Share

ตอนที่ 3 พบฮ่องเต้

last update Dernière mise à jour: 2026-01-28 16:54:58

​ {ยามเว่ย}13.00 - 14.59 น. 

หลิวเซียงเอ๋อร์ทอดกายเดินชมสวนดอกโบตั๋นที่กำลังออกดอกเบ่งบานอวดความสวย เธอค่อย ๆ ย่อกายลงพร้อมสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ พลางเผยยิ้มอย่างพอใจ

“ถวายพระพรสนมหลิวซูเฟยเพคะ” สตรีร่างบางที่ยืนอยู่ตรงด้านหน้าเธอ ส่งยิ้มเล็กน้อย หลิวเซียงเอ๋อร์ยันตัวรีบลุกยืนก่อนจะพยักหน้ารับ

‘แล้วนี่ใครล่ะเนี้ย’ หลิวเซียงเอ๋อร์จ้องมองหน้าเรียวงามดั่งรูปไข่ ดวงตากลมสวยเหมือนกลีบท้อแรกแย้ม เธอคาดเดาไม่ได้เลยว่าหญิงงามตรงหน้านี้เป็นสนมคนใดกัน

“หลินเสียงถวายพระพร พระสนมจูเสียนเฟยเพคะ” หลินเสียงที่เดินกลับมาจากห้องเครื่อง หลังจากจัดเตรียมน้ำชาและขนมให้นายสาวได้พักชมดอกโบตั๋น 

‘อ้อ..จูเสียนเฟย ภรรยาเยอะดีจริง ๆ ฮ่องเต้องค์นี้...แต่เดี๋ยวนะ งั้นนางก็คือนางเอกในโลกนี้ซิ มิน่าหน้าตาผิวพรรณผุดผ่องออร่าเปล่งประกายเชียว’ หลิวเซียงเอ๋อร์จ้องอย่างลืมตัวด้วยแววตาเยียดยิ้มพร้อมท่ายืนสง่าดุจนางพญา

“พระสนมหลิวท่านอาการดีแล้วหรือเพคะ เห็นเหล่านางกำนัลบอกว่าท่านสลบไปนานถึงสามวันด้วยกัน” จูเสียนเฟย หรือจูเหมยฮวาก้มหน้าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกำลังหวาดกลัวในท่าทางของนาง

“เราดีขึ้นแล้วสนมจูมิต้องเป็นห่วง นางกำนัลก็พูดเกินไปเราแค่พักผ่อนก็เท่านั้น”

“เมื่ออาการดีแล้ว เหตุใดเจ้าถึงมิเข้าเฝ้าฮ่องเต้” เสียงเอ่ยแทรก ของสตรีอีกนางที่เดินเข้ามาตรงหน้าเธอ สตรีร่างสูงโปร่งผิวขาวหมดจด ใบหน้ายาวเรียวรับกับดวงตากลม จนหลินเสียงต้องรีบกระตุกชายเสื้อให้เธอหันมองปากขยับไร้เสียงนั่น

‘อะไรนะ..อ๋อกุ้ยเฟย’ เธอมองปากนั่นแล้วสะกดตามอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะหันมาหายังสตรีผู้มาใหม่

“พระสนมจิ้งกุ้ยเฟยนี่เอง” หลิวเซียงเอ๋อร์ผินมอง

“หากเจ้าอาการดีขึ้นแล้ว เหตุใดจึงไม่เข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮา หรือเจ้ากลัวเรื่องอันใดสนมหลิว”

“มิต้องห่วง หม่อมชั้นต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาทแน่ เพียงแต่ตอนนี้ร่างกายยังมิแข็งแรงดีหากเป็นอะไรไปเกรงฝ่าบาทจะทรงเป็นห่วง” หลิวเซียงเอ๋อร์ กระตุ้กหางคิ้วอย่างไม่พอใจในท่าทางของสนมจิ้งกุ้ยเฟยที่ทำราวกับว่าเธอได้กระทำผิดต่อสิ่งใด

‘หรือนางจะทำผิดจริง’ หลิวเซียงเอ๋อร์นึกสงสัยในร่างเดิมของหลิวเซียงเช่นกัน 

“ข้ามิได้ว่ากล่าวเจ้า เพียงแค่บ่าวไพรต่างก็เห็นว่าเจ้าผลักสนมจูเสียนเฟยตกน้ำ จริงหรือไม่สนมจูเสียนเฟย”

“เออ…ตอนนั้นหม่อมชั้นตกใจจึงจำอะไรไม่ได้เช่นกันเพคะ" จูเหมยฮวาทำเสียงอ่อนพลางก้มหน้าราวคนผิด

“มันเป็นอุบัติเหตุ ข้าเองก็ตกลงในสระนั่นเช่นเดียวกัน ถ้าข้าจงใจเหตุใดข้าต้องทิ้งตัวลงในสระน้ำนั่นเล่า”

“ก็เพราะเจ้าชอบเรียกร้องความสนใจจากฝ่าบาทนะซิ ครานี้เห็นทีฝ่าบาทคงจะไม่โอนอ่อนตามเจ้าแน่” สนมจิ้งกุ้ยเฟย หรือจิ้งหนี่เหนียนบุตรสาว          แม่ทัพใหญ่ ต่างเป็นที่รู้กันว่าแต่ไหนแต่ไรมานางทั้งสองมักจะต้องแข่งขันเอาชนะกันอยู่เสมอแต่ก็มิเคยมีใครน้อยหน้าไปกว่ากัน

“ข้ามิสนว่าฝ่าบาทจะสนใจข้าหรือไม่ ขอแค่ข้าอยู่ได้ไม่ลำบากก็เพียงพอ” หลิวเซียงเอ๋อร์เอ่ยวาจาชัดเจน ทำให้บุรุษร่างสูงผู้ที่มาทีหลังถึงกับหมวดคิ้วเข้มอย่างไม่พอใจ

“สามหาว!! เจ้ากำลังว่าเจิ้นมิดูแลใส่ใจวังหลังเลยหรือ” บุรุษร่างสูงกำลังเดินเข้ามาใกล้ สองมือไขว้หลังเผยไหล่กว้างอย่างสง่า หลิวเซียงเอ๋อร์ตกใจจนรีบถอยหลัง 

“ถวายพระพรฝ่าบาท” หลิวเซียงเอ๋อร์รู้ดีว่ายามนี้บุรุษตรงหน้าเธอเป็นใครมิได้ นอกจากฮ่องเต้หนานรั่วหาน กษัตริย์ผู้เฉียวฉลาดทั้งบุ๋นและบู๊ ผู้ที่ส่งให้เธอไปอยู่ตำหนักเย็นนั่นเอง เธอรีบก้มหน้าลงพื้นก่อนจะก้าวถอยหลังไปหาหลินเสียงที่ยืนถือถาดชาและขนมอยู่

“ถวายพระพรฝ่าบาท” เหล่าสนมย่อกายน้อมคำนับพร้อมเพรียงกัน        

หลิวเซียงเอ๋อร์ค่อย ๆ เงยหน้าจ้องมองใบหน้าร่างสูงที่ดูงดงามกว่าชายใดที่เธอเคยพบมา หากแต่บางสิ่งที่สะดุดตาคงเป็นดวงตาคมดุจดังเหยี่ยวนั่นที่ทำให้เธอกลับนึกถึงใครบางคน

‘เฟอร์เฟคที่สุด ช่างเป็นฮ่องเต้ที่รูปโฉมงดงามราวมาจากสรวงสวรรค์ ไม่แปลกใจเลยเหตุใดสนมหลิวถึงได้ลุ่มหลงในฮ่องเต้นัก ทั้งที่มีชายหนุ่มรูปงามข้างกายแท้ ๆ ’ เธอมองพิจารณาใบหน้าคมเข้ม คิ้วเรียงเฉียงรับกับใบหน้า

“เจิ้นเพียงยุ่งงานราชกิจมากไปหน่อย ไม่คิดว่าสนมหลิวจะคิดเช่นนี้ เช่นนั้นเจิ้นจะให้เหิงกงกงหายามส่งตัวเจ้าเข้าหอดีหรือไม่” ฮ่องเต้หนานรั่วหานยกยิ้มอย่างพอใจ เขามิเคยเห็นสีหน้าซีดๆ ของนางยามตกใจ และสีหน้าแดง  ระเรื่อราวผลเชอรี่ยามเขินอาย เหล่าสนมได้ยินต่างค้อนสายตามองนาง แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าเอ่ยขัด

“ฝ่าบาทกระหม่อมจะหายามเข้าหอพระสนมหลิวซูเฟยให้พ่ะย่ะค่ะ หากแต่ฤกษ์ยามอาจมิทันพระทัยพระองค์ได้ข้าน้อยขอประทานอภัย” น้ำเสียงเอ่ยขึ้นจมูกราวดัดให้ฟังดูนุ่มนวล แต่สำหรับหลิวเซียงเอ๋อร์ช่างเป็นเสียงที่สร้างความกังวลใจให้เธอนัก

‘โชคดีที่ยุคนี้จะทำอะไรก็ต้องมีพิธีรีตอง มิฉะนั้นเห็นทีเราคงจะรอดพ้นยาก ไม่ตายเสียก่อนก็คงตกเป็นรองฮ่องเต้เมียเยอะคนนี้แน่’ หลิวเซียงเอ๋อร์นึกว่ากล่าวเขาอยู่ภายใน

“เช่นนั้นหม่อมชั้นทูลลาเพคะ” หลิวเซียงเอ๋อร์ย่อกายอย่างน้อบน้อม

"เดี๋ยวก่อนเจิ้นมีเรื่องต้องคุยกับเจ้า” เอ่ยจบฮ่องเต้หนุ่มก็ได้แต่เอามือไขว้หลังเดินตรงไปยังศาลาริมน้ำ เหล่าขันทีและนางกำนัลที่ติดตามต่างรู้หน้าที่ทำได้เพียงยืนรอห่างราวครึ่งลี้1 ส่วนสนมสองนางยืนมองหน้ากันอย่างสงสัย หลิวเซียงเอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าอย่างเต็มปอดก่อนจะเดินตรงไปยังศาลานั่น

หลิวเซียงเออร์ค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างช้า ๆ บนสะพานไม้โค้งเธอมีความรู้สึกเหมือนภาพด้านหน้าวูบไหว กลับมีภาพซ้อนทับ มันเป็นภาพหญิงสาวสองนางกำลังยืนชมดอกบัวก่อนที่หญิงนางหนึ่งที่เธอดูคุ้นตาจะเดินเข้าหาอีกสตรีร่างบาง ภาพที่เห็นเริ่มชัดเจนทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วหญิงสาวที่เธอเห็นก็คือ สนมหลิวซูเฟย และสนมจูเสียนเฟย ที่กำลังตกลงไปในสระบัวก่อนภาพจะกลับมาสู่ปกติ ร่างบางทรุดตัวลงมือสองข้างทำได้เพียงเกาะขอบสะพานเพื่อทรงตัว ฮ่องเต้หนานรั่วหานเห็นใบหน้านางขาวซีด

“เจ้าเป็นเช่นไร” ฮ่องเต้หนานรั่วหานเอ่ยถามก่อนจะยืนมือเพื่อรั้งร่างบางให้ลุกยืน

“หม่อมชั้นแค่รู้สึกวิงเวียนเท่านั้นเพคะ”

“เช่นนั้นเจิ้นจะให้นางกำนัลส่งเจ้ากลับตำหนักเสียก่อน”

“มะ..มิเป็นไรเพคะ!!” หลิวเซียงเอ๋อร์รีบปฏิเสธ เธอเป็นเพียงสตรีในวังหลังหากทำสิ่งใดไม่ถูกใจในวันนี้ต่อไปเธอคงจะอยู่ยาก สู้เธอยอมรับฟังสิ่งที่เขาอยากจะเอื้อนเอ่ยอย่างน้อยก็ยังพอสู้หน้ากันได้

“เช่นนั้นเจิ้นจะมิถ่วงเวลาเจ้ามาก” บรุษร่างสูงยืนไขว้หลังหันมองออกไปนอกศาลากลางสระบัว สันจมูกที่โด่งรับกับคิ้วเข้มทำให้ใบหน้าด้านดูสง่าผ่าเผยเป็นอย่างยิ่ง

“เพคะ” หลิวเซียงเอ๋อร์กุมมือประสานยกขึ้นเล็กน้อยพอดูงาม เธอค่อยๆ ปรับเปลี่ยนท่าทางจากที่ผ่านตามาบ้างจนพอจดจำทำได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็ถือว่าเริ่มคุ้นชิน

“เหตุใดวันนั้นเจ้าจึงได้ผลักสนมจูเสียนเฟย” หลิวเซียงเออร์ยืนจ้องใบหน้าด้านข้างฮ่องเต้หนุ่ม เธอไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไรดีในเมื่อภาพที่เธอเห็นเมื่อซักครู่ใครเห็นก็ต้องเข้าใจว่าเธอเป็นคนผลักสนมจูเสียนเฟยตกลงไปเป็นแน่

“เป็นเหตุบังเอิญเพคะ”

“บังเอิญ!! มิใช่เจ้าตั้งใจกันแน่หรือ”

“เหตุใดหม่อมชั้นต้องผลักสนมจูด้วย ในเมื่อหม่อมชั้นก็ตกลงในสระบัวนั่นเช่นกัน”

“แล้วเจิ้นจะรู้ได้เช่นไรว่าเจ้ามิได้โป้ปดเจิ้น” ร่างสูงหันหน้ามองแววตาเขาช่างดุราวกับราชสีห์ที่มองกวางน้อย

“หม่อมชั้นขอประทานอภัย หากพระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพระองค์แล้วเพคะ” หลิวเซียงเอ๋อร์หลบสายตามองต่ำ 

“พระสนม..เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้น เจ้าเห็นว่าเจิ้นเป็นคนจิตใจคับแคบหรือกระไร”

“หม่อมชั้นไม่มีพยานและหลักฐาน แล้วจะให้หม่อมชั้นหาสิ่งใดมากราบทูลฝ่าบาทได้เพคะ”

‘สนมหลิวท่านหาเรื่องให้ข้าลำบากแล้ว’ ร่างบางก้าวถอยหลังเพราะถูกร่างสูงที่กำลังขยับก้าวเข้าใกล้

“ครั้งนี้เจิ้นจะอภัยให้เจ้า หากมีครั้งหน้าอย่าหาว่าเจิ้นข่มเหง” ฮ่องเต้หนานรั่วหานสะบัดแขนเสื้อก่อนจะเดินออกจากศาลากลับตำหนักหลงเฉียวกงอย่างไม่พอใจ

1 1 ลี้ = 500 เมตร

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 15 พิธีอภิเษกสมรส

    ~ พิธีอภิเษกสมรสสนมเต๋อเฟย~ ลานกว้างหน้าพระราชวังถูกประดับไปด้วยช่อผ้าสีแดงสด เหล่านางกำนัลกำลังเร่งรีบจัดแต่งชุดให้เจ้าสาว ใบหน้านางยามนี้ฉายแววไปด้วยความสุข แม้นางจะมิเคยพบฮ่องเต้หนานรั่วหานคนนี้มาก่อนแต่เมื่อได้มาพบนางก็ยินดีพร้อมแต่งแม้ต้องอยู่ขั้นสนมนางก็รับได้ แม่สื่อจัดแต่งมงกุฎให้นางเป็นครั้งสุดท้าย“ฮ่องเต้เสด็จ!!..” เหิงกงกงที่ยืนอยู่หน้าตำหนักซูเฉียวกง เอ่ยตะโกนบอกกล่าวให้นางรู้ว่าพิธีส่งตัวได้เริ่มแล้ว ร่างสูงย่างลงจากเกี้ยวหลังใหญ่ ด้วยท่วงท่าสง่างามชุดสีแดงสะบัดตามแรงจังหวะก้าวเดิน“ข้ามีงานที่ต้องสะสางต่อฉะนั้นรีบเสร็จพิธี” ฮ่องเต้หนานรั่วหานเอ่ยบอกเหิงกงกง ชายชรายอบกายก่อนเร่งรีบวิ่งไปหน้าห้องหอนาง ร่างบางยามนี้นั่งนิ่งในใจกลับราวมีเสียงกลองตีกึกก้อง มือเล็ก ๆก็พลางสั่นด้วยความตื่นเต้นปนกลัวไปได้ ฮ่องเต้หนุ่มค่อย ๆ นั่งลงข้างนางก่อนจะยกผ้าปิดหน้าออก ใบหน้าอิ่มแหงนมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตากลมโตเขาขมวดคิ้วหนาก่อนจะหันไปหยิบยกสุรามงคลขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 14 พบเจ้ายามค่ำคืน

    ร่างสูงมองกองหนังสือมากมายที่จัดเรียงไว้รอสะสาง‘ดูท่าเห็นทีคืนนี้คงต้องพักไว้ก่อน’ ใบหน้าเคร่งขรึมยามนี้ได้หยุดมือลงละมองไปนอกหน้าต่างที่มีเพียงแสงส่องของดวงจันทร์และตะเกียงไฟที่จุดไว้เรียงรายตามทางเดิน“เหิงกงกงเตรียมเกี้ยวข้าจะไปตำหนักสนมหลิว” เสียงทุ้มเอ่ยหนักแน่น ยามนี้เขาไม่สามารถข่มใจให้นั่งอยู่ต่อได้ “ฮ่องเต้จะเสด็จตำหนักซูฮวากง เด็ก ๆ เตรียมเกี้ยววว” เสียงเหิงกงกงประกาศบอกเหล่าขันทีองครักษ์ที่ดูแลรอบด้านตำหนักให้ทราบ ก่อนที่ร่างสูงจะทอดเดินไปตำหนักซูฮวากงยามนี้มีเพียงแสงไฟบางจุดที่ส่องแสงรวมถึงในห้องหอนางยามนี้ก็ดูสลัวยิ่งนัก ฮ่องเต้ลุกก้าวลงจากเกี้ยวจนเหล่านางกำนัลขันทีวิ่งรับกันแทบไม่ทัน“ถวายพระพร//ถวายบังคมฮ่องเต้ เพคะ//พ่ะย่ะค่ะ” เสียงดังในยามค่ำคืนปลุกให้เธอที่กำลังขดตัวกอดหมอนอุ่นต้องพลิกฟัง‘ฮ่องเต้..มายามนี้ทำไมกัน หรือวันนี้เราจะสร้างเรื่องอะไรให้พระองค์ไม่พอใจกันนะ’ หลิวเซียงเอ๋อร์ผละตัวลุกจากเตียงนอนก่อนรีบลุกไปเปิดประตูห้องหออย่างไม่รอช้า หลินเสียงที่ดูท่าที่ยังไม่ตื่นจากฝันได้ยกศีรษะเล็ก ๆ หันมองก่อนรีบยอบตัวลงแทบติดพื้น“ถะ..ถวายพระพรฝ่าบาท” หลินเสียงรีบคารวะ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 13 หึงหวง

    ร่างสูงของสตรีคนหนึ่งยืนรอเธออยู่ด้านนอกห้องบรรทมพลางเร่งเร้า ด้วยการเดินไปเดินมาหน้าห้องทำให้เธอต้องรีบจัดแจงชุด หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองตัวเธอผ่านเงาสะท้อนจากแผนทองเหลือง ร่างอรชรที่สวมชุดคล้ายคลึงบุรุษ มัดรวบผมตึงกลางศรีษะใบหน้ายามไร้เครื่องประทินโฉมกลับมองดูสดใส ผิวกายเรียบเนียนขับชุดสีครามเข้มให้ดูสว่าง“หลินเสียงพอแล้ว เราจะไปฝึกซ้อมมิได้ออกไปเที่ยวไหนมิต้องแต่งมากนัก” เสียงห้ามของเธอทำให้นางหยุดมือลง หลินเสียงมองนายหญิงตนอย่างสงสัยเหตุใดนางถึงมีวรยุทธ์จนสามารถที่จะฝึกสอนผู้อื่นได้ เพราะนางเองก็มิเคยออกห่างจากกายนางไปที่ใด“พระสนมท่านไปเอาวิชาวรยุทธ์นี้มาจากที่ใดกันหม่อมชั้นใคร่อยากรู้นัก” หลินเสียงเอ่ยถามอย่างสงสัย‘ฉันจะบอกได้ยังไง ว่าจากภพชาติเดิมที่ฉันเคยอยู่’ หลิวเซียงเอ๋อร์มองหน้ายกยิ้มกรุ่มกริ้มก่อนจะกระซิบบอกนาง“เราก็แค่จำเอาเวลาที่เฉินฮั่วฝึกไง” เธอโกหกหญิงสาวตรงหน้าเพื่อคลายความสงสัยให้นาง หากความจริงแล้วถ่วงท่าที่เธอใช้ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่เฉินฮั่วใช้จริง ๆ เธอเองก็สงสัยเช่นกันเหตุใดเฉินฮั่วจึงรู้ท่าทางของศิลปะเทควันโดนี้“...เพคะ” หลินเสียงทำท่าพยักหน้ารับงก ๆ ราวกับเข

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 12 ผู้มาพร้อมสัญญา

    เสียงผู้คนพลุกพล่านแข่งกับเสียงนกร้องในยามเช้า หลิวเซียงเอ๋อร์กระสับกระสายร่างไปมาบนเตียงอุ่นพลางเอาหมอนหนุนยกปิดหูทั้งสองข้าง“หลินเสียง..เกิดอะไรขึ้น” เธอมองหน้าบ่าวในตำหนักที่กรูเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมีหลินเสียงยืนอยู่ด้านหน้าแถว“ทูลพระสนม..ฝ่าบาทมีราชโองการให้จัดเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากแคว้นหูเยว่ที่จะมาถึงในอีกสามวันเพคะ” เธอยกมือจับชายผ้าคลุมกระชับไหล่ก่อนจะลุกเดินออกไปมองดูด้านหน้าที่เหล่าขันทีและสาวใช้นางกำนัลกำลังปัดกวาดเช็ดถูคล่องแคล่ว เธอผินหน้ามองไปยังตำหนักใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง“คงเพราะทราบข่าวเมื่อคืนซินะ” เธอเอ่ยเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องหอตามเดิม“เตรียมชุดให้ข้าที ข้าจะไปที่พระราชวัง” หลิวเซียงเอ๋อร์รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เธอมีความกังวลอย่างหนึ่งคือชะตาชีวิตตระกูลหลิวถูกใส่ร้ายจากช่วงที่มีการจัดเตรียมงานพิธีสำคัญ ด้วยเพราะบิดาเป็นเสนาบดีฝ่ายธรรมการดูแลงานราชพิธีต่าง ๆ ถูกใส่ความก่อกบฏคิดทำร้ายราชวงศ์เธอจึงมีความกังวลที่อยากจะพบหน้าผู้ที่เป็นหัวหน้าตระกูลหลิว“พระสนมจะ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 11 แขกผู้มาเยือน

    ร่างบางขยับกายเล็กน้อย มือเล็กลูบสัมผัสความเย็นไปที่เตียงนอน‘เขาคงออกไปก่อนรุ่งสางสินะ’ หลิวเซียงเอ๋อร์ปรือตามองไปรอบห้องหอไร้เงาฮ่องเต้หนุ่ม แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกโล่ง แต่ใจหนึ่งกลับรู้สึกเปลี่ยวเหงา ร่างบางยันกายลุกนึกถึงเหตุการณ์ในช่วงคืนที่เพิ่งผ่านพ้นมา เธอนึกได้ว่าเฉินฮั่วได้เข้ามาที่ห้องหอนี้เช่นกัน อาจเพราะคิดว่าเธอมีภัยเขาจึงพลีพลามเข้ามาในห้องเธอในยามจังหวะนั้นได้“พระสนม..ทรงตื่นบรรทมแล้วหรือไม่เพคะ” น้ำเสียงคุ้นเอ่ยเรียกนางในยามเช้าอย่างตื่นเต้น“มีอะไรหรือ..”“องค์หญิงเจ็ดมาพบพระสนม รออยู่ที่ศาลาหน้าตำหนักแล้วเพคะ” น้ำเสียงตื่นเต้นของนางทำให้คนฟังพลางขมวดคิ้วตาม‘องค์หญิงเจ็ด? นี่เรายังต้องพบใครอีกบ้างนะ’ ภาพความคิดครั้งเก่าก่อนที่เธอจะมาที่แห่งนี้ก็ไม่เคยมีผ่านในความคิดนั้นซักครั้ง เพราะนี่คือตัวละครนอกที่ไม่มีเอ่ยเล่าอยู่ในนิยายที่เธอเคยอ่าน แววตาเรียวจับจ้องมองสตรีร่างสูงกว่าเธอไม่มากนัก แต่กลับดูสง่างามราวบุรุษ ริมฝีปากเรียวบางยกยิ้มทักทายจนเธอแปลกใจในท่าทางนาง แววตากลมราวกวา

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 10 ความสงสัยเป็นเหตุ

    แสงแดดยามสายสาดรอดเข้ามายังโต๊ะข้างหน้าต่างในห้องหอ ความอบอุ่นของแสงแดดในยามนี้กระตุ้นให้หลิวเซียงเอ๋อร์รู้สึกประปรี้ประเปร่ายกกายบิดเล็กน้อย“หลินเสียง เตรียมชุดให้ข้าทีข้าอยากออกไปชมสวน” เสียงเล็ก ๆ ของนางเอื้อนเอ่ยหานางกำนัลคู่กาย แววตาที่เคยดูเหนื่อยล้ากลับสดใสดังเช่นเดิม“พระสนม..พระองค์ทรงหายป่วยดีแล้วหรือเพคะ” หลินเสียงหยิบยกน้ำชารินยื่นส่งให้นาง“เราหายดีแล้ว และก็อยากออกไปข้างนอกจวนนี้เสียให้ไว เรานอนอยู่แต่ในห้องนี้มาเกือบสามวันแล้วนะ” หลิวเซียงเอ๋อร์บ่นอุบ ก่อนจะเดินไปนั่งลงโต๊ะแต่งกายที่มีเหล่านางกำนัลค่อยผลัดเปลี่ยน ส่วนหลินเสียงเองนางก็กำลังผลัดแป้งให้เธอ“พระสนม..เห็นนางกำนัลตำหนักซูเม่ยกงเอ่ยว่าสนมจูทรงป่วยเช่นเดียวกับพระองค์ แต่ฮ่องเต้กลับไปหานางเพียงคนเดียว พระสนมมิทรงทำอะไรบ้างหรือเพคะ” หลินเสียงนึกน้อยใจแทนนายตน นางรู้ดีว่าหลิวเซียงเอ๋อร์มีใจรักฮ่องเต้เพียงผู้เดียวแม้ยามหลับนางก็ยังคงห่วงหาฮ่องเต้ที่มิทรงเหลียวแลเลยตั้งแต่แต่งเข้าวังหลวงนี่ก็เกือบจะสามหนาวแล้วเห็นจะได้“แล้วเจ้าจักให้เราทำสิ่งใด ในเมื่อสนมจูนางเป็นคนโปรดของฝ่าบาท”“ยามพระสนมป่วยมีเพียงสั่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status