Masukการอยู่เป็นของตายที่ยังมีลมหายใจ เพื่อเฝ้ามองผู้ชายที่เคยรักคั่วกับผู้หญิงอื่น ‘มันเจ็บนะ’ ที่ทนอยู่ทุกวันเพื่อเลี้ยงรัก เด็กชายที่เขาไม่ต้องการให้เกิดมา เธอเฝ้ารอวันที่ตัวเองหมดใจเพื่อจากไปอย่างไม่รู้สึกเจ็บปวด
Lihat lebih banyakบทนำ
เขาเอาแต่บอกว่าเธอคือความผิดพลาด แต่ความหอมหวานของรสสวาทที่เขาปรนเปรอเธอทุกค่ำคืนนั้นมันคืออะไร ผู้ชายที่ภายนอกเย็นชา ไร้หัวใจ แต่เมื่อถึงเวลาหลับนอนเธอต้องทนให้เขารังแกเอา จนรู้สึกว่าตัวเองเสพติดการร่วมรักกับเขาหรือเปล่า
แต่เมื่อเธอพลาดและตั้งครรภ์ เขากลับโทษว่าเป็นความผิดเธอเพียงคนเดียว หาว่าเธอยั่วยวนเขา จนทำให้ต้องแต่งงานตามคำสั่งผู้ใหญ่
เธอทนให้เขาตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย เพื่อทำให้ลูกไม่รู้สึกว่าขาดสิ่งใด ทนให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นผู้หญิงทั้ง ๆ ที่เธอก็อยู่ของเธอดี ๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเข้มแข็ง ก็อย่าหาว่าเธอไร้หัวใจ
วันหนึ่งที่เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า จนไม่อยากยืนเคียงข้างเขาเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ เธอและลูกจะไปอยู่ที่อื่น...
..........................................................................................................................................................................................................................
“แม่ฮาบ แม่ชอบนิทานเรื่องอะไรฮาบพี่ธันจะได้หยิบหนังสือไปให้แม่อ่านฮาบ” เสียงใสแจ๋วของเด็กชายธันวาวัยสามขวบตะโกนถามดาหลาผู้เป็นมารดาจากห้องหนังสือ ที่เขาได้รับของขวัญจากญาติ ๆ และคุณปู่คุณย่า
ดาหลายิ้มออกมาด้วยความอบอุ่น และเข้าไปช่วยลูกชายสุดที่รักของเธอเพื่อเลือกนิทานที่น่าสนุกที่สุด เล่ากล่อมให้เขาหลับฝันดี
“แม่ชอบซินเดอเรลล่าครับลูก หนูชอบไหมครับ”
“ชอบฮะ” เด็กชายตอบอย่างเอาใจผู้เป็นมารดา แล้วก็หยิบเล่มที่เป็นเรื่องของซินเดอเรล่าให้กับผู้เป็นมารดาได้อ่านให้เขาฟัง
ร่างป้อม ๆ จูงมือผู้เป็นมารดาให้ขึ้นไปบนเตียงของตัวเอง แล้วก็เปิดผ้าห่มพร้อมกับตบที่นอนให้ขึ้นมานอนเคียงข้างกัน
ดาหลาหรี่ไฟดาวน์ไลท์ให้แสงสลัวลงที่หัวเตียง แล้วก็เปิดหนังสืออ่านนิทานให้ลูกชายฟัง
“แม่ฮาบ ซินเดอเรลล่าจะได้เจอกับเจ้าชายไหมฮาบ” ด้วยความอยากรู้เหมือนนิทานทุกเรื่องที่แม่เล่าให้ฟัง จึงถามก่อนผู้เป็นแม่จะเล่าจบเสมอ
“เจอสิครับ” เธอยิ้มตอบให้กับลูกชาย แต่ก็อดคิดถึงตัวเองไม่ได้ ชีวิตเธอเป็นเหมือนดังซินเดอเรลล่า แต่ผิดกันตรงที่เจ้าชายในฝันของนางซินเป็นคนดี แต่เธอกลับพบเจ้าชายที่แสนชั่วร้ายคนนั้น ‘เธอรักไปลงได้อย่างไร’
เด็กน้อยลุ้นด้วยความตื่นเต้นที่ เจ้าชายสั่งให้ทหารค้นหาผู้หญิงที่ใส่รองเท้าแก้วได้พอดิบพอดีแต่ก็ยังไม่มีใครพบ จนเมื่อถึงหน้าบ้านของซินเดอเรลล่าเด็กชายธันวาก็เอ่ยขึ้นมาอีก
“แม่ฮาบ แม่เลี้ยงใจร้ายทุกคนหรือเปล่าฮาบ”
“ไม่รู้สิลูก แล้วหนูล่ะอยากมีแม่เลี้ยงหรือเปล่า” เธอถามเพราะตอนนี้ข่าวของรามิล ชายผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ของคุณหญิงสาวิตรี กำลังออกเดทกับพนักงานในปกครองของตนที่ชื่อ ของขวัญ จนเธอคิดว่าเขาจะเอาเธอคนนี้มาเป็นแม่เลี้ยงของลูกเธอหรือเปล่า ถึงได้ยอมเป็นข่าวโดยไม่คิดจะแก้ตัวหรืออธิบายออกสื่อเลยสักครั้ง
“ไม่อยากมีฮาบ พี่ธันมีแม่ดาหลาก็พอฮาบ” เด็กน้อยไม่อยากมีแม่เพิ่ม เพราะกลัวจะเจอคนใจร้ายเหมือนแม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่า
“งั้นแม่จะปกป้องลูกของแม่ให้ดีที่สุด ใครก็รังแกลูกแม่ไม่ได้นะครับ” เธอลูบหัวที่กลมทุยของเด็กชายธันวา ที่เกิดจากความรักของเธอเพียงคนเดียว
“และแล้ว เจ้าชายก็ได้ยินเสียงใส ที่ขับขานเสียงเพลง ราวกับนกไนติงเกลที่ดังแว่วมาจากห้องใต้หลังคา แต่เมื่อถามกับแม่เลี้ยงก็บอกว่าไม่มีผู้หญิงอื่นอยู่ในบ้านหลังนี้อีกแล้ว แต่เจ้าชายไม่เชื่อจึงกระโดดขึ้นไปบนห้องใต้หลังคา เมื่อเห็นแล้วว่าเป็นสตรีที่ตนตามหา จึงยื่นรองเท้าแก้วให้หญิงที่อยู่ในชุดซีดเก่าและถูกเย็บซ่อมไปทั้งตัว แต่ทว่าใบหน้ากลับสวยสง่าจนเจ้าชายอดดึงเข้าไปกอดไม่ได้”
“แม่ฮาบเจ้าชายจะจูบซินเดอเรลล่าแล้วใช่ไหมฮับ” เด็กน้อยตื่นเต้นและลุ้นราวกับตัวเองเป็นเจ้าชาย
“ใช่จ๊ะ แล้วเจ้าชายก็จุมพิตซินเดอเรลล่าหลังสวมรองเท้าแก้ว และอุ้มเธอออกจากบ้านของแม่เลี้ยงใจร้าย ไปแต่งงานและเคียงคู่กับเจ้าชายตราบนานเท่านาน”
หลังปิดหนังสือจบ เธอมองลูกชายที่อมยิ้มขวยเขินราวกับตัวเองเป็นเจ้าชายในนิทานไม่มีผิด
“โตขึ้นพี่ธันจะเป็นเจ้าชายฮาบ และจะปกป้องเจ้าหญิง” แววตาที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นของเด็กน้อยวัยสามขวบที่พูดจายังไม่ชัดทุกคำ ทำให้คนเป็นมารดาต้องก้มลงไปฟัดแก้มยุ้ย ๆ อย่างมันเขี้ยว
“อ๊ายยย แม่ฮาบพี่ธันจั๊กจี้ฮาบ” เด็กน้อยหัวเราะร่า เมื่อตัวเองโดนมารดากลั่นแกล้งก่อนนอน
“ดึกแล้วนะครับ นอนหลับฝันดีนะครับเด็กดีของแม่” เธอจุ๊บที่หน้าผากของเด็กชายธันวาก่อนจะลุกจากเตียงนอน แต่ก็ถูกเด็กน้อยเรียกไว้เสียก่อน
“แม่ฮาบ เมื่อไหร่พ่อจะว่างมาเล่นกับพี่ธัน พี่ธันคิดถึงพ่อฮาบ” แววตาหม่นเศร้าของลูกที่พ่อไม่สนใจ ทำเอาคนเป็นแม่อย่างดาหลาต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้
เธอไม่อยากบอกให้ลูกเสียใจ ว่าผู้เป็นบิดาของเขานั้นไม่ต้องการเขา มีเพียงเธอที่ปรารถนาให้เขาเกิดมาเพียงคนเดียว
“พ่อทำงานยุ่งครับ เราเป็นกำลังใจให้พ่อโดยไม่กวนพ่อกันดีไหมฮาบ เมื่อพ่อว่างแล้วพ่อก็จะมาหาพี่ธันเองครับ” เธอลูบหัวปลอบลูก ด้วยเสียงสั่นเครือ เพราะไม่อาจจะบอกความจริงกับลูกของเธอได้
“พี่ธันรักพ่อฮาบ”
“จ๊ะ...แม่รู้ลูก เดี๋ยววันเกิดพี่ธันแม่จะบอกให้พ่ออยู่ทานข้าวกับเราดีไหมครับ” เธอกลั้นเสียงสะอื้นจนสุดกำลัง รีบปลอบให้ลูกชายหลับโดยเร็ว เพราะไม่ต้องการให้น้ำตารื้นออก จนทำให้ลูกชายเป็นกังวล
การเป็นคนที่ไม่ต้องการก็เจ็บปวดมากพออยู่แล้ว ต่อให้เขารังเกียจเธอยังไง แต่กับลูกเขาควรใส่ใจบ้าง
“จะได้เลิกคิดอยากมีผัวใหม่ยังไงล่ะ” ร่างเปล่าเปลือยที่ใช้เวลาถอดเพียงเสี้ยววินาที ขึ้นทาบกับร่างเล็ก ที่แม้มีลูกถึงสองคนแล้ว แต่ร่างกายเธอก็ไม่ได้ขยายใหญ่ขึ้นเลย นอกจากส่วนหน้าอกเท่านั้นที่ดูจะอวบจนเขาอยากแย่งนมน้องกันยากินทุกครั้งที่ได้เห็นลูกสาวดูดอย่างเอาเป็นเอาตาย มือหนาปลดเปลื้องผ้าของเธอออกให้เหลือแต่ร่างกายเปล่าเปลือยเหมือนกับตัวเอง แล้วก็ประกบปากจูบอย่างหิวกระหาย หญิงสาวโดนเขาสูบลมหายใจไปจนหมดแล้วก็เริ่มหายใจไม่ทัน จนต้องทุบอกเขาให้ปล่อยเธอออกก่อน “ฮึก...เดี๋ยว” เสียงแหบพร่าของหญิงสาวกับอาการหายใจจนนมกระเพื่อมนั้นสร้างรอยยิ้มให้กับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก “หากคิดจะมีผัวใหม่ ก็เจอผัวคนนี้สั่งสอนเสียก่อน” เขาโน้มใบหน้ามาจะจูบอีกครั้ง แต่ทว่าโดนเธอเอามือเล็กยันหน้าอกไว้ก่อน “ฉันล้อเล่นเองนะ” “แต่ผมไม่เคยล้อเล่นกันคุณนะ ผมเอาจริง” “งั้นตอบมาก่อน วันพ่อปีก่อนที่คุณไปเที่ยวกับของขวัญนั้นหมายความว่ายังไง” แม้ว่าผ่านมาหลายปีแต่เรื่องนี้ก็ยังคงติดที่หัวใจเธอ ต่อให้เขาบอกว่าไม่มีอะไร แต่ไม่อธิบายให้ชัดเจนเธอก็ไม
เมื่อพี่ธันวาอายุได้ห้าขวบ ก็ถึงเวลาไปโรงเรียนและตอนนี้น้องกันยาก็อายุหนึ่งปีแล้ว แน่นอนว่าการไปโรงเรียนครั้งแรก ของเด็กอนุบาลนั้นนำพามาด้วยเสียงที่ร้องไห้กระจองอแง ทั้งพ่อแม่ก็มาแอบเฝ้าลูกอยู่หน้าโรงเรียน แต่แอบไม่ให้ลูกเห็น แต่สำหรับธันวานั้นเป็นเด็กเข้มแข็ง และไม่ยอมให้น้ำตาลูกผู้ชายได้ไหลออกมาได้ง่าย ๆ เด็ดขาด วันนี้ทั้งพ่อและแม่รวมถึงน้องกันยาก็มาให้กำลังใจพี่ธันวาถึงโรงเรียน “พร้อมหรือยังครับคนเก่งของพ่อ” รามิลลูบหัวลูกชายเบา ๆ แล้วก็อมยิ้มให้ ลูกต้องพบสังคมใหม่ ๆ ที่ลูกต้องเผชิญด้วยตัวเอง แม้เขาจะอยากให้ลูกเข้าโรงเรียนนานแล้ว แต่ก็ได้รับการคัดค้านจากเมียรัก ที่อยากอยู่ใกล้ลูกชายไม่อยากให้ห่างอก ขนาดมีลูกสาวให้ต้องดูแลไม่เหงาแล้วก็ยังไม่ยอมห่างจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ดาหลารักธันวามาก เพราะธันวาเป็นกำลังใจให้เธอมีวันนี้ได้ ตอนที่เขายังร้ายกาจกับเธอ ก็ได้ลูกชายที่ทำให้มีรอยยิ้ม “พร้อมแล้วฮะ” เด็กน้อยบอกกับบิดา แม้ในใจจะรู้สึกสั่นไหวชอบกล ที่ต้องอยู่ห่างจากมารดาและน้องสาวสุดที่รัก “แม่ฮะ...ตอนเย็นเจอกัน
เขาหอมแก้มทั้งเมียรักและลูกชาย ก่อนจะห่มผ้าให้แล้วนอนกอดกันสามคนอย่างอบอุ่น หลังจากทริปดูดาว ก็มีหลายทริปที่ตามมา จากคนที่ชอบแสงสีกลางคืน เปลี่ยนเป็นคนชอบกลับบ้านกินข้าวอยู่กับครอบครัว เพื่อนฝูงก็ค่อย ๆ หายไปเหลือแต่คนในครอบครัวเป็นหลัก ปาร์ตี้ก็จะมีเธอและลูกด้วยทุกครั้ง จวบจนท้องเธอเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็รู้สึกอุ้ยอ้าย แต่ทว่าเขากลับไม่รู้สึกรำคาญทั้งยังดูแลเธอดี ตอนท้องธันวาเขาไม่ค่อยจะสนใจ หาความสุขใส่ตัวอย่างเดียว พอท้องนี้เขาจึงตั้งใจดูแลเธอและลูกให้เป็นอย่างดี ชดเชยกับสิ่งที่เคยทำไม่ดีกับเธอไว้ เมื่อใกล้ถึงวันคลอดเขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และเข้าไปให้กำลังใจเธอในห้องคลอดด้วย “ไม่ต้องกังวลนะที่รัก คุณจะปลอดภัย” หญิงสาวน้ำตาซึม เธอเจ็บท้องคลอดหนักมาก และเลือกผ่าคลอดเพราะเด็กตัวใหญ่ เนื่องจากคุณพ่อเอาแต่บำรุงเธอและลูกหนักมาก หญิงสาวลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ จนเมื่อคุณหมอที่ผ่าคลอดบอกเมื่อลูกของเขาและเธอคลอดแล้ว พร้อมกับเสียงเด็กร้องลั่นห้องคลอด อุ๊แว๊ ๆ ๆ! “ยินดีด้วยครับคุณได้ลูกสาว” ชาย
วันนี้ก็ถึงวันที่มีนัดไปแคมป์ปิ้งบนเขาไม่ห่างจากกรุงเทพมากนัก เพราะจะได้ไม่เหนื่อย ธันวาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ร้องฮัมเพลงไปเรื่อย จนคนเป็นพ่ออดอมยิ้มให้กับลูกชายไม่ได้ “พ่อฮะใกล้ถึงหรือยังฮะ” “ใกล้แล้วครับลูก” เขาเลือกรีสอร์ทที่มีที่ให้กางเต็นท์และมีห้องน้ำส่วนตัว ไม่ต้องเดินไกล เพราะเมียของเขากำลังท้องอยู่ด้วย จะได้ไม่ลำบาก “เย่...พี่ธันจะได้นอนดูดาวอีกแล้ว ดีจังเลยฮะ” “พ่อก็ว่าดี” เขาขับรถมือเดียว ส่วนอีกมือจับมือภรรยาสุดสวยมากุมไว้ เขาอยากจับมือเธอไว้ แน่น ๆ ไม่อยากปล่อยจากกันอีก จุ๊บ! “คุณก็...เดี๋ยวกุมเดี๋ยวหอมมือฉันเป็นเหงื่อหมดแล้ว” “ก็อยากจับมือเมียนี่นา” “บทจะหวานก็เบาหวานขึ้นตาแล้วนะคะ” เธอค่อนขอดเขา เมื่อก่อนจะสวีทกันทีก็ตอนที่อยู่บนเตียง “เดี๋ยวเมียไม่รัก แล้วขอหย่าอีก” “ก็ลองกลับไปเหมือนเก่าสิคะ ฉันจะพาธันวากับลูกในท้องหนีไปเลยคอยดู” เธอขู่เขาแบบไม่จริงจังนัก และรู้ว่าเขาไม่กล้า “กลัวแล้วจ๊ะแม่จ๋า” ตอนนี้เราทั้งสามคนกลับไปอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม แล้วทุกวันห