LOGINหญิงสาวเปลื้องเสื้อผ้า รวบผมยาวทั้งหมดไว้บนศีรษะด้วยกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ เดินเข้าไปในห้องน้ำ ส่องกระจกดูความเรียบร้อยบนใบหน้าของตัวเองก่อนจะหยุดแล้วสบกับดวงตาอีกคู่ของตนเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก ถ้อยคำนินทาจากพนักงานสองคนในร้านเมื่อตอนบ่ายแวบเข้ามาในหัวทั้งที่ไม่อยากจะเก็บมาใส่ใจนัก เธอรู้ว่าคนในร้านจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบหน้าเธอและรอเหยียบซ้ำให้จมดินในวันที่เธอตกจากตำแหน่งผู้หญิงของเฮียกั้ง ถ้าเธอไม่ได้เสนอตัวให้เขาในวันนั้นหากรอดจากพวกเจ้าหนี้นอกระบบพวกนั้นได้ ดีสุดตอนนี้ก็คงเป็นได้แต่เด็กเชียร์เหล้าในผับ
จอมแก้วรู้สถานะตัวเองดีว่ามาจากไหน เธอเกิดในสลัม ยังดีที่ดิ้นรนจนเรียนจบปริญญาตรีมาได้ แต่ก็เลือกงานที่มันทำเงินได้ดีและนอกจากเงินเดือนก็มีทิปทุกคืนไม่ได้ ถึงได้พยายามหักห้ามใจไม่ให้เผลอมีใจให้กับคนที่อยู่สูงกว่าตลอดเวลาแบบนี้
ขณะที่หญิงสาวกำลังเข้าไปอยู่ในภวังค์ความคิด รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อมือของปภังกรกุมหัวไหล่มนทั้งสองข้างพร้อมใบหน้าก้มลงมาประชิดที่ซอกคอ ตอนเข้ามาในห้องน้ำเธอไม่ได้ล็อกประตูเพราะเป็นความเคยชิน เขาบอกตั้งแต่แรกที่เธอมาอยู่กับเขาว่าไม่ให้ล็อกประตูห้องน้ำ เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย ห้องน้ำเขากว้างมาก ประตูปิดสนิทและผนังกั้นเสียง ซึ่งหากเกิดกรณีฉุกเฉินคนด้านนอกจะไม่สามารถเข้ามาช่วยทัน และเธอก็ทำตามมาตลอด... ที่จริงแล้วนั่นมันเป็นเหตุผลรอง ส่วนเหตุผลหลักนั้นเจ้าของห้องละไว้ในฐานที่เข้าใจ...ของเขาคนเดียว
“เฮียกั้ง จอมจะอาบน้ำ เฮียจะเข้ามาทำไม”
“เข้ามาง้อเธอไง”
“ง้ออะไร จอมไม่ได้งอนเฮีย”
“ก็เห็นอยู่ว่างอนยังจะเถียงตาใส”
เขาใช้น้ำเสียงทุ้มลุ่มลึก ริมฝีปากเริ่มไต่แตะบริเวณลำคอระหง ส่วนมือก็พยายามดึงปมสายคาดเอวของเธอออก
“นี่ ให้จอมอาบน้ำก่อนได้มั้ย”
จอมแก้วเบี่ยงตัวหนี หันมามองเขาทำหน้ายุ่ง แต่อีกฝ่ายกลับหน้าระรื่น หรือนี่จะเป็นวิธีล่อเหยื่อแบบเธอให้ตายใจ ไม่มีวันดิ้นหนีจากหลุมพลางของเขาได้ ทำให้เธอหลงใหลในรสรักที่เขาสรรค์สร้างให้เธออย่างเลอเลิศ ยามได้เสพสมมันทำให้เธอลืมแม้กระทั่งสติ ไม่เป็นตัวของตัวเอง ร่ำร้องเรียกหาแต่เขา
“อื้อ...อย่า...”
“อย่าหยุด โอเค จัดให้”
“กรี๊ด เฮียกั้งบ้า จอมบอกให้หยุดก่อน”
“อะไรนะ ไม่ให้หยุด”
“กรี๊ดดด”
คนที่ตั้งใจจะเข้ามาทำเรื่องอย่างว่าจัดการรูดชุดคลุมอาบที่เธอสวมอยู่ออกเหลือแต่ร่างกายเนียนนุ่มที่เขาหลงใหล ก่อนจะช้อนร่างบางลอยหวือขึ้นกลางอากาศ จอมแก้วตกใจทุบเข้าที่อกแกร่งทีหนึ่งแต่คนตัวใหญ่ร่างกายแข็งแรงหาสะเทือนไม่ เขายังยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เธอ
“วันนี้จะถูหลังให้นะจ๊ะ แม่จอมแก้ง”
“คุณกั้ง...อื้อ”
บอกจะถูหลังทำไมต้องจูบด้วยและไม่ใช่จูบอย่างเดียวด้วย เขาวางร่างเปลือยเปล่าลงในอ่างจากนั้นก็ปลดผมผ้าขนหนูตัวเองออกโยนไปตกไว้ที่ไหนสักที่ก็ช่างมันไม่ได้สนใจมอง จากนั้นก็นั่งลงเอื้อมมือเปิดน้ำให้ไหลเข้ามาในอ่าง จอมแก้วชันเข่ากอดอกเพราะรู้สึกกระดากอายนี่เป็นครั้งในแรกรอบหกเดือนที่อาบน้ำด้วยกัน
หญิงสาวมองเข้าไปในดวงตาที่ฉายแววล้ำลึกมีเสน่ห์ดึงดูดให้ลุ่มหลงที่หญิงใดจ้องมองเป็นต้องเผลอตัวและยินยอมเดินตามเขาเข้าห้องนอนราวกับต้องมนตร์ เช่นเธอในวันนั้น
“เฮียกั้ง”
“เรียกเสียงแข็งไปนะ เดี๋ยวอีกหน่อยค่อยเรียกก็ได้ อยากฟังเสียงหวาน ๆ ของเธอมากกว่า”
พูดจบเขาก็ฉกฉวยเอวบางให้ขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก พร้อมกับซุกไซ้ใบหน้าลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่นในวินาทีที่จอมแก้วไม่ทันตั้งรับ มือซุกซนกอบกุมทรวงอกอวบอิ่ม ปลายจมูกและริมฝีปากแทะเล็มไล้ลงมาอยู่บริเวณเนินอก เสียงลมหายใจเริ่มกระเส่าความเสียดเสียวลุกฮืออย่างรวดเร็วราวกับน้ำมันที่ถูกประกายไฟแล้วมันก็ลามเลียไปทั่วทั้งตัวทำให้จอมแก้วสติลดทอนลงเรื่อย ๆ จนไม่เหลือความกระดากอายที่เคยเกิดขึ้น
^ ^ ^ปภังกรคุยโทรศัพท์เรียบร้อยก็กลับมาที่โต๊ะ คราวนี้เป็นจอมแก้วที่ขอตัวลุกออกไปเข้าห้องน้ำ เธอขอไปหายใจหายคอให้โล่งหน่อยหลังจากได้ยินคำพูดจากปากเจ้าสัวผู้รวยทรัพย์ซึ่งไม่รู้สึกอะไรกับการมีภรรยาหลายคนและคิดว่าเป็นการดีเสียอีกที่จะได้มีลูกหลานมาสืบทอดธุรกิจ เพราะมีพ่อเป็นแบบอย่างนี่เอง ปภังกรถึงมีความคิดในแบบเดียวกันหลังจากที่จอมแก้วลุกออกไปลูกชายจึงบอกกับบิดาด้วยสีหน้าไม่เฉยชาว่า“หยกบอกว่าจะนำของบำรุงจากจีนมาให้ป๊าพรุ่งนี้”“อืม แล้วแกก็ต้องมาที่บ้านด้วย ให้ว่าที่เจ้าสาวเจอหน้า ไม่ใช่มัวแต่ไปขลุกอยู่กับ...”เจ้าสัวละคำพูดแต่ใช้สายตามองที่เก้าอี้ว่างข้างลูกชาย เห็นลูกระบายลมหายใจหนัก ๆ ออกมาก็เอ่ยต่อว่า“เรื่องนี้ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนจะแต่งกับอาหยกนะ”“ผมไปตกลงกับหยกเรียบร้อยแล้วครับไม่ต้องห่วง แล้วเขาสองคนก็เจอกันแล้วด้วย”“ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะเร็วนักนะ แกแน่ใจนะว่าจะไม่มีปัญหา ไอ้กั้ง”ปภังกรนิ่งคิดอยู่ไม่นานก่อนจะตอบ“ไม่มีหรอกป๊า ผมเอาอยู่ มือชั้นนี้แล้ว”“เหอะ มือชั้นนี้ แล้วกูจะคอยดู ว่าใครจะเอาอยู่กันแน่”บิดาทำหน้าเยาะ ลูกชายเบือนหน้าหนีไม่อยากมอง จอมแก้วเดินกลับมาที่โต๊ะ อาห
วันต่อมาเป็นวันหยุดปภังกรไม่ได้ออกไปทำงานที่บริษัทแต่ตอนเย็นนัดเพื่อนอีกสองคนไปเจอกันที่ร้านเนื่องจากเป็นคืนวันเสาร์ นักท่องเที่ยวที่มาจะเยอะกว่าวันธรรมดาจึงอยากเข้าไปดูความเรียบร้อย ส่วนจอมแก้วก็ต้องไปกับเขาด้วย ทั้งที่เมื่อคืนทั้งคู่มีเรื่องโต้เถียงกัน ทว่าตื่นขึ้นมาพบหน้ากันในตอนเช้าจอมแก้วกลับทำตัวปกติ สบตากันเธอก็ยิ้มให้เขาเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนเข้าห้องน้ำเธอก็บีบยาสีฟันไว้ให้ เมื่อเขาเดินออกมาด้านนอกเธอก็เตรียมอาหารไว้รอเขามองข้าวต้มกุ้งส่งกลิ่นหอมอบอวลตรงหน้า หยิบช้อนขึ้นมาคนแล้วตักเข้าปาก อุ่นกำลังพอดีไม่ต้องเป่า แต่กินไปได้ไม่หมดชามเขาก็วางช้อนเพราะนึกอยากกินอย่างอื่นมากกว่าที่ไม่ใช่ข้าวต้ม จอมแก้วที่นั่งกินอยู่ฝั่งตรงข้ามมองอยู่ก็ถามขึ้น“คุณกั้งอิ่มแล้วเหรอคะ”“อืม เดี๋ยวใกล้เที่ยงออกไปกินอาหารจีนกัน อยากกิน แล้วก็เลยไปที่ร้าน”เขาบอกเสียงเรียบพร้อมสบดวงตาคู่หวานที่มองมา จอมแก้วได้ยินคำบอกก็พยักหน้า“ค่ะ”ไม่ใช่ว่าข้าวต้มกุ้งของเธอวันนี้ไม่อร่อย รสชาติมันก็ดีเหมือนเคย แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ วันนี้จึงนึกอยากกินอาหารจีนมากเป็นพิเศษ อยากไปแบบไม่เคยเป็นมาก่อนกระทั่งสิบเอ
จอมแก้วกลับมาถึงเพนต์เฮาส์โดยไม่ได้ของอะไรติดไม้ติดมือมาแม้แต่ชิ้นเดียว ภาพที่เขายืนควงคู่กับผู้หญิงสวยคนนั้นยังติดตา พวกเขาดูเหมาะสมกันดีเหมือนหงส์กับมังกร ความเจ็บร้าวซ่อนอยู่ในส่วนลึกสุดของใจ สามปีกว่าที่อยู่ด้วยกันไม่ใช่จะไม่มีความรู้สึกอะไรให้เลย หัวใจเธอไม่ใช่เหล็กใช่หินเป็นเพียงก้อนเนื้อก้อนเล็ก ๆ รู้ตัวอีกทีก็รักเขาไปแล้ว ในความรักก็มีความเข้าใจในสถานะตัวเองดี และไม่คิดอาจเอื้อมเพื่อไม่ปล่อยให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านจอมแก้วจึงลุกเดินไปหาอะไรทำที่เธอสามารถจดจ่อสมาธิอยู่กับมันได้ นั่นก็คือการหาเศษผ้าที่เคยซื้อไว้ เส้นใยไฟเบอร์ลูกปัดหลากสีหลายขนาดที่เดินซื้อจากตลาดสำเพ็งออกมา เตรียมอุปกรณ์ทำงานฝีมือฆ่าเวลา กว่าเขาจะกลับมาหญิงสาวก็ปั้นช้างตัวเล็ก ๆ ออกมาได้หนึ่งตัว มันได้ผล ขณะที่เธอปักปลายเข็มเย็บไปทีละจุดสมาธิก็ต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นหากเผลอเมื่อไหร่ปลายเข็มแหลมคมก็พร้อมจะทิ่มตำปลายนิ้วเมื่อนั้นตุ๊กตาที่ทำจากเศษผ้ามาเย็บปะติดปะต่อกันดูไม่มีราคา หากวางขายตามท้องถนนคงมีราคาไม่เกินสามสิบบาทหรือต่ำกว่านั้น แต่ถ้าเทียบกับใจมันมีคุณค่าสำหรับคนที่สร้างมันขึ้นมาอย่างมากมายปภังกรกลับมาถึงเ
รอยยิ้มชนิดหนึ่งจุดขึ้นบนมุมปากบางเฉียบของหยาดพิรุณก่อนที่หล่อนจะตวัดสายตามองไปทางชายหนุ่มที่นั่งก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ตรงมุมรับรองลูกค้า เมื่อคิดแผนการออกหญิงสาวก็เดินไปฉุดแขนร่างสูงให้ลุกขึ้น ส่งยิ้มให้แล้วพาเดินเข้าไปยังโซนสินค้าวีวีไอพี ตอนนั้นจอมแก้วหันหลังดูเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่ราคาไม่เล็กไม่น้อยตามขนาดอยู่ตรงมุมหนึ่งไม่ทันได้สังเกต จู่ ๆ มือขาวเนียนราวหยกข้างหนึ่งก็ยื่นมาหยิบกำไลข้อมือพิงก์โกลด์ฝังเพชรที่เธอกำลังมองอยู่จอมแก้วหันไปมองเจ้าของมือจึงเห็นว่าเป็นผู้หญิงคนนั้น...เธอยืนอยู่กับปภังกร“อุ๊ย ขอโทษค่ะ คุณดูอยู่เหรอคะ พอดีถูกใจเลยไม่ทันมองว่ามีคนดูอยู่น่ะค่ะ” หยาดพิรุณทำตาโต น้ำเสียงเหมือนรู้สึกผิด แต่แววตามีประกายหมิ่น จอมแก้วยังไม่ทันได้พูดโต้ตอบอะไร หล่อนก็หันไปพูดกับปภังกร“เฮียกั้งคะ หยกถูกใจกำไลวงนี้จัง”“อืม ถูกใจก็ซื้อสิครับ” เสียงเขาตอบอย่างเอาใจ“แต่คุณคนนี้เขามองอยู่ก่อน ลองถามพนักงานว่ามีของอยู่ในสต็อกอีกมั้ยก่อนแล้วกันนะคะ”จอมแก้วหางตากระตุก เหมือนจะดี ทำท่าเหมือนเกรงใจเธอที่ยืนมองสินค้าชิ้นนี้อยู่ก่อน แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่เอื้อมมือมาหยิบของที่คน
ปภังกรเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนอาบน้ำนานก็ต่อเมื่อเดินออกมาพบว่าคนที่ต่อล้อต่อเถียงกับเขาเมื่อครู่หลับตุอุไปแล้ว ผืนเตียงข้าง ๆ ไหวยวบยาบไม่นานก็สงบนิ่งเมื่อคนที่นอนหาท่านอนสบายได้แล้ว และโคมไฟหัวเตียงก็ทั้งสองข้างก็ถูกปิดคนที่นอนอยู่ก่อนจึงเปิดเปลือกตาขึ้นมองในความมืด ทว่าอึดใจต่อมาร่างกายก็สัมผัสกับความเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกลดอุณหภูมิลงเหลือยี่สิบสององศาเซลเซียสเมื่อผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ถูกเขาดึงไปห่มเพียงคนเดียว จอมแก้วนอนกัดฟันแน่นกรุ่นด่าเขาอยู่ในใจ รู้แน่ว่าตัวเองถูกแกล้งจากคนตัวโต ทว่าไม่ถึงอึดใจคนที่เพิ่งดึงผ้าห่มออกจากตัวเธอก็พลิกตัวกลับมากอดร่างบางพร้อมกับยกขาขึ้นมาก่ายเกยเหมือนว่าหญิงสาวเป็นหมอนข้างที่เขาจะวางแขนวางขาไว้ตรงไหนก็ได้ พอเธอขยับตัวประท้วงเหมือนอึดอัดแขนขาก็ยิ่งถูกรัดแน่นจนต้องหยุดนิ่ง ต่างคนต่างไม่พูด กระทั่งเวลาผ่านไปสักพักเหตุการณ์สงบลงจอมแก้วก็ผล็อยหลับไปจริง ๆ เขาจึงค่อยคลายวงแขนกับลดขาที่ก่ายร่างบางลงเหลือเพียงใบหน้าที่ซุกซบอยู่ตรงซอกคอปล่อยลมหายใจอุ่น ๆ รินรดกระทั่งต่างคนต่างเข้าสู่นิทราในท่านั้นทั้งคืน จอมแก้วรู้สึกตัวลืมตาขึ้นแต่ยังขยับตั
หลังพูดคุยเจรจากันก่อนแต่งเป็นอันรู้เรื่องแล้วปภังกรก็กลับมาที่เพนต์เฮาส์อย่างอารมณ์ดี และยิ่งอารมณ์ดีขึ้นไปอีกเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนพบกับยัยจอมแก้งของเขานั่งไขว้ขาสวมชุดนอนสายเดี่ยวเสมือนว่ากำลังรออยู่ตรงปลายเตียง ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอ่ยคำใดออกมาร่างบางก็ลุกเดินเข้ามาหา มือนุ่มคว้าจับแขนทำสีหน้าออดอ้อน ดวงตาคมจ้องมองด้วยความแปลกประหลาดใจอยู่อึดใจ ก่อนจะยกยิ้มเมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตกลงอะไรกันไว้ “ทำไมกลับช้าจังคะเฮีย จอมเตรียมน้ำอุ่นไว้รอจนตอนนี้น้ำเย็นหมดแล้ว” น้ำเสียงหวานจ๋อยที่เขาไม่ได้ยินมานานเอ่ยออกมา คนฟังสัมผัสได้ถึงความไม่เป็นธรรมชาติ ใส่จริตแสแสร้งเข้าไปจนเกินพอดี ประกอบกับดวงตาคู่หวานที่กะพริบถี่ ๆ บอกเลยว่าตอนนี้มันเหมือนเธอกำลังทำหน้า ‘ตอแหล’ ใส่ไม่มีผิด ชายหนุ่มทำเสียงในลำคอ ก่อนจะเอ่ย “ต่อไปไม่ต้องเรียกเฮีย” “อ้าว ทำไมล่ะคะ จอมก็เรียกเฮียกั้งแบบนี้มาตลอดนี่” เขาชักสีหน้ามอง จอมแก้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ชายหนุ่มจึงเอ่ยต่อว่า “ก็ตอนนี้ไม่ชอบ” บอกเสียงดุ ๆ ... แต่ก่อนชอบ แต่ตอนนี้ไม่ชอบให้เธอเรียกว่า ‘เฮีย’ แล้ว ไม่อยากให้ซ้ำกับคนอื่น “แล้วจะให้จอมเรีย







