ログインทว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้เรียกร้องหรือข่มเหงน้ำใจเธอเหมือนอย่างที่เธอเคยเจอมา เขาให้เวลาหญิงสาวได้ปรับตัว เตรียมตัวเตรียมใจถึงสามเดือนกว่าจะมีคืนแรกด้วยกัน
ปภังกรกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ในเวลาสี่ทุ่มเศษเมื่อเขาพลิกข้อมือดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรู ที่ด้านนอกมีแสงไฟวอร์มไลฟ์ที่เปิดไว้เป็นบางจุดทำให้บรรยากาศภายในสลัวนวลตา แต่ที่ทำให้เขาต้องรีบสาวเท้าเข้าไปดูในห้องนอนนั่นก็คือความเงียบที่เหมือนไม่มีคนอยู่ในนี้ต่างหาก ครั้นเปิดประตูเข้าไปก็พบเจอกับความมืดที่แทบจับทางเดินไม่ถูกหากไม่มีความคุ้นเคยกับห้อง ไอเย็นที่ไร้เสียงที่แผ่กระทบร่างกายทันทีที่เปิดประตูทำให้รู้ว่ามีคนอยู่ในห้องเขาจึงเอื้อมมือกดเปิดสวิตช์ไฟที่อยู่ข้างประตู เมื่อทั้งห้องสว่างขึ้นชายหนุ่มจึงได้เห็นว่าบนเตียงนอนขนาดคิงไซซ์มีก้อนบางอย่างอยู่กลางเตียง รอยยิ้มชนิดหนึ่งแวบผ่านใบหน้าที่เอาแต่นิ่งเฉยในยามปกติ เมื่อเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ จึงได้เห็นส่วนใบหน้าที่โผล่พ้นผ้าห่มที่พันรอบตัวออกมา สภาพหลับสนิท
“นอนกินที่แบบนี้แล้วฉันจะนอนยังไง”
เสียงบ่นพึมพำ คล้ายกับว่าถ้าพูดดังกว่านี้คนที่หลับอยู่จะตื่นขึ้นมา ร่างสูงยืนทอดสายตามองดวงตาที่ปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ ริมฝีปากนุ่มละมุนเผยอออกเล็กน้อยยามเจ้าตัวอยู่ในภาวะหลับใหล ไม่รู้ป่านนี้ฝันไปถึงไหนต่อไหน ก่อนจะพรูลมหายใจพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่อยากสลัดทิ้งออกมาด้วย
อืม ทำตัวให้แย่เข้าไว้เวลาจบจะได้จบง่าย ๆ ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์
ปภังกรก็พาตัวเองเข้าไปชำระร่างกายในห้องน้ำและสวมกางเกงนอนผ้าเนื้อนิ่มเพียงตัวเดียวเดินกลับมาที่เตียง กลิ่นหอมจาง ๆ จากครีมอาบน้ำยี่ห้อดังฟุ้งกระจายออกมาจากร่างสูงกำยำ ชายหนุ่มต้องระบายลมหายใจออกอีกคราเมื่อกลับมาคราวนี้คนที่นอนกินพื้นที่อยู่ก่อนแล้วยิ่งกางแขนกางขาออกเหมือนจงใจกลั่นแกล้งไม่อยากให้เขานอนด้วย
บนเพนต์เฮาส์มีห้องนอนอื่นที่สามารถเข้าไปใช้งานได้เลยอยู่อีกสองห้อง แต่เขาก็ไม่เลือกที่จะไปนอนเพราะรู้สึกไม่คุ้นชินกับห้องใหม่ เขาชอบที่จะนอนอยู่ในห้องนี้ บนเตียงเตียงนี้ บางครั้งบางคราววาดแขนออกไปก็สัมผัสกับร่างนุ่มนิ่มที่ต้องดึงเข้ามากกกอดไว้ สูดดมกลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะของเธอที่ติดแนบใจอยู่ยาวนาน ทั้งที่ควรจะเบื่อได้แล้วแต่ก็ไม่ มันกลับเป็นความเคยชินที่ทุกคืนต้องมีหมอนข้างนุ่มหอมใบนี้มากอด
ลมหายใจถูกระบายออกอีกครา เพียงแค่เขาโน้มลงไปช้อนร่างบอบบางของเธอที่เบาเหมือนปุยนุ่นไปวางไว้อีกฝั่งของเตียงให้พอมีเนื้อที่เหลือก็จบปัญหาไม่มีที่นอนแล้ว จะย้ายห้องทำไมให้ยุ่งยากเสียเวลา
ว่าแล้วชายหนุ่มก็จัดการยัยจอมแก้งด้วยวิธีที่เขาคิด มีเสียงหายใจแรงออกมาคล้ายไม่พอใจเมื่อมีการถูกเนื้อต้องตัว
“นี่เธอนอนกินที่มากเกินไปแล้วนะ ถ้าไม่อยากให้กวนเวลานอนทีหลังก็นอนให้มันดี ๆ”
“โอ๊ย แล้วทำไมเฮียกั้งไม่หาที่นอนตรงอื่นล่ะ”
คนถูกรบกวนการนอนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ทั้งที่เวลานี้ยังไม่ดึกมากนักเธอจะรีบนอนอะไรนักหนา จอมแก้วขยับตัวไปอีกเล็กน้อยพร้อมกับดึงผ้าห่มมาห่อตัวไว้อย่างมิดชิดถึงคอ เป็นสัญญาณบอกว่าคืนนี้ เธอจะนอน นอน และนอนเท่านั้น ห้ามรบกวน
เมื่อยึดคืนพื้นที่การนอนตัวเองกลับมาได้แล้วชายหนุ่มก็ทอดกายลงนอน อึดใจต่อมาก็ชำเลืองสายตามองคนข้าง ๆ ที่นอนหันหลังให้แถมยังห่อตัวเหมือนดักแด้ อืม ให้มันได้อย่างนี้ คืนนี้เขาก็ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเธอเหมือนกัน
เช้าวันต่อมาหมอนข้างของเขาตื่นนอนก่อนและลุกออกไปเตรียมอาหารเช้า หลังจากนั่งกินมื้อเช้าพร้อมกันแล้วปภังกรก็เข้าบริษัท ส่วนจอมแก้วบอกเขาว่าช่วงบ่ายจะเข้าไปดูบัญชีที่คลับ นอกจากหญิงสาวจะเป็นผู้หญิงของเขาแล้วเธอยังทำงานกินเงินเดือนประจำด้วยการเป็นพนักงานบัญชีของคลับให้กับชายหนุ่มอีกด้วย
“งั้นตอนเย็นก็เจอกันที่คลับ”
“ค่ะ”
^ ^ ^ ***โปรดติดตามด้วยนะค้า เรื่องข้างหน้าอีกยาวไกล“แล้วจะหยอดกระปุกออมสินหมูยังไงล่ะ”ปภังกรเอ่ยกับลูกชายอย่างขำ ๆ เมื่อเห็นเลขศูนย์ยาวเป็นพืด“แบบนี้ต้องเก็บไว้ในธนาคารลูก ถ้าเก็บในออมสินหมูของลูก ให้หมูยักษ์สิบตัวก็ใส่ไม่หมดครับ”จอมขวัญน้อยเห็นพี่ชายได้ซองสีแดง ๆ ก็อยากได้บ้าง จึงเดินเตาะแตะไปหาอากง แบมือน้อย ๆ ขอ ทุกคนมองตามด้วยความเอ็นดู อากงยกหลานสาวขึ้นมานั่งบนตัก“ของไจไจ๋ก็มีลูก นี่ไง”ยื่นซองสีแดงใส่มือน้อยขาว ๆ เด็กหญิงยิ้มดีใจจนเห็นฟันซี่เล็กข้างบนสี่ซี่และข้างล่างอีกสี่ซี่ มือเล็กป้อมโบกซองไปมา“ธุจ้าขอบคุณอากงก่อนลูก” เสียงจอมแก้วบอกลูกสาวที่กำลังโบกซองแดงอย่างสนุก“ธุจ้า” เสียงเด็กน้อยพูดพร้อมกับประกบมือป้อมเข้าหากันเจ้าสัวหอมแก้มหลานอย่างรักใคร่ก่อนจะอุ้มหลานสาวตัวน้อยลงจากตัก“เอาไปให้มาม้าเก็บไว้ให้นะลูก”เด็กหญิงเดินดุ๊กดิ๊กกลับมาหามารดา ส่งเสียง ‘มาม้า อะ’ พร้อมกับยื่นซองให้แม่ จอมแก้วรับซองมาเก็บใส่กระเป๋าไว้เช่นเดียวกับของลูกชาย มองดูเจ้าจุนวิ่งไปรับซองแดงจากเจ็กอี้และโกวอันต่อเป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวมีความสุขและอยู่กันพร้อมหน้าซึ่งไม่ได้นับรวมถึงเหม่ยชุ่ยมารดาของสุริยกุลและสุพิศรา ไม่มีการพูดถึงเรื่องที่ต้อ
ปภังกรกับจอมแก้วมีโซ่ทองคล้องรักด้วยกันสองคนแล้ว เวลาส่วนตัวของทั้งสองคนที่จะแสดงความรักต่อกันก็จะเป็นช่วงที่ลูกทั้งสองเข้านอนซึ่งกำหนดไว้ไม่เกินสองทุ่ม หลังจากสองทุ่มมีบ้างที่ชายหนุ่มจะชวนภรรยาที่ยังสาวและสวยออกไปนั่งจิบไวน์เคล้าเสียงเพลงข้างนอกบ้าง เติมความหวานระหว่างกัน ค่ำคืนนี้ก็เช่นกันคุณพ่อยังหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินเข้มกางเกงชิโนสีกากีทรงสลิมเข้ารูปและคุณแม่ที่ยิ่งมีลูกก็ยิ่งสวยสวมเดรสสีครีมยาวคลุมเข่าต่อใต้อกดีไซน์เก๋โชว์ไหล่มนสวยแอบย่องออกจากบ้านหลังลูกหลับเพื่อมาสวีตกันสองคนโต๊ะอาหารถูกจองไว้แล้วเมื่อชายหนุ่มหญิงสาวมาถึง“จำได้มั้ยครั้งแรกที่เรามานั่งดินเนอร์กันที่นี่”บรรยากาศโรแมนติกชวนให้คิดถึงความหลัง“จำได้ค่ะ ตอนนั้นทำไมเฮียถึงพาจอมขึ้นมากินอาหารหรู ๆ บนนี้ล่ะคะ”“ก็เฮียอยากพาจอมมากินของดี ๆ อร่อย ๆ ไง”“แค่นั้นจริง ๆ เหรอ”ภรรยาเอียงหน้ามอง เพราะคิดว่าเขาต้องมีอะไรมากกว่านั้น“ก็มีอีกเรื่อง เฮียอยากให้จอมประทับใจในตัวเฮีย”จอมแก้วหัวเราะคิก “ก็ประทับใจอยู่แล้ว”“ก็อยากให้ประทับใจมากขึ้นอีก รักเฮียหลงเฮีย”“รักค่ะ แต่ไม่หลงหรอก”“ตอนนั้นไม่หลง ตอนนี้หลงหนักใ
จอมแก้วเก็บความดีใจไว้จนกระทั่งลูกชายนอนหลับแล้วจึงบอกข่าวดีให้สามีฟัง หญิงสาวสวมชุดนอนบางเบากึ่งนั่งกึ่งนอนรอเขาอยู่บนเตียงระหว่างชายหนุ่มอาบน้ำ ซ่อนความดีใจไว้ในรอยยิ้มอิ่มเอม ทว่าปภังกรไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร เพราะตลอดเวลาตั้งแต่ที่จอมแก้วยอมคืนดีกับเขา ชายหนุ่มก็ทำทุกอย่างให้เธอมีความสุขจนยิ้มได้ทั้งวัน ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำ สวมเพียงกางเกงนอนขายาวเนื้อนุ่มเพียงตัวเดียว อวดรูปร่างสวยงามสมบูรณ์แบบที่น่าหลงใหล“เสร็จแล้วเหรอคะ”“อืม”ตอบแล้วก็ก้าวขึ้นมานั่งบนเตียง มองภรรยาคนสวยด้วยแววตาแพรวพราวสื่อความหมาย ก่อนจะเริ่มโน้มตัวเข้ามา จอมแก้วยกมือขึ้นดันอกแกร่งไว้ เอนตัวออกมองหน้าเขาแล้วยิ้ม“เดี๋ยวค่ะเฮีย”“คืนนี้เฮียหิวมากเลยนะ”ปภังกรนั้นขยันทำการบ้านไม่มีตกหล่น ร้อนแรงสม่ำเสมอไม่มีแผ่ว“จอมมีอะไรให้เฮียดู”“หืม...”บอกแล้วจอมแก้วก็เอื้อมมือไปหยิบที่ทดสอบการตั้งครรภ์ซึ่งซุกไว้ใต้หมอนชูให้เขาดู ริมฝีปากอิ่มสวยข่มรอยยิ้มแห่งความดีใจไว้ไม่ไหว มือหนารับมาดูใกล้ ๆ ด้วยตาตนเอง แค่เห็นขีดแดงสองขีดเขาก็รู้ความหมาย“จอม มาแล้วเหรอ” เอ่ยถามด้วยความดีใจจอมแก้วพยักหน้า“จะเป็นพ่อลูกสองแล้วนะเฮ
เจ้านายหนุ่มรับเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้กับชุมพลและลุจี บ่าวสาวไม่ต้องการให้เป็นงานใหญ่ที่มีพิธีการมากมายเพราะผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่มีแค่ยายลินจงของลุจี ส่วนชุมพลนั้นเป็นเด็กกำพร้า พ่อและแม่เสียชีวิตพร้อมกันจากอุบัติเหตุทางน้ำและมีหลวงลุงเลี้ยงมาจนโต ในงานจึงมีแต่คนรู้จักที่สนิทสนมกันดี บรรดาเพื่อนฝูงสมัยเรียน เพื่อนร่วมงานของลุจีจากที่ทำงานเก่าและเพื่อนของบ่าวสาวจากอมรทรัพย์ไวเออร์แอนด์เคเบิล ศาสตราและอาจองมาร่วมแสดงความยินดีด้วย และแอบบ่นที่เจ้านายกับลูกน้องคู่นี้พากันแต่งงานมีครอบครัวไปกันหมดทิ้งคนโสดอย่างพวกเขาสองคนให้ตามหาคนที่ใช่กันต่อไปสามเดือนต่อมาขณะที่ชายหนุ่มกำลังแต่งตัวอยู่หน้า Walk-in Closet เขาก็เหลือบตาขึ้นมองตู้เก็บกระเป๋าของภรรยาที่มีแต่ของแบรนด์เนม ริมฝีปากหยักอมยิ้มก่อนคิ้วหนาจะขมวดเข้าหากัน ครั้นเห็นจอมแก้วเดินเข้ามาส่องกระจกดูความเรียบร้อยก่อนจะออกไปส่งลูกไปโรงเรียนพร้อมกันก็เอ่ยถาม“ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่เห็นจอมไปชอปกระเป๋าเลย” เพราะของที่อยู่ในตู้มีเพียงใบเดียวที่เป็นของใหม่ นอกนั้นยังเป็นของชุดเดิมที่จอมแก้วเคยซื้อสมัยที่ยังอยู่กับเขา แต่ตั้งแต่แต่งงานและเธอย้ายกลับเข
จอมแก้วมองหน้าสามีที่ตัดสายโทรศัพท์ไป“ไม่มีตุ๊กตากั้งกอดนอน ลูกต้องงอแงคืนนี้ทั้งคืนแน่เลยค่ะ”“มีทั้งอากง อาเจ็ก อาโกว ไหนจะอี๊จูอีก เฮียว่าไม่เป็นไรหรอก ยังไงลูกก็อยู่ได้ แล้ววันนี้ก็ไม่ได้นอนกลางวันด้วย เล่นสนุกทั้งวัน น่าจะเหนื่อยจนหลับก่อนถึงบ้านอากงอีกมั้ง”เขาพูดอย่างมั่นใจ ในขณะที่คนเป็นแม่ยังกังวลและเกรงใจคนที่รับภาระดูแลลูกแทนในคืนนี้ แถมยังไม่มีตุ๊กตาแสนรักที่ต้องกอดนอนทุกคืน เธอรู้ดีว่าการที่เด็กติดตุ๊กตาน้องเน่า พี่หมอนเน่า หรือผ้าห่มเปื่อย ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตตามปกติของเด็กเล็ก เพราะมันเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัยและสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ ซึ่งพอเลยสามขวบไปแล้วก็ควรจะค่อย ๆ ลดลง สำหรับเจ้าจุน ‘กั้งเยิน’ ตัวนี้เป็นเพื่อนที่ทำให้รู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน และมีความสุข ไม่ได้ต้องถือติดมือตลอดเวลา แต่ที่ต้องกอดนอนน่าจะเป็นความคุ้นชิน เด็กบางคนติดของใช้ที่คุ้นเคยเพื่อทดแทนความรู้สึกที่ต้องห่างจากพ่อแม่เพราะจะทำให้เขารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย แต่ลูกของเธอไม่เคยขาดความรักความเอาใจใส่จากแม่และพ่อ อืม...คงจะเป็นประสบการณ์ใหม่ของลูกที่จะได้เรียนรู้ว่าต่อให้ไม่ต้องมีพ
“ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงอนาคตอะไรน่ะนะ รู้แต่ว่าชอบ อยากทำ อยากเปย์จอมแค่คนเดียว พออยู่นานเข้าก็ยิ่งไม่อยากให้ไปไหน”“ถ้ามีคนมาบอกว่าจอมไม่มีอะไรเหมาะสมคู่ควรกับเฮียล่ะ”“ก็ช่างหัวมัน แต่ถ้ามันทำให้จอมรำคาญใจมาบอกเฮีย เฮียจัดการให้”“เฮียขาโหด”“ใครมาทำให้เมียเฮียรำคาญ มันได้โดนดีแน่”ทั้งสองคนพูดเล่นหยอกล้อกันก่อนเขาจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบอก คราวนี้อยากจะเอาจริง ๆ แล้ว“จอม”“...”“คืนนี้เฮียขอได้มั้ย”จะได้มั้ยวะกู?จอมแก้วหลบสายตาก่อนจะกลับมาสบตากันใหม่ แกล้งถาม“จะขออะไรล่ะ”“รู้อยู่แก่ใจ”หญิงสาวอดหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นสายตาที่กำลังบอกว่าที่ผ่านมาเขาแห้งเหี่ยวเหลือเกิน“นะ ให้เฮียเถอะ จะตายอยู่แล้ว”“ยังไม่ได้อาบน้ำ ล้างหน้าล้างตาเลย”“เอาก่อนทีนึงแล้วค่อยไปอาบน้ำพร้อมกัน”จอมแก้วไม่รู้จะพูดอะไรเลยตอนนี้ ดูหน้าเขาแล้วทั้งน่าสงสารและน่าหมั่นไส้ไปพร้อมกัน เธอไม่ปฏิเสธก็แปลว่าอนุญาต ทันทีนั้นริมฝีปากหยักที่อดอยากไม่เคยได้สัมผัสกับสิ่งที่โหยหามาเลยกว่าสี่ปีก็ประทับลงบนกลีบปากนุ่มอย่างอ่อนโยน แม้ข้างในจะร้อนรุ่มเพราะไฟรักที่อัดแน่นสุมทรวงแต่เขาก็ไม่ตะกรุมตะกราม ค่อย ๆ
จอมแก้วเข้ามาดูบัญชีที่คลับในเวลาบ่ายโมงครึ่ง เธอได้รับความไว้วางใจจากปภังกรผู้ที่ถือหุ้นมากที่สุดของคลับนี้ให้เป็นคนคุมบัญชีตั้งแต่ปีแรกที่เธอเอาตัวมาอยู่กับเขา หญิงสาวจบมาทางสายบัญชีโดยตรงจึงทำบัญชีและงบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในร้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง หลังจากนั่งตรวจบัญชีไปสักพักจอมแก้วก็ลุกไปเข้าห
เมื่อต้นปีที่จอมแก้วบอกจะไปจากเขา เขาบอกกับเธอว่า“อย่าเพิ่งไป อยู่ด้วยกันต่อก่อนจะรีบไปไหน”“แล้วเฮียกั้งจะให้จอมอยู่ไปถึงเมื่อไหร่ จอมอยากออกไปใช้ชีวิตของจอมบ้าง”“ก็จนกว่า...ฉันจะแต่งงานกับเจ้าสาวของฉันไงล่ะ ฉันขอให้เธออยู่ต่ออีกปีเดียว”“แล้วถ้าจอมไม่อยากอยู่กับเฮียแล้วล่ะ”จอมแก้วถามด้วยสีหน้า
ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร ผิวหน้าขาวเนียนริมฝีปากแดง ผิวขาวจัดตามเชื้อชาติ รูปร่างสูงสง่าได้สัดส่วนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศ ไม่ว่าจะแต่งตัวเป็นทางการหรือลำลองก็ดูดีมีรสนิยมชายหนุ่มนั่งรับประทานอาหารเงียบ ๆ กระทั่งสเต็กหมดจานก็ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเป็นอันว่าอิ่ม หยิบผ้าขึ้นมาซับริมฝีปา
จอมแก้วเข้าไปสั่งอาหารรอในร้านแล้ว อยู่กันมาสามปีกับอีกหกเดือนเธอรู้ใจเขาหมดว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ก็อีกบทบาทหนึ่งของเธอคือผู้ช่วยส่วนตัวเขานี่นาหญิงสาวสั่งสเต็กเนื้อวากิวให้เขา เมื่อชายหนุ่มเข้ามานั่งก็บอกพนักงานให้นำอาหารมาเสิร์ฟได้เลยส่วนตัวเธอซึ่งรับประทานอิ่มแล้วระหว่างรอก็นั่งยิ้มมองเฉย ๆ ทำให







