Share

ตอนที่ 3 พบฮ่องเต้

last update Dernière mise à jour: 2026-01-28 16:54:58

​ {ยามเว่ย}13.00 - 14.59 น. 

หลิวเซียงเอ๋อร์ทอดกายเดินชมสวนดอกโบตั๋นที่กำลังออกดอกเบ่งบานอวดความสวย เธอค่อย ๆ ย่อกายลงพร้อมสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ พลางเผยยิ้มอย่างพอใจ

“ถวายพระพรสนมหลิวซูเฟยเพคะ” สตรีร่างบางที่ยืนอยู่ตรงด้านหน้าเธอ ส่งยิ้มเล็กน้อย หลิวเซียงเอ๋อร์ยันตัวรีบลุกยืนก่อนจะพยักหน้ารับ

‘แล้วนี่ใครล่ะเนี้ย’ หลิวเซียงเอ๋อร์จ้องมองหน้าเรียวงามดั่งรูปไข่ ดวงตากลมสวยเหมือนกลีบท้อแรกแย้ม เธอคาดเดาไม่ได้เลยว่าหญิงงามตรงหน้านี้เป็นสนมคนใดกัน

“หลินเสียงถวายพระพร พระสนมจูเสียนเฟยเพคะ” หลินเสียงที่เดินกลับมาจากห้องเครื่อง หลังจากจัดเตรียมน้ำชาและขนมให้นายสาวได้พักชมดอกโบตั๋น 

‘อ้อ..จูเสียนเฟย ภรรยาเยอะดีจริง ๆ ฮ่องเต้องค์นี้...แต่เดี๋ยวนะ งั้นนางก็คือนางเอกในโลกนี้ซิ มิน่าหน้าตาผิวพรรณผุดผ่องออร่าเปล่งประกายเชียว’ หลิวเซียงเอ๋อร์จ้องอย่างลืมตัวด้วยแววตาเยียดยิ้มพร้อมท่ายืนสง่าดุจนางพญา

“พระสนมหลิวท่านอาการดีแล้วหรือเพคะ เห็นเหล่านางกำนัลบอกว่าท่านสลบไปนานถึงสามวันด้วยกัน” จูเสียนเฟย หรือจูเหมยฮวาก้มหน้าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกำลังหวาดกลัวในท่าทางของนาง

“เราดีขึ้นแล้วสนมจูมิต้องเป็นห่วง นางกำนัลก็พูดเกินไปเราแค่พักผ่อนก็เท่านั้น”

“เมื่ออาการดีแล้ว เหตุใดเจ้าถึงมิเข้าเฝ้าฮ่องเต้” เสียงเอ่ยแทรก ของสตรีอีกนางที่เดินเข้ามาตรงหน้าเธอ สตรีร่างสูงโปร่งผิวขาวหมดจด ใบหน้ายาวเรียวรับกับดวงตากลม จนหลินเสียงต้องรีบกระตุกชายเสื้อให้เธอหันมองปากขยับไร้เสียงนั่น

‘อะไรนะ..อ๋อกุ้ยเฟย’ เธอมองปากนั่นแล้วสะกดตามอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะหันมาหายังสตรีผู้มาใหม่

“พระสนมจิ้งกุ้ยเฟยนี่เอง” หลิวเซียงเอ๋อร์ผินมอง

“หากเจ้าอาการดีขึ้นแล้ว เหตุใดจึงไม่เข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮา หรือเจ้ากลัวเรื่องอันใดสนมหลิว”

“มิต้องห่วง หม่อมชั้นต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาทแน่ เพียงแต่ตอนนี้ร่างกายยังมิแข็งแรงดีหากเป็นอะไรไปเกรงฝ่าบาทจะทรงเป็นห่วง” หลิวเซียงเอ๋อร์ กระตุ้กหางคิ้วอย่างไม่พอใจในท่าทางของสนมจิ้งกุ้ยเฟยที่ทำราวกับว่าเธอได้กระทำผิดต่อสิ่งใด

‘หรือนางจะทำผิดจริง’ หลิวเซียงเอ๋อร์นึกสงสัยในร่างเดิมของหลิวเซียงเช่นกัน 

“ข้ามิได้ว่ากล่าวเจ้า เพียงแค่บ่าวไพรต่างก็เห็นว่าเจ้าผลักสนมจูเสียนเฟยตกน้ำ จริงหรือไม่สนมจูเสียนเฟย”

“เออ…ตอนนั้นหม่อมชั้นตกใจจึงจำอะไรไม่ได้เช่นกันเพคะ" จูเหมยฮวาทำเสียงอ่อนพลางก้มหน้าราวคนผิด

“มันเป็นอุบัติเหตุ ข้าเองก็ตกลงในสระนั่นเช่นเดียวกัน ถ้าข้าจงใจเหตุใดข้าต้องทิ้งตัวลงในสระน้ำนั่นเล่า”

“ก็เพราะเจ้าชอบเรียกร้องความสนใจจากฝ่าบาทนะซิ ครานี้เห็นทีฝ่าบาทคงจะไม่โอนอ่อนตามเจ้าแน่” สนมจิ้งกุ้ยเฟย หรือจิ้งหนี่เหนียนบุตรสาว          แม่ทัพใหญ่ ต่างเป็นที่รู้กันว่าแต่ไหนแต่ไรมานางทั้งสองมักจะต้องแข่งขันเอาชนะกันอยู่เสมอแต่ก็มิเคยมีใครน้อยหน้าไปกว่ากัน

“ข้ามิสนว่าฝ่าบาทจะสนใจข้าหรือไม่ ขอแค่ข้าอยู่ได้ไม่ลำบากก็เพียงพอ” หลิวเซียงเอ๋อร์เอ่ยวาจาชัดเจน ทำให้บุรุษร่างสูงผู้ที่มาทีหลังถึงกับหมวดคิ้วเข้มอย่างไม่พอใจ

“สามหาว!! เจ้ากำลังว่าเจิ้นมิดูแลใส่ใจวังหลังเลยหรือ” บุรุษร่างสูงกำลังเดินเข้ามาใกล้ สองมือไขว้หลังเผยไหล่กว้างอย่างสง่า หลิวเซียงเอ๋อร์ตกใจจนรีบถอยหลัง 

“ถวายพระพรฝ่าบาท” หลิวเซียงเอ๋อร์รู้ดีว่ายามนี้บุรุษตรงหน้าเธอเป็นใครมิได้ นอกจากฮ่องเต้หนานรั่วหาน กษัตริย์ผู้เฉียวฉลาดทั้งบุ๋นและบู๊ ผู้ที่ส่งให้เธอไปอยู่ตำหนักเย็นนั่นเอง เธอรีบก้มหน้าลงพื้นก่อนจะก้าวถอยหลังไปหาหลินเสียงที่ยืนถือถาดชาและขนมอยู่

“ถวายพระพรฝ่าบาท” เหล่าสนมย่อกายน้อมคำนับพร้อมเพรียงกัน        

หลิวเซียงเอ๋อร์ค่อย ๆ เงยหน้าจ้องมองใบหน้าร่างสูงที่ดูงดงามกว่าชายใดที่เธอเคยพบมา หากแต่บางสิ่งที่สะดุดตาคงเป็นดวงตาคมดุจดังเหยี่ยวนั่นที่ทำให้เธอกลับนึกถึงใครบางคน

‘เฟอร์เฟคที่สุด ช่างเป็นฮ่องเต้ที่รูปโฉมงดงามราวมาจากสรวงสวรรค์ ไม่แปลกใจเลยเหตุใดสนมหลิวถึงได้ลุ่มหลงในฮ่องเต้นัก ทั้งที่มีชายหนุ่มรูปงามข้างกายแท้ ๆ ’ เธอมองพิจารณาใบหน้าคมเข้ม คิ้วเรียงเฉียงรับกับใบหน้า

“เจิ้นเพียงยุ่งงานราชกิจมากไปหน่อย ไม่คิดว่าสนมหลิวจะคิดเช่นนี้ เช่นนั้นเจิ้นจะให้เหิงกงกงหายามส่งตัวเจ้าเข้าหอดีหรือไม่” ฮ่องเต้หนานรั่วหานยกยิ้มอย่างพอใจ เขามิเคยเห็นสีหน้าซีดๆ ของนางยามตกใจ และสีหน้าแดง  ระเรื่อราวผลเชอรี่ยามเขินอาย เหล่าสนมได้ยินต่างค้อนสายตามองนาง แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าเอ่ยขัด

“ฝ่าบาทกระหม่อมจะหายามเข้าหอพระสนมหลิวซูเฟยให้พ่ะย่ะค่ะ หากแต่ฤกษ์ยามอาจมิทันพระทัยพระองค์ได้ข้าน้อยขอประทานอภัย” น้ำเสียงเอ่ยขึ้นจมูกราวดัดให้ฟังดูนุ่มนวล แต่สำหรับหลิวเซียงเอ๋อร์ช่างเป็นเสียงที่สร้างความกังวลใจให้เธอนัก

‘โชคดีที่ยุคนี้จะทำอะไรก็ต้องมีพิธีรีตอง มิฉะนั้นเห็นทีเราคงจะรอดพ้นยาก ไม่ตายเสียก่อนก็คงตกเป็นรองฮ่องเต้เมียเยอะคนนี้แน่’ หลิวเซียงเอ๋อร์นึกว่ากล่าวเขาอยู่ภายใน

“เช่นนั้นหม่อมชั้นทูลลาเพคะ” หลิวเซียงเอ๋อร์ย่อกายอย่างน้อบน้อม

"เดี๋ยวก่อนเจิ้นมีเรื่องต้องคุยกับเจ้า” เอ่ยจบฮ่องเต้หนุ่มก็ได้แต่เอามือไขว้หลังเดินตรงไปยังศาลาริมน้ำ เหล่าขันทีและนางกำนัลที่ติดตามต่างรู้หน้าที่ทำได้เพียงยืนรอห่างราวครึ่งลี้1 ส่วนสนมสองนางยืนมองหน้ากันอย่างสงสัย หลิวเซียงเอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าอย่างเต็มปอดก่อนจะเดินตรงไปยังศาลานั่น

หลิวเซียงเออร์ค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างช้า ๆ บนสะพานไม้โค้งเธอมีความรู้สึกเหมือนภาพด้านหน้าวูบไหว กลับมีภาพซ้อนทับ มันเป็นภาพหญิงสาวสองนางกำลังยืนชมดอกบัวก่อนที่หญิงนางหนึ่งที่เธอดูคุ้นตาจะเดินเข้าหาอีกสตรีร่างบาง ภาพที่เห็นเริ่มชัดเจนทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วหญิงสาวที่เธอเห็นก็คือ สนมหลิวซูเฟย และสนมจูเสียนเฟย ที่กำลังตกลงไปในสระบัวก่อนภาพจะกลับมาสู่ปกติ ร่างบางทรุดตัวลงมือสองข้างทำได้เพียงเกาะขอบสะพานเพื่อทรงตัว ฮ่องเต้หนานรั่วหานเห็นใบหน้านางขาวซีด

“เจ้าเป็นเช่นไร” ฮ่องเต้หนานรั่วหานเอ่ยถามก่อนจะยืนมือเพื่อรั้งร่างบางให้ลุกยืน

“หม่อมชั้นแค่รู้สึกวิงเวียนเท่านั้นเพคะ”

“เช่นนั้นเจิ้นจะให้นางกำนัลส่งเจ้ากลับตำหนักเสียก่อน”

“มะ..มิเป็นไรเพคะ!!” หลิวเซียงเอ๋อร์รีบปฏิเสธ เธอเป็นเพียงสตรีในวังหลังหากทำสิ่งใดไม่ถูกใจในวันนี้ต่อไปเธอคงจะอยู่ยาก สู้เธอยอมรับฟังสิ่งที่เขาอยากจะเอื้อนเอ่ยอย่างน้อยก็ยังพอสู้หน้ากันได้

“เช่นนั้นเจิ้นจะมิถ่วงเวลาเจ้ามาก” บรุษร่างสูงยืนไขว้หลังหันมองออกไปนอกศาลากลางสระบัว สันจมูกที่โด่งรับกับคิ้วเข้มทำให้ใบหน้าด้านดูสง่าผ่าเผยเป็นอย่างยิ่ง

“เพคะ” หลิวเซียงเอ๋อร์กุมมือประสานยกขึ้นเล็กน้อยพอดูงาม เธอค่อยๆ ปรับเปลี่ยนท่าทางจากที่ผ่านตามาบ้างจนพอจดจำทำได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็ถือว่าเริ่มคุ้นชิน

“เหตุใดวันนั้นเจ้าจึงได้ผลักสนมจูเสียนเฟย” หลิวเซียงเออร์ยืนจ้องใบหน้าด้านข้างฮ่องเต้หนุ่ม เธอไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไรดีในเมื่อภาพที่เธอเห็นเมื่อซักครู่ใครเห็นก็ต้องเข้าใจว่าเธอเป็นคนผลักสนมจูเสียนเฟยตกลงไปเป็นแน่

“เป็นเหตุบังเอิญเพคะ”

“บังเอิญ!! มิใช่เจ้าตั้งใจกันแน่หรือ”

“เหตุใดหม่อมชั้นต้องผลักสนมจูด้วย ในเมื่อหม่อมชั้นก็ตกลงในสระบัวนั่นเช่นกัน”

“แล้วเจิ้นจะรู้ได้เช่นไรว่าเจ้ามิได้โป้ปดเจิ้น” ร่างสูงหันหน้ามองแววตาเขาช่างดุราวกับราชสีห์ที่มองกวางน้อย

“หม่อมชั้นขอประทานอภัย หากพระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพระองค์แล้วเพคะ” หลิวเซียงเอ๋อร์หลบสายตามองต่ำ 

“พระสนม..เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้น เจ้าเห็นว่าเจิ้นเป็นคนจิตใจคับแคบหรือกระไร”

“หม่อมชั้นไม่มีพยานและหลักฐาน แล้วจะให้หม่อมชั้นหาสิ่งใดมากราบทูลฝ่าบาทได้เพคะ”

‘สนมหลิวท่านหาเรื่องให้ข้าลำบากแล้ว’ ร่างบางก้าวถอยหลังเพราะถูกร่างสูงที่กำลังขยับก้าวเข้าใกล้

“ครั้งนี้เจิ้นจะอภัยให้เจ้า หากมีครั้งหน้าอย่าหาว่าเจิ้นข่มเหง” ฮ่องเต้หนานรั่วหานสะบัดแขนเสื้อก่อนจะเดินออกจากศาลากลับตำหนักหลงเฉียวกงอย่างไม่พอใจ

1 1 ลี้ = 500 เมตร

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ภาคพิเศษ

    ❀ตอนพิเศษ เอาใจเจ้า❀เรือนไม้หลังใหญ่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้อย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่หรูหราดังวังหลวง แต่เรือนไม้นี่ก็นับได้ว่าโอ่อ่าพอ ๆ กับจวนขุนนางชั้นสูง แม้เขาและเธอจะปฏิเสธที่จะรับ แต่ฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงที่จะมอบให้พี่ชายผู้เป็นที่รักอยู่ดี"ท่านพี่ข้าว่าจิวฉิงคงตามหาแล้วกระมัง" หลิวเซียงเอ๋อร์กำลังจะขยับกายลุก แต่ร่างแกร่งกลับคว้าเอวเธอไว้อีกครั้ง"ไม่หลอก...ฉิงฉิงคงกำลังเล่นกับน้องอยู่เช่นเดิมนั่นแหล่ะ เจ้าไม่รู้หรือว่าฉิงฉิงดีใจแค่ไหนที่มีน้อง" หนานรั่วหานกดปลายจมูกซุกลงต้นคอเธอ ลิ้นร้อนค่อย ๆ ไล่ลงตามเนื้อผิวละเอียด ปลายนิ้วก็ไล่เกลี่ยยอดถันสีชมพู หลิวเซียงเอ๋อร์ไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้เป็นสามีดี เขารักเธอถนอมเธออย่างดีก็จริง แต่เขาแทบไม่ยอมให้เธอห่างกายเลย "อ่ะ!!...ท่านพี่" หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องอุทานเบา ๆ เพราะกลัวบ่าวไพรที่อยู่ด้านนอกจะได้ยิน ปลายนิ้วที่ดุนดันรอดผ่านช่องทางรักของเธอค่อย ๆ ขยับส่งให้น้ำหวานไหลเยิ้ม "ของเจ้านี่ยังคับแน่นดีจัง ไหนข้าดูซิ" เอ่ยจบใบหน้าคมค่อย ๆ เคลื่อนลงต่ำพร้อมกับลิ้นร้อนที่ค่อยเลียชิม "อ่ะ..ท่านพี่ ท่านรังแกข้าเกินไปแล้วนะ" หลิวเซียงเอ๋อร์สั่

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนจบ ทางเดินสุดท้าย

    "ท่านแม่...ข้ากำลังยุ่งอยู่ ท่านเร่งข้าจัง" แววตากลมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ มุ่ยปากหน้าเง้าหน้างอ"ฉิงเอ๋อร์ ท่านพ่อรอเจ้านานแล้วนะ เจ้ากำลังทำอะไร" หลิวเซียงเอ๋อร์ปราบบุตรสาวที่กำลังรื้อกล่องไม้ลายดอกเหมย"ข้ากำลังเตรียมของไปฝากท่านอาเออร์หลง" "ฉิงเอ๋อร์ แม่บอกเจ้าแล้วว่าต้องเอ่ยเรียกฝ่าบาทว่าฮ่องเต้ ""แต่...." เด็กน้อยก้มหน้ามองกล่องไม้ราวรู้สึกผิด ปนเศร้าใจ"ไม่มีแต่" หลิวเซียงเอ๋อร์หยิกแก้มกลมขาวๆ อย่างหยอกเย้า มองดูแววตาใสของบุตรสาวที่เริ่มเติบโตอย่างช้า ๆ "ฉิงเอ๋อร์..เจ้าถืออะไรไปฝากท่านอารึ" หนานรั่วหานอุ้มบุตรสาวแนบอก มองดูตุ๊กตาไม้ที่นางถือ"ท่านพี่...ท่านให้ท้ายจิวฉิงแบบนี้เดี๋ยวนางก็เคยตัวกันพอดี" หลิวเซียงเอ๋อร์มองค้อนผู้เป็นสามีก่อนจะเดินไปนั่งที่รถม้า แม้หนานรั่วหานจะสละฐานันดร แต่ความผูกพันของฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงเป็นเช่นเดิม วันเวลาผ่านไปนานหนานเออร์หลงขึ้นครองราชย์แทนผู้เป็นพี่ชาย ส่วนฟู่หยาเย่ฟานก็พ้นตำแหน่งฮองเฮาเป็นเพียงหญิงผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองตระกูลฟู่หยายกสมบัติตระกูลให้แก่ราชวงศ์ก่อนที่นางจะปลีกตัวไปอยู่เมืองเล็ก ๆทางหัวเมืองเหนือ หนานชินอ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 51 เจ้าก้อนกลม

    "ไท่ซางหวงโฮ่ว..ทำเช่นไรดีเพคะ หากไม่นำเด็กออกดูเหมือนจะไม่รอดทั้งพระสนมและทารกนะเพคะ" เหลียนมามาเอ่ย ใบหน้าซีดดูไร้เลือดลมไม่มีใครรู้ได้เลยว่าในยามนี้เธอต้องพบกับสิ่งใดบ้าง//หลิวซูเฟย...หากท่านต้องการร่างท่านคืนเรายินดี แต่ขอเพียงอย่างเดียวขอให้ท่านรักเด็กคนนี้ราวกับเป็นตัวตนของท่านได้หรือไม่// ร่างสีขาวโปร่งพยักหน้ารับ หากแต่มีชายแก่หนวดเครายาวปกคลุมริมฝีปากของเขาจนมิดปรากฎต่อคนทัั้งสอง หลินหลินจดจำชายแก่ผู้นี้ได้ดี เขาคือผู้ที่นำพาดวงจิตของเธอมาตกสู่ร่างสนมผู้นี้/สนมหลิวซูเฟย ท่านหมดกรรมแล้วใยมิไปผุดไปเกิด เที่ยวมายื้อแย่งกายหยาบทำไมกัน/เสียงชายชราดังก้อง แม้จะดูเหมือนเป็นการเปล่งเสียงเบา ๆ//ท่านตาข้าทำไม่ได้ ข้าทิ้งคนที่ข้ารักไม่ได้// หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องห่มร้องไห้ราวใจจะขาดนางรักหนานรั่วหานมานาน แม้เขามิเคยชายตามองเลยก็ตาม แต่ด้วยเพราะความรักที่ฝังลึกในจิตใจยากที่จะให้นางลืมได้ ชายชราได้ยินก็โบกพัดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยครั้งสุดท้าย/หลิวเซียงเอ๋อร์ ร่างนี้มิใช่ของเจ้าอีกต่อไป หากเจ้าต้องการความรักจากคนที่เจ้ารัก ข้าจะทำให้เจ้าสมหวังสักครั้ง/ ชายชราเอ่ยจบร่างโปร่งก็พัดปลิวหายไป หล

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 50 การกลับมาอีกครั้ง

    ฝุ่นบนพื้นดินคละคลุ้งกำลังพลที่กำลังขับเคลื่อนเร่งมุ่งหน้าสู่ชายแดน ไม่นานกองกำลังจากวังหลวงก็มาสมทบ หนานชินอ๋องกระโดดลงจากหลังอาชาสีขาวหมอกพร้อมโน้มศีรษะลงให้กับคนบนหลังอาชาตัวโหญ่ "ถวายบังคมฝ่าบาท" "ทหารจากแคว้นสุ่ยยังมาไม่ถึง เราจะช่วยท่านพี่ยื้อกำลังพลไว้เสียก่อน""แต่ฝ่าบาท....หูเป่ยกำลังพลมากกว่าเป่ยหรงเท่าตัว หากแคว้นสุ่ยมาไม่ทันวันมะรืนกระหม่อมเกรงว่า..." หนานชินอ๋องน้ำเสียงลู่ลงพลางสีหน้าก็ถอดราวกังวลใจ"เราต้องวางแผนกันเสียใหม่ กำลังพลเราน้อยกว่าก็จริง แต่หากวางตำแหน่งรบไว้ดีเราก็สามารถลดทอนกำลังพลเราได้ ท่านพี่ให้เหล่าทหารได้อิ่มหนำสำราญกันเสียเถิด และคอยเฝ้าระวังศัตรู ม่อซีเจ้าจงแฝงตัวไปยังกองกำลังหูเย่วเสียเพื่อสืบดูสถานการณ์ในยามนี้" หนานรั่วหานชี้แจงเสร็จก็โดดลงจากหลังอาชามุ่งหน้าเข้าสู่กระโจมที่พักชั่วคราว เสี้ยวใจหนึ่งอดกังวลถึงหลิวเซียงเอ๋อร์ไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องเป็นห่วงจึงเร่งออกจากวังหลวงโดยไม่เอ่ยลา***เวลาผ่านไปราวกับลมพัดหลิวเซียงเอ๋อร์นั่งปักผ้าผืนเล็ก ๆ ที่จะตัดทำชุดให้เจ้าก้อนกลมในครรภ์ ใบหน้าอมยิ้มอย่างมีความสุข หากแต่ไม่นานความสุขสบายก็คลื่นกา

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 49 ออกนำทัพ

    หลิวเซียงเอ๋อร์ลืมตามองผ้าแพรที่ผูกกั้นเป็นฉากกั้นเตียงไว้ ภาพใบหน้าโกรธแค้นของหญิงสาวเจ้าของร่างที่ยืนเอ่ยทวงคืน‘สนมหลิวฉันขอเวลาอีกไม่นาน’ หลิวเซียงเอ๋อร์คิดทบทวนในคำพูดก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายลุก“หลินเสียง..เจ้าเตรียมน้ำล้างพระพักต์ไว้ให้ฝ่าบาทด้วย ข้าจะออกไปข้างนอกเดี๋ยว” น้ำเสียงกระซิบสั่งสาวใช้ข้างกายราวกับระวังคนที่ยังคงหลับตานอนบนเตียงตื่น หลิวเซียงเอ๋อร์จัดแจงเปลี่ยนชุด เธอเลือกชุดที่ดูสีสดเหมือนเมื่อครั้งที่เจ้าของร่างนี้ยังคงอยู่“พระสนมจะไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” เสียงเอ่ยทักด้านหน้าประตู เฉินฮั่วยืมมองใบหน้าที่ถูกตกแต่งไว้อย่างจัดจ้าน ทำให้เขารู้สึกแปลกใจในท่าทางเธออีกครั้ง นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มเช่นนี้“เราจะไปที่ใด เจ้ามิต้องสนใจ” หลิวเซียงเอ๋อร์สะบัดเสียงใส่ราวกับคนละคน‘เฉินฮั่ว...ฉันขอโทษ แต่ถ้าฉันไม่ทำเช่นนี้ต่อไปเจ้าก็คงจะลืมสตรีร้ายกาจเช่นนางแน่’ หลิวเซียงเอ๋อร์เร่งฝีเท้าออกมากลางสวนซีเซียน สวนสระบัวจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้โผล่มาที่นี่ หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองผืนน้ำที่ไหลเอื่อย‘หากเราไม่กลับไปใช้ชีวิตเช่นสนมหลิวดังเดิม แล้วถ้าเจ้าก้อนกลมเกิดมานางจะรักเหม

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 48 ทวงคืน

    สิ้นราชโองการสละราชบัลลังก์ของฮ่องเต้หนานรั่วหาน เสียงว่ากล่าวที่ดังออกไปยังรอบ ๆ วังหลวงต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงที่มาที่ไปของการสละราชบัลลังก์ ทั้งเสียงที่กล่าวจะไม่รู้เรื่องจริงเสียเท่าไหร่ แต่คนที่หน้ากังวลใจมากกว่าตอนนี้คืออ๋องสี่ที่ได้รับฟังความจริงจากไท่เฟย แม้เขาเองจะรู้สึกผูกพันกับไท่เฟยไม่น้อยแต่ความรู้สึกหนึ่งที่เขารู้สึกหนักใจก็คือการที่รู้ความจริงว่ามารดาตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษบิดาตน (ฮ่องเต้องค์ก่อน)“กระหม่อมอยากให้เสด็จพี่ทบทวนดูอีกครั้ง กระหม่อมมิอาจนั่งบัลลังก์นั้นได้” อ๋องสี่หนานเออร์หลงก้มหน้าคุกเข่าต่อหน้าทุกคนที่ตำหนักฮุ่ยหวง ความรู้สึกผิดแทนมารดาตนพรั่งพรูออกมา ฝ่ามือที่กำแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือดสีเขียวอมม่วงทำให้หนานรั่วหานยกมือประคองร่างพระอนุชาตนก่อนจะเอ่ย“เจิ้นคิดว่าเจ้าเหมาะสมแล้ว แม้ไม่สืบทอดยามนี้ยามหน้าเจ้าก็ต้องครองบัลลังก์นั่น”“แต่เสด็จพี่..”“ขอเพียงเจ้ายังคงรักษาปณิธานเสด็จพ่อ ดูแลรักษาประชาราษฎร์ให้สงบสุขร่มเย็นได้ดังที่เสด็จพ่อตั้งพระทัย” ฝ่ามือเรียวเล็กของไท่เฟยที่ค่อย ๆ วางลงบนฝ่ามือหนาของอ๋องสี่พลางลูบอย่างปลอบโยน“หลงเออร์..เจ้าอย่าเป

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status