Share

บทที่ 2 ข้ออ้างที่ไม่อาจปฏิเสธ 1/2

last update publish date: 2026-02-15 22:12:00

ณ เรือนโถงหลักจวนตระกูลเสิ่น บรรยากาศตึงเครียดจนบ่าวรับใช้แทบกลั้นหายใจกับโทสะของผู้เป็นเจ้าของจวน

‘เสิ่นถง’ เดินเอามือไพล่หลังวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ ใบหน้าวัยกลางคนที่เริ่มมีริ้วรอยนั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ตั้งแต่กลับมาจากงานเลี้ยงที่จวนตระกูลหรงเมื่อคืน เขาก็ยังไม่ได้ข่มตานอนเลยแม้แต่น้อย

เหตุการณ์เมื่อคืนช่างน่าขายหน้านัก!

เดิมทีเขาได้รับสัญญาณลับ ๆ จากคนตระกูลหรงว่าให้รอชม ‘เรื่องสนุก’ เกี่ยวกับบุตรสาวคนโตของเขา เพื่อบีบให้การแต่งงานระหว่างเสิ่นหว่านและคุณชายใหญ่หรงจื่อเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ทว่า... รอแล้วรอเล่า จนงานเลี้ยงเลิกรา ก็ไร้ซึ่งวี่แววของบุตรสาวกับเรื่องอื้อฉาว

คนของตระกูลหรงแทบจะพลิกจวนหา ค้นเรือนรับรองแขกทุกหลัง ก็พบเพียงความว่างเปล่า เสิ่นหว่านหายตัวไป! มิหนำซ้ำ ‘เสี่ยวหลัว’ สาวใช้คนสนิทก็หายไปด้วย

เสิ่นถงเป็นขุนนางกรมพิธีการตำแหน่งหลี่มู่ซ่างซู เขาย่อมต้องการเส้นสายอำนาจเก่าอย่างจวนหรง ที่ผู้นำตระกูลมีบรรดาศักดิ์โหวที่ตกทอดมาครั้งบรรพบุรุษ แม้ว่าจะไร้ตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก แต่การเมืองไม่ได้จำกัดแค่ตำแหน่ง ยังมีเส้นสายเก่าแก่อีกด้วยถึงจะยืนได้มั่นคง

“ท่านพี่... ดื่มชาดับโมโหก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

‘เจินอี๋เหนียง’ ที่นั่งเฝ้าอยู่ด้านข้างยื่นถ้วยชาให้อย่างเอาอกเอาใจ พลางทอดถอนหายใจยาวราวกับเข้าอกเข้าใจสามีเป็นอย่างดี

“ข้าล่ะกลุ้มใจจริง ๆ หว่านเอ๋อร์หายไปทั้งคืนเช่นนี้ หากตระกูลหรงคิดเล็กคิดน้อย กล่าวหาว่าบุตรสาวเราหนีตามบุรุษอื่นไป ชื่อเสียงจวนเสิ่นเรามิต้องป่นปี้หรือเจ้าคะ ไหนจะจินเซียงยังจะมีตระกูลดี ๆ ใดมาสู่ขอ”

ถ้อยคำที่ฟังดูห่วงใยแต่แท้จริงแล้วกลับเต็มไปด้วยการป้ายสี แม้แผนที่วางไว้ดิบดีจะพังไม่เป็นท่า แต่ทว่าชื่อเสียงของสตรีก็สำคัญ จะมีงานแต่งดี ๆ นั้นไม่ง่าย

เพล้ง!

ถ้วยชาในมือเสิ่นถงถูกปาทิ้งลงพื้นจนแตกกระจาย

“นางกล้า! หากนางกล้าทำเรื่องงามหน้าเช่นนั้นจริง ข้าจะตีขาของนางให้หัก!”

เจินอี๋เหนียงแอบยกรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะรีบปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จ “ท่านพี่ก็ทราบ หว่านเอ๋อร์หัวอ่อน เชื่อคนง่าย นางอาจจะถูกบ่าวไพร่ชั่ว ๆ เป่าหู ยุยงให้หนีเที่ยวก็ได้นะเจ้าคะ หายไปทั้งนายทั้งบ่าวเช่นนี้ จะให้คิดเป็นอื่นได้อย่างไร...”

“บ่าวสารเลว!” เสิ่นถงคำราม

“หากนังลูกตัวดีกลับมาเมื่อไหร่ ให้ลากตัวไปที่ศาลบรรพชน ลงโทษด้วยกฎตระกูลเดี๋ยวนี้!”

สิ้นเสียงคาดโทษคล้ายกับว่าคนที่เอ่ยถึงกำลังรู้ว่าจะโดนลงทัณฑ์ จึงได้ปรากฏตัวฉับพลันทันใด

“เรียนนายท่าน!” พ่อบ้านประจำจวนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานหน้าตาตื่น “สาวใช้เสี่ยวหลัว... สาวใช้เสี่ยวหลัวกลับมาแล้วขอรับ!”

“มันอยู่ไหน ลากหัวมันเข้ามา!”

สิ้นเสียงตวาด ร่างของเสี่ยวหลัวในสภาพเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นโคลน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยดูคล้ายคนเพิ่งผ่านการเดินทางไกล ก็รีบคลานเข่าเข้ามาโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง

“นายท่าน... บ่าวสมควรตาย นายท่านโปรดลงโทษด้วยเจ้าค่ะ!”

เสิ่นถงชี้หน้าด่ากราด “นายของเจ้าไปมุดหัวอยู่ที่ไหน! หายไปทั้งคืน เพิ่งจะโผล่หัวมาตอนนี้ รู้หรือไม่ว่าข้าต้องอับอายขายหน้าตระกูลหรงแค่ไหน!”

เสี่ยวหลัวตัวสั่นเทา ล้วงหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ยกขึ้นเหนือหัวด้วยสองมือ “เรียนนายท่าน... คุณหนูมิได้หนีเที่ยวหรือทำเรื่องเสื่อมเสียเจ้าค่ะ แต่เมื่อคืน... คุณหนูฝันร้ายเจ้าค่ะ”

“ฝันบ้าบออันใด!”

“คุณหนูปวดหัวจึงออกจากงานเลี้ยงไปพักผ่อนก่อน ขณะนอนหลับฝันเห็นฮูหยินผู้ล่วงลับ... มายืนร้องไห้บอกว่าหนาวเหน็บจับใจ คุณหนูสะดุ้งตื่นมากลางดึกก็นึกขึ้นได้ว่า อีกไม่กี่วันจะครบรอบวันตายของฮูหยิน... คุณหนูร้อนใจมาก เกรงว่ามารดาจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดราวกับมีห่วงว่า การตายของฮูหยินจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงรีบปลุกบ่าวกลางดึก ให้จ้างรถม้าพาไปที่ ‘อารามตระกูลกู้’ เพื่อจุดธูปถือศีลให้ฮูหยินทันทีเจ้าค่ะ”

เสิ่นถงชะงักมือที่กำลังจะฟาดง้างค้างกลางอากาศ คิ้วขมวดมุ่น “อารามตระกูลกู้?”

“เจ้าค่ะ... อารามประจำตระกูลกู้ บนเขานอกเมือง” เสี่ยวหลัวเน้นเสียงหนักแน่นตามที่นัดแนะกันมากับคุณหนู

“คุณหนูเกรงว่า หากบอกกล่าวนายท่านตอนดึกจะรบกวนเวลาพักผ่อน หลังจากออกจากจวนตระกูลหรงรีบเดินทางถึงอาราม โชคดีที่วันนี้แม่ชีเดินจงกรมกลางคืน เมื่อเห็นคุณหนูจึงรีบให้เข้าไปพัก คุณหนูได้เขียนจดหมายฉบับนี้ทิ้งไว้ และสั่งให้บ่าวรีบนำกลับมารายงานตอนเช้าเจ้าค่ะ ส่วนตัวคุณหนูตอนนี้กำลังคุกเข่าสวดมนต์อยู่หน้าป้ายวิญญาณบรรพชนสกุลกู้เจ้าค่ะ”

ทันทีที่ได้ยินชื่อ ‘ตระกูลกู้’ ความเกรี้ยวกราดบนใบหน้าของเสิ่นถงก็ค่อย ๆ เลือนหายไป กลายเป็นความกระอักกระอ่วนใจเข้ามาแทนที่

เขาลืมไปเสียสนิทว่า... บ้านเดิมของฮูหยินเอกที่ตายไป คือตระกูลราชครูกู้ ผู้กุมอำนาจของขุนนางบุ๋นและชื่อเสียงของบัณฑิตทั่วหล้า หากเขากล้าไปลากตัวลูกสาวที่กำลังแสดงความกตัญญูต่อมารดาออกมาจากอารามตระกูลกู้ มีหวังวันรุ่งขึ้นฎีกาตำหนิความไร้คุณธรรมคงปลิวว่อนเต็มท้องพระโรงเป็นแน่!

เจินอี๋เหนียงเห็นท่าไม่ดี รีบแทรกขึ้น “ท่านพี่... ข้ออ้างชัด ๆ ! ใครจะไปอารามกลางดึก...”

“หุบปาก!” เสิ่นถงหันมาตวาดเสียงเขียว ใส่อนุภรรยาที่เกือบจะทำให้เขาเดือดร้อน สตรีมีแต่เรื่องแก่งแย่งในเรือน จะรู้เรื่องราวในราชสำนักได้อย่างไร

 “ลูกกตัญญูต่อมารดา เป็นเรื่องฟ้าดินสรรเสริญ เจ้าจะให้ข้าไปลากคอนางกลับมา ให้ท่านราชครูกู้ชี้หน้าด่าข้าว่าเป็นคนไร้หัวใจรึ!”

เจินอี๋เหนียงหน้าชา รีบก้มหน้าซ่อนแววตาอาฆาต “ข้า... ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   ตอนพิเศษ 2 ทายาทจอมแสบ 2/2

    “อื้อ! ข้าก็รักท่านแม่ที่สุด!” อาเนี่ยนกอดตอบ แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เขาสัมผัสได้ถึงความรักอันมหาศาล“แอบมาร้องไห้อะไรกันสองแม่ลูก?”เว่ยอู๋จีเดินเข้ามาในห้องอาบน้ำ เขาเพิ่งกลับมาจากตรวจเวรยาม เห็นภาพภรรยากอดลูกร้องไห้ก็รีบถลันเข้ามา “ใครทำอะไรเจ้า? หรือเจ้าตัวแสบนี่แกล้งเจ้า!”“เปล่าเจ้าค่ะ...” กู้หว่านเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มที่งดงามที่สุดให้สามี “ข้าแค่... มีความสุขมากเหลือเกินเจ้าค่ะท่านพี่”เว่ยอู๋จีชะงัก เมื่อเห็นแววตาที่เปี่ยมสุขของนาง เขาก็ผ่อนคลายลง เดินเข้ามานั่งขอบถังน้ำแล้วโอบกอดทั้งสองคนไว้ในวงแขน“ข้าก็มีความสุข...” เขาจูบขมับภรรยา แล้วหันไปดีดหน้าผากลูกชายเบา ๆ “ถึงเจ้าลิงนี่จะแสบไปหน่อย แต่เขาก็คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่เจ้ามอบให้ข้า”“ท่านพ่อ... ข้าอยากกินขนม”“อาบน้ำให้เสร็จก่อนเถอะเจ้าตัวกินล้างผลาญ!”เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งในห้องอาบน้ำ กู้หว่านมองดูสามีที่กำลังหยอกล้อกับบุตรชาย ภาพความเจ็บปวดในอดีตชาติค่อย ๆ เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความอบอุ่นในปัจจุบันนางเคยคิดว่าชีวิตนี้คงต้องจมปลักอยู่กับความแค้น แต่เว่ยอู๋จีได้ฉุดนางขึ้นมา มอบแสงสว่าง และมอบครอบครัวที่

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   ตอนพิเศษ 2 ทายาทจอมแสบ 1/2

    กาลเวลาผันผ่านราวกับสายน้ำไหล สี่ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เมืองหลวงแห่งแคว้นต้าเหลียงยังคงเจริญรุ่งเรืองและสงบสุข ภายใต้การปกครองของฮ่องเต้ผู้ปรีชาสามารถ และการดูแลความมั่นคงของแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินเว่ยอู๋จีทว่า... ความสงบสุขนั้นดูเหมือนจะไม่ครอบคลุมถึงภายในจวนแม่ทัพเว่ยสักเท่าไรนัก“เว่ย-ฉาง-เนี่ยน! เจ้าลิงทะโมน! ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”เสียงคำรามกึกก้องของแม่ทัพเว่ยดังสนั่นไปทั่วลานฝึกยุทธ์ บ่าวไพร่ต่างพากันสะดุ้งโหยง แต่มิใช่ด้วยความหวาดกลัว กลับเป็นความขบขันที่ต้องกลั้นไว้จนหน้าแดงบนยอดไม้สูงลิบกลางลานฝึก มีร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบกว่าในชุดไหมสีแดงสดนั่งห้อยขาแกว่งไปมาอย่างสบายอารมณ์ ในมือถือตราพยัคฆ์ตราสั่งการกองทัพของบิดาเอาไว้ราวกับของเล่น“ท่านพ่อ... ข้าไม่ลง! ท่านพ่อจะตีก้นข้า!” เสียงเล็กใสแจ๋วตะโกนตอบกลับมา“ข้าไม่ตี! ข้าสัญญา!” เว่ยอู๋จีพยายามปรับเสียงให้อ่อนลง แต่เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ “เจ้าส่งตราพยัคฆ์ลงมาให้พ่อก่อน... นั่นไม่ใช่ของเล่นนะลูกรัก”“ท่านตาทวดบอกว่า ข้าเอาไปเล่นทุบเปลือกเกาลัดได้!”เว่ยอู๋จีแทบจะกระอักเลือดออกมา “ท่านตาทวด... ท่านราชครูกู้หยวนน่ะรึ?”“ใช่

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   ตอนพิเศษ 1 วสันต์สวาทสามราตรี 2/2

    “ไม่ต้อง...” เว่ยอู๋จีรวบตัวนางกลับลงมาจมอก “ที่จวนนี้ไม่มีธรรมเนียมยุ่งยาก ท่านพ่อท่านแม่ข้าไม่อยู่แล้ว... เจ้ามีหน้าที่ปรนนิบัติสามีเพียงคนเดียวก็พอ”“แต่ข้าหิว...” กู้หว่านประท้วงท้องร้องโครกคราก“ข้าก็หิว...” เว่ยอู๋จีลืมตาขึ้น นัยน์ตาเป็นประกายวาววับจ้องมองริมฝีปากนาง “หิวเจ้า...”“ว้าย! ท่านพี่! อื้ออออ!”ยังไม่ทันได้ร้องขอความเมตตา กู้หว่านก็ถูกพลิกตัวลงใต้ร่างเขาอีกครั้ง บทเรียนบทที่สองจากตำราวสันต์ถูกนำมาปฏิบัติทันทีโดยไม่มีการพักยกตลอดทั้งวัน บ่าวไพร่ที่ยกอาหารมารอหน้าห้องต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก นายท่านสั่งห้ามใครรบกวนเด็ดขาด อาหารที่ยกมาวางไว้หน้าประตูเย็นชืดแล้วก็ถูกยกกลับไป เปลี่ยนสำรับใหม่วนเวียนอยู่อย่างนั้นเสียงหัวเราะคิกคัก เสียงหวีดร้องเบา ๆ และเสียงเตียงสั่นสะเทือนดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ ทำให้สาวใช้หน้าแดงก่ำต้องรีบถอยห่างออกมากว่าจะได้กินข้าวกันจริง ๆ ก็ปาเข้าไปช่วงบ่ายคล้อย เว่ยอู๋จีสวมเพียงกางเกงตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงป้อนข้าวต้มให้ภรรยาที่นอนหมดสภาพอยู่ในผ้าห่ม“อ้าปากสิเด็กดี...” เขาเป่าข้าวต้มให้หายร้อน แล้วป้อนนางอย่างเอาใจกู้หว่านเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ย มองค

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   ตอนพิเศษ 1 วสันต์สวาทสามราตรี 1/2

    ตำราปกสีน้ำเงินที่ถูกโยนทิ้งลงพื้นดูเหมือนจะไร้ค่าไปในทันที เมื่อเทียบกับเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นที่นอนทอดกายอยู่บนเตียงกว้าง ม่านมุ้งสีแดงมงคลถูกปลดลงมาปิดกั้นโลกภายนอก เหลือเพียงแสงเทียนวูบไหวที่สาดส่องกระทบผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหยกมันแพะของกู้หว่านให้ดูเย้ายวนจับตาเว่ยอู๋จีปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นมัดกล้ามกำยำที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งสมรภูมิ รอยแผลเป็นจาง ๆ บนแผงอกกว้างไม่ได้ทำให้เขาดูน่ากลัว แต่กลับเสริมเสน่ห์แห่งบุรุษเพศที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความดุดันเขาทาบทับร่างหนาลงมา กักขังนางไว้ใต้ร่างแกร่ง กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกับกลิ่นสุรามงคลจาง ๆ มอมเมาสติของกู้หว่านให้พร่าเลือน“หว่านเอ๋อร์...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนนางขนลุกซู่“รู้หรือไม่ว่า ข้าอดทนรอเวลานี้มานานเพียงใด... นานจนข้าแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว”“ท่านพี่... ท่านใจเย็น...อื้อ...ใจเย็นเจ้าค่ะ” กู้หว่านพยายามเอ่ยห้ามเสียงเบาหวิว มือเล็กดันแผงอกเขาไว้ แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะต้านทานพยัคฆ์หนุ่มผู้หิวกระหายได้“คืนนี้ไม่มีคำว่าใจเย็น...” เว่ยอู๋จีขบเม้มติ่งหูของนางเบา ๆ ก่อนจะ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   บทที่ 30 บทส่งท้ายวิวาห์สะท้านเมือง 2/2

    เว่ยอู๋จีเหยียบคันชั่งขึ้นมา แล้วค่อย ๆ บรรจงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก...ทันทีที่ผ้าคลุมหน้าพ้นใบหน้า ความงดงามของเจ้าสาวก็ปรากฏแก่สายตา แสงเทียนขับเน้นผิวขาวเนียนละเอียด แก้มแดงระเรื่อ และดวงตากลมโตที่ฉ่ำน้ำ ยิ่งดูเย้ายวนชวนให้ลุ่มหลง“หว่านเอ๋อร์...” เว่ยอู๋จีครางเรียกชื่อนางในลำคอ ราวกับคนละเมอ “เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน...”เขาหยิบสุรามงคลขึ้นมาสองจอก ส่งให้นางหนึ่งจอก“ดื่มสุรามงคล... ครองคู่ตราบชั่วฟ้าดินสลาย”ทั้งสองคล้องแขนกัน ดื่มสุราจนหมดจอก รสชาติเผ็ดร้อนของสุราไหลลงคอ แต่มิอาจเทียบได้กับความร้อนรุ่มในแววตาของแม่ทัพหนุ่มที่จ้องมองนางเว่ยอู๋จีรับจอกสุราจากมือนางไปวางไว้ แล้วขยับตัวเข้าประชิด เขาค่อย ๆ ถอดมงกุฎหงส์อันหนักอึ้งออกจากศีรษะนาง ปล่อยให้เส้นผมดำขลับสยายลงมาเต็มแผ่นหลัง“หนักหรือไม่?” เขาถามเสียงนุ่ม นิ้วมือเกลี่ยไล้ไปตามกรอบหน้า“ไม่หนักเจ้าค่ะ... แต่ข้าตื่นเต้น” กู้หว่านตอบเสียงสั่น แม้ว่านางจะเคยร่วมเรียงเคียงหมอน แต่ตอนนั้นด้วยฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด แต่บัดนี้เป็นเรื่องที่นางจะรู้สึกกับมันจริง ๆเว่ยอู๋จียิ้มเจ้าเล่ห์ “ตื่นเต้นเรื่องอันใด? เรื่องเข้าหอ หรือเรื่องที่สาม

  • เมื่อข้าเกิดใหม่ต้องแต่งกับแม่ทัพร้ายกาจ   บทที่ 30 บทส่งท้ายวิวาห์สะท้านเมือง 1/2

    สายลมแห่งความปีติพัดโชยมาพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้มงคล ทั่วทั้งเมืองหลวงในวันนี้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ไม่ใช่สีแดงของโลหิตดั่งเช่นวันวาน แต่เป็นสีแดงของงานมงคลสมรส ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ต้าเหลียงเสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวปลุกให้ชาวเมืองตื่นตัวตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่ ขบวนขันทีหลวงเคลื่อนออกจากวังมุ่งหน้าสู่จวนตระกูลกู้ พร้อมด้วยราชโองการสีทองอร่าม“รับราชโองการ!”กู้หว่านในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์คู่มังกรด้วยด้ายทองคำแท้ คุกเข่าลงรับราชโองการด้วยความนอบน้อม ข้างกายมีท่านตาที่ยิ้มจนแก้มปริ“ด้วยพระเมตตาแห่งโอรสสวรรค์... ทรงเห็นถึงความเหมาะสมดั่งกิ่งทองใบหยก พระราชทานสมรสให้แม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินเว่ยอู๋จี และหลานสาวราชครูกู้ กู้หว่านขอให้ครองคู่ยั่งยืนนาน มีบุตรเต็มบ้านหลานเต็มเมือง จบราชโองการ!”ขุนนางและขันทีต่างซุบซิบกันถึงที่มาของราชโองการฉบับนี้ ว่ากันว่าแม่ทัพเว่ยผู้เกรียงไกรถึงกับบุกไปป่วนท้องพระโรงทุกวัน จนฮ่องเต้ปวดพระเศียร“ฝ่าบาท... เมื่อไหร่จะพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ?”เพราะไม่พระราชทานสมรสสักที แม่ทัพเว่ยไม่ทำอะไรไม่พอ ยังเอาแต่กวนพระทัยในท้องพระโรงทุกวัน “ฝ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status