Share

ตอนที่ 4 หอคณิกา ภาคแรก

last update Dernière mise à jour: 2026-01-28 16:55:04

หลิวเซียงเอ๋อร์เดินวนไปมาหน้าห้องหอในตำหนักซูฮวากง ร่างบางเดินกระสับกระสายจนคนมองต้องรู้สึกเวียนศีรษะ

“พระสนม..พระองค์เดินแบบนี้มานานแล้วนะเพคะ”

“เรากำลังใช้สมาธิอยู่นะซิ ขอเราอยู่คนเดียวซักพักได้ไหมเจ้าออกไปก่อน” หลิวเซียงเอ๋อร์หยุดหันมองหลินเสียงที่กำลังนั่งมองเธอ

“งั้นหม่อมชั้นจะออกไปอยู่ข้างนอกห้อง หากพระสนมต้องการสิ่งใดเอ่ยเรียกหม่อมชั้นได้นะเพคะ” หลินเสียงพูดจบก็ถอยหลังออกประตูไม้ใหญ่นั้นไป จวบกับองครักษ์เฉินฮั่วกลับมาพอดี

“แม่นางหลิน พระสนมทำอะไรอยู่หรือ”

“พระสนมทรงเดินไปแล้วก็เดินมา”

“เดินไปแล้วเดินมา? ”

“เจ้าค่ะ” หลินเสียงไม่พูดต่อเธอทรุดตัวลงโต๊ะหินอ่อนศาลานอกห้องหอของสนมซูเฟยก่อนจะนั่งเอามือเท้าคาง

เฉินฮั่วนึกสงสัยแต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปหากไม่มีเสียงเรียกหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ เขาแทบไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามา ณ ที่แห่งนี้เลยเสียด้วยซ้ำหากมิเพราะเสนาบดีหลิวเป็นคนสั่งให้เขามาค่อยอยู่ปกป้องนาง

“หลินเสียงข้านึกออกแล้ว” หลิวเซียงเอ๋อร์วิ่งเปิดประตูใหญ่หน้าห้องหอ

“พระสนม!!” หลินเสียงตกใจที่จู่ ๆ หลิวเซียงเอ๋อร์ก็วิ่งมาเปิดประตู นางรู้ว่าตั้งแต่ที่สนมหลิวซูเฟยฟื้นหลังจากตกน้ำนั่นท่าทางก็ราวต่างออกไปแม้ในบางครั้งเธอก็รู้สึกเหมือนอยู่กับคนที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็มิกล้าถ่วงถาม

“ข้าอยากไปหอคณิกา”

“พระสนม!!” เสียงของหลินเสียงสูงขึ้นอีกครั้ง นางตกใจกับสิ่งที่   หลิวเซียงเอ๋อร์บอก เพราะหอคณิกาที่ขึ้นชื่อในเมืองนี้เป็นหอคณิกาที่มิได้มีเพียงหญิงงาม แต่มีความพิเศษตรงมีบุรุษรูปงามมาบริการแก่หญิงสาว ทั้งหญิงแก่แม่หม้าย และหญิงสาวต่างก็ชอบเข้าไปชื่นชมเยี่ยงบุรุษ

“เอาน่า ๆ เราแค่ไปนั่งชมเพียงอย่างเดียว เราแค่ต้องการไปหาข้อมูลบางสิ่งที่เราสงสัย” หลิวเซียงเอ๋อร์ทำท่าทางยักคิ้วลิ่วตา

“สงสัยสิ่งใดเพคะ” หลินเสียงแปลกใจเพราะตั้งแต่หลิวเซียงเอ๋อร์เติบโตมาไม่มีสิ่งใดที่เธอไม่รู้

“วันนั้นที่ตลาด เราถูกชายชุดดำช่วยเหลือไว้และเราก็เห็นว่าบุรุษนั้นกระโดดลงมาจากหอคณิกา” หลิวเซียงเอ๋อร์แต่งเรื่องราวนิดหน่อยเพื่อให้หลินเสียงยอมช่วยเหลือ หากแต่ความจริงเธอต้องการที่จะออกไปหาหน่วยข่าวกรองที่เป็นหนึ่งในคณิกาซึ่งเป็นคนของฮ่องเต้ เพื่อสืบหาว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ตระกูลหลิวต้องถูกประหารล้างตระกูล     เพราะหลังจากที่สนมหลิวซูเฟยถูกส่งเข้าวังหลังไม่นานตระกูลนางก็ถูกตัดสินว่าคิดก่อการกบฏช่วยเหลือศัตรูให้เข้ามาลอบสังหารฮ่องเต้ ในวันที่ฉลองพระราชสมภพฮ่องเต้หนานรั่วหาน แต่ที่เธอรู้ว่าตระกูลหลิวถูกใช้เป็นเครื่องมือเพราะหลังจากที่คิดว่าจบกลับไม่ใช่ ยังมีหนอนบ่อนไส้อาศัยชื่อตระกูลหลิวเพื่อสั่งการ นั่นเป็นเหตุที่ทำให้สนมหลิวซูเฟยผูกคอเสียชีวิต ส่วนหลินเสียงและองครักษ์ต่างก็ฆ่าตัวตายตามเพื่อแสดงความรักและเคารพต่อนาง

หลิวเซียงเอ๋อร์หยิบชุดสีแดงฉูดฉาดราวเลือดนก ปักดิ้นทองลายหางนกยูง ผืนผ้าบางคลุมร่างเล็กตัดกับสีผิวเผยให้เห็นลำคอระหงส์นั่น

“พระสนม..เราจะไปกันจริงหรือเพคะ” หลินเสียงเองก็แต่งองค์ทรงเครื่องไม่ต่างกับหญิงงามที่กำลังจะออกไปเกี้ยวบุรุษ

“เจ้าต้องคิดว่านี่คือสิ่งที่เราต้องทำ หากข้ามิได้เอ่ยขอบคุณน้ำใจนี้ ข้าก็มิอาจตายตาหลับ” หลิวเซียงเอ๋อร์กล่าววาจาอย่างหนักแน่น

หอคณิกานี้ตั้งอยู่กลางเมืองเป่ยหลง เป็นหอคณิกาที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องรู้จักเป็นอย่างดี เพราะนอกจากที่จะมีเหล่าบุรุษคอยมาบริการสุรา และรินน้ำชาแล้ว ก็ยังมีเหล่าหญิงงามค่อยต้อนรับเช่นกัน หลิวหลิวอยากเห็นหอนี้มากเพราะตอนที่อ่านเป็นตัวอักษรต่างก็ดูน่าชมแล้ว นี่ถือโอกาสที่อยู่ในร่างของสนมหลิวซูเฟยทำให้เธอได้มาเห็นด้วยตาตนเอง

หอสูงใหญ่โตสมกับที่ชื่อเสียงเลื่องลือ ในหอคณิกานี้เป็นคฤหาสน์ไม้เนื้อดีขัดจนขึ้นเงามีด้วยกันทั้งหมดสี่ชั้น โดยแบ่งแยกห้องรับแขกเป็นระดับชั้น โดยชั้นบนสุดของหอสำหรับต้อนรับแขกพิเศษหรือระดับฮ่องเต้หรือหรืออ๋อง ส่วนชั้นสามต้อนรับระดับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ส่วนชั้นสองเป็นพ่อค้าหรือผู้ที่อยากได้ความเป็นส่วนตัว ส่วนชั้นล่างเป็นส่วนต้อนรับจะมีเวทีแสดงต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนกันไป ทุกๆ วันจะมีป้ายบอกไว้หน้าหอสำหรับการแสดงแต่ละช่วงยาม ซึ่งส่วนใหญ่ผู้คนก็จะมาชมการแสดงเพลงพิณของฉินม่อซี บุรุษหน้าหวานที่มีแววตาดั่งกวางน้อย หน่วยสืบข่าวกรองลับของฮ่องเต้หนานรั่วหาน

“พระสนมเราจะพบบุรุษเงานั้นหรือไม่เพคะ”

“ไม่รู้ซิ..แต่ข้าว่าเราต้องเข้าไปดูก่อน” หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เปิดประตูคอยตอนรับเหล่านักท่องเที่ยวยามค่ำคืน โคมไฟต่างถูกแขวนไว้ตามชายคา

“เชิญเจ้าค้าาาา คุณหนูท่านต้องการห้องไหนเป็นพิเศษหรือไม่” เสียงหญิงวัยกลางคนที่ทาปากสีแดงจัดทำท่าจีบปากจีบคอร้องเรียกเธอขณะที่กำลังเดินเข้าไปห้องโถงใหญ่ ผู้คนต่างส่งเสียงพูดคุยอย่างครื่นเครง เหล่าบุรุษและสตรีในเมืองต่างแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย หลิวเซียงสอดส่องสายตามองรอบ ๆ หาบุรุษที่คิดว่าน่าจะเป็นฉินม่อซี

“ข้าต้องการมาชมคุณชายฉินดีดพิณ เห็นว่าไพเราะนัก”

“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ ไพเราะที่สุดในใต้หล้านี้เชิญคุณหนูนั่งรอที่นี่ก่อนอีกไม่นานการแสดงก็จะออกมาแล้วเจ้าค่ะ” ยามนี้สตรีที่เข้ามารอชมการแสดงเพลงพิณต่างก็ส่งสายตามองไปยังกลางเวทีหลักกลางคฤหาสน์หลังใหญ่

สองบุรุษที่อยู่ชั้นบนสอดส่องมองลงมา เมื่อเห็นหญิงสาวที่เข้ามาใหม่สวม อาภรสีแดงสะดุดตาต่างก็จ้องมองกัน สองคิ้วคมเข้มขมวดขึงราวกับไม่พอใจ

“ฝ่าบาท..” เสียงเอ่ยเรียกบอกถึงสถานะ หากแต่อีกคนยกมือขึ้นราวกับห้ามปราม

“เราอยู่ที่นี่ห้ามเรียกเราเช่นที่เคยเป็น เรียกเราว่าคุณชายก็พอ” ฮ่องเต้หนานรั่วหาน ยามนี้เขาจับตามองสตรีที่เรียกได้ว่าเป็นภรรยาอย่างแปลกใจ

“คุณชายให้บ่าวไปจัดการหรือไม่ขอรับ”

“ยังก่อน ข้าอยากรู้เหมือนกันว่านางจะมาไม้ไหน”

“แล้วหากพระสนม…เออ นางมาหาเศษหาเลยกับบุรุษคุณชายจะทำเช่นไรขอรับ” องครักษ์ไป่ฟางหรงยามนี้เป็นเพียงบ่าวผู้ติดตามคุณชายต่างอดเป็นห่วงไม่ได้

“เช่นนั้นข้าจะจัดการเอง” พูดจบร่างสูงก็ลุกออกไปยังห้องหนึ่งที่มีบุรุษอีกคนกำลังเปลี่ยนชุด

“ฝ่าบาท” บุรุษที่กำลังจัดชุดสีฟ้าอ่อนคลุมด้วยผ้าโปรงสีขาวหันกลับมาพร้อมโน้มตัวคารวะ

“ฉินม่อซี..คืนนี้เราจักแสดงเอง เจ้ามาแต่งหน้าให้ข้าที” ฉินม่อซีขมวดคิ้วมองอย่างงุนงง เขารู้ดีว่าฮ่องเต้หนานรั่วหานฝีมือการดีดพิณเรียกได้ว่าชั้นครูเลยก็ว่าได้ เพราะเขานั่นเองเป็นผู้ได้สอนให้ฉินม่อซีดีดพิณเป็น

“ฝ่าบาทเหตุใดท่าน…” ฉินม่อซีเอ่ยขึ้นอย่างไม่เป็นพิธี ยามเข้าวังเขาคือข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์แต่อยู่ข้างนอกเขาคือสหายสนิทของฮ่องเต้เลยก็ว่าได้

“ข้ามีเหตุผลของข้า แต่เจ้าต้องแต่งให้ผู้คนจดจำข้ามิได้” เช่นนั้นฉินม่อซีเริ่มแต่งแต้มสีสำหรับการแสดงต่าง ๆ ลงใบหน้าขาวของหนานรั่วหานอย่างเบามือก่อนจะจัดชุดใหม่เป็นอันเสร็จพิธี

เสียงผู้คนปรบมือแต่แปลกใจเหตุใดวันนี้ฉินม่อซีกลับมาผ้าบางมากั้นปิดบังใบหน้า หากแต่เสียงเพลงพิณนั้นกลับนุ่มนวลชวนให้หลงไหลยิ่งกว่าทุกครั้ง หลิวเซียงเอ๋อร์นั่งยกมือเท้าคางมน ๆ ก่อนจะจิบสุราท้อรสชาดหวานลิ้นที่แม่นางเสี่ยวหงยกสุรานี้มาให้พร้อมถั่วอีกจาน

“หลินเสียงเจ้าว่าบทเพลงพิณนี่ไพเราะหรือไม่” หลิวเซียงเอ๋อร์ยกยิ้มพร้อมถามสตรีที่นั่งข้าง ๆ สายตาจับจ้องไปยังบุรุษกลางเวทีอย่างไม่วางตา

“มากเลยเจ้าค่ะ”

“หากข้าจะซื้อบุรุษนี่ เจ้าคิดว่าต้องให้เงินเท่าไหร่ดี” คำพูดเธอทำให้หลินเสียงที่กำลังยกดื่มชาถึงกับสำลัก

“คุณหนู!!..ท่านว่ากระไรเจ้าคะ”

“ข้าถามว่าถ้าต้องให้เขามาบริการข้า ข้าจะต้องจ่ายเท่าไหร่กัน” หลินเสียงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง สตรีผู้ที่เคยเคร่งครัดทั้งกิริยามารยาท สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม แต่ยามนี้เหตุใดนางถึงได้เอ่ยถึงบุรุษอื่นด้วยสีหน้าราวกับต้องมนต์

“คุณหนู..บ่าวว่ามิดีเจ้าค่ะ”

“ดีซิ…ข้าแค่เรียกมาหาข้อมูลไง หากบุรุษเงานั่นมาที่นี่บ่อยเขาต้องรู้จักเป็นแน่” หลินเสียงได้ยินก็พยักหน้าคล้อยตาม

“คุณหนูท่านนี่ฉลาดจริง ๆ เจ้าค่ะ” หลินเสียงรีบเปลี่ยนสีหน้าก่อนจะหันไปมองสตรีร่างอวบที่กำลังเดินวนโต๊ะโน้นที โต๊ะนี้ทีราวกับปลาแหวกว่ายไปมา

“แม่นางเสี่ยวหง..คุณหนูข้าถูกชะตาคุณชายฉินแล้วจักต้องจ่ายเท่าไหร่หรือ” หลินเสียงสอบถามให้แทนนายที่ยังคงทอดมองบุรุษนั่น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ภาคพิเศษ

    ❀ตอนพิเศษ เอาใจเจ้า❀เรือนไม้หลังใหญ่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้อย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่หรูหราดังวังหลวง แต่เรือนไม้นี่ก็นับได้ว่าโอ่อ่าพอ ๆ กับจวนขุนนางชั้นสูง แม้เขาและเธอจะปฏิเสธที่จะรับ แต่ฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงที่จะมอบให้พี่ชายผู้เป็นที่รักอยู่ดี"ท่านพี่ข้าว่าจิวฉิงคงตามหาแล้วกระมัง" หลิวเซียงเอ๋อร์กำลังจะขยับกายลุก แต่ร่างแกร่งกลับคว้าเอวเธอไว้อีกครั้ง"ไม่หลอก...ฉิงฉิงคงกำลังเล่นกับน้องอยู่เช่นเดิมนั่นแหล่ะ เจ้าไม่รู้หรือว่าฉิงฉิงดีใจแค่ไหนที่มีน้อง" หนานรั่วหานกดปลายจมูกซุกลงต้นคอเธอ ลิ้นร้อนค่อย ๆ ไล่ลงตามเนื้อผิวละเอียด ปลายนิ้วก็ไล่เกลี่ยยอดถันสีชมพู หลิวเซียงเอ๋อร์ไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้เป็นสามีดี เขารักเธอถนอมเธออย่างดีก็จริง แต่เขาแทบไม่ยอมให้เธอห่างกายเลย "อ่ะ!!...ท่านพี่" หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องอุทานเบา ๆ เพราะกลัวบ่าวไพรที่อยู่ด้านนอกจะได้ยิน ปลายนิ้วที่ดุนดันรอดผ่านช่องทางรักของเธอค่อย ๆ ขยับส่งให้น้ำหวานไหลเยิ้ม "ของเจ้านี่ยังคับแน่นดีจัง ไหนข้าดูซิ" เอ่ยจบใบหน้าคมค่อย ๆ เคลื่อนลงต่ำพร้อมกับลิ้นร้อนที่ค่อยเลียชิม "อ่ะ..ท่านพี่ ท่านรังแกข้าเกินไปแล้วนะ" หลิวเซียงเอ๋อร์สั่

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนจบ ทางเดินสุดท้าย

    "ท่านแม่...ข้ากำลังยุ่งอยู่ ท่านเร่งข้าจัง" แววตากลมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ มุ่ยปากหน้าเง้าหน้างอ"ฉิงเอ๋อร์ ท่านพ่อรอเจ้านานแล้วนะ เจ้ากำลังทำอะไร" หลิวเซียงเอ๋อร์ปราบบุตรสาวที่กำลังรื้อกล่องไม้ลายดอกเหมย"ข้ากำลังเตรียมของไปฝากท่านอาเออร์หลง" "ฉิงเอ๋อร์ แม่บอกเจ้าแล้วว่าต้องเอ่ยเรียกฝ่าบาทว่าฮ่องเต้ ""แต่...." เด็กน้อยก้มหน้ามองกล่องไม้ราวรู้สึกผิด ปนเศร้าใจ"ไม่มีแต่" หลิวเซียงเอ๋อร์หยิกแก้มกลมขาวๆ อย่างหยอกเย้า มองดูแววตาใสของบุตรสาวที่เริ่มเติบโตอย่างช้า ๆ "ฉิงเอ๋อร์..เจ้าถืออะไรไปฝากท่านอารึ" หนานรั่วหานอุ้มบุตรสาวแนบอก มองดูตุ๊กตาไม้ที่นางถือ"ท่านพี่...ท่านให้ท้ายจิวฉิงแบบนี้เดี๋ยวนางก็เคยตัวกันพอดี" หลิวเซียงเอ๋อร์มองค้อนผู้เป็นสามีก่อนจะเดินไปนั่งที่รถม้า แม้หนานรั่วหานจะสละฐานันดร แต่ความผูกพันของฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงเป็นเช่นเดิม วันเวลาผ่านไปนานหนานเออร์หลงขึ้นครองราชย์แทนผู้เป็นพี่ชาย ส่วนฟู่หยาเย่ฟานก็พ้นตำแหน่งฮองเฮาเป็นเพียงหญิงผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองตระกูลฟู่หยายกสมบัติตระกูลให้แก่ราชวงศ์ก่อนที่นางจะปลีกตัวไปอยู่เมืองเล็ก ๆทางหัวเมืองเหนือ หนานชินอ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 51 เจ้าก้อนกลม

    "ไท่ซางหวงโฮ่ว..ทำเช่นไรดีเพคะ หากไม่นำเด็กออกดูเหมือนจะไม่รอดทั้งพระสนมและทารกนะเพคะ" เหลียนมามาเอ่ย ใบหน้าซีดดูไร้เลือดลมไม่มีใครรู้ได้เลยว่าในยามนี้เธอต้องพบกับสิ่งใดบ้าง//หลิวซูเฟย...หากท่านต้องการร่างท่านคืนเรายินดี แต่ขอเพียงอย่างเดียวขอให้ท่านรักเด็กคนนี้ราวกับเป็นตัวตนของท่านได้หรือไม่// ร่างสีขาวโปร่งพยักหน้ารับ หากแต่มีชายแก่หนวดเครายาวปกคลุมริมฝีปากของเขาจนมิดปรากฎต่อคนทัั้งสอง หลินหลินจดจำชายแก่ผู้นี้ได้ดี เขาคือผู้ที่นำพาดวงจิตของเธอมาตกสู่ร่างสนมผู้นี้/สนมหลิวซูเฟย ท่านหมดกรรมแล้วใยมิไปผุดไปเกิด เที่ยวมายื้อแย่งกายหยาบทำไมกัน/เสียงชายชราดังก้อง แม้จะดูเหมือนเป็นการเปล่งเสียงเบา ๆ//ท่านตาข้าทำไม่ได้ ข้าทิ้งคนที่ข้ารักไม่ได้// หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องห่มร้องไห้ราวใจจะขาดนางรักหนานรั่วหานมานาน แม้เขามิเคยชายตามองเลยก็ตาม แต่ด้วยเพราะความรักที่ฝังลึกในจิตใจยากที่จะให้นางลืมได้ ชายชราได้ยินก็โบกพัดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยครั้งสุดท้าย/หลิวเซียงเอ๋อร์ ร่างนี้มิใช่ของเจ้าอีกต่อไป หากเจ้าต้องการความรักจากคนที่เจ้ารัก ข้าจะทำให้เจ้าสมหวังสักครั้ง/ ชายชราเอ่ยจบร่างโปร่งก็พัดปลิวหายไป หล

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 50 การกลับมาอีกครั้ง

    ฝุ่นบนพื้นดินคละคลุ้งกำลังพลที่กำลังขับเคลื่อนเร่งมุ่งหน้าสู่ชายแดน ไม่นานกองกำลังจากวังหลวงก็มาสมทบ หนานชินอ๋องกระโดดลงจากหลังอาชาสีขาวหมอกพร้อมโน้มศีรษะลงให้กับคนบนหลังอาชาตัวโหญ่ "ถวายบังคมฝ่าบาท" "ทหารจากแคว้นสุ่ยยังมาไม่ถึง เราจะช่วยท่านพี่ยื้อกำลังพลไว้เสียก่อน""แต่ฝ่าบาท....หูเป่ยกำลังพลมากกว่าเป่ยหรงเท่าตัว หากแคว้นสุ่ยมาไม่ทันวันมะรืนกระหม่อมเกรงว่า..." หนานชินอ๋องน้ำเสียงลู่ลงพลางสีหน้าก็ถอดราวกังวลใจ"เราต้องวางแผนกันเสียใหม่ กำลังพลเราน้อยกว่าก็จริง แต่หากวางตำแหน่งรบไว้ดีเราก็สามารถลดทอนกำลังพลเราได้ ท่านพี่ให้เหล่าทหารได้อิ่มหนำสำราญกันเสียเถิด และคอยเฝ้าระวังศัตรู ม่อซีเจ้าจงแฝงตัวไปยังกองกำลังหูเย่วเสียเพื่อสืบดูสถานการณ์ในยามนี้" หนานรั่วหานชี้แจงเสร็จก็โดดลงจากหลังอาชามุ่งหน้าเข้าสู่กระโจมที่พักชั่วคราว เสี้ยวใจหนึ่งอดกังวลถึงหลิวเซียงเอ๋อร์ไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องเป็นห่วงจึงเร่งออกจากวังหลวงโดยไม่เอ่ยลา***เวลาผ่านไปราวกับลมพัดหลิวเซียงเอ๋อร์นั่งปักผ้าผืนเล็ก ๆ ที่จะตัดทำชุดให้เจ้าก้อนกลมในครรภ์ ใบหน้าอมยิ้มอย่างมีความสุข หากแต่ไม่นานความสุขสบายก็คลื่นกา

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 49 ออกนำทัพ

    หลิวเซียงเอ๋อร์ลืมตามองผ้าแพรที่ผูกกั้นเป็นฉากกั้นเตียงไว้ ภาพใบหน้าโกรธแค้นของหญิงสาวเจ้าของร่างที่ยืนเอ่ยทวงคืน‘สนมหลิวฉันขอเวลาอีกไม่นาน’ หลิวเซียงเอ๋อร์คิดทบทวนในคำพูดก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายลุก“หลินเสียง..เจ้าเตรียมน้ำล้างพระพักต์ไว้ให้ฝ่าบาทด้วย ข้าจะออกไปข้างนอกเดี๋ยว” น้ำเสียงกระซิบสั่งสาวใช้ข้างกายราวกับระวังคนที่ยังคงหลับตานอนบนเตียงตื่น หลิวเซียงเอ๋อร์จัดแจงเปลี่ยนชุด เธอเลือกชุดที่ดูสีสดเหมือนเมื่อครั้งที่เจ้าของร่างนี้ยังคงอยู่“พระสนมจะไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” เสียงเอ่ยทักด้านหน้าประตู เฉินฮั่วยืมมองใบหน้าที่ถูกตกแต่งไว้อย่างจัดจ้าน ทำให้เขารู้สึกแปลกใจในท่าทางเธออีกครั้ง นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มเช่นนี้“เราจะไปที่ใด เจ้ามิต้องสนใจ” หลิวเซียงเอ๋อร์สะบัดเสียงใส่ราวกับคนละคน‘เฉินฮั่ว...ฉันขอโทษ แต่ถ้าฉันไม่ทำเช่นนี้ต่อไปเจ้าก็คงจะลืมสตรีร้ายกาจเช่นนางแน่’ หลิวเซียงเอ๋อร์เร่งฝีเท้าออกมากลางสวนซีเซียน สวนสระบัวจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้โผล่มาที่นี่ หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองผืนน้ำที่ไหลเอื่อย‘หากเราไม่กลับไปใช้ชีวิตเช่นสนมหลิวดังเดิม แล้วถ้าเจ้าก้อนกลมเกิดมานางจะรักเหม

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 48 ทวงคืน

    สิ้นราชโองการสละราชบัลลังก์ของฮ่องเต้หนานรั่วหาน เสียงว่ากล่าวที่ดังออกไปยังรอบ ๆ วังหลวงต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงที่มาที่ไปของการสละราชบัลลังก์ ทั้งเสียงที่กล่าวจะไม่รู้เรื่องจริงเสียเท่าไหร่ แต่คนที่หน้ากังวลใจมากกว่าตอนนี้คืออ๋องสี่ที่ได้รับฟังความจริงจากไท่เฟย แม้เขาเองจะรู้สึกผูกพันกับไท่เฟยไม่น้อยแต่ความรู้สึกหนึ่งที่เขารู้สึกหนักใจก็คือการที่รู้ความจริงว่ามารดาตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษบิดาตน (ฮ่องเต้องค์ก่อน)“กระหม่อมอยากให้เสด็จพี่ทบทวนดูอีกครั้ง กระหม่อมมิอาจนั่งบัลลังก์นั้นได้” อ๋องสี่หนานเออร์หลงก้มหน้าคุกเข่าต่อหน้าทุกคนที่ตำหนักฮุ่ยหวง ความรู้สึกผิดแทนมารดาตนพรั่งพรูออกมา ฝ่ามือที่กำแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือดสีเขียวอมม่วงทำให้หนานรั่วหานยกมือประคองร่างพระอนุชาตนก่อนจะเอ่ย“เจิ้นคิดว่าเจ้าเหมาะสมแล้ว แม้ไม่สืบทอดยามนี้ยามหน้าเจ้าก็ต้องครองบัลลังก์นั่น”“แต่เสด็จพี่..”“ขอเพียงเจ้ายังคงรักษาปณิธานเสด็จพ่อ ดูแลรักษาประชาราษฎร์ให้สงบสุขร่มเย็นได้ดังที่เสด็จพ่อตั้งพระทัย” ฝ่ามือเรียวเล็กของไท่เฟยที่ค่อย ๆ วางลงบนฝ่ามือหนาของอ๋องสี่พลางลูบอย่างปลอบโยน“หลงเออร์..เจ้าอย่าเป

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status