LOGINฉันหันขวับกลับมา แววตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบและคมกริบอย่างถึงที่สุดฉันคว้ามีดคัตเตอร์สำหรับตัดกระดาษจากบนโต๊ะทำงานข้างชั้นวางของมาไว้ในมือเสียง “กริ๊ก” ดังขึ้น ฉันดันใบมีดอันแหลมออกมาฉันนำคมมีดจ่อเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ของตัวเองอย่างแม่นยำการเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย“หยุดเดี๋ยวนี้”ฉันมองหลินหราน น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะตายตรงนี้แหละ”ทั้งครอบครัวพลันแข็งทื่อไปแม่กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว สีหน้าของพ่อซีดเผือดลงทันตา หลินหรานยิ่งตกใจกลัวจนถอยหลังกรูด ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกลางอากาศ ตัวสั่นเทาไปหมด“อย่านะ! เป่าจู เธออย่าเพิ่งวู่วาม! วางมีดลงก่อน! พี่ใหญ่ไม่บังคับเธอแล้ว พี่ใหญ่ไม่บังคับเธอแล้ว!”พวกเขารู้ดีว่าฉันไม่ได้ล้อเล่นพวกเขาเคยเห็นตอนฉันกระโดดตึกอย่างไม่ลังเล เคยเห็นตอนฉันดื่มกรดเข้มข้น เคยเห็นตอนฉันกรีดข้อมือในเรื่องการรนหาที่ตาย ฉันหลินเป่าจูคนนี้พูดคำไหนคำนั้นเสมอ“ในเมื่อพวกคุณอยากฟังความจริง งั้นฉันก็จะพูดให้ชัดเจน”ฉันกำมีดไว้ มองญาติสนิททางสายเลือดกลุ่มนี้“พวกคุณรู้ไหมว่าในลิฟต์ การที่ออกซ
“ฉันไม่มีบ้าน”ฉันมองแม่ พลางเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์“เมื่อครึ่งปีก่อน หลินเป่าจูได้ตายไปแล้วในลิฟต์ตัวนั้น”“คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ตอนนี้ เป็นแค่คนธรรมดาที่ทำงานในซูเปอร์มาร์เก็ต”ความสงบนิ่งของฉัน ทำให้คนรู้สึกสิ้นหวังยิ่งกว่าการร้องห่มร้องไห้กล่าวโทษเสียอีกหลินหรานควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไปเสียง “ตุบ” ดังขึ้น ประธานหลินซื่อกรุ๊ปผู้สูงส่งคนนี้ คุกเข่าลงตรงหน้าฉันต่อหน้าผู้คนบนท้องถนน“เป่าจู พี่ใหญ่ผิดไปแล้ว...พี่ใหญ่ผิดไปแล้วจริง ๆ !”หลินหรานตบหน้าตัวเองอย่างแรง ร้องไห้น้ำตาไหลพราก“พี่มันตาบอดเอง! พี่ถูกนังสารเลวหลินโยวโยวนั่นปิดหูปิดตาจนขาดสติไปเอง!”“เราไล่มันออกไปแล้ว! มันไม่เหลืออะไรแล้ว!”“เธอให้อภัยพี่ใหญ่สักครั้ง ให้โอกาสพี่ใหญ่ได้ชดเชยให้เธอได้ไหม”พี่รองและพี่สามก็ขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสะอื้น“น้องกลับไปกับเราเถอะ”“ขอแค่เธอยอมกลับไป ทุกอย่างของตระกูลหลินเป็นของเธอหมดเลย พวกพี่ยอมมอบชีวิตให้เธอเลยก็ยังได้”ฉันรับฟังคำสำนึกผิดของพวกเขาแบบเงียบ ๆฉันมองท่าทางร้องไห้น้ำตาไหลพรากของพวกเขาโดยที่ในใจไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย“ชดเชยงั้นเหรอ”ฉันหัวเราะเบา
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งปีแล้วตระกูลหลินในช่วงครึ่งปีมานี้ ราวกับตกอยู่ในขุมนรกบนดินแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงเนื่องจากความคิดถึงและความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง จนต้องเข้ารับการรักษาในสถานพักฟื้นพี่ใหญ่หลินหรานกลายเป็นคนไม่เอาไหนเขาใช้แอลกอฮอล์มอมเมาตัวเองทุกวัน ขอเพียงหลับตาลงก็จะได้ยินคำว่า “ช่วยด้วย” ของฉันในลิฟต์พี่ชายอีกสองคนก็ซูบผอมจนเหลือแต่กระดูก กลายเป็นคนเงียบขรึมคฤหาสน์ตระกูลหลิน ไม่มีเสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมาอีกเลยพวกเขาใช้ทุกวิถีทาง แต่ก็ยังคงหาร่องรอยของฉันไม่พบแม้แต่นิดเดียวนิสัยเฉยชาระดับสิบของฉัน ไม่เพียงแต่มองเรื่องความตายเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น แต่ยังมีความต้องการด้านวัตถุในชีวิตต่ำมากอีกด้วยฉันไม่ได้ใช้เอกสารยืนยันตัวตนใด ๆ เพื่อเข้าพักในโรงแรม และไม่ได้หางานที่ให้เงินเดือนสูงฉันใช้เงินสดเช่าห้องใต้หลังคาซอมซ่อในเมืองริมทะเลแห่งนี้กลางวันจัดของในซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ กลางคืนเดินเล่นริมทะเลราวกับหยดน้ำที่กลืนหายไปในมหาสมุทร หายสาบสูญไปจากเครือข่ายดิจิทัลของสังคมยุคใหม่อย่างสิ้นเชิงจนกระทั่งวันนี้สถานีอนามัยของ
คฤหาสน์ตระกูลหลินหลินโยวโยวกำลังนั่งอยู่บนโซฟา ดื่มรังนกอย่างสบายใจพลางเลือกชุดสั่งตัดพิเศษประจำฤดูกาลได้ยินมาว่าหลินเป่าจูหายตัวไปแล้วในของเธอจึงเบิกบานมาก ตายอยู่ข้างนอกอย่าได้กลับมาอีกตลอดกาลเลยยิ่งดีประตูใหญ่ถูกถีบเปิดออกเสียงดัง “ปัง”หลินหรานพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมรังสีอำมหิตทั่วร่าง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ราวกับวิญญาณอาฆาตที่มาทวงชีวิต“พี่ใหญ่ พี่กลับมาแล้วเหรอคะ...”หลินโยวโยวเผยรอยยิ้มหวานหยดย้อยพลางเดินเข้าไปต้อนรับ“เพียะ—!”หลินหรานเงื้อมือขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีตบหน้าหลินโยวโยวอย่างแรงฝ่ามือนี้รุนแรงมาก หลินโยวโยวถูกตบจนปลิวไปกระแทกกับโต๊ะกลางอย่างจัง มุมปากฉีกขาดเลือดสด ๆ ทะลักออกมาทันที “พี่ใหญ่! พี่ทำอะไรน่ะ!”หลินโยวโยวกุมใบหน้า กรีดร้องด้วยความเหลือเชื่อแม่และพี่ชายอีกสองคนเดินตามเข้ามาติด ๆไม่มีใครเข้าไปประคองเธอเลยแม้แต่คนเดียว สายตาที่ทุกคนมองเธอล้วนเผยให้เห็นถึงความรังเกียจและสะอิดสะเอียนอย่างถึงที่สุดหลินโม่โยนเครื่องบันทึกเสียงลงตรงหน้าหลินโยวโยวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ภายในเครื่องบันทึกเสียง กำลังเล่นวนซ้ำเสียงร้อ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหลินหรานหิ้วกล่องเก็บความร้อน ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขาผลักประตูห้องพักผู้ป่วยวีไอพีเข้าไป“เป่าจู วันนี้พี่ใหญ่ต้มโจ๊กที่เธอชอบกินที่สุดมาให้...”น้ำเสียงของเขาพลันหยุดชะงักลงบนเตียงผู้ป่วยว่างเปล่าผ้าห่มถูกเปิดทิ้งไว้ สายน้ำเกลือถูกโยนทิ้งไว้บนพื้น และยังคงมีหยดยาน้ำไหลซึมออกมา“เป่าจูล่ะ! หมอ! น้องสาวผมล่ะ!”หลินหรานกดกริ่งเรียกพยาบาลอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชั้นโรงพยาบาลพลันวุ่นวายขึ้นมาทันทีผู้อำนวยการโรงพยาบาลพาคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดมาด้วยความร้อนรนจนเหงื่อท่วมหัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนต่างก็ค้นหาทั่วทั้งตึกอย่างบ้าคลั่งเมื่อแม่และพี่ชายอีกสองคนรู้ข่าวก็รีบมา“เกิดอะไรขึ้น คนนอนเป็นผักที่ถูกสอดท่อไว้ทั่วตัวจะหายตัวไปดื้อ ๆ ได้ยังไง!”พี่รองหลินเปียวทุบถังขยะตรงโถงทางเดินจนแตกกระจายด้วยความเกรี้ยวกราดภายในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดคนทั้งครอบครัวจ้องหน้าจอเขม็งภาพในจอแสดงให้เห็นว่า เมื่อเวลาตีสาม ร่างผอมบางในชุดไปรเวทและสวมหน้ากากอนามัยร่างหนึ่ง ได้หลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดตามทางเดินหลักทั้งหมด แ
“ไร้สัญญาณชีพไปอย่างสมบูรณ์...”คำพูดของหัวหน้าหน่วยดับเพลิง ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนพื้นของที่หลบภัยอย่างแรงชั่วขณะนั้นราวกับอากาศถูกสูบหายไปหมดสีหน้าของแม่พลันแข็งค้างไปทันทีเธอจ้องถุงเก็บหลักฐานโปร่งใสใบนั้นเขม็ง มองเม็ดประคำโพธิ์ที่เปื้อนเขม่าควันสีดำด้านใน“เป็นไปไม่ได้...”น้ำเสียงของแม่แหบโหวง“เป็นไปไม่ได้! เธอดวงแข็งจะตาย! เธอจะตายได้ยังไง!”หลินหรานพุ่งพรวดไปข้างหน้า คว้าคอเสื้อของหัวหน้าหน่วยดับเพลิงเอาไว้ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำจนแทบจะหยดเป็นเลือด“คุณโกหก! ก่อนหน้านี้เธอกระโดดตึก กรีดข้อมือก็ยังไม่ตาย! แค่ควันนิดเดียวจะสำลักเธอจนตายได้ยังไง!”“พวกคุณไม่ได้ตั้งใจช่วยใช่ไหม! ใช่ไหม!”หัวหน้าหน่วยดับเพลิงออกแรงแกะมือของหลินหรานออก แววตาเย็นชาทว่าแฝงไปด้วยความเห็นใจ“คุณหลิน ใจเย็นด้วยครับ ตอนที่พวกเราไปถึง ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในลิฟต์ก็เกินมาตรฐานไปมากแล้ว”“ปอดของคุณหลินเป่าจูมีการติดเชื้ออย่างรุนแรงมาก่อนหน้านี้แล้ว ประกอบกับเธอ...ไม่ได้ทำท่าทางปิดจมูกป้องกันควันใด ๆ เลย”“เธอไม่ได้ดิ้นรนด้วยซ้ำ”“ตึง”แม่ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวย ทรุดตัวคุกเข่า







