Share

ตอนที่ 5

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-18 23:38:57

เงาร่างของชายสองคนไหววูบตามแสงตะเกียงที่จุดวางไว้หน้าประตูห้อง

ฟางหมิงเยว่ค่อย ๆ ลุกจากเตียง พาตัวเองไปยืนชิดกรอบหน้าต่างให้มากที่สุด ถังน้ำวางอยู่ตรงปลายเตียง ใกล้กันมีผ้าเตรียมไว้หลายผืน

คืนนี้นางจุดตะเกียงวางไว้หลายจุด ภายในห้องจึงไม่มืดมิดดั่งเคย

ในมือหญิงสาวกำเชือกไว้แน่นขณะได้ยินเสียงกระซิบ

“นั่นไง นางนอนอยู่บนเตียง”

“เช่นนั้นก็วางยาเหมือนเดิมแล้วจับโยนลงน้ำอีกรอบ”

ฟางหมิงเยว่หัวใจเต้นกระหน่ำ นางยังไม่อยากตายครั้งที่สอง แต่หากต้องตายจริง ๆ ก็ขอดิ้นรนเอาตัวรอดให้สุดกำลังสักหนแล้วกัน

บานประตูห้องถูกแง้มออกช้า ๆ เพื่อลดทอนเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด แล้วชายสองคนก็เข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องก่อนจะยืนยันแก่กันอีกครั้ง

“นางอยู่ในห้อง”

ทันใดมือบางที่จับเชือกไว้ก็กระตุกแรง ปมเชือกที่มัดติดขาเตียงคลายออก แล้วถังที่วางอยู่บนขื่อก็เอียงลงจนตะแคงล้ม ในถังมีเทียนจุดไฟไว้จำนวนมาก เมื่อถังเอียงเทลง น้ำตาเทียนก็หกรดใส่ร่างบุรุษทั้งสองทันที

“อ๊าก!”

ทว่าเสียงร้องของชายทั้งสองเป็นได้แค่เสียงลมคำราม พวกเขาย่อมไม่กล้าส่งเสียงดังจนทำให้ผู้คนตกใจตื่น

ทันใดฟางหมิงเยว่ก็กระตุกเชือกอีกสองเส้นให้หล่นลงมาเป็นบ่วงครอบร่างชายทั้งสอง แล้วนางก็ชักรอกอย่างเร็วเพื่อดึงพวกเขาขึ้นไปแขวนห้อยหัวไว้

เพิ่งแสบร้อนจากน้ำตาเทียนหยดใส่ ยามนี้ยังถูกชักรอกขึ้นไปแขวนห้อยหัวอย่างน่าสมเพชอีก

จากนั้นหญิงสาวก็เดินออกจากมุมมืดอย่างใจเย็นแล้วผูกปลายเชือกที่มัดชายสองคนเข้ากับขาเตียงแน่นหนา และเมื่อยกตะเกียงขึ้นส่องหน้า จึงเห็นชัดว่าเป็นพ่อบ้านตระกูลคังกับลูกชายของเขานั่นเอง

“แหม ไม่คิดว่าจะเป็นพ่อบ้านนะเนี่ย” นางกล่าวแล้วแสยะยิ้มทีหนึ่ง

“อี๋ อี๋เหนียง พวกเราผิดไปแล้ว ทั้งหมดเป็นคำสั่งนายท่านขอรับ” ผู้เป็นลูกชายรีบแก้ตัวขณะพ่อบ้านเพียงถลึงตาใส่นาง

“เรื่องนั้นไม่ต้องบอกข้าก็รู้” ฟางหมิงเยว่แววตาเป็นประกายพร้อมเอาคืน “เอาละ ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปหนึ่งคน รีบไปบอกนายท่านของพวกเจ้าให้มาเจรจากับข้าโดยเร็ว มิเช่นนั้นข้าจะฟ้องท่านพี่”

สองพ่อลูกสบตากันครู่หนึ่งแล้วพยักหน้ารับข้อเสนออย่างจำใจ

เพราะหากเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงหูนายน้อย พวกเขาพ่อลูกโดนโทษหนักแน่ ถึงจะมีนายท่านหนุนหลัง แต่การบุกเรือนเมียเจ้านายยามดึกดื่นเช่นนี้ อย่างไรก็ไม่ใช่เจตนาดี

ลำพังแค่รับโทษในบ้านยังไม่น่ากลัว อย่างไรก็มีนายท่านคอยช่วย แต่หากต้องโทษทางการ มองทางไหนก็หาทางรอดไม่เจอเลย

สองสาวใช้ที่ได้ยินเสียงตึงตังตื่นขึ้นอย่างตระหนกตกใจเมื่อพบว่า คุณหนูของพวกนางจับโจรได้โดยมีหลักฐานเป็นถังแตกและน้ำตาเทียนที่หยดกระจายเต็มพื้นห้อง ส่วนถังน้ำที่พวกนางยกมาวางไว้ตรงปลายเตียงคุณหนู ยามนี้กลายเป็นคุณหนูนั่งวักน้ำเล่น

...ฆ่าเวลารอตัวการใหญ่แล้ว

หลังจากลูกชายพ่อบ้านถูกปล่อยตัวให้ไปแจ้งข่าวต่อผู้เป็นนายท่านของพวกเขา รอไม่นาน หัวเรือใหญ่ผมหงอกก็ย่องเข้าเรือนลูกสะใภ้ที่หากใครพบเห็นย่อมไม่ใช่เรื่องดี แต่อย่างไรเขาก็ไม่มีทางเลือก

คราแรกที่รู้ข่าวความล้มเหลว ฮูหยินของเขาขอติดตามมาฟังข้อแลกเปลี่ยนด้วย แต่เขาสั่งให้นางอยู่กันท่าแถวนั้นเผื่อว่าบุตรชายคิดจะมาเรือนเล็กเช่นปกติ

เมื่อนายท่านปรากฏตัวขึ้นก็กล่าวเสียงเย็นใส่หน้าอนุผู้เป็นสะใภ้ทันที

“จะเอาอย่างไร ว่ามา”

“ไม่เอาอย่างไรเจ้าค่ะ เป็นท่านเองไม่ใช่หรือที่อยากให้ข้าหย่ากับบุตรชายของท่าน”

ฟางหมิงเยว่จับจ้องมองน้ำในถังตรงหน้าขณะเอ่ยตอบ ไม่แม้จะเงยมองผู้เป็นพ่อสามีด้วยไม่คิดจะรักษามารยาทกับคนสั่งฆ่านางเช่นนี้อีก

“เจ้าจะหย่าให้ลูกชายข้างั้นรึ” คังซานเหอหรี่ตามอง

“นั่นขึ้นอยู่กับข้อแลกเปลี่ยนว่าข้าจะพอใจแค่ไหน”

กล่าวจบหญิงสาวก็ยอมลุกขึ้นยืนมองไปยังพ่อสามี ทว่าแววตาของนางกลับมีเพียงความดำมืดจนยากที่จะคาดเดาได้ ผู้นำตระกูลคังจึงโยนหินถามทาง

“แล้วถ้าข้าไม่ให้อะไรเจ้าเลยเล่า”

“พ่อสามีลอบเข้าเรือนลูกสะใภ้ดึกดื่นเช่นนี้ จุ๊จุ๊ ไม่อยากคิดเลยว่า หากข่าวนี้แพร่ออกไป การค้าของท่านกับทางการจะเป็นเช่นไร” หญิงสาวพูดพลางใช้นิ้วม้วนผมตัวเองเล่น

“เจ้า!” นายท่านยกนิ้วสั่นเทาเพราะแรงโทสะชี้หน้าฟางหมิงเยว่ ก่อนจะสะบัดลงทันที

“ข้าต้องการจวนหนึ่งหลังแลกกับการออกจากจวนท่าน และเงินอีกหนึ่งพันตำลึงทองสำหรับการถูกลอบฆ่าถึงสองครั้งด้วย” ฟางหมิงเยว่กล่าวพร้อมส่งยิ้มหยอกเย้า แต่แฝงความร้ายกาจให้กับอีกฝ่าย

“ได้”

“ข้าจะด่าพวกท่านเช้าเย็น จนกว่านายน้อยจะไล่ข้าออกจากจวน”

“จะบ้ารึ จะออกก็ออกไป เหตุใดต้องด่าข้าด้วย” คังซานเหอขมวดคิ้ว

“ข้าแค่ด่า ไม่คิดส่งใครไปลอบฆ่าอย่างที่ท่านทำ ดังนั้นไม่ต้องคิดมาก แล้วที่ข้าต้องยอมเหนื่อยปากเพื่อด่าท่าน ก็แค่ต้องการให้บุตรชายของท่านทนข้าไม่ไหวแล้วเอ่ยปากไล่ข้าด้วยตัวเองก็เท่านั้น เอาละ อย่าพูดมาก ถือว่าข้าได้บอกกล่าวต่อท่านกับฮูหยินแล้ว จะได้ไม่โกรธจนกระอักเลือดตายไปเสียก่อน” ฟางหมิงเยว่เอ่ยอย่างเป็นต่อ

“ตกลง ขอแค่เจ้ายอมไปให้พ้นจวนข้าก็พอ”

หญิงสาวยิ้มกว้างพร้อมตะโกนในใจ

ดีล!!!!

ที่สุดพ่อบ้านก็ถูกชักรอกลงมาหลังจากพ่อสามีหายลับกลับเรือนหลักแล้ว

นี่นับว่าแก้ปัญหาการลอบฆ่าลูกสะใภ้ของพ่อสามีไปได้แล้วช่วงหนึ่ง แต่จะอย่างไรคืนนั้นฟางหมิงเยว่ก็ยังล้มตัวนอน โดยมีปลายเชือกมัดไว้กับปลายเท้าของตนเช่นเดิม

และถังน้ำกับผ้าหลายผืนก็ยังวางไว้ตรงปลายเตียง

ไม่ใช่อะไร นางกลัวโดนลอบวางเพลิงจนไฟคลอกตายคาเรือนน่ะ

ดังนั้นการนอนชิดติดริมหน้าต่างที่เปิดกว้าง พร้อมผ้าและถังน้ำใกล้ตัวเช่นนี้ก็ล้วนเพื่อเอาตัวให้รอดทั้งสิ้น

เช้าวันรุ่งขึ้น ฟางหมิงเยว่ดำเนินการตามแผนที่วางไว้ทันที

หลังจากแต่งหน้าทาชาดจนฉูดฉาดพอใจแล้ว นางก็เดินไปรับอาหารเช้าที่เรือนใหญ่ ซึ่งเยี่ยฉางเอ๋อเองก็มาถึงในเวลาเดียวกันพอดี

“คารวะฮูหยินน้อย”

ฟางหมิงเยว่พูดตามมารยาทปกติแต่คนฟังกลับรู้สึกว่ากำลังถูกอนุฟางกล่าวประชด ทว่าใบหน้างามที่แทบไม่ได้แต่งแต้มของฮูหยินคนใหม่ก็ยังประดับรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร

โอ๊ย! นางเอกมากแม่

ฟางหมิงเยว่ฮึ่มฮั่มอยู่ในใจ ก่อนจะยกยิ้มเสแสร้งให้อีกฝ่ายบ้าง แต่เมื่อเหลือบเห็นคังซิวเยี่ยนกำลังเดินมาไม่ไกลก็ตัดสินใจเล่นบทอนุผู้ร้ายกาจทันที

“โอ๊ย!”

เสียงร้องที่ดังขึ้น เกิดจากฟางหมิงเยว่ที่ยืนอยู่กับเยี่ยฉางเอ๋อดี ๆ จู่ ๆ นางก็แสร้งกระเด็นตัวเองออกไป ประหนึ่งถูกโดดถีบด้วยขาคู่ ดังนั้นสามีของนางจึงเห็นอนุถลาล้มกระแทกพื้น

...แน่นอนว่าย่อมล้มตรงจุดที่นางมองไว้แล้วว่าล้มตรงพท้นหญ้าหนานุ่มอย่างไรก็ไม่เจ็บตัวแน่ และทุกคนก็เห็นกันชัดเจนว่า ในยามนั้นไม่มีใครแตะตัวฟางอี๋เหนียงเลยแม้แต่น้อย

แล้วเหตุใด...

“เยว่เอ๋อ” คังซิวเยี่ยนปราดเข้ามาประคองสตรีผู้เป็นที่รักด้วยความห่วงใย

“ฮูหยินน้อย เหตุใดท่านถึงตบข้าเล่าเจ้าคะ” ฟางหมิงเยว่บีบน้ำตาที่ไม่มีจริง แล้วแกล้งทำเหมือนเจ็บเสียเต็มประดา

เยี่ยฉางเอ๋อมองสตรีที่สามีของตนประคองอยู่ด้วยความมึนงง มึนจนทำได้เพียงกะพริบตาปริบ ๆ เท่านั้น ด้วยมือสองข้างของนางยังถือถาดน้ำแกงอยู่เช่นนี้แล้วนางจะมีปัญญาเอามือข้างไหนไปตบอีกฝ่ายกัน

ดังนั้นไม่ว่าใครก็สมควรมองออกว่า ฟางหมิงเยว่กำลังปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อเรียกความเห็นใจจากสามี ด้วยการใส่ร้ายฮูหยินน้อย

แต่กระนั้นก็ยังมีคนโง่งมคนหนึ่งที่มองไม่ออก

“เยี่ยฉางเอ๋อเจ้าจะทำเกินไปแล้ว ถึงเจ้าจะเป็นเมียเอกแต่นางก็มาก่อนเจ้า จำไว้!”

ได้ยินคำพูดของผู้เป็นสามี ทักทายในร่างฟางหมิงเยว่ถึงกับหน้าบิดเบี้ยวจนไม่น่ามองอย่างที่สุด

พลันนึกถึงละครน้ำเน่าที่เคยดูในชาติก่อน พระเอกโง่งมที่ถูกเป่าหูได้ง่าย นางเอกโง่งมที่ไม่มีปากเสียง นางร้ายที่แสดงไม่เคยเนียนแต่พระเอกดันเชื่อทุกที

แล้วสุดท้าย พระเอกกับนางเอกก็รักกัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   บทส่งท้าย 2

    แม้จะถูกเคี่ยวกรำจากเจ้าบ่าวตลอดคืน หญิงสาวก็ยังพยายามลุกขึ้นจากเตียง เพื่อจะเตรียมตัวไปคารวะพ่อแม่สามีทว่าผู้อาวุโสทั้งสองกลับให้สาวใช้มาแจ้งว่า ห้ามบ่าวสาวออกจากเรือนหอจนกว่าจะครบสามวันหญิงสาวนึกกังวลทันที ...ไม่ใช่ว่าร่างเก่าเองก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาแล้วหรอกหรือไม่ให้ไปเคารพพ่อแม่สามีไม่ให้ร่วมโต๊ะอาหารอนุญาตให้อยู่ได้เพียงในเรือนหลังเล็กเท่านั้นแต่แม้จะเริ่มกลัดกลุ้ม คนเกิดใหม่มาแล้วสองครั้งเช่นนาง ย่อมจะสลัดความกลุ้มเพื่อเตรียมรับมือทักทายตัวแม่จะแคร์ เพื่อ…แม้จะรู้สึกลึกซึ้งกับจวางโม่เฟิงสุดจิตสุดใจ มีความผูกพันต่อกันมาหลายสิบปี แต่หากบิดามารดาของจวางโม่เฟิงเป็นเหมือนพ่อแม่ของคังซิวเยี่ยน เฉินเยว่ก็ไม่ลังเลที่จะขอหนังสือหย่าแล้วออกไปมีชีวิตเป็นของตนเองเจ็บแต่จบ ไม่ต้องให้มีแผลเรื้อรังทว่านางกังวลใจได้ครู่เดียว ก็ถูกสามีหนุ่มสองร้อยปีผู้ไม่เคยลิ้มลองรสหวานของดอกไม้ลุกขึ้นมาตามตัวให้กลับไปเอนร่างลงบนเตียงอีกแล้ว...เซียนหนุ่มผู้แสนเอาแต่ใจ เมื่อได้ลองลิ้มชิมรสหวานของกลีบดอกไม้ ก็ติดใจจนเรียกร้องอย่างไม่รู้อิ่มแล้วดังนั้นไม่ต้องรอใครห้ามไม่ให้ออกไปไหน เฉินเยว่ก็ถูกจว

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   บทส่งท้าย

    ณ ชายขอบดินแดนเซียน มีครอบครัวตระกูลเฉินตั้งรกรากอยู่เป็นครอบครัวที่ไม่วุ่นวายอะไร ไม่มีการเมืองหลังบ้านให้ทุกคนปวดหัวเพราะนายท่านเฉินมีภรรยาคนเดียว จึงมีลูกดกหัวปีท้ายปีนับได้ถึงสิบสองคน ทำให้ครอบครัวนี้ยากจนอย่างยิ่ง เพราะต้องเลี้ยงดูหลายปากหลายท้องแต่โชคดีที่เมื่อบุตรชายหญิงทุกคนเติบโตขึ้น พวกเขาล้วนไม่ทอดทิ้งบิดามารดา ลูกทุกคนมีความกตัญญูอย่างยิ่ง ต่างช่วยกันทำมาหากินเพื่อจุนเจือครอบครัว กระทั่งช่วงสิบปีหลัง ครอบครัวของพวกเขาเจริญรุ่งเรืองขึ้นทันตา ไม่ว่าจะหยิบจับอันใดล้วนประสบความสำเร็จ...ราวกับสวรรค์ประทานพรลงมาให้จนผ่านมาอีกหลายปี ลูกทุกคนเติบใหญ่มีครอบครัวของตนเองกันหมดแล้ว ฮูหยินของตระกูลเฉินที่อายุย่างเข้าเลขสี่ ถึงกับตั้งครรภ์ขึ้นอีกครั้งลูกหลงคราวนี้ เป็นทารกหญิงที่สวยงามราวเทพปั้น โดยเฉพาะดวงตาของนางที่ส่องประกายสดใสตั้งแต่แรกเกิด จึงได้รับชื่อว่า เยว่ แปลว่า พระจันทร์ส่องสว่างยามค่ำคืนนั่นเพราะนางเป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องลงกลางใจของครอบครัวเฉินทุกคนเฉินเยว่เติบโตท่ามกลางความรักความเอ็นดู ทั้งยังเป็นเด็กเฉลียวฉลาดมาก ไม่ว่าเรื่องใดผ่านตา นางจะเรียนรู้และจดจำได้รวดเ

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 59

    ข้า ฟางหมิงเยว่ จะวางยาพิษ หลี่เซียวปิง โดยข้าได้บอกกล่าวให้กับหลี่เซียวปิงรับรู้ และสั่งให้นางเตรียมยาแก้พิษไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากผิดพลาดถึงตายขึ้นมา ข้าฟางหมิงเยว่ไม่รับผิดชอบใด ๆ เด็ดขาด และเมื่อถูกจับได้แล้วฟางหมิงเยว่จะไม่ถูกตัดสินลงโทษแต่อย่างใดยกเว้นโทษเดียว นั่นคือขับออกจากตระกูลคังห้ามแจ้งทางการ รวมทั้งนายท่านคังและฮูหยินใหญ่ ต้องจ่ายเงินค่าวางยาพิษครั้งนี้ เป็นจำนวนห้าร้อยตำลึงทองให้กับฟางหมิงเยว่ โดยต้องจ่ายทันทีที่ยอมรับเงื่อนไขบิดามารดาเห็นเขาเป็นคนโง่ หลอกเขาทุกอย่าง!แม้แต่การวางยาพิษในวันนั้นก็เป็นเรื่องหลอกลวงหรือนี่เพียงเพื่อกำจัดผู้หญิงคนเดียวที่เขารักให้พ้นทาง จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ ตัวเขาเองยอมทุกอย่างแล้วยอมแต่งงานกับเยี่ยฉางเอ๋อ ยอมปลดฟางหมิงเยว่เป็นอนุพวกเขายังเลือกจะฆ่านาง สตรีอ่อนแอคนเดียว ซ้ำยังไร้อำนาจตระกูลหนุนหลัง เหตุใดต้องกำจัดทิ้งเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ และตอนนั้นเองที่เหมือนคังซิวเยี่ยนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ชายหนุ่มลุกไปเปิดกล่องใบเก่าที่ไม่ได้เปิดมานับสิบปีแล้วหยิบกระดาษในกล่องนั้นออกมาวางลงเคียงกัน...เพื่อเปรียบเทียบลายม

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 58

    ร่างของคังซิวเยี่ยนที่ยังยืนมองไปรอบ ๆ นึกขัดใจว่า เหตุใดตนเองถึงไม่ตื่นขึ้นเสียที แต่อีกใจก็คล้ายจะอยากรู้ว่า มีอะไรที่เขาไม่รู้ เกิดขึ้นต่อไปอีกหรือไม่โดยไม่คาดคิด ชายหนุ่มมองไปเห็นเงาดำสองคนย่องเข้ามาในบริเวณเรือนเล็ก ท่าทางของเงาทั้งสองคล้ายกำลังมองรอบเรือนเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่า ทุกคนหลับสนิทแล้วเช่นนั้นแหละจากนั้น เขาเห็นเงาสองร่างลอบเข้ามาถึงในห้องนอน ...ที่เจ้าของห้องสองคนกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงร่างในชุดดำพยักหน้าให้กัน ก่อนเข้ามาช่วยหามร่างของฟางหมิงเยว่ แล้วพาเดินออกไปถึงสระบัวอย่างไม่มีความลังเลในการกระทำนั้นเลยเพียงครู่เดียว ชายหนุ่มก็เห็นร่างอดีตฮูหยินถูกโยนลงสระน้ำอย่างตั้งใจให้ออกไปไกลขอบสระอย่างที่สุดคังซิวเยี่ยนยืนมองทุกการกระทำอย่างตกใจแต่ไม่คิดจะยับยั้ง เพราะชายหนุ่มยังเข้าใจว่า ทั้งหมดคือความฝัน จึงทำแค่เดินตามคนร้ายทั้งสองไปเรื่อย ๆ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง เมื่อพบว่าชายทั้งคู่กำลังตรงไปยังเรือนใหญ่ของบิดาเขาเมื่อคังซิวเยี่ยนตามเข้าไปด้านในเรือนบิดาแล้วก็เห็นชายชุดดำทั้งคู่ปลดผ้าคลุมหน้าออก ชายหนุ่มถึงกับผงะถอยหลังเมื่อเห็นว่า ชายชุดดำไม่ใช่ใครที่ไหนเลยเป็

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 57

    ก็ตอนนี้นางเป็นเพียงวิญญาณที่ไม่สามารถหยิบจับอะไรได้แล้วนี่นา...จวางโม่เฟิงไม่ตอบคำ เพียงเดินไปหยิบกระดาษพู่กันมา แล้วก็นั่งลงเขียนตามคำบอกของวิญญาณสาวในทันทีเนื้อความในจดหมายก็แค่ระบุว่า นางประสงค์จะยกกิจการในนามของฟางหมิงเยว่ทั้งหมด ให้กับตระกูลฟาง ยกเว้นโรงงานแคบหมูที่หมู่บ้านแห่งนี้เท่านั้นที่ยกให้กับบ่าวคนสนิททั้งสอง และท้ายจดหมายก็ระบุเพียงว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพราะ...ฟางหมิงเยว่ออกเดินทางไกลไปกับจวางโม่เฟิงแล้ว และจะไม่หวนคืนมาอีกเมื่อเขียนเสร็จแล้วก็บอกให้เขานำไปวางไว้บนเตียงนอนของนาง“ไปกันเถอะ ข้าพร้อมแล้ว”ทักทายทำหน้าทะเล้นอย่าง...ไปไหนไปกันได้เลย...ท่านพี่แต่พอชำเลืองมองชายตรงหน้าก็แอบขนลุกชันขึ้น ...ไม่ใช่ว่าเขาอ่านความคิดของนางได้นะแล้วนี่จะไปกันอย่างไร ต้องลอยละลิ่วไปในอุโมงค์มืด ๆ แบบอวกาศเวิ้งว้างเหมือนอย่างที่เคยดูในสารคดีหรือเปล่านะ...แล้วถ้าเผื่อพลัดหลงกันกลางทางเล่า...ชายหนุ่มหัวเราะเล็กน้อยแล้วสายหน้าเบา ๆ อย่างนึกขำ ก่อนจะสะบัดมือทีหนึ่งในที่สุดไม่นานจวางโม่เฟิงก็พาวิญญาณสาวยุคใหม่มาปรากฏขึ้นในเรือนของซูม่อหยวนที่บัดนี้รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้น จาก

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 56

    “เจ้าไม่ใช่เจ้าของร่างนี้ ใช่หรือไม่”ฟางหมิงเยว่พยักหน้าหงึก ๆ อย่างยอมรับความจริง และเมื่อหันไปหมายจะทรุดนั่งเพื่อพูดคุยกัน ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างที่ตนอาศัยนานหลายปี ล้มกองคล้ายสิ้นลมหายใจอยู่กับพื้นแล้ววิญญาณของทักทายตกใจครู่หนึ่งก่อนจะรีบสงบสติอารมณ์ ตัวนางเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ยังจะต้องคิดมากไปไย...แม้จะแอบกลัวอยู่บ้างก็เถอะ“เจ้าคงรู้ว่าข้าเป็นเซียน”วิญญาณหญิงสาวพยักหน้าอีกครั้ง ต่อให้ก่อนหน้านี้ไม่แน่ใจนัก แต่ตอนนี้มั่นใจอย่างมากแล้วว่า นอกจากจะไม่แก่เฒ่าแล้วชายคนนี้ยังเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างกับซูเปอร์แมนด้วย และนี่ถึงกับมองเห็นนางที่เป็นเพียงดวงวิญญาณอีกคิดแล้วก็ชำเลืองมองร่างไร้วิญญาณที่ตนเคยสิงอยู่เป็นระยะ ๆ ทันใดก็รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกถึงตอนนี้จะเป็นวิญญาณอีกครั้งแล้ว แต่นางก็ยังกลัวผีอยู่ดี...แต่ก็แอบนึกปลอบตัวเองว่า ไม่มองก็ไม่กลัว ดังนั้นก็ต้องไม่มอง“ส่วนเจ้า เดิมเป็นวิญญาณที่ควรไปเกิดในโลกเซียนแต่มีเหตุผิดพลาดขึ้น ทำให้วิญญาณเจ้าของร่างนี้หลุดไปอาศัยร่างของเจ้าเพื่อเกิดใหม่ วิญญาณเจ้าจึงต้องมาสวมร่างของนางแทนเช่นกัน”รูปร่างหน้าตาของวิญญาณในตอนนี้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status