Share

เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน
เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน
Author: สาวน้อยสุดปัง

บทที่ 1

Author: สาวน้อยสุดปัง
พี่ชายทั้งสามหน้าดำคร่ำเครียด พี่ใหญ่ยิ่งมีแววตารังเกียจเต็มประดา “อยากตายก็ไสหัวออกไป อย่ามาทำพื้นบ้านเราสกปรก!”

เมื่อมีคนทั้งบ้านคอยหนุนหลัง คุณหนูตัวปลอมหลินโยวโยวก็พลันชูเศษแก้วขึ้นมา ร้องห่มร้องไห้บอกว่าจะกรีดข้อมือเพื่อคืนตำแหน่งให้กับฉัน

ทุกคนต่างรอให้ฉันร้องไห้ฟูมฟายยอมรับผิด

แต่ฉันกลับถอนหายใจ แย่งเศษแก้วในมือเธอมา แล้วใช้จังหวะนั้นแทงเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ของตัวเองอย่างแรง

พรวด—

เลือดสาดกระเซ็น ใบหน้าของพ่อแม่และพี่ชายทั้งสามซีดเผือดลงทันที

ส่วนฉันรู้สึกเพียงแค่หลุดพ้น ชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายสุดขีดนี้ ในที่สุดก็ถึงจุดสิ้นสุดเสียที

......

น่าเสียดายที่ทีมแพทย์ของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ระดับท็อป พรากโควตาวีไอพีในการไปเกิดใหม่ของฉันไป

ฉันนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย มองดูเพดานสีขาวโพลน

เส้นเลือดใหญ่ถูกเย็บแล้ว เลือดก็เติมจนเต็มเปี่ยมแล้ว

ฉันถอนหายใจ

พวกนายทุนนี่น่าสะอิดสะเอียนจริง ๆ กระทั่งเคพีไอของคนตายก็ยังจะแย่งชิง

“เธอยังมีหน้ามาถอนหายใจอีกเหรอ”

พี่ใหญ่หลินหรานดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง เขาคว้าคอเสื้อของฉันไว้แน่น

“หลินเป่าจู! เธอต้องการอะไรกันแน่! กลับมาถึงบ้านก็เล่นกรีดข้อมือ เธอรู้ไหมว่าพ่อแม่ตกใจเพราะเธอจนความดันพุ่งทะลุปรอทแล้ว!”

“โยวโยวก็ยิ่งรู้สึกผิดจนต้องปฐมพยาบาลให้ออกซิเจน! คนบ้านนอกที่มารยาเยอะอย่างเธอนี่มันชวนคลื่นไส้จริง ๆ!”

ฉันมองเขาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก

คุณสมบัติคนเฉยชาระดับสิบของฉัน ทำให้ฉันไม่มีแม้แต่ความปรารถนาที่จะโต้เถียง

การอธิบายกับคนที่มีความยึดติดลึกซึ้งเกินไป ถือเป็นการสิ้นเปลืองชีวิตเปล่า ๆ

“ขอโทษ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“คราวหน้าฉันจะเปลี่ยนวิธีตายแบบที่เลือดไม่ออก จะพยายามไม่ให้เป็นเสนียดสายตาพวกพี่”

“เธอ—!”

หลินหรานถูกท่าทีแบบหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนของฉันยั่วโมโหจนถึงขีดสุด

เขาง้างมือขึ้นอยากจะตบฉัน แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของฉัน สุดท้ายฝ่ามือนั้นก็ฟาดลงบนกำแพงแทน

“คิดจะเอาชีวิตมาข่มขู่ให้ตระกูลหลินไล่โยวโยวไปงั้นเหรอ ขอบอกไว้เลยนะ ฝันไปเถอะ!”

“ต่อให้เธอจะตาย ก็ต้องตายในทะเบียนบ้านของตระกูลหลิน!”

ฉันคร้านจะฟังเขาพ่นคำขู่

ฉันอาศัยจังหวะที่เขาหันหลังกลับดึงเข็มน้ำเกลือที่หลังมือออก หยดเลือดไหลซึมออกมาทันที

ฉันพลิกตัวลงจากเตียงด้วยเท้าเปล่า แล้วเดินตรงไปยังหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องพักผู้ป่วยอย่างไม่ลังเล

เมื่อผลักหน้าต่างออก ฉันก็ตวัดขาข้างหนึ่งพาดก้าวขึ้นไปบนขอบหน้าต่างชั้นสิบแปด

ภายในห้องพักผู้ป่วยพลันเงียบลง

“หลินเป่าจู! เธอบ้าไปแล้วเหรอ!”

หลินหรานเบิกตากว้างจนแทบถลน น้ำเสียงของเขาแตกพร่าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

เขาพุ่งตัวเข้ามาหาฉันราวกับคนเสียสติ

ทว่าฉันเร็วกว่าเขา

ฉันโบกมือให้เขา “พี่ใหญ่ ขอให้ฉันจับฉลากลงนรกได้สำเร็จนะ อย่าได้เจอกันอีกเลย”

พูดจบ ฉันก็ตาเป็นประกาย ก่อนจะปล่อยมือแล้วทิ้งตัวหงายหลังลงไป

วินาทีที่ความรู้สึกไร้น้ำหนักถาโถมเข้ามา

“อ๊าก—!”

หลินหรานแผดเสียงร้องโหยหวน ครึ่งตัวของเขายื่นออกไปนอกหน้าต่าง มือหนาคว้าจับข้อมือของฉันเอาไว้แน่น!

หลังมือของเขาปรากฏเส้นเลือดปูดโปน เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมจนเปียกชุ่มไปทั้งตัวอย่างรวดเร็ว

“ดึงตัวเธอ! รีบมาดึงตัวเธอขึ้นไปเร็วเข้า!”

บอดี้การ์ดหลายคนพุ่งพรวดเข้ามา ก่อนจะช่วยกันดึงรั้งร่างของฉันกลับขึ้นมาจากกลางอากาศ

ร่างของฉันกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง

หลินหรานทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้น ร่างกายของเขาสั่นเทาพร้อมกับหอบหายใจอย่างหนัก

เขามองมาที่ฉันด้วยแววตาที่สลับซับซ้อนไปด้วยความโกรธจัดและความหวาดกลัวต่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

“เธอ...ไม่รักชีวิตตัวเองแล้วจริง ๆ หรือไง”

ฉันปัดฝุ่นตามเนื้อตัวออก ก่อนจะถอนหายใจอย่างแสนเสียดาย “แรงเยอะจริง ๆ แบบนี้ยังตายไม่สำเร็จอีก”

“เพียะ!”

หลินหรานตบหน้าฉันฉาดใหญ่ ขอบตาของเขาแดงก่ำ

“เธอมันบ้าไปแล้ว! ตระกูลหลินติดค้างอะไรเธอนักหนา เธอถึงต้องใช้วิธีนี้มาทรมานคนทั้งครอบครัว!”

ฉันลูบใบหน้าที่ถูกตบจนแดงเถือกโดยไม่ได้ขัดขืนใด ๆ

พวกมนุษย์ธรรมดามักจะมองเรื่องความเป็นความตายไม่ออก จึงชอบฝืนรั้งเอาไว้เสมอ

หลังออกจากโรงพยาบาล ฉันก็ถูกบังคับพาตัวกลับมายังตระกูลหลิน

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฉันหาทางตายอีก พ่อจึงสั่งเก็บของมีคมในบ้านออกไปจนหมด ทั้งยังติดตั้งเหล็กดัดที่หน้าต่างทุกบาน

พวกเขาทำราวกับว่าฉันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะจุดชนวนขึ้นมาเมื่อใดก็ได้

“ขังเธอไว้ในห้องพักแขกชั้นหนึ่ง! แล้วจัดคนคอยเฝ้าเอาไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง!”

พ่อสั่งการด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ “ห้ามใครส่งข้าวให้เธอกินเด็ดขาด! ปล่อยให้อดไปสักสองสามวัน ฉันอยากรู้นักว่ากระดูกเธอจะแข็งสักแค่ไหน!”

ประตูห้องถูกล็อกอย่างแน่นหนา

ฉันถอนหายใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง

เอาเถอะ เรื่องอดอาหารจนตายน่ะฉันก็คุ้นเคยดีอยู่แล้ว ตอนไปเกิดใหม่ครั้งที่ห้าฉันก็ตายด้วยวิธีนี้แหละ

ถึงมันจะช้าไปสักหน่อย แต่ก็ตายชัวร์แน่นอน

ฉันวางมือประสานกัน แล้วเข้าสู่โหมดรอความตายอันแสนคุ้นเคย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 10

    ฉันหันขวับกลับมา แววตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบและคมกริบอย่างถึงที่สุดฉันคว้ามีดคัตเตอร์สำหรับตัดกระดาษจากบนโต๊ะทำงานข้างชั้นวางของมาไว้ในมือเสียง “กริ๊ก” ดังขึ้น ฉันดันใบมีดอันแหลมออกมาฉันนำคมมีดจ่อเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ของตัวเองอย่างแม่นยำการเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย“หยุดเดี๋ยวนี้”ฉันมองหลินหราน น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง“ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะตายตรงนี้แหละ”ทั้งครอบครัวพลันแข็งทื่อไปแม่กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว สีหน้าของพ่อซีดเผือดลงทันตา หลินหรานยิ่งตกใจกลัวจนถอยหลังกรูด ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกลางอากาศ ตัวสั่นเทาไปหมด“อย่านะ! เป่าจู เธออย่าเพิ่งวู่วาม! วางมีดลงก่อน! พี่ใหญ่ไม่บังคับเธอแล้ว พี่ใหญ่ไม่บังคับเธอแล้ว!”พวกเขารู้ดีว่าฉันไม่ได้ล้อเล่นพวกเขาเคยเห็นตอนฉันกระโดดตึกอย่างไม่ลังเล เคยเห็นตอนฉันดื่มกรดเข้มข้น เคยเห็นตอนฉันกรีดข้อมือในเรื่องการรนหาที่ตาย ฉันหลินเป่าจูคนนี้พูดคำไหนคำนั้นเสมอ“ในเมื่อพวกคุณอยากฟังความจริง งั้นฉันก็จะพูดให้ชัดเจน”ฉันกำมีดไว้ มองญาติสนิททางสายเลือดกลุ่มนี้“พวกคุณรู้ไหมว่าในลิฟต์ การที่ออกซ

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 9

    “ฉันไม่มีบ้าน”ฉันมองแม่ พลางเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์“เมื่อครึ่งปีก่อน หลินเป่าจูได้ตายไปแล้วในลิฟต์ตัวนั้น”“คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ตอนนี้ เป็นแค่คนธรรมดาที่ทำงานในซูเปอร์มาร์เก็ต”ความสงบนิ่งของฉัน ทำให้คนรู้สึกสิ้นหวังยิ่งกว่าการร้องห่มร้องไห้กล่าวโทษเสียอีกหลินหรานควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไปเสียง “ตุบ” ดังขึ้น ประธานหลินซื่อกรุ๊ปผู้สูงส่งคนนี้ คุกเข่าลงตรงหน้าฉันต่อหน้าผู้คนบนท้องถนน“เป่าจู พี่ใหญ่ผิดไปแล้ว...พี่ใหญ่ผิดไปแล้วจริง ๆ !”หลินหรานตบหน้าตัวเองอย่างแรง ร้องไห้น้ำตาไหลพราก“พี่มันตาบอดเอง! พี่ถูกนังสารเลวหลินโยวโยวนั่นปิดหูปิดตาจนขาดสติไปเอง!”“เราไล่มันออกไปแล้ว! มันไม่เหลืออะไรแล้ว!”“เธอให้อภัยพี่ใหญ่สักครั้ง ให้โอกาสพี่ใหญ่ได้ชดเชยให้เธอได้ไหม”พี่รองและพี่สามก็ขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสะอื้น“น้องกลับไปกับเราเถอะ”“ขอแค่เธอยอมกลับไป ทุกอย่างของตระกูลหลินเป็นของเธอหมดเลย พวกพี่ยอมมอบชีวิตให้เธอเลยก็ยังได้”ฉันรับฟังคำสำนึกผิดของพวกเขาแบบเงียบ ๆฉันมองท่าทางร้องไห้น้ำตาไหลพรากของพวกเขาโดยที่ในใจไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย“ชดเชยงั้นเหรอ”ฉันหัวเราะเบา

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 8

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งปีแล้วตระกูลหลินในช่วงครึ่งปีมานี้ ราวกับตกอยู่ในขุมนรกบนดินแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงเนื่องจากความคิดถึงและความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง จนต้องเข้ารับการรักษาในสถานพักฟื้นพี่ใหญ่หลินหรานกลายเป็นคนไม่เอาไหนเขาใช้แอลกอฮอล์มอมเมาตัวเองทุกวัน ขอเพียงหลับตาลงก็จะได้ยินคำว่า “ช่วยด้วย” ของฉันในลิฟต์พี่ชายอีกสองคนก็ซูบผอมจนเหลือแต่กระดูก กลายเป็นคนเงียบขรึมคฤหาสน์ตระกูลหลิน ไม่มีเสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมาอีกเลยพวกเขาใช้ทุกวิถีทาง แต่ก็ยังคงหาร่องรอยของฉันไม่พบแม้แต่นิดเดียวนิสัยเฉยชาระดับสิบของฉัน ไม่เพียงแต่มองเรื่องความตายเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น แต่ยังมีความต้องการด้านวัตถุในชีวิตต่ำมากอีกด้วยฉันไม่ได้ใช้เอกสารยืนยันตัวตนใด ๆ เพื่อเข้าพักในโรงแรม และไม่ได้หางานที่ให้เงินเดือนสูงฉันใช้เงินสดเช่าห้องใต้หลังคาซอมซ่อในเมืองริมทะเลแห่งนี้กลางวันจัดของในซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ กลางคืนเดินเล่นริมทะเลราวกับหยดน้ำที่กลืนหายไปในมหาสมุทร หายสาบสูญไปจากเครือข่ายดิจิทัลของสังคมยุคใหม่อย่างสิ้นเชิงจนกระทั่งวันนี้สถานีอนามัยของ

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 7

    คฤหาสน์ตระกูลหลินหลินโยวโยวกำลังนั่งอยู่บนโซฟา ดื่มรังนกอย่างสบายใจพลางเลือกชุดสั่งตัดพิเศษประจำฤดูกาลได้ยินมาว่าหลินเป่าจูหายตัวไปแล้วในของเธอจึงเบิกบานมาก ตายอยู่ข้างนอกอย่าได้กลับมาอีกตลอดกาลเลยยิ่งดีประตูใหญ่ถูกถีบเปิดออกเสียงดัง “ปัง”หลินหรานพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมรังสีอำมหิตทั่วร่าง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ราวกับวิญญาณอาฆาตที่มาทวงชีวิต“พี่ใหญ่ พี่กลับมาแล้วเหรอคะ...”หลินโยวโยวเผยรอยยิ้มหวานหยดย้อยพลางเดินเข้าไปต้อนรับ“เพียะ—!”หลินหรานเงื้อมือขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีตบหน้าหลินโยวโยวอย่างแรงฝ่ามือนี้รุนแรงมาก หลินโยวโยวถูกตบจนปลิวไปกระแทกกับโต๊ะกลางอย่างจัง มุมปากฉีกขาดเลือดสด ๆ ทะลักออกมาทันที “พี่ใหญ่! พี่ทำอะไรน่ะ!”หลินโยวโยวกุมใบหน้า กรีดร้องด้วยความเหลือเชื่อแม่และพี่ชายอีกสองคนเดินตามเข้ามาติด ๆไม่มีใครเข้าไปประคองเธอเลยแม้แต่คนเดียว สายตาที่ทุกคนมองเธอล้วนเผยให้เห็นถึงความรังเกียจและสะอิดสะเอียนอย่างถึงที่สุดหลินโม่โยนเครื่องบันทึกเสียงลงตรงหน้าหลินโยวโยวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ภายในเครื่องบันทึกเสียง กำลังเล่นวนซ้ำเสียงร้อ

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 6

    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหลินหรานหิ้วกล่องเก็บความร้อน ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขาผลักประตูห้องพักผู้ป่วยวีไอพีเข้าไป“เป่าจู วันนี้พี่ใหญ่ต้มโจ๊กที่เธอชอบกินที่สุดมาให้...”น้ำเสียงของเขาพลันหยุดชะงักลงบนเตียงผู้ป่วยว่างเปล่าผ้าห่มถูกเปิดทิ้งไว้ สายน้ำเกลือถูกโยนทิ้งไว้บนพื้น และยังคงมีหยดยาน้ำไหลซึมออกมา“เป่าจูล่ะ! หมอ! น้องสาวผมล่ะ!”หลินหรานกดกริ่งเรียกพยาบาลอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชั้นโรงพยาบาลพลันวุ่นวายขึ้นมาทันทีผู้อำนวยการโรงพยาบาลพาคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดมาด้วยความร้อนรนจนเหงื่อท่วมหัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนต่างก็ค้นหาทั่วทั้งตึกอย่างบ้าคลั่งเมื่อแม่และพี่ชายอีกสองคนรู้ข่าวก็รีบมา“เกิดอะไรขึ้น คนนอนเป็นผักที่ถูกสอดท่อไว้ทั่วตัวจะหายตัวไปดื้อ ๆ ได้ยังไง!”พี่รองหลินเปียวทุบถังขยะตรงโถงทางเดินจนแตกกระจายด้วยความเกรี้ยวกราดภายในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดคนทั้งครอบครัวจ้องหน้าจอเขม็งภาพในจอแสดงให้เห็นว่า เมื่อเวลาตีสาม ร่างผอมบางในชุดไปรเวทและสวมหน้ากากอนามัยร่างหนึ่ง ได้หลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดตามทางเดินหลักทั้งหมด แ

  • เมื่อฉันจากไป ครอบครัวถึงอ้อนวอน   บทที่ 5

    “ไร้สัญญาณชีพไปอย่างสมบูรณ์...”คำพูดของหัวหน้าหน่วยดับเพลิง ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนพื้นของที่หลบภัยอย่างแรงชั่วขณะนั้นราวกับอากาศถูกสูบหายไปหมดสีหน้าของแม่พลันแข็งค้างไปทันทีเธอจ้องถุงเก็บหลักฐานโปร่งใสใบนั้นเขม็ง มองเม็ดประคำโพธิ์ที่เปื้อนเขม่าควันสีดำด้านใน“เป็นไปไม่ได้...”น้ำเสียงของแม่แหบโหวง“เป็นไปไม่ได้! เธอดวงแข็งจะตาย! เธอจะตายได้ยังไง!”หลินหรานพุ่งพรวดไปข้างหน้า คว้าคอเสื้อของหัวหน้าหน่วยดับเพลิงเอาไว้ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำจนแทบจะหยดเป็นเลือด“คุณโกหก! ก่อนหน้านี้เธอกระโดดตึก กรีดข้อมือก็ยังไม่ตาย! แค่ควันนิดเดียวจะสำลักเธอจนตายได้ยังไง!”“พวกคุณไม่ได้ตั้งใจช่วยใช่ไหม! ใช่ไหม!”หัวหน้าหน่วยดับเพลิงออกแรงแกะมือของหลินหรานออก แววตาเย็นชาทว่าแฝงไปด้วยความเห็นใจ“คุณหลิน ใจเย็นด้วยครับ ตอนที่พวกเราไปถึง ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในลิฟต์ก็เกินมาตรฐานไปมากแล้ว”“ปอดของคุณหลินเป่าจูมีการติดเชื้ออย่างรุนแรงมาก่อนหน้านี้แล้ว ประกอบกับเธอ...ไม่ได้ทำท่าทางปิดจมูกป้องกันควันใด ๆ เลย”“เธอไม่ได้ดิ้นรนด้วยซ้ำ”“ตึง”แม่ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวย ทรุดตัวคุกเข่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status