LOGINเอมมาลินไปเรียนตามปกติ ช่วงเย็นสิณมาขับรถมารับเธอที่โรงเรียน ก่อนจะพาเธอไปเลือกซื้อจักรเย็บผ้าตามที่เธอต้องการ เขาพาเธอมาถึงโรงงานจักรเย็บผ้า เอมมาลินตื่นเต้นมาก เพราะเธอชอบและหลงใหลการตัดเย็บเสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็ก ในหนังสือเรียนของเธอมักจะมีรูปหุ่นสวมเสื้อผ้ารูปแบบต่างๆ เต็มไปหมด
ขณะเดียวกันอรุณ... ชายวัย 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานเย็บผ้าเข้ามาดูงานพอดี เขาเห็นเด็กสาวสวมชุดนักเรียนกำลังเดินดูจักรชนิดต่างๆ อย่างตื่นเต้นก็สนใจ เพราะเธอมีรูปร่างหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู และยังมีดาเมจที่กระตุ้นความต้องการของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี
“สวัสดีครับ” อรุณเดินเข้าไปทักทายเด็กสาว เอมมาลินเงยหน้าขึ้นและยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะ”
“มาเลือกซื้อจักรเย็บผ้าเหรอครับ” เขาถาม สายตาของชายหนุ่มโลมเลียเด็กสาวไปหมดทั้งตัว แม้ว่าเธอจะใส่ชุดนักเรียน แต่ก็นั่นแหละ... ผู้ชายวัยเกือบกลางคนแบบเขาชอบเด็กสาวเอ๊าะๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กสาวที่อยู่ในเครื่องแบบนักเรียนนักศึกษา
“ค่ะ”
“ผมเป็นเจ้าของโรงงานนี้เอง อยากได้ตัวไหน รุ่นไหน บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะลดราคาให้”
“จริงเหรอคะ พี่ใจดีเลยค่ะ” เอมมาลินตื่นเต้น ส่วนสิณเริ่มไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แค่ปรายตามองก็รู้ว่าไอ้เฒ่าหัวงูนี่คิดอะไรกับคุณหนูเอมมาลิน
“มาครับ เดี๋ยวผมพาเดินชมจักรเย็บผ้าชนิดต่างๆ อ้อ... ผมขอถามชื่อหน่อย น้องชื่ออะไรครับ”
“ชื่อชะเอมค่ะ”
“ชื่อน่ารักดี มีงบมาเท่าไหร่” เขาถาม เอมมาลินหันไปมองหน้าสิณ ผู้ถือเงินสดของฌอร์นไว้อยู่
“มากพอที่จะซื้อจักรรุ่นใหม่ล่าสุด ตัวที่ดีที่สุดได้ครับ” สิณ ตอบ อรุณหัวเราะร่า
“โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ผมจะพาไปดูจักรรุ่นใหม่ล่าสุดให้” เขาว่าและพาเธอไปดูจักรเย็บผ้า เขาสาธยายคุณสมบัติต่างๆ จนเอมมาลินเคลิ้มและตกลงปลงใจเอาจักรเย็บผ้ารุ่นนี้ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ตอนที่สิณเดินไปชำระเงิน อรุณเข้ามาคุยกับเอมมาลินเป็นการส่วนตัว
“พรุ่งนี้พี่จะเอาของไปส่งให้ที่บ้าน รบกวนขอที่อยู่หน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวชะเอมให้พี่สิณจดที่อยู่ให้”
“ส่งทางไลน์ไว้ได้ไหมครับ ถ้าเป็นกระดาษพี่กลัวเอาไปทำหาย แล้วก็ขอเบอร์ติดต่อด้วย”
“ได้ค่ะ พี่สิณคะ... พี่อรุณจะขอไลน์กับขอเบอร์พี่สิณ เอาไว้สอบถามที่อยู่เพื่อเอาของไปส่งพรุ่งนี้ค่ะ” เอมมาลินเดินไปหาสิณ สิณมองอรุณด้วยหางตา ดีที่เด็กสาวเอมมาลินไม่ตกหลุมพรางของตาเฒ่าหัวงูคนนี้
“ได้ครับ คุณหนูเสร็จแล้วไปรอผมที่รถเลยก็ได้ จะได้ไม่เมื่อย” สิณบอก
“ไม่เป็นไรค่ะ ชะเอมยังไม่เมื่อย” อรุณมองเอมมาลินอย่างแสนเสียดาย เขาหวังว่าจะได้เบอร์โทรหญิงสาว แต่เธอก็ช่างกระไร เอาเบอร์ลูกน้องมาให้เสียนี่ อรุณมองตามเอมมาลินที่เดินไปขึ้นรถอย่างชอบใจ เขาจะต้องหาวิธียังไงก็ได้ให้ได้ตัวเธอมาเป็นของเขา!
เย็นวันต่อมา อรุณเป็นคนไปส่งจักรเย็บผ้าตามที่อยู่ที่เอมมาลินให้มา พอถึงประตูรั้วบ้านเขาก็ต้องอ้าปากค้าง เพราะที่เห็นอยู่นั้นไม่ใช่แค่บ้าน แต่เป็นถึงคฤหาสน์หลังงามท่ามกลางคนงานมากมาย เขาให้ลูกน้องยกจักรเย็บผ้าลงจากรถและยกเข้าไปไว้ในบ้าน
พอดีกับที่ฌอร์นกลับมาจากทำงาน ฌอร์นเห็นอรุณมาส่งจักรก็เข้าใจว่าเป็นแค่คนส่งจักร แต่อรุณกลับมองหน้าเขาและกล่าวทักทาย
“สวัสดีครับ ผมมาส่งจักรให้น้องชะเอมครับ” อรุณเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา ฌอร์นพยักหน้ารับ
“สวัสดีครับ” เขาเอ่ยทักทายสั้นๆ และกำลังจะหันหลังเดินขึ้นห้องนอนอย่างไม่สนใจ แต่อรุณกลับเรียกเขาไว้เสียก่อน
“น้องชะเอมกลับมาหรือยังครับ พอดีว่าผมซื้อขนมกับผลไม้มาฝากน้องชะเอมด้วย” อรุณถาม คำถามของเขาทำให้ฌอร์นชะงักฝีเท้าและขมวดคิ้วขึ้น เขาหันกลับไปมองอรุณช้าๆ และหรี่ตามองแขกผู้มาเยือนอย่างไม่ไว้วางใจ
“อีกสักพักก็คงกลับมาถึงบ้าน เอาของฝากวางไว้บนโต๊ะนี่ก็ได้ คุณจะได้ไม่ต้องรอนาน”
“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ ผมอยากเจอน้องชะเอมด้วย อ้อ... คุณเป็นพี่ชายของน้องชะเอมเหรอครับ” อรุณชวนคุยอย่างสุภาพ ฌอร์นวางสูทพาดบนโซฟาและเรียกแม่บ้านให้ไปหยิบน้ำผลไม้มาให้แขก
“คุณเป็นใคร คนส่งจักรหรือใคร รู้จักกับชะเอมเป็นการส่วนตัวด้วยเหรอ” ฌอร์นไม่ตอบคำถามของอรุณ แต่เป็นฝ่ายถามกลับ อรุณหัวเราะจนเห็นรอยตีนกา จากการประเมินเขาคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าน่าจะอายุมากกว่าเขาหลายปีอยู่
“เปล่าครับ ผมไม่ได้เป็นคนส่งจักร แต่ผมเป็นเจ้าของโรงงานจักรเย็บผ้า นี่ครับนามบัตรผม” เขายื่นนามบัตรให้กับฌอร์น ชายหนุ่มรับมาและยังคงสงสัยไม่หาย
“ไม่ยักรู้ว่าเจ้าของโรงงานจักรเย็บผ้าต้องทำหน้าที่คนส่งจักรด้วย”
“จริงๆ ไม่ใช่หน้าที่ผมหรอกครับ แต่ว่าผมอยากมาหาน้องชะเอมเป็นการส่วนตัว น้องเขาน่ารักดี จะเป็นไรไหมครับ ถ้าผมจะขออนุญาตพาน้องชะเอมไปกินข้าว” อรุณถามไปตรงๆ ทำให้ฌอร์นถึงกับขบกรามแน่น ที่แท้มันก็หวังจะหลอกฟันเด็กเขานั่นเอง ผู้ชายกับผู้ชายแค่มองตากันก็เห็นไปถึงตับไตไส้พุงแล้ว
ฌอร์นยังไม่ทันตอบคำถาม เอมมาลินก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี เธอยกมือไหว้ทักทายอรุณอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะมาที่นี่ด้วย
“สวัสดีค่ะพี่อรุณ พี่อรุณมาส่งจักรด้วยเหรอคะ” เอมมาลินถาม ดวงตาของเธอใสซื่อเสียจนฌอร์นหงุดหงิด และยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิมเพราะดูเหมือนเธอจะไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
“ครับ พี่ซื้อขนมกับผลไม้มาฝากน้องชะเอมด้วย นี่พี่กำลังจะขออนุญาตพี่ชายของน้องชะเอม เผื่อวันไหนน้องชะเอมว่างพี่จะขอพาไปกินข้าว” อรุณบอก เอมมาลินอ้าปากค้าง เธอหันไปมองฌอร์น อย่างงงๆ และต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อเห็นแววตาเย็นยะเยือกจากเขา
“ผมคงอนุญาตให้ ‘เมีย’ ผมไปกินข้าวกับคุณไม่ได้หรอกครับคุณอรุณ” ฌอร์นพูดเสียงดัง คำตอบของเขาทำให้อรุณเบิกตากว้าง มองฌอร์นทีหันมามองเอมมาลินที
“อะไรนะครับ!”
“ผมคิดว่าคุณคงจะได้ยินชัดเจนแล้ว ผมขอไม่พูดซ้ำนะครับ สิณ ส่งแขก!” ฌอร์นเรียกลูกน้องตัวเองมาเชิญแขกหัวงูออกไป อรุณมองเอมมาลิน อย่างผิดหวังและเสียดาย ไม่คิดว่าเธอจะเป็นเมียของชายหนุ่มที่เห็น เธอยังเป็นเด็กน้อยอยู่แท้ๆ ครู่เดียวอรุณก็ถูกลูกน้องของฌอร์นจับแขนทั้งสองข้างลากออกไปที่ประตู
“คราวหน้าคราวหลังจะทำอะไรก็ดูดีๆ หน่อย ผมพยายามบอกคุณตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” สิณบอกอย่างหวังดี ก่อนจะโยนอรุณออกไปจากบ้านอย่างไม่ไยดี
ฌอร์นมองเอมมาลินอย่างเอาเรื่อง หญิงสาวเริ่มรู้ชะตากรรมตัวเอง เธอถอยหลังให้ห่างจากตัวเขาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เขากลับคว้าแขนของเธอไว้แน่นและออกแรงบีบต้นแขนจนเธอต้องร้องเพราะความเจ็บปวด
“พี่ฌอร์น ชะเอมเจ็บนะคะ”
“มานี่เลย ตัวดี!” เขาเค้นเสียงพูด ดวงตาของชายหนุ่มวาวโรจน์จนเธอหวาดกลัว
“มะ... ไม่นะคะ พี่ฌอร์นปล่อยชะเอมนะคะ”
“มานี่!” เขาลากเธอขึ้นบันไดบ้าน และลากเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง พอเปิดประตูห้องได้เขาก็จับเธอโยนลงกับพื้นโครมใหญ่ เอมมาลินร้องด้วยความเจ็บปวด
“ไปทำอีท่าไหน เจ้าของโรงงานมันถึงติดใจตามมาถึงนี่!” ฌอร์นชี้หน้าถาม เอมมาลินส่ายหน้า น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ชะเอมไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ พี่สิณเป็นพยานได้ เมื่อวานนี้พี่สิณก็อยู่กับชะเอมตลอด” เธอบอกและถอยหลังหนี เพราะเขากำลังก้าวขาเดินเข้ามาใกล้ๆ
“ไม่ได้ทำอะไรได้ยังไง ถ้าไม่ได้ทำอะไรแล้วทำไมมันถึงตามมาที่บ้านแบบนี้ แอบไปยั่วแอบไปอ่อยมันใช่ไหม!” เขาขึ้นเสียง เอมมาลินส่ายหน้า
“ไม่ใช่ค่ะ ชะเอมไม่ได้ยั่วไม่ได้อ่อยอะไรเขาทั้งนั้น”
“อย่ามาตอแหล!” เขากระชากแขนเธอขึ้นมา เอมมาลินร้องไห้ตัวสั่นเทา
“พี่ฌอร์น ชะเอมเจ็บ ชะเอมไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ” เธอบอก ฌอร์นยังคงโมโหไม่หาย เขาผลักตัวเธอนอนลงที่พื้นและกระชากเสื้อนักเรียนของเธอออก แรงของเขาทำให้กระดุมเสื้อทุกเม็ดของเธอหลุดกระจาย เขาถลกกระโปรงนักเรียนของเธอขึ้นและดึงกางเกงชั้นในลง เอมมาลินดิ้นหนี เธอหวาดกลัวสุดชีวิต เพราะรู้ดีว่าถ้าเขาโกรธและโมโห เขาจะรุนแรงกับเธอ
“ยะ... อย่านะคะ ว๊าย กรี๊ด!” เด็กสาวร้องลั่น เขาถอดกางเกงขายาวของตัวเองได้ก็สอดลำกายเข้าไปในตัวเธอทันที เอมมาลินร้องกรี๊ดเพราะความเจ็บปวด เขาไม่ได้เล้าโลมเธอแม้แต่น้อย เธอไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะมีเซ็กซ์กับเขา แต่ฌอร์นไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาขยับสะโพกเข้าออกระรัว
“ฮือ... หนูเจ็บ!”
“เจ็บแล้วก็จำใส่สมองไว้ด้วยล่ะว่าเป็นผู้หญิงของฉัน อย่าได้สะเออะไปให้ท่าผู้ชายที่ไหน”
“มะ... ไม่ หนูไม่ได้ทำแบบนั้น” เอมมาลินยังคงยืนยันคำเดิม ซึ่งมันทำให้ฌอร์นโมโหขึ้นอีก เขาจับสะโพกเธอไว้แน่นและกระแทกกายเข้าหาเสียงดัง
ตับๆๆๆ ปึกๆๆๆ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่น เขาขยี้เต้านมทั้งสองข้างของเธอจนมันแดงเป็นรอยมือและยังดูดเลียสลับกันทั้งสองข้างอีกด้วย
“อื้อ... ซี๊ดส์... อ่าส์...” เสียงร้องไห้เริ่มหายไป ตอนนี้ความเสียวเริ่มเข้ามาแทนที่ ฌอร์นสัมผัสได้ว่าช่องทางรักของเธอเริ่มมีน้ำหวานไหลออกมาจนเปียกชุ่ม ตอนนี้เธอยังมีชุดนักเรียนอยู่ เขาพลิกให้เธอนอนตะแคงและยกขาขึ้น กายสอดประสานกันแน่นขนัด เขาเปลี่ยนจากช่องทางรักด้านหน้ามาด้านหลังอย่างที่ชอบทำ เอมมาลินกัดฟันแน่น
“อ๊า... อ๊ายยย พี่ฌอร์นขา... หนูมะ... ไม่... อื้อ...” เธอร้องเสียงขาดเป็นห้วงๆ เขาเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของในลิ้นชักโต๊ะข้างหัวเตียง เอมมาลินมองอย่างตกใจ เพราะมันคืออวัยวะเพศปลอมสีใส เขาสอดมันไปที่ช่องทางรักด้านหน้าและกดสวิตส์ให้มันหมุนวนและสั่นอยู่อย่างนั้น
“อ๊าๆๆๆ อ๊า... อ๊ายยย” เขาขยับสะโพกเข้าออกรัวๆ ขณะที่เซ็กซ์ทอยยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เอมมาลินร้องลั่นแทบขาดใจ เธอทรมานไปหมดทั้งกาย
“พี่ฌอร์น อื้อ... อ๊าๆๆ”
เขาขยับตัวลุกขึ้นและจับเธอให้ยืนขึ้นด้วยเช่นกัน ขณะที่เขากระแทกกายอยู่ช่องทางด้านหลัง ช่องทางรักด้านหน้าก็มีเซ็กซ์ทอยสอดเอาไว้อยู่ เอมมาลินน้ำตาไหลพราก ไม่ใช่เพราะเจ็บแต่เป็นเพราะเสียวและมันส์มาก มันส์เกินกว่าที่จะถอนตัวถอนใจได้
ฌอร์นรวบมือเธอไว้ด้านหลังและกระแทกกายเข้าหาจนหน้าอกอวบแอ่นหยัดไปหมด ตอนนี้เธอยังคงสวมชุดนักเรียนอยู่ เพียงแต่ว่ามันขาดและหลุดลุ่ยไปมากแล้ว ฌอร์นผลักร่างของเธอให้นอนคว่ำลงไปกับเตียงและกดตัวเธอไว้อย่างนั้น
“อ่าส์... ซี๊ดส์... โอ้ว... อู้ว...” เขาคำรามดังลั่น มือหนาก็ตีก้นเธอทั้งสองข้างสลับกันไปมา จนกระทั่งปล่อยน้ำรักออกมาเต็มก้นเธอ เขาถอนกายออกแล้ว แต่ยังไม่ยอมถอดเซ็กซ์ทอยออกจากถ้ำรักของเธอ เขาไปหยิบเชือกออกมาหลายเส้นและมัดมือเธอเอาไว้ เอมมาลินมองเขาอย่างรู้สึกหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรกับเธอ
“พี่ฌอร์น... อื้อ... อ่าส์... ซี๊ดส์... อู้ว...”
“อยู่อย่างนี้ทั้งคืนนี่แหละ!” เขาบอก และมัดขาเธอไว้ด้วย เอมมาลินตัวสั่นและยังคงเสียวซ่านอยู่อย่างนั้น เธอนอนตัวเกร็งบิดไปมาจนเสร็จไปอีกหลายต่อหลายรอบ เขาก็ยังไม่ถอนเซ็กซ์ทอยออกจากตัวเธอ เขาปล่อยให้เธอทรมานอยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ จนเธอหมดเรี่ยวแรง จึงยอมแก้เชือกและปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ฌอร์นมองเด็กสาวที่นอนหลับอย่างโหยหา แม้ในยามที่เธอไม่รู้สึกตัว เธอก็ยังคงความเย้ายวนใจไว้ได้ ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกจนหมดและสอดกายเข้าหาเธอ เอมมาลินลืมตาขึ้นมาช้าๆ จู่ๆ น้ำตาเธอก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“อื้อ... อื้อๆๆ” เธอร้องครางเบาๆ เพราะไม่มีแรงจะร้องอีกต่อไปแล้ว เขาตักตวงความสุขจากเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนดึกดื่น พอเสร็จสมความต้องการ เขาก็ปล่อยเธอให้นอนอยู่อย่างนั้นโดยไม่สนใจเธอเลย
“กลับไปนอนที่ห้อง ไป!” เขาออกปากไล่หลังอาบน้ำเสร็จ เอมมาลินค่อยๆ พยุงร่างตัวเองขึ้นมาช้าๆ เธอมองเขาด้วยแววตาที่ตัดพ้อน้อยใจ หญิงสาวสวมเสื้อผ้าเท่าที่พอจะใส่ได้ เพราะมันขาดจนไม่เหลือชิ้นดี
“เร็วสิ!” เขาไล่เธออีก เอมมาลินลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูอย่างช้าๆ พอเธอออกจากห้องนอนได้ เธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เอมมาลินหอบเอาร่างกายที่ถูกเขาย่ำยีอย่างไม่ไยดีกลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง เธอเดินตรงเข้าไปอาบน้ำพักใหญ่และร้องไห้ไปด้วย เมื่อวานเขาเหมือนเป็นเทพบุตรที่แสนดี แต่วันนี้เขากลับเป็นปีศาจร้าย
หลังอาบน้ำเสร็จเอมมาลินก็หยิบเข็มกับด้ายมาเย็บกระดุมเสื้อของตัวเอง หลายครั้งที่เขามักจะกระชากเสื้อผ้าของเธอจนขาดและกระดุมหลุดแบบนี้ พอเย็บกระดุมเสร็จเธอก็ต้องมานั่งทำการบ้านต่อ เพราะพรุ่งนี้เธอจะต้องส่งการบ้านให้อาจารย์ กว่าจะทำการบ้านเสร็จก็ฟ้าสางพอดี
2 เดือนผ่านไป... “โอ๊ย! พี่ฌอร์น ช่วยชะเอมด้วย ชะเอมเจ็บท้อง โอ้ยยย” เสียงร้องของหญิงสาว ปลุกฌอร์นให้สะดุ้งตื่นมากลางดึก เขารับเปิดไฟในห้องนอนทันที“ชะเอม เป็นยังไงบ้าง” เขาถามเพราะก่อนหน้านี้เอมมาลินเจ็บท้องเตือนบ่อยๆ“เจ็บค่ะ เจ็บถี่ๆ ไม่ไหวแล้วค่ะ โอ้ย!” เอมมาลินร้องลั่น เรียกทุกคนในบ้านให้ออกมาดู ฌอร์นก้มลงมองที่หว่างขา เห็นน้ำไหลออกมาไม่หยุด เขาเบิกตากว้าง“ชะเอม น้ำเดินแล้ว!” เขาร้องอุทาน ทำตัวไม่ถูก เอมมาลินร้องด้วยความเจ็บปวดจนหน้าดำหน้าแดง“ฌอร์น รีบพาชะเอมไปโรงพยาบาลเร็ว!” อวสรบอก ฌอร์นรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และพาเอมมินไปโรงพยาบาล เขาขับรถอย่างเร่งรีบ แต่ก็ระมัดระวังความปลอดภัยด้วย ชายหนุ่มทั้งสงสารและตื่นเต้นในคราวเดียวกัน พอถึงโรงพยาบาล เอมมาลินถูกนำตัวส่งเข้าห้องคลอด โดยมีเขาตามเข้าไปติดๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาแสดงความจำนงกับหมอแล้วว่าจะขอเข้ามาตอนทำคลอดด้วย“อื้อ... โอ้ย... เจ็บเหลือเกิน!”“ชะเอม อดทนหน่อยนะ อดทนนะ” เขาจับมือเธอแน่นอย่างให้กำลังใจ ตอนนี้เอมมาลินเหงื่อแตก น้ำตาไหลพราก“ฮือออ พี่ฌอร์น ชะเอมกลัว!”“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่ จะไม่ทิ้งเธอไปไหน” เขาพูดปลอบประโลม“ปาก
ภัทรดนัยกลับไปแล้ว ตอนนี้อวสรกับสุภัทราก็เตรียมจึงขึ้นนอนแล้ว ส่วนเอมมาลินเดินกลับขึ้นห้องไปได้พักใหญ่ ฌอร์นกระดกเหล้าแก้วสุดท้ายเข้าปาก แล้วความคิดดีๆ ก็เกิดขึ้น เขาเดินไปที่ห้องเอมมาลิน ก่อนจะเคาะประตูสองสามครั้ง เธอถึงเปิดประตูออกมา“มีอะไรคะ” เธอถาม ฌอร์นผลักประตูและแทรกกายเข้าไป เขาล็อกประตูไว้แน่นหนา และโอบกอดเธอไว้แน่น“พี่ฌอร์น จะทำอะไรคะ!”“คิดถึง อยากกอด” เขาว่า แล้วก้มลงซุกไซ้ซอกคอ เอมมาลินผลักเขาออก“พี่ฌอร์น เมาแล้วนะคะ ไปอาบน้ำนอนเถอะค่ะ” เธอพูดเสียงดุ หลังได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขา“ชะเอม... ฉันรักชะเอมนะ” เขาบอก และดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้ เอมมาลินพยายามผลักเขาออก ฌอร์นจึงรวบตัวเธอไว้แน่น กดริมฝีปากจูบหญิงสาวแนบสนิท บดขยี้เรียวปากอย่างดูดดื่ม ลิ้นฉกาจสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของเธอ“พี่... อย่า... อื้อ...” เสียงเธอขาดเป็นห้วงๆ เพราะรู้สึกสยิวกับสัมผัสที่เขามอบให้ ฌอร์นอุ้มเธอไปที่เตียง เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเธอเนิ่นนาน ริมฝีปากลากไปทั่วทั้งกายของหญิงสาว เธออาบน้ำเสร็จมาใหม่ๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นยั่วใจเขาดีเหลือเกิน ยังไม่นับรวมกับหน้าอก สะโพกที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก มือหนากุมหน้า
ฌอร์นตื่นมาตอนเช้า เห็นเอมมาลินยังหลับอยู่ เขากดริมฝีปากจูบพวงแก้มนุ่มและเอามือลูบท้องเธอเบาๆ เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว วันนี้เขาจะต้องไปที่บริษัทในเครือ ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ มีหลายอย่างที่เขาจะต้องเร่งสะสาง พอออกมาจากห้องน้ำ เธอก็ตื่นพอดี“ตื่นแล้วเหรอ”“ค่ะ”“วันนี้ฉันจะต้องไปบริษัท ถ้ามีอะไรเรียกใช้สิณได้เลยนะ” เขาบอก เอมมาลินไม่ตอบอะไร เพราะเธอเองก็อยู่แต่บ้าน ไม่ได้อยากไปไหนสักเท่าไหร่ฌอร์นกับเอมมาลินลงมากินข้าวพร้อมกัน ทำให้อวสรและสุภัทรามองหน้ากันแล้วก็ยิ้มๆ ตอนนี้เอมมาลินเพลาๆ เรื่องการต่อว่า โวยวายลงไปได้เยอะ เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ฌอร์นกับเอมมาลินจะได้คืนดีกัน“กินข้าวจ้ะ” สุภัทราลุกขึ้นไปตักข้าวต้มหมูร้อนๆ มาให้ทั้งสองคน เอมมาลินนั่งกินเงียบๆ ขณะที่ฌอร์นลอบมองหญิงสาวอยู่บ่อยๆ“วันนี้คุณจะไปไหนเหรอ” อวสรถาม“ผมต้องเข้าบริษัทน่ะครับ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เกิดปัญหานิดหน่อย ต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง” ฌอร์นบอกอย่างสบายๆ แม้ในใจจะวิตกกังวลไม่น้อยเหมือนกัน“เพราะคุณจีหรือเปล่า” อวสรถามอีก เอมมาลินชะงัก ทำเหมือนไม่สนใจ แต่จริงๆ แล้วเธอกำลังแอบฟังอยู่“ครับ ปล่อยข่าวว่าบริษัทผมฮั้วป
“ไปไหนกันมา ได้ของกลับมาเยอะแยะเลย” อวสรเอ่ยถาม เมื่อเห็นเอมมาลินกลับมาพร้อมกับฌอร์น ฌอร์นหิ้วของเข้ามาพะรุงพะรัง จนสิณต้องเข้าไปช่วย“หาหมอเสร็จก็ไปห้างสรรพสินค้าค่ะ มีแต่ของใช้ส่วนตัวกับขนม”“กินข้าวมาแล้วหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณพ่อ”“ไปกินอะไรกันมา บอกพ่อได้ไหม” อวสรถามอีก เขาพยายามทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น เพราะลึกๆ แอบสงสารฌอร์นเหมือนกัน ที่ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูกสาวเขาคนเดียว“ปิ้งย่างค่ะ ร้านเดิมที่ชะเอมชอบกิน” เอมมาลินตอบ อวสรร้องอ๋อและหันไปมองหน้าฌอร์นก่อนจะยิ้มให้“ขอบคุณมากนะฌอร์น ที่ดูแลลูกสาวผม”“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมเต็มใจทำ”“ถ้าอย่างนั้นชะเอมขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ”“ได้ลูก วันนี้ไปมาหลายที่คงเหนื่อย”เอมมาลินเดินขึ้นห้องนอนไปแล้ว ฌอร์นมองตามตาละห้อย สองสัปดาห์แล้วที่เขาเข้ามาอยู่ที่นี่ แต่เอมมาลินก็ไม่ใจอ่อนสักที เขาคิดถึงเธอ อยากนอนกอดเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้แม้แต่หน้าห้องเขายังไม่มีสิทธิ์ หากเป็นบ้านเขา เขาจะรีบเอากุญแจสำรองมาไข ไม่ก็พังประตูไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด“เมื่อไหร่ชะเอมจะใจอ่อนเสียที”“ลูกสาวผมเป็นคนเจ็บแล้วจำ คุณต้องทำใจหน่อยนะ” อวสรตบบ่าฌอร
ฌอร์นอาศัยช่วงที่เอมมาลินหลับ กลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และงานต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ เขาจะย้ายสำมะโนครัวไปอยู่บ้านอวสรเป็นการชั่วคราว จนกว่าเมียจะหายโกรธ นัทกับสิณต้องช่วยกันขนของยกใหญ่ สิณได้แต่อมยิ้ม เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายตัวเองอยู่ในโหมดนี้มาก่อน“ไอ้สิณ แกยิ้มอะไรของแก” ฌอร์นจับสังเกตลูกน้องได้ก็เอ่ยถาม“เจ้านายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะครับ”“เปลี่ยนไปยังไง ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ตั้งนานแล้ว”“ก็... เปลี่ยนไปตรงที่... ไม่เคยง้อผู้หญิงคนไหนเท่าคุณหนูชะเอมมาก่อน”“แกนี่ก็พูดแปลก นั่นลูกกับเมียฉันนะ ฉันจะปล่อยให้ไปอยู่ไกลหูไกลตาได้ยังไง” เขาส่ายหน้า สิณจึงได้แต่ยิ้มๆ กับนัทสองคน และก้มหน้าขนของต่อ สิณขับรถไปส่งเจ้านายตัวเองที่บ้านอวสร อวสรงงที่เห็นฌอร์นหอบสัมภาระมาที่นี่เยอะแยะ“ฌอร์น...”“ผมจะมาอยู่บ้านคุณนะ หวังว่าคุณคงจะอนุญาต” เขาบอก อวสรเห็นเขาขนของมาขนาดนี้ จะไม่อนุญาตคงไม่ได้แล้ว“ได้สิ วันนี้ผมให้ภรรยาผมทำความสะอาดห้องให้แล้ว ห้องคุณอยู่ตรงข้ามกับห้องชะเอม”“ดีเลย...” ฌอร์นบอก เพราะเขาจะได้หาจังหวะตอนเธอเผลอ เข้าไปนอนกับเธอด้วยบ่อยๆ“ชะเอมตื่นหรือยังครับ”“ยังเลย นอนหลับไม่รู
เขามองหญิงสาวที่กำลังพับผ้าใส่กระเป๋าอย่างเอ็นดู บนตัวเขามีผ้าห่มด้วย อย่างน้อยเธอก็ไม่ใจร้ายกับเขามากจนเกินไป ฌอร์นยิ้มน้อยๆ และมองเอมมาลินอยู่อย่างนั้น ในใจหวนนึกถึงครั้งแรกที่เจอกัน เธอเป็นเพียงเด็กสาววัยมัธยมที่อ่อนแอ ไร้เดียงสา ผ่านมา 4 ปี เธอต้องเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งดีและแย่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเขาทั้งนั้น ทำให้เธอเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้มากขึ้น ที่สำคัญคือเธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้ว“ชะเอม...” เขาเรียกเธอ เอมมาลินหันมามองเขาเป็นเชิงถาม“กลับไปกรุงเทพ ไปอยู่กับฉันเหมือนเดิมนะ” เขาลุกขึ้นนั่ง และมองสบตา เอมมาลินส่ายหน้า“ไม่ค่ะ ชะเอมตัดสินใจแล้ว”“แต่เธอกำลังท้องนะ ท้องกับฉัน เด็กในท้องเป็นลูกฉัน ก็ต้องอยู่กับฉัน”“เด็กในท้องเป็นลูกของชะเอมคนเดียว ไม่ใช่ลูกของพี่!”“ถ้าไม่ใช่ลูกของพี่แล้วเด็กมันจะเกิดมาได้ยังไง เธอจะไปท้องกับกระบอกไม้ไผ่ไม่ได้นะ”“พี่ฌอร์น!” เธอหันมามองเขาตาเขียว ฌอร์นลุกขึ้นเดินไปหาเธอใกล้ๆ และดึงตัวเธอขึ้นมากอดไว้หลวมๆ“อย่าดื้อนักได้ไหม ฉันมารับเธอแล้ว กลับไปอยู่กับฉัน เราจะอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”“มันไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ พี่ฌอร์นปล่อยชะเอม!”“ฉันบอกแล้วไงว







