อย หลังจากที่มองข้าวคำโตที่เยอะกว่าที่ไอ้เกมป้อนมัน ในช้อนข้าวที่ไวท์มันป้อนให้นิลกิน นิลรู้สึกเหมือนโดนจ้อยมันด่าตัวเองว่าเป็นหมูยังไงก็ไม่รู้"เปล่าๆครับพี่นิล ผมจะไปว่าพี่ได้ยังไง ผมแค่ด่าไอ้เกมที่มันป้อนข้าวคำใหญ่ไปน่ะครับ" จ้อยรีบหันหน้าไปหาพี่นิลโบกมือสองของระรัวปฏิเสธอีกฝ่าย"มึงด่ากูชัดๆ มึงไม่เห็นหรอว่าไอ้ไวท์มันป้อนกุคำใหญ่กว่ามึงอีก มึงด่ากูเป็นหมู" นิลชี้ไป
"โอ๊ย ที่นี่มันที่ไหนกันวะ" ลืมตาขึ้นมาอย่างแรกเลยที่นิลรู้สึกคือความเจ็บและจุกที่หน้าอก มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเขาไปโดนใครสักคนชกเข้าใส่หน้าอกอย่างแรงนิลใช้แขนยันตัวลุกขึ้นจากพื้น เขามองสำรวจไปรอบๆห้องที่ตัวเองอยู่ในขณะนี้ ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเขาและก็ไม่น่าจะใช่บ้านเขาด้วย ที่นี่เป็นบ้านท
"ฮู่ว! พี่นิลทำไมเราต้องมาในตอนกลางคืนแบบนี้ด้วยล่ะ" เกมพูดขึ้นเมื่อมองไปรอบตัวก็เห็นแต่ความมืดในขณะนี้"มึงโง่หรอวะไอ้เกม มาตอนกลางวันคนก็รู้สิว่าพวกเรามาทำอะไรที่นี่" ไม่ต้องรอให้นิลเป็นคนพูด ไอ้จ้อยที่อยู่อีกด้านก็ชิงพูดขึ้นพร้อมกับด่าคู่หูตัวเองก่อน"ชู่! เดินกันเงียบหน่อยสิวะ ทางนี้ทางไปหลุมศพ
"โอ้! มึงรู้ใช่ไหมว่าน้ำมันพรายทำมาจากอะไร" นิลถึงกลับต้องตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ชายตรงหน้าต้องการน้ำทันพราย นิลจึงถามอีกฝ่ายก่อนว่ารู้ว่ามันทำมาจากอะไรไหม"ผมรู้ครับ ผมศึกษามาดีแล้ว อาจารย์นิลมีไหมครับ" ได้ยินอีกฝ่ายพูดอย่างงี้แล้ว นิลก็ไม่อยากที่จะขัดช่องทางทำมาหากินของตัวเอง เพราะเขาเองก็ต้องใ
ภายในบ้านหลังหนึ่งที่เป็นบ้านสามชั้น มีกำแพงล้อมรอบบ้านหลังนี้เอาไว้ เป็นบ้านที่ทั้งดูธรรมดาและไม่ธรรมดาไปในตัว ที่บอกว่าธรรมดาเพราะบ้านสองชั้นแบบที่นี่แม้จะหาได้ไม่มากนักที่นี่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหมือนบ้านธรรมดาๆหลังหนึ่งแต่ที่บอกว่าไม่ธรรมดานั้นก็คือบรรยากาศที่สถานที่แห่งนี้มอบให้ ทั้งน่ากลัวและอ







