เข้าสู่ระบบชั่วชีวิตของเซียวลี่ถิงสิ่งที่ทำให้เธอเสียใจมากที่สุดก็คือการที่เธอเลือกจะติดตามคนรักโดยไม่สนใจคำคัดค้านของพ่อแม่และพี่ชาย ผลสุดท้ายเพราะความดื้อดึงของเธอจึงทำให้เธอต้องทนอยู่กับสามีที่เห็นแก่ตัว เขาไม่คิดจะมีเธอคนเดียวแต่ก็ไม่คิดที่จะหย่าขาดกับเธอ ฉากหน้าที่คนอื่นเห็นเธอคือคุณนายเฉินที่น่าอิจฉา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างไร้ความสุข ทั้งชีวิตของเธอทุ่มเทให้แค่เพียงลูกเท่านั้น แต่เมื่อลูกของเธอได้จากไปชีวิตของเซียวลี่ถิงก็ไม่เหลือสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว เมื่อได้ย้อนกลับมาอีกครั้งเธอจึงต้องการที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่มีทางที่เธอจะปล่อยให้ชีวิตของตนเองต้องซ้ำรอยเดิม
ดูเพิ่มเติมท่ามกลางห้องปรับอากาศอันเย็นเฉียบ สายน้ำเกลือและสายให้เลือดที่ห้อยระโยงระยางจนเต็มร่างของเฉินอวิ๋นทำให้เซียวลี่ถิงหลั่งน้ำตาลงมาลูกสาวของเธอกำลังจะจากไป แค่เพียงถอดเครื่องช่วยหายใจออกเธอก็จะไม่ได้พบลูกสาวของเธอตลอดกาล แม้จะรู้ดีว่าไม่เหลือความหวังอีกต่อไปแล้ว แต่เซียวลี่ถิงก็ยังอยากจะรออีกสักนิด รอว่าอาจจะมีปาฏิหาริย์ที่จะช่วยให้ลูกของเธอฟื้นขึ้นมาได้ แล้วเอ่ยปากเรียกเธอว่า “แม่” อีกครั้ง
“ลี่ถิง เธอตัดอกตัดใจเสียเถิด ลูกไม่ได้อยู่กับพวกเราอีกต่อไปแล้ว” เฉินซีห่าวพูดออกมาพลางจ้องมองเฉินอวิ๋นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ ทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้ของเขาเซียวลี่ถิงก็หันมาจ้องมองเฉินซีห่าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ด้านหลังของเขาคือหม่าชิงอีและเสิ่นอวี้หยางกำลังยืนจับมือกันจ้องมองมาที่เธอ รอยยิ้มที่ประดับอยู่ตรงมุมปากของหม่าชิงอีทำให้เซียวลี่ถิงไม่อาจจะทนเก็บกักความเคียดแค้นและชิงชังอีกต่อไป เธอขยับตัวลุกขึ้นแล้วชี้ไปที่เสิ่นอวี้หยางแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสั่นเครือ
“คุณพาพวกเธอมาที่นี่ทำไม คุณลืมไปแล้วหรือว่าสาเหตุที่ลูกต้องตกอยู่ในสภาพนี้เป็นเพราะพวกเธอ”
“ไม่ใช่นะคะคุณน้า อวิ๋นอวิ๋นกระโดดลงมาเองหนูไม่ได้เป็นคนทำ หนูพยายามห้ามเธอแล้วแต่เธอกลับไม่ยอมฟังหนู เอาแต่พูดว่าถ้าเธอกระโดดลงมาหนูก็จะกลายเป็นคนผิดที่ผลักเธอลงมา” คำพูดของเสิ่นอวี้หยางทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้า
“นี่ขนาดลูกของฉันต้องตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว เธอยังคิดที่จะใส่ความลูกของฉันอีกหรือ” เซียวลี่ถิงพูดพลางหันไปมองเฉินซีห่าว เขาเดินตรงมาโอบกอดเธอเอาไว้แต่เธอกลับใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เธอมีผลักร่างของเขาออกแล้วพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชิงชัง
“คุณเป็นพ่อภาษาอะไร ลูกของคุณตกอยู่ในสภาพนี้แล้วคุณยังจะเชื่อคำพูดของคนอื่นอีกหรือ” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้เฉินซีห่าวส่ายหน้าเขาจ้องมองเธอแล้วหันไปมองหม่าชิงอีและเสิ่นอวี้หยาง แล้วสุดท้ายเขาก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“ชิงอี ลี่ถิงเขายังทำใจเรื่องอวิ๋นอวิ๋นไม่ได้ คุณพาลูกกลับไปก่อนเถิด แค่อวิ๋นอวิ๋นต้องตกอยู่ในสภาพนี้อวี้หยางก็คงจะเสียใจมากแล้วอย่าให้อวี้หยางต้องได้เห็นและได้ฟังคำพูดที่ทำร้ายจิตใจของเธออีกเลย” คำพูดของเฉินซีห่าวทำให้เซียวลี่ถิงแค่นเสียงในลำคอออกมา เธอก้มลงมาอ่านข้อความในมือถือแล้วจึงได้หันไปมองลูกสาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงของเธอ เธอพิมพ์ข้อความลงไปในมือถือแล้วจึงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา
“ให้เสิ่นอวี้หยางอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน อวิ๋นอวิ๋นของแม่จะได้รับรู้ว่าคนที่กล้าทำร้ายลูกของแม่ มันผู้นั้นจะต้องชดใช้” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดจบประตูห้องก็เปิดออกพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายเดินเข้ามาในห้อง
“ขอเชิญคุณเสิ่นอวี้หยางไปกับพวกเราด้วยครับ” คำพูดของเจ้าหน้าที่ทำให้เสิ่นอวี้หยางส่งเสียงขอความช่วยเหลือจากแม่ของเธอในทันที
“คุณแม่คะ” เสิ่นอวี้หยางส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับโถมร่างเข้ามาโอบกอดหม่าชิงอีเอาไว้ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาควบคุมตัวเธออย่างลำบาก
“คุณตำรวจค่ะ อวี้หยางของฉันก็ไปให้ปากคำแล้วไม่ใช่หรือ มันเป็นแค่เพียงอุบัติเหตุ ไม่ใช่สิ! จริงๆ แล้วมันคือการฆ่าตัวตายต่างหาก” คำพูดของหม่าชิงอีทำให้เซียวลี่ถิงหัวเราะออกมาในทันที
“การฆ่าตัวตายหรือ หึหึ ถ้าอย่างนั้นเธอคงจะไม่รู้สินะว่าบนตึกมีกล้องวงจรปิดบนดาดฟ้าด้วย” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้เสิ่นอวี้หยางก็หันไปพูดกับแม่ของเธอในทันที
“คุณแม่คะ ไหนคุณแม่บอกกับหนูว่าคุณแม่ตรวจสอบแล้วยังไงเล่าคะ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มีกล้องวงจรปิดโผล่มาได้” คำถามของเสิ่นอวี้หยางทำให้เฉินซีห่าวส่งเสียงถามออกมาในทันที
“อวี้หยางหนูพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง” เฉินซีห่าวถามออกมาพลางจ้องมองเสิ่นอวี้หยางอย่างคาดไม่ถึง
“คุณลุงคะ มันเป็นอุบัติเหตุ หนูไม่ได้เป็นคนผลักอวิ๋นอวิ๋นลงมานะคะ” คำพูดของเสิ่นอวี้หยางทำให้เฉินซีห่าวนิ่งงันไปเพราะความคาดไม่ถึง หม่าชิงอีจึงรีบพูดขึ้นมาในทันที
“พี่ซีห่าว คุณต้องช่วยลูกนะคะ ถึงยังไงอวี้หยางก็เป็นลูกของคุณเช่นกัน คุณจะปล่อยให้ลูกถูกจับตัวไปเช่นนี้ไม่ได้” คำพูดของหม่าชิงอีทำให้เซียวลี่ถิงหัวเราะ หึหึ ออกมา ส่วนเฉินซีห่าวส่งเสียงตะคอกหม่าชิงอีในทันที
“ชิงอีมันใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนี้ในตอนนี้ไหม”
“ทำไมจะไม่ใช่เวลา ถ้าฉันไม่พูดคุณก็คงไม่ช่วยลูกของฉัน” เมื่อหม่าชิงอีพูดเช่นนี้เฉินซีห่าวก็หันมาพูดกับเซียวลี่ถิงในทันที
“ลี่ถิง ผมขอไปดูอวี้หยางก่อน คุณอยู่กับอวิ๋นอวิ๋นก่อนนะเดี๋ยวผมกลับมา” เฉินซีห่าวพูดพลางเดินติดตามเจ้าหน้าที่ที่กำลังควบคุมตัวเสิ่นอวี้หยางออกไป ส่วนหม่าชิงอียังรั้งรออยู่แล้วพูดกับเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“มีกล้องวงจรปิดแล้วอย่างไรเล่า ถึงอย่างไรพี่ซีห่าวก็ต้องช่วยอวี้หยางของฉันอยู่ดี” คำพูดของหม่าชิงอีเต็มไปด้วยความเย้ยหยันเธอจ้องมองเซียวลี่ถิงและร่างที่นอนบนเตียงด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง
“เธอระคายใจเรื่องฉันกับลูกมาโดยตลอดเลยไม่ใช่หรือ ก็ได้วันนี้ฉันจะสงเคราะห์บอกความจริงกับเธอก็ได้ พี่ซีห่าวกับฉันมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ก่อนเธอกับเขาจะแต่งงานกันแล้ว บ้านที่เธอกับเขาใช้เป็นเรือนหอเคยเป็นที่พักของฉันกับเขามาก่อน ฉันพึ่งจะย้ายออกก่อนหน้าวันแต่งงานของเธอกับเขาแค่เพียงวันเดียวเท่านั้น เซียวลี่ถิง! เขารักฉันไม่ได้รักเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นลูกสาวของหัวหน้าของเขา เขาก็ไม่มีทางเลือกแต่งงานกับเธอหรอก” คำพูดของหม่าชิงอีไม่ได้ทำให้เซียวลี่ถิงรู้สึกเจ็บปวดใจแต่อย่างใด สำหรับเซียวลี่ถิงแล้วเรื่องความสัมพันธ์อันเกินเลยของหม่าชิงอีและเฉินซีห่าวไม่สามารถทำร้ายจิตใจของเธอได้มานานแล้ว
“แทนที่จะมามัวพูดจาโอ้อวดความสัมพันธ์อันโสมมระหว่างเธอกับเขาให้ฉันฟัง เธอควรจะตามไปดูลูกของเธอดีกว่านะ หม่าชิงอีเธอคิดว่าเฉินซีห่าวจะสามารถช่วยเหลือลูกของเธอได้หรือ เธออย่าลืมนะว่ากล้องวงจรปิดไม่ได้จับแค่ภาพนะแต่ยังมีเสียงด้วย ทุกการกระทำและทุกคำโต้เถียงระหว่างอวิ๋นอวิ๋นของฉันและลูกสาวของเธอถูกส่งไปให้เจ้าหน้าที่แล้ว และยามนี้ลูกสาวของเธอก็คงจะถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าโดยเจตนาไปแล้ว” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้หม่าชิงอีชะงักไปลูกสาวของเธอถูกจับตัวไปแล้ว แม้ว่าจะมั่นใจว่าเฉินซีห่าวจะต้องช่วยเสิ่นอวี้หยางแน่ แต่การที่เสิ่นอวี้หยางลงมือผลักจนเฉินอวิ๋นตกลงมาจากตึกเช่นนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าเฉินซีห่าวจะยอมให้อภัยลูกสาวของเธอไหมและจะยอมช่วยเหลือเสิ่นอวี้หยางให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีหรือไม่
“ทำไมต้องเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่ว่าฉันกับลูกจะทำอะไรก็มักจะแพ้พวกเธอสองแม่ลูกมาโดยตลอด เซียวลี่ถิงถ้าลูกของฉันต้องติดคุกฉันก็ไม่มีทางปล่อยเธอเอาไว้แน่ ฉันจะทำให้เธอกับลูกสาวของเธอต้องตกนรกไปด้วยกัน” เมื่อพูดจบหม่าชิงอีก็รีบเดินจากไป ในใจของหม่าชิงอีเต็มไปด้วยความกังวล เธอกังวลว่าเสิ่นอวี้หยางจะถูกเฉินซีห่าวทอดทิ้งอีกครั้ง
เมื่อขึ้นไปบนรถแล้วทุกคนก็ต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด คราวนี้กู้ชิงโจวเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างเซียวหลิง ส่วนสวีเฟยแม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรแต่มือที่ทั้งเรียวบางและอบอุ่นของเธอกลับกุมมือของเซียวลี่ถิงเอาไว้แน่น“นายไปส่งคุณสวีก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับมาเอง” กู้ชิงโจวพูดเมื่อเห็นว่าเซียวหลิงใจลอยจนรับรถเลยเส้นทางที่จะเข้าบ้านของเขาแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวฉันวนรถกลับไปส่งนายก่อน” เซียวหลิงพูดพลางหาเส้นทางกลับรถเพื่อวนรถกลับไปทางเดิม ท่าทีของคนในรถทำเซียวลี่ถิงเม้มปากแน่นแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาตามตรง“ฉันไม่เป็นไร ทุกคนเชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ถ้าจะมีก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเพียงเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะเสียใจ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็หันมาจ้องมองเธอแล้วสุดท้ายเขาจึงได้พูดออกมาตามตรง“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าคู่ควรที่จะทำให้คุณเสียใจ” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาเธอหันไปมองสวีเฟยแล้วพูดกับสวีเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะเฟยเฟย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วดังนั้นตอนนี้ฉันไม่ได้เศ
สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไปเธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกม
เมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ท
เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็











