Share

บทที่ 2

Author: สาวน้อยสุดปัง
หนึ่งวัน สองวัน สามวัน

ฉันไม่ร้องไห้ไม่อาละวาด แม้แต่การพลิกตัวที่เกินจำเป็นก็ยังขี้เกียจทำ

ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงทำให้สติของฉันเริ่มเลื่อนลอย ความเจ็บปวดแสบร้อนในกระเพาะอาหารค่อย ๆ กลายเป็นความชา

กลางดึกของวันที่สี่

ฉันมีไข้สูง หายใจแผ่วเบาจนถึงขีดสุด

จังหวะที่ฉันเตรียมตัวรับบัตรผ่านยมโลก ประตูห้องก็ถูกผลักให้เปิดออกเบา ๆ

แม่ที่สง่างามและเย่อหยิ่งมาตลอด ถือชามน้ำอุ่นเดินเข้ามา

เมื่อเห็นฉันไข้ขึ้นจนหน้าซีดเผือดไร้ชีวิตชีวา แม่ก็มือสั่น แก้วน้ำหล่นแตกบนพรม

“เป่าจู...”

แม่นั่งลงริมเตียง น้ำตาร่วงหล่นราวกับไข่มุกสายขาด

“ลูกคนนี้นี่ ทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำขนาดนี้!”

แม่มือสั่นเทา ดึงฉันเข้าไปกอดไว้ในอ้อมอก

“ลูกคือเลือดเนื้อเชื้อไขของแม่นะ! ลูกคิดว่าถ้าลูกตายไปแล้ว แม่จะไม่ปวดใจเหรอ”

แม่ร้องไห้แทบขาดใจ ถอดสร้อยข้อมือลูกประคำโพธิ์เก่า ๆ จากข้อมือตัวเอง แล้วสวมเข้าที่ข้อมือของฉันอย่างแน่นหนา

“นี่คือสิ่งที่ยายทิ้งไว้ให้แม่ ผ่านการปลุกเสกจากพระอาจารย์มาแล้ว”

แม่ประคองใบหน้าของฉัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยการอ้อนวอน

“แม่รู้ว่าลูกรู้สึกว่าพวกพี่ชายลำเอียงเข้าข้างโยวโยว ลูกรู้สึกว่าในบ้านนี้ไม่มีใครรักลูก”

“แต่ลูกลืมไปแล้วเหรอ แม่ตามหาลูกมาตั้งสิบแปดปีเต็มเลยนะ!”

“ขอแค่ลูกสวมประคำเส้นนี้ไว้ แม่ขอสาบานกับลูก!”

“ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าโยวโยวจะพูดอะไร ขอแค่ลูกสวมมันไว้ แม่จะเชื่อใจและปกป้องลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข!”

“ลูกลองใช้ชีวิตให้ดีสักครั้ง...ถือซะว่าทำเพื่อแม่ได้ไหม”

ฉันมองแม่นิ่ง ๆ

ประคำเส้นนั้นมีความอบอุ่นจากร่างกายของแม่ ช่วยขับไล่ไอความตายในร่างกายของฉันออกไปได้บ้าง

หัวใจของคนเฉยชาระดับสิบเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งครั้งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

การไปเกิดใหม่สิบแปดครั้งก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีใครพูดกับฉันเลยสักคนว่า “ฉันเชื่อใจเธอ” “ฉันจะปกป้องเธอ”

บางทีบทละครครั้งนี้อาจจะแตกต่างออกไปจริง ๆ งั้นเหรอ

ฉันเงียบไปนานมาก ลำคอที่แห้งผากเปล่งคำพูดแหบพร่าออกมาคำหนึ่ง

“ค่ะ”

เมื่อได้ยินคำนี้ แม่ก็ร้องไห้ด้วยความดีใจ

แม่เรียกหมอประจำตัวมากลางดึก เพื่อให้น้ำเกลือสารอาหารแก่ฉัน

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันก็ไม่รนหาที่ตายอีก

ฉันเริ่มกินข้าวตรงเวลา อยู่เงียบ ๆ ในห้องของตัวเอง ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป

เมื่อเห็นว่าฉันไม่ก่อเรื่องวุ่นวายอีกต่อไปแล้วจริง ๆ ทั้งครอบครัวก็โล่งอก

แม้คำพูดของหลินหรานจะยังคงปากร้ายเหมือนเดิม แต่สายตาที่เขามองฉันก็ลดความระแวดระวังแบบที่มองคนบ้าลงไปบ้าง

ความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนนี้ ทำให้สัญญาณเตือนภัยสาวแอ๊บใสของหลินโยวโยวถูกดึงให้ดังขึ้นอย่างเต็มที่

เธอไม่มีทางยอมให้ฉันแย่งความสนใจไปจากคนในบ้านหลังนี้แม้แต่น้อย

ครึ่งเดือนต่อมา โรงแรมตึกแฝดสุดหรูที่หลินซื่อกรุ๊ปลงทุนเตรียมจะเปิดทดลองให้บริการ

พ่อพาคนทั้งครอบครัวไปตรวจงานที่ภัตตาคารหมุนได้บนชั้นดาดฟ้า และถือโอกาสฉลองที่ฉัน “หายป่วย”

บังเอิญเหลือเกินที่ระบบดับเพลิงของตึกกำลังทำการทดสอบเครือข่ายท่อเป็นครั้งสุดท้าย การปฏิบัติงานที่ผิดระเบียบทำให้เกิดไฟไหม้ในห้องจ่ายไฟ

เปลวไฟลุกลามขึ้นไปตามท่อระบายอากาศอย่างรวดเร็ว ควันโขมงลอยคลุ้ง!

“ไฟดับแล้ว! ใช้บันได!” บอดี้การ์ดตะโกนลั่น

สถานการณ์พลันหลุดจากการควบคุม

ท่ามกลางการผลักไส ฉันและหลินโยวโยวถูกดันเข้าไปในลิฟต์แก้วสองตัวที่อยู่ติดกันพร้อมกัน

“ครืน!”

เนื่องจากไฟดับ ลิฟต์ทั้งสองตัวจึงติดค้างอยู่กลางอากาศบนชั้นห้าสิบหกพร้อมกัน!

เปลวเพลิงลุกลามอยู่เบื้องล่าง ควันพิษพวยพุ่งทะลักเข้ามาตามปล่องลิฟต์อย่างบ้าคลั่ง

ฉันสำลักควันทึบเข้าสู่หลอดลม

เนื่องจากก่อนหน้านี้ฉันอดอาหารแถมยังมีไข้สูง ปอดจึงมีอาการติดเชื้อรุนแรงที่ยังไม่หายดีอยู่ก่อนแล้ว

แค่สูดควันเข้าไปเฮือกแรก ฉันก็สัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังจากการขาดอากาศหายใจ

ฉันลูบสร้อยข้อมือประคำ นึกถึงคำสัญญาของแม่

ฉันกัดฟัน กดปุ่มอินเตอร์คอมฉุกเฉินภายในลิฟต์

ครั้งนี้ฉันไม่ได้รอความตาย

ฉันกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 10

    ฉันหันขวับกลับมา แววตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบและคมกริบอย่างถึงที่สุดฉันคว้ามีดคัตเตอร์สำหรับตัดกระดาษจากบนโต๊ะทำงานข้างชั้นวางของมาไว้ในมือเสียง “กริ๊ก” ดังขึ้น ฉันดันใบมีดอันแหลมออกมาฉันนำคมมีดจ่อเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ของตัวเองอย่างแม่นยำการเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย“หยุดเดี๋ยวนี้”ฉันมองหลินหราน น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะตายตรงนี้แหละ”ทั้งครอบครัวพลันแข็งทื่อไปแม่กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว สีหน้าของพ่อซีดเผือดลงทันตา หลินหรานยิ่งตกใจกลัวจนถอยหลังกรูด ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกลางอากาศ ตัวสั่นเทาไปหมด“อย่านะ! เป่าจู เธออย่าเพิ่งวู่วาม! วางมีดลงก่อน! พี่ใหญ่ไม่บังคับเธอแล้ว พี่ใหญ่ไม่บังคับเธอแล้ว!”พวกเขารู้ดีว่าฉันไม่ได้ล้อเล่นพวกเขาเคยเห็นตอนฉันกระโดดตึกอย่างไม่ลังเล เคยเห็นตอนฉันดื่มกรดเข้มข้น เคยเห็นตอนฉันกรีดข้อมือในเรื่องการรนหาที่ตาย ฉันหลินเป่าจูคนนี้พูดคำไหนคำนั้นเสมอ“ในเมื่อพวกคุณอยากฟังความจริง งั้นฉันก็จะพูดให้ชัดเจน”ฉันกำมีดไว้ มองญาติสนิททางสายเลือดกลุ่มนี้“พวกคุณรู้ไหมว่าในลิฟต์ การที่ออกซ

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 9

    “ฉันไม่มีบ้าน”ฉันมองแม่ พลางเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์“เมื่อครึ่งปีก่อน หลินเป่าจูได้ตายไปแล้วในลิฟต์ตัวนั้น”“คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ตอนนี้ เป็นแค่คนธรรมดาที่ทำงานในซูเปอร์มาร์เก็ต”ความสงบนิ่งของฉัน ทำให้คนรู้สึกสิ้นหวังยิ่งกว่าการร้องห่มร้องไห้กล่าวโทษเสียอีกหลินหรานควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไปเสียง “ตุบ” ดังขึ้น ประธานหลินซื่อกรุ๊ปผู้สูงส่งคนนี้ คุกเข่าลงตรงหน้าฉันต่อหน้าผู้คนบนท้องถนน“เป่าจู พี่ใหญ่ผิดไปแล้ว...พี่ใหญ่ผิดไปแล้วจริง ๆ !”หลินหรานตบหน้าตัวเองอย่างแรง ร้องไห้น้ำตาไหลพราก“พี่มันตาบอดเอง! พี่ถูกนังสารเลวหลินโยวโยวนั่นปิดหูปิดตาจนขาดสติไปเอง!”“เราไล่มันออกไปแล้ว! มันไม่เหลืออะไรแล้ว!”“เธอให้อภัยพี่ใหญ่สักครั้ง ให้โอกาสพี่ใหญ่ได้ชดเชยให้เธอได้ไหม”พี่รองและพี่สามก็ขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสะอื้น“น้องกลับไปกับเราเถอะ”“ขอแค่เธอยอมกลับไป ทุกอย่างของตระกูลหลินเป็นของเธอหมดเลย พวกพี่ยอมมอบชีวิตให้เธอเลยก็ยังได้”ฉันรับฟังคำสำนึกผิดของพวกเขาแบบเงียบ ๆฉันมองท่าทางร้องไห้น้ำตาไหลพรากของพวกเขาโดยที่ในใจไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย“ชดเชยงั้นเหรอ”ฉันหัวเราะเบา

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 8

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งปีแล้วตระกูลหลินในช่วงครึ่งปีมานี้ ราวกับตกอยู่ในขุมนรกบนดินแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงเนื่องจากความคิดถึงและความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง จนต้องเข้ารับการรักษาในสถานพักฟื้นพี่ใหญ่หลินหรานกลายเป็นคนไม่เอาไหนเขาใช้แอลกอฮอล์มอมเมาตัวเองทุกวัน ขอเพียงหลับตาลงก็จะได้ยินคำว่า “ช่วยด้วย” ของฉันในลิฟต์พี่ชายอีกสองคนก็ซูบผอมจนเหลือแต่กระดูก กลายเป็นคนเงียบขรึมคฤหาสน์ตระกูลหลิน ไม่มีเสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมาอีกเลยพวกเขาใช้ทุกวิถีทาง แต่ก็ยังคงหาร่องรอยของฉันไม่พบแม้แต่นิดเดียวนิสัยเฉยชาระดับสิบของฉัน ไม่เพียงแต่มองเรื่องความตายเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น แต่ยังมีความต้องการด้านวัตถุในชีวิตต่ำมากอีกด้วยฉันไม่ได้ใช้เอกสารยืนยันตัวตนใด ๆ เพื่อเข้าพักในโรงแรม และไม่ได้หางานที่ให้เงินเดือนสูงฉันใช้เงินสดเช่าห้องใต้หลังคาซอมซ่อในเมืองริมทะเลแห่งนี้กลางวันจัดของในซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ กลางคืนเดินเล่นริมทะเลราวกับหยดน้ำที่กลืนหายไปในมหาสมุทร หายสาบสูญไปจากเครือข่ายดิจิทัลของสังคมยุคใหม่อย่างสิ้นเชิงจนกระทั่งวันนี้สถานีอนามัยของ

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 7

    คฤหาสน์ตระกูลหลินหลินโยวโยวกำลังนั่งอยู่บนโซฟา ดื่มรังนกอย่างสบายใจพลางเลือกชุดสั่งตัดพิเศษประจำฤดูกาลได้ยินมาว่าหลินเป่าจูหายตัวไปแล้วในของเธอจึงเบิกบานมาก ตายอยู่ข้างนอกอย่าได้กลับมาอีกตลอดกาลเลยยิ่งดีประตูใหญ่ถูกถีบเปิดออกเสียงดัง “ปัง”หลินหรานพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมรังสีอำมหิตทั่วร่าง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ราวกับวิญญาณอาฆาตที่มาทวงชีวิต“พี่ใหญ่ พี่กลับมาแล้วเหรอคะ...”หลินโยวโยวเผยรอยยิ้มหวานหยดย้อยพลางเดินเข้าไปต้อนรับ“เพียะ—!”หลินหรานเงื้อมือขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีตบหน้าหลินโยวโยวอย่างแรงฝ่ามือนี้รุนแรงมาก หลินโยวโยวถูกตบจนปลิวไปกระแทกกับโต๊ะกลางอย่างจัง มุมปากฉีกขาดเลือดสด ๆ ทะลักออกมาทันที “พี่ใหญ่! พี่ทำอะไรน่ะ!”หลินโยวโยวกุมใบหน้า กรีดร้องด้วยความเหลือเชื่อแม่และพี่ชายอีกสองคนเดินตามเข้ามาติด ๆไม่มีใครเข้าไปประคองเธอเลยแม้แต่คนเดียว สายตาที่ทุกคนมองเธอล้วนเผยให้เห็นถึงความรังเกียจและสะอิดสะเอียนอย่างถึงที่สุดหลินโม่โยนเครื่องบันทึกเสียงลงตรงหน้าหลินโยวโยวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ภายในเครื่องบันทึกเสียง กำลังเล่นวนซ้ำเสียงร้อ

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 6

    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหลินหรานหิ้วกล่องเก็บความร้อน ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขาผลักประตูห้องพักผู้ป่วยวีไอพีเข้าไป“เป่าจู วันนี้พี่ใหญ่ต้มโจ๊กที่เธอชอบกินที่สุดมาให้...”น้ำเสียงของเขาพลันหยุดชะงักลงบนเตียงผู้ป่วยว่างเปล่าผ้าห่มถูกเปิดทิ้งไว้ สายน้ำเกลือถูกโยนทิ้งไว้บนพื้น และยังคงมีหยดยาน้ำไหลซึมออกมา“เป่าจูล่ะ! หมอ! น้องสาวผมล่ะ!”หลินหรานกดกริ่งเรียกพยาบาลอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชั้นโรงพยาบาลพลันวุ่นวายขึ้นมาทันทีผู้อำนวยการโรงพยาบาลพาคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดมาด้วยความร้อนรนจนเหงื่อท่วมหัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนต่างก็ค้นหาทั่วทั้งตึกอย่างบ้าคลั่งเมื่อแม่และพี่ชายอีกสองคนรู้ข่าวก็รีบมา“เกิดอะไรขึ้น คนนอนเป็นผักที่ถูกสอดท่อไว้ทั่วตัวจะหายตัวไปดื้อ ๆ ได้ยังไง!”พี่รองหลินเปียวทุบถังขยะตรงโถงทางเดินจนแตกกระจายด้วยความเกรี้ยวกราดภายในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดคนทั้งครอบครัวจ้องหน้าจอเขม็งภาพในจอแสดงให้เห็นว่า เมื่อเวลาตีสาม ร่างผอมบางในชุดไปรเวทและสวมหน้ากากอนามัยร่างหนึ่ง ได้หลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดตามทางเดินหลักทั้งหมด แ

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 5

    “ไร้สัญญาณชีพไปอย่างสมบูรณ์...”คำพูดของหัวหน้าหน่วยดับเพลิง ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนพื้นของที่หลบภัยอย่างแรงชั่วขณะนั้นราวกับอากาศถูกสูบหายไปหมดสีหน้าของแม่พลันแข็งค้างไปทันทีเธอจ้องถุงเก็บหลักฐานโปร่งใสใบนั้นเขม็ง มองเม็ดประคำโพธิ์ที่เปื้อนเขม่าควันสีดำด้านใน“เป็นไปไม่ได้...”น้ำเสียงของแม่แหบโหวง“เป็นไปไม่ได้! เธอดวงแข็งจะตาย! เธอจะตายได้ยังไง!”หลินหรานพุ่งพรวดไปข้างหน้า คว้าคอเสื้อของหัวหน้าหน่วยดับเพลิงเอาไว้ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำจนแทบจะหยดเป็นเลือด“คุณโกหก! ก่อนหน้านี้เธอกระโดดตึก กรีดข้อมือก็ยังไม่ตาย! แค่ควันนิดเดียวจะสำลักเธอจนตายได้ยังไง!”“พวกคุณไม่ได้ตั้งใจช่วยใช่ไหม! ใช่ไหม!”หัวหน้าหน่วยดับเพลิงออกแรงแกะมือของหลินหรานออก แววตาเย็นชาทว่าแฝงไปด้วยความเห็นใจ“คุณหลิน ใจเย็นด้วยครับ ตอนที่พวกเราไปถึง ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในลิฟต์ก็เกินมาตรฐานไปมากแล้ว”“ปอดของคุณหลินเป่าจูมีการติดเชื้ออย่างรุนแรงมาก่อนหน้านี้แล้ว ประกอบกับเธอ...ไม่ได้ทำท่าทางปิดจมูกป้องกันควันใด ๆ เลย”“เธอไม่ได้ดิ้นรนด้วยซ้ำ”“ตึง”แม่ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวย ทรุดตัวคุกเข่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status