เข้าสู่ระบบเมื่อต้นปีที่จอมแก้วบอกจะไปจากเขา เขาบอกกับเธอว่า
“อย่าเพิ่งไป อยู่ด้วยกันต่อก่อนจะรีบไปไหน”
“แล้วเฮียกั้งจะให้จอมอยู่ไปถึงเมื่อไหร่ จอมอยากออกไปใช้ชีวิตของจอมบ้าง”
“ก็จนกว่า...ฉันจะแต่งงานกับเจ้าสาวของฉันไงล่ะ ฉันขอให้เธออยู่ต่ออีกปีเดียว”
“แล้วถ้าจอมไม่อยากอยู่กับเฮียแล้วล่ะ”
จอมแก้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง เธออยากจะออกไปใช้ชีวิตอิสระของเธอเต็มทีแล้ว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าใกล้ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้น แววตาที่เห็นประกายความขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นเอาจริง เอ่ยว่า
“ถ้าเธอไม่ยอมอยู่ตามที่ฉันสั่ง สิ่งของที่เธอได้มาฉันจะยึดให้หมด รวมถึงอายัดเงินในบัญชีทุกบัญชีที่เธอมี ถ้าจะไปก็ไปแต่ตัว”
“เฮียกั้ง! เฮียนี่มัน...”
จอมแก้วโกรธจนมือสั่น อยากตะกุยอกแกร่งผู้ชายคนนี้ให้ทะลุลงไปถึงหัวใจ อยากจะเห็นหัวใจของเขานักว่ามันทำด้วยอะไร เป็นสีอะไร ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้
“อย่าคิดหนีจากฉันถ้าฉันไม่อนุญาตยัยจอมแก้ง ฉันสร้างเธอได้ ฉันก็ทำลายเธอได้เหมือนกัน แล้วถ้าฉันทำลายรับรองเธอไม่เหลือแม้แต่ซากแน่”
“เฮียมันตัวร้ายชัด ๆ ไม่เคยคิดว่าเฮียจะใจร้ายขนาดนี้”
“หึ ก็ฉันไม่ชอบเล่นบทพระเอก เรื่องเมตตาคนที่ไม่มีประโยชน์ ฉันไม่นิยม”
แยกกับจอมแก้ว ปภังกรก็ไปพบกับกลุ่มเพื่อนสนิทที่คลับแห่งหนึ่งซึ่งเขาเป็นหุ้นส่วนอยู่และที่คลับแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ทำให้เขาได้เจอกับจอมแก้ว
ในวันนั้นหญิงสาวสวมชุดสั้นเข้ารูปสีดำปักเลื่อมระยับ ปล่อยผมที่ม้วนเป็นเกลียวแบบมีวอลลุมแต่งหน้าเข้มให้เข้ากับบรรยากาศแสงสี เธอเดินเข้ามาบริการเขาด้วยท่วงท่าเชิญชวน แววตาออดอ้อน
“เฮียช่วยหนูหน่อยได้มั้ยคะ”
ขึ้นต้นบทสนทนาด้วยประโยคร้องขอแบบไม่อ้อมค้อม
“ให้ช่วยเรื่องอะไร”
“ช่วยคุ้มครองหนูหน่อยค่ะ หนูถูกเจ้าหนี้นอกระบบที่หนูไม่ได้มีส่วนกู้อะไรเลยตามล่า ถ้าพวกมันจับหนูได้หนูไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ช่วยหนูหน่อยนะคะ แล้วหนูจะยอมทุกอย่าง”
“หึ ยอมทุกอย่างเลยหรือ...”
แววตาของเขาบ่งบอกว่าต้องการสิ่งใดจากเธอ
“ถ้าเฮียต้องการหนู หนูก็ยอมค่ะ ดีกว่าโดนไอ้พวกสารเลวนั่นมันลากไปปู้ยี่ปู้ยำแล้วขายซ่อง เฮียจะช่วยหนูได้มั้ยคะ หนูหมดหนทางแล้วจริง ๆ หนูไม่มีทางหนีแล้วและหนูก็ไม่รู้จะสู้กับพวกมันยังไง”
ไอ้พวกที่ตามล่าตัวเธอนั้นเป็นเจ้าหนี้นอกระบบของไอ้ผัวชั่วแสนเลวคนใหม่ของป้าที่มันย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ไอ้เลวระยำนั่นคงจะบอกกับเจ้าหนี้ของมันว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องหรืออะไรห่าเหวของมันก็ไม่รู้ พวกมันก็เลยมาตามเก็บหนี้ที่เธอ และยิ่งเห็นว่าเธอเป็นสาวสวยทำงานในคลับมันยิ่งต้องการตัวเธอมาใช้หนี้มากกว่าเก็บหนี้จากไอ้สัตว์เลื้อยคลานนั่น
“ได้ ฉันจะช่วย”
“หนูขออะไรเฮียอีกเรื่องได้มั้ยคะ”
“หืม ขอเยอะนะเรา”
ปลายนิ้วนุ่มยื่นมาเขี่ยปลายคางมนเล่นเหมือนเกาคางแมว
“ว่ามา”
“ช่วยฆ่าคนคนหนึ่งให้หนูหน่อย”
ปภังกรได้ยินประโยคนั้นก็เลิกคิ้ว นัยน์ตาหงส์มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา สีหน้าของเขาไม่ได้มีท่าทีตกใจแต่ออกไปทางขบขันมากกว่า ผิดกับสีหน้าของคนบอกซึ่งแสดงออกว่าจริงจังกับสิ่งที่พูด
“ถึงกับจะให้ฆ่าแกงกันเลยเหรอ ไหนบอกมาซิใครทำให้หนูเจ็บแค้นจนถึงขนาดอยากจะฆ่า”
“ไอ้เดรัจฉานเดชชัย มันไปกู้หนี้นอกระบบแล้วบอกให้เจ้าหนี้มาเก็บหนี้กับหนู มันเป็นผัวใหม่ของป้าหนู มันเคยพยายามยามจะข่มขืนหนูด้วย หนูอยากให้มันตาย คนชั่วแบบนั้นอยู่ไปก็รกโลก เฮียทำได้หรือเปล่า”
แต่ละคำที่เค้นออกมาล้วนเจ็บแค้น เขาเพิ่งจะเจอผู้หญิงคนนี้เป็นครั้งแรกเธอก็เข้าหา เสนอตัวให้ และบอกสิ่งที่ต้องการอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ใช่ว่าปภังกรจะเชื่อสิ่งที่เธอพูดในทันที เพราะเล่ห์เหลี่ยมต้มตุ๋นสมัยนี้มีสารพัด หากบุ่มบ่ามทำอะไรไปเกิดว่าผู้ชายเลวที่ว่าเป็นสามีที่เธอกำลังพยายามจะสลัดมันทิ้ง เขาคงได้เปลี่ยนจากเฮียกั้งเป็นเฮียกระ (บือ)
“อืม เรื่องแบบนี้ฟังมาบ่อยนะ”
“ไอ้พวกนั้นส่งคนมาเฝ้าอยู่ด้านนอกรอหนูเลิกงาน ถ้าเฮียไม่เชื่อให้การ์ดไปดูก็ได้ค่ะ มันตามหนูมาที่นี่หลายวันแล้ว วันก่อน ๆ หนูขอติดรถเพื่อนออกไป แล้วก็ไปค้างบ้านเพื่อน แต่หนูทำแบบนี้ไปตลอดไม่ได้”
^^^“แล้วจะหยอดกระปุกออมสินหมูยังไงล่ะ”ปภังกรเอ่ยกับลูกชายอย่างขำ ๆ เมื่อเห็นเลขศูนย์ยาวเป็นพืด“แบบนี้ต้องเก็บไว้ในธนาคารลูก ถ้าเก็บในออมสินหมูของลูก ให้หมูยักษ์สิบตัวก็ใส่ไม่หมดครับ”จอมขวัญน้อยเห็นพี่ชายได้ซองสีแดง ๆ ก็อยากได้บ้าง จึงเดินเตาะแตะไปหาอากง แบมือน้อย ๆ ขอ ทุกคนมองตามด้วยความเอ็นดู อากงยกหลานสาวขึ้นมานั่งบนตัก“ของไจไจ๋ก็มีลูก นี่ไง”ยื่นซองสีแดงใส่มือน้อยขาว ๆ เด็กหญิงยิ้มดีใจจนเห็นฟันซี่เล็กข้างบนสี่ซี่และข้างล่างอีกสี่ซี่ มือเล็กป้อมโบกซองไปมา“ธุจ้าขอบคุณอากงก่อนลูก” เสียงจอมแก้วบอกลูกสาวที่กำลังโบกซองแดงอย่างสนุก“ธุจ้า” เสียงเด็กน้อยพูดพร้อมกับประกบมือป้อมเข้าหากันเจ้าสัวหอมแก้มหลานอย่างรักใคร่ก่อนจะอุ้มหลานสาวตัวน้อยลงจากตัก“เอาไปให้มาม้าเก็บไว้ให้นะลูก”เด็กหญิงเดินดุ๊กดิ๊กกลับมาหามารดา ส่งเสียง ‘มาม้า อะ’ พร้อมกับยื่นซองให้แม่ จอมแก้วรับซองมาเก็บใส่กระเป๋าไว้เช่นเดียวกับของลูกชาย มองดูเจ้าจุนวิ่งไปรับซองแดงจากเจ็กอี้และโกวอันต่อเป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวมีความสุขและอยู่กันพร้อมหน้าซึ่งไม่ได้นับรวมถึงเหม่ยชุ่ยมารดาของสุริยกุลและสุพิศรา ไม่มีการพูดถึงเรื่องที่ต้อ
ปภังกรกับจอมแก้วมีโซ่ทองคล้องรักด้วยกันสองคนแล้ว เวลาส่วนตัวของทั้งสองคนที่จะแสดงความรักต่อกันก็จะเป็นช่วงที่ลูกทั้งสองเข้านอนซึ่งกำหนดไว้ไม่เกินสองทุ่ม หลังจากสองทุ่มมีบ้างที่ชายหนุ่มจะชวนภรรยาที่ยังสาวและสวยออกไปนั่งจิบไวน์เคล้าเสียงเพลงข้างนอกบ้าง เติมความหวานระหว่างกัน ค่ำคืนนี้ก็เช่นกันคุณพ่อยังหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินเข้มกางเกงชิโนสีกากีทรงสลิมเข้ารูปและคุณแม่ที่ยิ่งมีลูกก็ยิ่งสวยสวมเดรสสีครีมยาวคลุมเข่าต่อใต้อกดีไซน์เก๋โชว์ไหล่มนสวยแอบย่องออกจากบ้านหลังลูกหลับเพื่อมาสวีตกันสองคนโต๊ะอาหารถูกจองไว้แล้วเมื่อชายหนุ่มหญิงสาวมาถึง“จำได้มั้ยครั้งแรกที่เรามานั่งดินเนอร์กันที่นี่”บรรยากาศโรแมนติกชวนให้คิดถึงความหลัง“จำได้ค่ะ ตอนนั้นทำไมเฮียถึงพาจอมขึ้นมากินอาหารหรู ๆ บนนี้ล่ะคะ”“ก็เฮียอยากพาจอมมากินของดี ๆ อร่อย ๆ ไง”“แค่นั้นจริง ๆ เหรอ”ภรรยาเอียงหน้ามอง เพราะคิดว่าเขาต้องมีอะไรมากกว่านั้น“ก็มีอีกเรื่อง เฮียอยากให้จอมประทับใจในตัวเฮีย”จอมแก้วหัวเราะคิก “ก็ประทับใจอยู่แล้ว”“ก็อยากให้ประทับใจมากขึ้นอีก รักเฮียหลงเฮีย”“รักค่ะ แต่ไม่หลงหรอก”“ตอนนั้นไม่หลง ตอนนี้หลงหนักใ
จอมแก้วเก็บความดีใจไว้จนกระทั่งลูกชายนอนหลับแล้วจึงบอกข่าวดีให้สามีฟัง หญิงสาวสวมชุดนอนบางเบากึ่งนั่งกึ่งนอนรอเขาอยู่บนเตียงระหว่างชายหนุ่มอาบน้ำ ซ่อนความดีใจไว้ในรอยยิ้มอิ่มเอม ทว่าปภังกรไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร เพราะตลอดเวลาตั้งแต่ที่จอมแก้วยอมคืนดีกับเขา ชายหนุ่มก็ทำทุกอย่างให้เธอมีความสุขจนยิ้มได้ทั้งวัน ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำ สวมเพียงกางเกงนอนขายาวเนื้อนุ่มเพียงตัวเดียว อวดรูปร่างสวยงามสมบูรณ์แบบที่น่าหลงใหล“เสร็จแล้วเหรอคะ”“อืม”ตอบแล้วก็ก้าวขึ้นมานั่งบนเตียง มองภรรยาคนสวยด้วยแววตาแพรวพราวสื่อความหมาย ก่อนจะเริ่มโน้มตัวเข้ามา จอมแก้วยกมือขึ้นดันอกแกร่งไว้ เอนตัวออกมองหน้าเขาแล้วยิ้ม“เดี๋ยวค่ะเฮีย”“คืนนี้เฮียหิวมากเลยนะ”ปภังกรนั้นขยันทำการบ้านไม่มีตกหล่น ร้อนแรงสม่ำเสมอไม่มีแผ่ว“จอมมีอะไรให้เฮียดู”“หืม...”บอกแล้วจอมแก้วก็เอื้อมมือไปหยิบที่ทดสอบการตั้งครรภ์ซึ่งซุกไว้ใต้หมอนชูให้เขาดู ริมฝีปากอิ่มสวยข่มรอยยิ้มแห่งความดีใจไว้ไม่ไหว มือหนารับมาดูใกล้ ๆ ด้วยตาตนเอง แค่เห็นขีดแดงสองขีดเขาก็รู้ความหมาย“จอม มาแล้วเหรอ” เอ่ยถามด้วยความดีใจจอมแก้วพยักหน้า“จะเป็นพ่อลูกสองแล้วนะเฮ
เจ้านายหนุ่มรับเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้กับชุมพลและลุจี บ่าวสาวไม่ต้องการให้เป็นงานใหญ่ที่มีพิธีการมากมายเพราะผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่มีแค่ยายลินจงของลุจี ส่วนชุมพลนั้นเป็นเด็กกำพร้า พ่อและแม่เสียชีวิตพร้อมกันจากอุบัติเหตุทางน้ำและมีหลวงลุงเลี้ยงมาจนโต ในงานจึงมีแต่คนรู้จักที่สนิทสนมกันดี บรรดาเพื่อนฝูงสมัยเรียน เพื่อนร่วมงานของลุจีจากที่ทำงานเก่าและเพื่อนของบ่าวสาวจากอมรทรัพย์ไวเออร์แอนด์เคเบิล ศาสตราและอาจองมาร่วมแสดงความยินดีด้วย และแอบบ่นที่เจ้านายกับลูกน้องคู่นี้พากันแต่งงานมีครอบครัวไปกันหมดทิ้งคนโสดอย่างพวกเขาสองคนให้ตามหาคนที่ใช่กันต่อไปสามเดือนต่อมาขณะที่ชายหนุ่มกำลังแต่งตัวอยู่หน้า Walk-in Closet เขาก็เหลือบตาขึ้นมองตู้เก็บกระเป๋าของภรรยาที่มีแต่ของแบรนด์เนม ริมฝีปากหยักอมยิ้มก่อนคิ้วหนาจะขมวดเข้าหากัน ครั้นเห็นจอมแก้วเดินเข้ามาส่องกระจกดูความเรียบร้อยก่อนจะออกไปส่งลูกไปโรงเรียนพร้อมกันก็เอ่ยถาม“ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่เห็นจอมไปชอปกระเป๋าเลย” เพราะของที่อยู่ในตู้มีเพียงใบเดียวที่เป็นของใหม่ นอกนั้นยังเป็นของชุดเดิมที่จอมแก้วเคยซื้อสมัยที่ยังอยู่กับเขา แต่ตั้งแต่แต่งงานและเธอย้ายกลับเข
จอมแก้วมองหน้าสามีที่ตัดสายโทรศัพท์ไป“ไม่มีตุ๊กตากั้งกอดนอน ลูกต้องงอแงคืนนี้ทั้งคืนแน่เลยค่ะ”“มีทั้งอากง อาเจ็ก อาโกว ไหนจะอี๊จูอีก เฮียว่าไม่เป็นไรหรอก ยังไงลูกก็อยู่ได้ แล้ววันนี้ก็ไม่ได้นอนกลางวันด้วย เล่นสนุกทั้งวัน น่าจะเหนื่อยจนหลับก่อนถึงบ้านอากงอีกมั้ง”เขาพูดอย่างมั่นใจ ในขณะที่คนเป็นแม่ยังกังวลและเกรงใจคนที่รับภาระดูแลลูกแทนในคืนนี้ แถมยังไม่มีตุ๊กตาแสนรักที่ต้องกอดนอนทุกคืน เธอรู้ดีว่าการที่เด็กติดตุ๊กตาน้องเน่า พี่หมอนเน่า หรือผ้าห่มเปื่อย ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตตามปกติของเด็กเล็ก เพราะมันเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัยและสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ ซึ่งพอเลยสามขวบไปแล้วก็ควรจะค่อย ๆ ลดลง สำหรับเจ้าจุน ‘กั้งเยิน’ ตัวนี้เป็นเพื่อนที่ทำให้รู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน และมีความสุข ไม่ได้ต้องถือติดมือตลอดเวลา แต่ที่ต้องกอดนอนน่าจะเป็นความคุ้นชิน เด็กบางคนติดของใช้ที่คุ้นเคยเพื่อทดแทนความรู้สึกที่ต้องห่างจากพ่อแม่เพราะจะทำให้เขารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย แต่ลูกของเธอไม่เคยขาดความรักความเอาใจใส่จากแม่และพ่อ อืม...คงจะเป็นประสบการณ์ใหม่ของลูกที่จะได้เรียนรู้ว่าต่อให้ไม่ต้องมีพ
“ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงอนาคตอะไรน่ะนะ รู้แต่ว่าชอบ อยากทำ อยากเปย์จอมแค่คนเดียว พออยู่นานเข้าก็ยิ่งไม่อยากให้ไปไหน”“ถ้ามีคนมาบอกว่าจอมไม่มีอะไรเหมาะสมคู่ควรกับเฮียล่ะ”“ก็ช่างหัวมัน แต่ถ้ามันทำให้จอมรำคาญใจมาบอกเฮีย เฮียจัดการให้”“เฮียขาโหด”“ใครมาทำให้เมียเฮียรำคาญ มันได้โดนดีแน่”ทั้งสองคนพูดเล่นหยอกล้อกันก่อนเขาจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบอก คราวนี้อยากจะเอาจริง ๆ แล้ว“จอม”“...”“คืนนี้เฮียขอได้มั้ย”จะได้มั้ยวะกู?จอมแก้วหลบสายตาก่อนจะกลับมาสบตากันใหม่ แกล้งถาม“จะขออะไรล่ะ”“รู้อยู่แก่ใจ”หญิงสาวอดหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นสายตาที่กำลังบอกว่าที่ผ่านมาเขาแห้งเหี่ยวเหลือเกิน“นะ ให้เฮียเถอะ จะตายอยู่แล้ว”“ยังไม่ได้อาบน้ำ ล้างหน้าล้างตาเลย”“เอาก่อนทีนึงแล้วค่อยไปอาบน้ำพร้อมกัน”จอมแก้วไม่รู้จะพูดอะไรเลยตอนนี้ ดูหน้าเขาแล้วทั้งน่าสงสารและน่าหมั่นไส้ไปพร้อมกัน เธอไม่ปฏิเสธก็แปลว่าอนุญาต ทันทีนั้นริมฝีปากหยักที่อดอยากไม่เคยได้สัมผัสกับสิ่งที่โหยหามาเลยกว่าสี่ปีก็ประทับลงบนกลีบปากนุ่มอย่างอ่อนโยน แม้ข้างในจะร้อนรุ่มเพราะไฟรักที่อัดแน่นสุมทรวงแต่เขาก็ไม่ตะกรุมตะกราม ค่อย ๆ
จอมแก้วเข้ามาดูบัญชีที่คลับในเวลาบ่ายโมงครึ่ง เธอได้รับความไว้วางใจจากปภังกรผู้ที่ถือหุ้นมากที่สุดของคลับนี้ให้เป็นคนคุมบัญชีตั้งแต่ปีแรกที่เธอเอาตัวมาอยู่กับเขา หญิงสาวจบมาทางสายบัญชีโดยตรงจึงทำบัญชีและงบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในร้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง หลังจากนั่งตรวจบัญชีไปสักพักจอมแก้วก็ลุกไปเข้าห
ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้เรียกร้องหรือข่มเหงน้ำใจเธอเหมือนอย่างที่เธอเคยเจอมา เขาให้เวลาหญิงสาวได้ปรับตัว เตรียมตัวเตรียมใจถึงสามเดือนกว่าจะมีคืนแรกด้วยกันปภังกรกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ในเวลาสี่ทุ่มเศษเมื่อเขาพลิกข้อมือดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรู ที่ด้านนอกมีแสงไฟวอร์มไลฟ์ที่เปิดไว้เป็นบางจุดทำให้บรรยากาศ
ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร ผิวหน้าขาวเนียนริมฝีปากแดง ผิวขาวจัดตามเชื้อชาติ รูปร่างสูงสง่าได้สัดส่วนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศ ไม่ว่าจะแต่งตัวเป็นทางการหรือลำลองก็ดูดีมีรสนิยมชายหนุ่มนั่งรับประทานอาหารเงียบ ๆ กระทั่งสเต็กหมดจานก็ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเป็นอันว่าอิ่ม หยิบผ้าขึ้นมาซับริมฝีปา
จอมแก้วเข้าไปสั่งอาหารรอในร้านแล้ว อยู่กันมาสามปีกับอีกหกเดือนเธอรู้ใจเขาหมดว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ก็อีกบทบาทหนึ่งของเธอคือผู้ช่วยส่วนตัวเขานี่นาหญิงสาวสั่งสเต็กเนื้อวากิวให้เขา เมื่อชายหนุ่มเข้ามานั่งก็บอกพนักงานให้นำอาหารมาเสิร์ฟได้เลยส่วนตัวเธอซึ่งรับประทานอิ่มแล้วระหว่างรอก็นั่งยิ้มมองเฉย ๆ ทำให







