Share

ตอนที่ 4 หอคณิกา ภาคแรก

last update Last Updated: 2026-01-28 16:55:04

หลิวเซียงเอ๋อร์เดินวนไปมาหน้าห้องหอในตำหนักซูฮวากง ร่างบางเดินกระสับกระสายจนคนมองต้องรู้สึกเวียนศีรษะ

“พระสนม..พระองค์เดินแบบนี้มานานแล้วนะเพคะ”

“เรากำลังใช้สมาธิอยู่นะซิ ขอเราอยู่คนเดียวซักพักได้ไหมเจ้าออกไปก่อน” หลิวเซียงเอ๋อร์หยุดหันมองหลินเสียงที่กำลังนั่งมองเธอ

“งั้นหม่อมชั้นจะออกไปอยู่ข้างนอกห้อง หากพระสนมต้องการสิ่งใดเอ่ยเรียกหม่อมชั้นได้นะเพคะ” หลินเสียงพูดจบก็ถอยหลังออกประตูไม้ใหญ่นั้นไป จวบกับองครักษ์เฉินฮั่วกลับมาพอดี

“แม่นางหลิน พระสนมทำอะไรอยู่หรือ”

“พระสนมทรงเดินไปแล้วก็เดินมา”

“เดินไปแล้วเดินมา? ”

“เจ้าค่ะ” หลินเสียงไม่พูดต่อเธอทรุดตัวลงโต๊ะหินอ่อนศาลานอกห้องหอของสนมซูเฟยก่อนจะนั่งเอามือเท้าคาง

เฉินฮั่วนึกสงสัยแต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปหากไม่มีเสียงเรียกหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ เขาแทบไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามา ณ ที่แห่งนี้เลยเสียด้วยซ้ำหากมิเพราะเสนาบดีหลิวเป็นคนสั่งให้เขามาค่อยอยู่ปกป้องนาง

“หลินเสียงข้านึกออกแล้ว” หลิวเซียงเอ๋อร์วิ่งเปิดประตูใหญ่หน้าห้องหอ

“พระสนม!!” หลินเสียงตกใจที่จู่ ๆ หลิวเซียงเอ๋อร์ก็วิ่งมาเปิดประตู นางรู้ว่าตั้งแต่ที่สนมหลิวซูเฟยฟื้นหลังจากตกน้ำนั่นท่าทางก็ราวต่างออกไปแม้ในบางครั้งเธอก็รู้สึกเหมือนอยู่กับคนที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็มิกล้าถ่วงถาม

“ข้าอยากไปหอคณิกา”

“พระสนม!!” เสียงของหลินเสียงสูงขึ้นอีกครั้ง นางตกใจกับสิ่งที่   หลิวเซียงเอ๋อร์บอก เพราะหอคณิกาที่ขึ้นชื่อในเมืองนี้เป็นหอคณิกาที่มิได้มีเพียงหญิงงาม แต่มีความพิเศษตรงมีบุรุษรูปงามมาบริการแก่หญิงสาว ทั้งหญิงแก่แม่หม้าย และหญิงสาวต่างก็ชอบเข้าไปชื่นชมเยี่ยงบุรุษ

“เอาน่า ๆ เราแค่ไปนั่งชมเพียงอย่างเดียว เราแค่ต้องการไปหาข้อมูลบางสิ่งที่เราสงสัย” หลิวเซียงเอ๋อร์ทำท่าทางยักคิ้วลิ่วตา

“สงสัยสิ่งใดเพคะ” หลินเสียงแปลกใจเพราะตั้งแต่หลิวเซียงเอ๋อร์เติบโตมาไม่มีสิ่งใดที่เธอไม่รู้

“วันนั้นที่ตลาด เราถูกชายชุดดำช่วยเหลือไว้และเราก็เห็นว่าบุรุษนั้นกระโดดลงมาจากหอคณิกา” หลิวเซียงเอ๋อร์แต่งเรื่องราวนิดหน่อยเพื่อให้หลินเสียงยอมช่วยเหลือ หากแต่ความจริงเธอต้องการที่จะออกไปหาหน่วยข่าวกรองที่เป็นหนึ่งในคณิกาซึ่งเป็นคนของฮ่องเต้ เพื่อสืบหาว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ตระกูลหลิวต้องถูกประหารล้างตระกูล     เพราะหลังจากที่สนมหลิวซูเฟยถูกส่งเข้าวังหลังไม่นานตระกูลนางก็ถูกตัดสินว่าคิดก่อการกบฏช่วยเหลือศัตรูให้เข้ามาลอบสังหารฮ่องเต้ ในวันที่ฉลองพระราชสมภพฮ่องเต้หนานรั่วหาน แต่ที่เธอรู้ว่าตระกูลหลิวถูกใช้เป็นเครื่องมือเพราะหลังจากที่คิดว่าจบกลับไม่ใช่ ยังมีหนอนบ่อนไส้อาศัยชื่อตระกูลหลิวเพื่อสั่งการ นั่นเป็นเหตุที่ทำให้สนมหลิวซูเฟยผูกคอเสียชีวิต ส่วนหลินเสียงและองครักษ์ต่างก็ฆ่าตัวตายตามเพื่อแสดงความรักและเคารพต่อนาง

หลิวเซียงเอ๋อร์หยิบชุดสีแดงฉูดฉาดราวเลือดนก ปักดิ้นทองลายหางนกยูง ผืนผ้าบางคลุมร่างเล็กตัดกับสีผิวเผยให้เห็นลำคอระหงส์นั่น

“พระสนม..เราจะไปกันจริงหรือเพคะ” หลินเสียงเองก็แต่งองค์ทรงเครื่องไม่ต่างกับหญิงงามที่กำลังจะออกไปเกี้ยวบุรุษ

“เจ้าต้องคิดว่านี่คือสิ่งที่เราต้องทำ หากข้ามิได้เอ่ยขอบคุณน้ำใจนี้ ข้าก็มิอาจตายตาหลับ” หลิวเซียงเอ๋อร์กล่าววาจาอย่างหนักแน่น

หอคณิกานี้ตั้งอยู่กลางเมืองเป่ยหลง เป็นหอคณิกาที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องรู้จักเป็นอย่างดี เพราะนอกจากที่จะมีเหล่าบุรุษคอยมาบริการสุรา และรินน้ำชาแล้ว ก็ยังมีเหล่าหญิงงามค่อยต้อนรับเช่นกัน หลิวหลิวอยากเห็นหอนี้มากเพราะตอนที่อ่านเป็นตัวอักษรต่างก็ดูน่าชมแล้ว นี่ถือโอกาสที่อยู่ในร่างของสนมหลิวซูเฟยทำให้เธอได้มาเห็นด้วยตาตนเอง

หอสูงใหญ่โตสมกับที่ชื่อเสียงเลื่องลือ ในหอคณิกานี้เป็นคฤหาสน์ไม้เนื้อดีขัดจนขึ้นเงามีด้วยกันทั้งหมดสี่ชั้น โดยแบ่งแยกห้องรับแขกเป็นระดับชั้น โดยชั้นบนสุดของหอสำหรับต้อนรับแขกพิเศษหรือระดับฮ่องเต้หรือหรืออ๋อง ส่วนชั้นสามต้อนรับระดับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ส่วนชั้นสองเป็นพ่อค้าหรือผู้ที่อยากได้ความเป็นส่วนตัว ส่วนชั้นล่างเป็นส่วนต้อนรับจะมีเวทีแสดงต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนกันไป ทุกๆ วันจะมีป้ายบอกไว้หน้าหอสำหรับการแสดงแต่ละช่วงยาม ซึ่งส่วนใหญ่ผู้คนก็จะมาชมการแสดงเพลงพิณของฉินม่อซี บุรุษหน้าหวานที่มีแววตาดั่งกวางน้อย หน่วยสืบข่าวกรองลับของฮ่องเต้หนานรั่วหาน

“พระสนมเราจะพบบุรุษเงานั้นหรือไม่เพคะ”

“ไม่รู้ซิ..แต่ข้าว่าเราต้องเข้าไปดูก่อน” หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เปิดประตูคอยตอนรับเหล่านักท่องเที่ยวยามค่ำคืน โคมไฟต่างถูกแขวนไว้ตามชายคา

“เชิญเจ้าค้าาาา คุณหนูท่านต้องการห้องไหนเป็นพิเศษหรือไม่” เสียงหญิงวัยกลางคนที่ทาปากสีแดงจัดทำท่าจีบปากจีบคอร้องเรียกเธอขณะที่กำลังเดินเข้าไปห้องโถงใหญ่ ผู้คนต่างส่งเสียงพูดคุยอย่างครื่นเครง เหล่าบุรุษและสตรีในเมืองต่างแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย หลิวเซียงสอดส่องสายตามองรอบ ๆ หาบุรุษที่คิดว่าน่าจะเป็นฉินม่อซี

“ข้าต้องการมาชมคุณชายฉินดีดพิณ เห็นว่าไพเราะนัก”

“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ ไพเราะที่สุดในใต้หล้านี้เชิญคุณหนูนั่งรอที่นี่ก่อนอีกไม่นานการแสดงก็จะออกมาแล้วเจ้าค่ะ” ยามนี้สตรีที่เข้ามารอชมการแสดงเพลงพิณต่างก็ส่งสายตามองไปยังกลางเวทีหลักกลางคฤหาสน์หลังใหญ่

สองบุรุษที่อยู่ชั้นบนสอดส่องมองลงมา เมื่อเห็นหญิงสาวที่เข้ามาใหม่สวม อาภรสีแดงสะดุดตาต่างก็จ้องมองกัน สองคิ้วคมเข้มขมวดขึงราวกับไม่พอใจ

“ฝ่าบาท..” เสียงเอ่ยเรียกบอกถึงสถานะ หากแต่อีกคนยกมือขึ้นราวกับห้ามปราม

“เราอยู่ที่นี่ห้ามเรียกเราเช่นที่เคยเป็น เรียกเราว่าคุณชายก็พอ” ฮ่องเต้หนานรั่วหาน ยามนี้เขาจับตามองสตรีที่เรียกได้ว่าเป็นภรรยาอย่างแปลกใจ

“คุณชายให้บ่าวไปจัดการหรือไม่ขอรับ”

“ยังก่อน ข้าอยากรู้เหมือนกันว่านางจะมาไม้ไหน”

“แล้วหากพระสนม…เออ นางมาหาเศษหาเลยกับบุรุษคุณชายจะทำเช่นไรขอรับ” องครักษ์ไป่ฟางหรงยามนี้เป็นเพียงบ่าวผู้ติดตามคุณชายต่างอดเป็นห่วงไม่ได้

“เช่นนั้นข้าจะจัดการเอง” พูดจบร่างสูงก็ลุกออกไปยังห้องหนึ่งที่มีบุรุษอีกคนกำลังเปลี่ยนชุด

“ฝ่าบาท” บุรุษที่กำลังจัดชุดสีฟ้าอ่อนคลุมด้วยผ้าโปรงสีขาวหันกลับมาพร้อมโน้มตัวคารวะ

“ฉินม่อซี..คืนนี้เราจักแสดงเอง เจ้ามาแต่งหน้าให้ข้าที” ฉินม่อซีขมวดคิ้วมองอย่างงุนงง เขารู้ดีว่าฮ่องเต้หนานรั่วหานฝีมือการดีดพิณเรียกได้ว่าชั้นครูเลยก็ว่าได้ เพราะเขานั่นเองเป็นผู้ได้สอนให้ฉินม่อซีดีดพิณเป็น

“ฝ่าบาทเหตุใดท่าน…” ฉินม่อซีเอ่ยขึ้นอย่างไม่เป็นพิธี ยามเข้าวังเขาคือข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์แต่อยู่ข้างนอกเขาคือสหายสนิทของฮ่องเต้เลยก็ว่าได้

“ข้ามีเหตุผลของข้า แต่เจ้าต้องแต่งให้ผู้คนจดจำข้ามิได้” เช่นนั้นฉินม่อซีเริ่มแต่งแต้มสีสำหรับการแสดงต่าง ๆ ลงใบหน้าขาวของหนานรั่วหานอย่างเบามือก่อนจะจัดชุดใหม่เป็นอันเสร็จพิธี

เสียงผู้คนปรบมือแต่แปลกใจเหตุใดวันนี้ฉินม่อซีกลับมาผ้าบางมากั้นปิดบังใบหน้า หากแต่เสียงเพลงพิณนั้นกลับนุ่มนวลชวนให้หลงไหลยิ่งกว่าทุกครั้ง หลิวเซียงเอ๋อร์นั่งยกมือเท้าคางมน ๆ ก่อนจะจิบสุราท้อรสชาดหวานลิ้นที่แม่นางเสี่ยวหงยกสุรานี้มาให้พร้อมถั่วอีกจาน

“หลินเสียงเจ้าว่าบทเพลงพิณนี่ไพเราะหรือไม่” หลิวเซียงเอ๋อร์ยกยิ้มพร้อมถามสตรีที่นั่งข้าง ๆ สายตาจับจ้องไปยังบุรุษกลางเวทีอย่างไม่วางตา

“มากเลยเจ้าค่ะ”

“หากข้าจะซื้อบุรุษนี่ เจ้าคิดว่าต้องให้เงินเท่าไหร่ดี” คำพูดเธอทำให้หลินเสียงที่กำลังยกดื่มชาถึงกับสำลัก

“คุณหนู!!..ท่านว่ากระไรเจ้าคะ”

“ข้าถามว่าถ้าต้องให้เขามาบริการข้า ข้าจะต้องจ่ายเท่าไหร่กัน” หลินเสียงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง สตรีผู้ที่เคยเคร่งครัดทั้งกิริยามารยาท สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม แต่ยามนี้เหตุใดนางถึงได้เอ่ยถึงบุรุษอื่นด้วยสีหน้าราวกับต้องมนต์

“คุณหนู..บ่าวว่ามิดีเจ้าค่ะ”

“ดีซิ…ข้าแค่เรียกมาหาข้อมูลไง หากบุรุษเงานั่นมาที่นี่บ่อยเขาต้องรู้จักเป็นแน่” หลินเสียงได้ยินก็พยักหน้าคล้อยตาม

“คุณหนูท่านนี่ฉลาดจริง ๆ เจ้าค่ะ” หลินเสียงรีบเปลี่ยนสีหน้าก่อนจะหันไปมองสตรีร่างอวบที่กำลังเดินวนโต๊ะโน้นที โต๊ะนี้ทีราวกับปลาแหวกว่ายไปมา

“แม่นางเสี่ยวหง..คุณหนูข้าถูกชะตาคุณชายฉินแล้วจักต้องจ่ายเท่าไหร่หรือ” หลินเสียงสอบถามให้แทนนายที่ยังคงทอดมองบุรุษนั่น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 15 พิธีอภิเษกสมรส

    ~ พิธีอภิเษกสมรสสนมเต๋อเฟย~ ลานกว้างหน้าพระราชวังถูกประดับไปด้วยช่อผ้าสีแดงสด เหล่านางกำนัลกำลังเร่งรีบจัดแต่งชุดให้เจ้าสาว ใบหน้านางยามนี้ฉายแววไปด้วยความสุข แม้นางจะมิเคยพบฮ่องเต้หนานรั่วหานคนนี้มาก่อนแต่เมื่อได้มาพบนางก็ยินดีพร้อมแต่งแม้ต้องอยู่ขั้นสนมนางก็รับได้ แม่สื่อจัดแต่งมงกุฎให้นางเป็นครั้งสุดท้าย“ฮ่องเต้เสด็จ!!..” เหิงกงกงที่ยืนอยู่หน้าตำหนักซูเฉียวกง เอ่ยตะโกนบอกกล่าวให้นางรู้ว่าพิธีส่งตัวได้เริ่มแล้ว ร่างสูงย่างลงจากเกี้ยวหลังใหญ่ ด้วยท่วงท่าสง่างามชุดสีแดงสะบัดตามแรงจังหวะก้าวเดิน“ข้ามีงานที่ต้องสะสางต่อฉะนั้นรีบเสร็จพิธี” ฮ่องเต้หนานรั่วหานเอ่ยบอกเหิงกงกง ชายชรายอบกายก่อนเร่งรีบวิ่งไปหน้าห้องหอนาง ร่างบางยามนี้นั่งนิ่งในใจกลับราวมีเสียงกลองตีกึกก้อง มือเล็ก ๆก็พลางสั่นด้วยความตื่นเต้นปนกลัวไปได้ ฮ่องเต้หนุ่มค่อย ๆ นั่งลงข้างนางก่อนจะยกผ้าปิดหน้าออก ใบหน้าอิ่มแหงนมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตากลมโตเขาขมวดคิ้วหนาก่อนจะหันไปหยิบยกสุรามงคลขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 14 พบเจ้ายามค่ำคืน

    ร่างสูงมองกองหนังสือมากมายที่จัดเรียงไว้รอสะสาง‘ดูท่าเห็นทีคืนนี้คงต้องพักไว้ก่อน’ ใบหน้าเคร่งขรึมยามนี้ได้หยุดมือลงละมองไปนอกหน้าต่างที่มีเพียงแสงส่องของดวงจันทร์และตะเกียงไฟที่จุดไว้เรียงรายตามทางเดิน“เหิงกงกงเตรียมเกี้ยวข้าจะไปตำหนักสนมหลิว” เสียงทุ้มเอ่ยหนักแน่น ยามนี้เขาไม่สามารถข่มใจให้นั่งอยู่ต่อได้ “ฮ่องเต้จะเสด็จตำหนักซูฮวากง เด็ก ๆ เตรียมเกี้ยววว” เสียงเหิงกงกงประกาศบอกเหล่าขันทีองครักษ์ที่ดูแลรอบด้านตำหนักให้ทราบ ก่อนที่ร่างสูงจะทอดเดินไปตำหนักซูฮวากงยามนี้มีเพียงแสงไฟบางจุดที่ส่องแสงรวมถึงในห้องหอนางยามนี้ก็ดูสลัวยิ่งนัก ฮ่องเต้ลุกก้าวลงจากเกี้ยวจนเหล่านางกำนัลขันทีวิ่งรับกันแทบไม่ทัน“ถวายพระพร//ถวายบังคมฮ่องเต้ เพคะ//พ่ะย่ะค่ะ” เสียงดังในยามค่ำคืนปลุกให้เธอที่กำลังขดตัวกอดหมอนอุ่นต้องพลิกฟัง‘ฮ่องเต้..มายามนี้ทำไมกัน หรือวันนี้เราจะสร้างเรื่องอะไรให้พระองค์ไม่พอใจกันนะ’ หลิวเซียงเอ๋อร์ผละตัวลุกจากเตียงนอนก่อนรีบลุกไปเปิดประตูห้องหออย่างไม่รอช้า หลินเสียงที่ดูท่าที่ยังไม่ตื่นจากฝันได้ยกศีรษะเล็ก ๆ หันมองก่อนรีบยอบตัวลงแทบติดพื้น“ถะ..ถวายพระพรฝ่าบาท” หลินเสียงรีบคารวะ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 13 หึงหวง

    ร่างสูงของสตรีคนหนึ่งยืนรอเธออยู่ด้านนอกห้องบรรทมพลางเร่งเร้า ด้วยการเดินไปเดินมาหน้าห้องทำให้เธอต้องรีบจัดแจงชุด หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองตัวเธอผ่านเงาสะท้อนจากแผนทองเหลือง ร่างอรชรที่สวมชุดคล้ายคลึงบุรุษ มัดรวบผมตึงกลางศรีษะใบหน้ายามไร้เครื่องประทินโฉมกลับมองดูสดใส ผิวกายเรียบเนียนขับชุดสีครามเข้มให้ดูสว่าง“หลินเสียงพอแล้ว เราจะไปฝึกซ้อมมิได้ออกไปเที่ยวไหนมิต้องแต่งมากนัก” เสียงห้ามของเธอทำให้นางหยุดมือลง หลินเสียงมองนายหญิงตนอย่างสงสัยเหตุใดนางถึงมีวรยุทธ์จนสามารถที่จะฝึกสอนผู้อื่นได้ เพราะนางเองก็มิเคยออกห่างจากกายนางไปที่ใด“พระสนมท่านไปเอาวิชาวรยุทธ์นี้มาจากที่ใดกันหม่อมชั้นใคร่อยากรู้นัก” หลินเสียงเอ่ยถามอย่างสงสัย‘ฉันจะบอกได้ยังไง ว่าจากภพชาติเดิมที่ฉันเคยอยู่’ หลิวเซียงเอ๋อร์มองหน้ายกยิ้มกรุ่มกริ้มก่อนจะกระซิบบอกนาง“เราก็แค่จำเอาเวลาที่เฉินฮั่วฝึกไง” เธอโกหกหญิงสาวตรงหน้าเพื่อคลายความสงสัยให้นาง หากความจริงแล้วถ่วงท่าที่เธอใช้ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่เฉินฮั่วใช้จริง ๆ เธอเองก็สงสัยเช่นกันเหตุใดเฉินฮั่วจึงรู้ท่าทางของศิลปะเทควันโดนี้“...เพคะ” หลินเสียงทำท่าพยักหน้ารับงก ๆ ราวกับเข

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 12 ผู้มาพร้อมสัญญา

    เสียงผู้คนพลุกพล่านแข่งกับเสียงนกร้องในยามเช้า หลิวเซียงเอ๋อร์กระสับกระสายร่างไปมาบนเตียงอุ่นพลางเอาหมอนหนุนยกปิดหูทั้งสองข้าง“หลินเสียง..เกิดอะไรขึ้น” เธอมองหน้าบ่าวในตำหนักที่กรูเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมีหลินเสียงยืนอยู่ด้านหน้าแถว“ทูลพระสนม..ฝ่าบาทมีราชโองการให้จัดเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากแคว้นหูเยว่ที่จะมาถึงในอีกสามวันเพคะ” เธอยกมือจับชายผ้าคลุมกระชับไหล่ก่อนจะลุกเดินออกไปมองดูด้านหน้าที่เหล่าขันทีและสาวใช้นางกำนัลกำลังปัดกวาดเช็ดถูคล่องแคล่ว เธอผินหน้ามองไปยังตำหนักใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง“คงเพราะทราบข่าวเมื่อคืนซินะ” เธอเอ่ยเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องหอตามเดิม“เตรียมชุดให้ข้าที ข้าจะไปที่พระราชวัง” หลิวเซียงเอ๋อร์รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เธอมีความกังวลอย่างหนึ่งคือชะตาชีวิตตระกูลหลิวถูกใส่ร้ายจากช่วงที่มีการจัดเตรียมงานพิธีสำคัญ ด้วยเพราะบิดาเป็นเสนาบดีฝ่ายธรรมการดูแลงานราชพิธีต่าง ๆ ถูกใส่ความก่อกบฏคิดทำร้ายราชวงศ์เธอจึงมีความกังวลที่อยากจะพบหน้าผู้ที่เป็นหัวหน้าตระกูลหลิว“พระสนมจะ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 11 แขกผู้มาเยือน

    ร่างบางขยับกายเล็กน้อย มือเล็กลูบสัมผัสความเย็นไปที่เตียงนอน‘เขาคงออกไปก่อนรุ่งสางสินะ’ หลิวเซียงเอ๋อร์ปรือตามองไปรอบห้องหอไร้เงาฮ่องเต้หนุ่ม แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกโล่ง แต่ใจหนึ่งกลับรู้สึกเปลี่ยวเหงา ร่างบางยันกายลุกนึกถึงเหตุการณ์ในช่วงคืนที่เพิ่งผ่านพ้นมา เธอนึกได้ว่าเฉินฮั่วได้เข้ามาที่ห้องหอนี้เช่นกัน อาจเพราะคิดว่าเธอมีภัยเขาจึงพลีพลามเข้ามาในห้องเธอในยามจังหวะนั้นได้“พระสนม..ทรงตื่นบรรทมแล้วหรือไม่เพคะ” น้ำเสียงคุ้นเอ่ยเรียกนางในยามเช้าอย่างตื่นเต้น“มีอะไรหรือ..”“องค์หญิงเจ็ดมาพบพระสนม รออยู่ที่ศาลาหน้าตำหนักแล้วเพคะ” น้ำเสียงตื่นเต้นของนางทำให้คนฟังพลางขมวดคิ้วตาม‘องค์หญิงเจ็ด? นี่เรายังต้องพบใครอีกบ้างนะ’ ภาพความคิดครั้งเก่าก่อนที่เธอจะมาที่แห่งนี้ก็ไม่เคยมีผ่านในความคิดนั้นซักครั้ง เพราะนี่คือตัวละครนอกที่ไม่มีเอ่ยเล่าอยู่ในนิยายที่เธอเคยอ่าน แววตาเรียวจับจ้องมองสตรีร่างสูงกว่าเธอไม่มากนัก แต่กลับดูสง่างามราวบุรุษ ริมฝีปากเรียวบางยกยิ้มทักทายจนเธอแปลกใจในท่าทางนาง แววตากลมราวกวา

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 10 ความสงสัยเป็นเหตุ

    แสงแดดยามสายสาดรอดเข้ามายังโต๊ะข้างหน้าต่างในห้องหอ ความอบอุ่นของแสงแดดในยามนี้กระตุ้นให้หลิวเซียงเอ๋อร์รู้สึกประปรี้ประเปร่ายกกายบิดเล็กน้อย“หลินเสียง เตรียมชุดให้ข้าทีข้าอยากออกไปชมสวน” เสียงเล็ก ๆ ของนางเอื้อนเอ่ยหานางกำนัลคู่กาย แววตาที่เคยดูเหนื่อยล้ากลับสดใสดังเช่นเดิม“พระสนม..พระองค์ทรงหายป่วยดีแล้วหรือเพคะ” หลินเสียงหยิบยกน้ำชารินยื่นส่งให้นาง“เราหายดีแล้ว และก็อยากออกไปข้างนอกจวนนี้เสียให้ไว เรานอนอยู่แต่ในห้องนี้มาเกือบสามวันแล้วนะ” หลิวเซียงเอ๋อร์บ่นอุบ ก่อนจะเดินไปนั่งลงโต๊ะแต่งกายที่มีเหล่านางกำนัลค่อยผลัดเปลี่ยน ส่วนหลินเสียงเองนางก็กำลังผลัดแป้งให้เธอ“พระสนม..เห็นนางกำนัลตำหนักซูเม่ยกงเอ่ยว่าสนมจูทรงป่วยเช่นเดียวกับพระองค์ แต่ฮ่องเต้กลับไปหานางเพียงคนเดียว พระสนมมิทรงทำอะไรบ้างหรือเพคะ” หลินเสียงนึกน้อยใจแทนนายตน นางรู้ดีว่าหลิวเซียงเอ๋อร์มีใจรักฮ่องเต้เพียงผู้เดียวแม้ยามหลับนางก็ยังคงห่วงหาฮ่องเต้ที่มิทรงเหลียวแลเลยตั้งแต่แต่งเข้าวังหลวงนี่ก็เกือบจะสามหนาวแล้วเห็นจะได้“แล้วเจ้าจักให้เราทำสิ่งใด ในเมื่อสนมจูนางเป็นคนโปรดของฝ่าบาท”“ยามพระสนมป่วยมีเพียงสั่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status