LOGINปัจจุบันหลังฝนตกใหม่ ๆ กลิ่นดินชื้นลอยอวลในอากาศ เซเรน่านั่งอยู่บนระเบียงด้านตะวันตกของคฤหาสน์ เธอถือถ้วยชาชาไว้ในมือ แต่ไม่ได้แตะต้องแม้แต่นิด นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องท้องฟ้าสีเทาเข้มที่เริ่มเปลี่ยนเป็นส้มอ่อนยามอาทิตย์ตก
“นายหญิงครับ วันนี้อากาศเย็น นั่งตากลมตรงนี้ระวังจะไม่สบาย” ศรันเดินเข้ามาเงียบ ๆ ก่อนจะวางเสื้อคลุมลงบนไหล่เธอ
“ขอบคุณค่ะ ศรัน” เซเรน่าหันมามองเขา พลางคลี่ยิ้ม
เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะยืนนิ่งราวกับกำลังรอคำสั่งจากหญิงสาว หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่เซเรน่าจึงตัดสินใจทำลายความเงียบลง
“คุณคิดว่าตอนนี้ไซรัสจะเป็นยังไงบ้างคะ” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาราวกับกำลังพึมพำกับตัวเอง
“เขาไม่ใช่คนที่จะล้มง่าย ๆ หรอกครับ หากตัดสินใจทำอะไรแล้ว อีกไม่นานคงสำเร็จ” ศรันนิ่งไปเล็กน้อย แววตาเข้มมองออกไปไกล แล้วเสริมด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ผมเชื่อว่าไม่นาน บอสจะกลับมารับคุณ”
คำพูดนั้นอบอุ่นจนเซเรน่ารู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอหันไปสบตาเขา และในแววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความภักดีจนเธอรู้สึกได้
หลังจากเวลาผ่านไปช่วงกลางดึก ท้องฟ้ามืดสนิท ดวงจันทร์ถูกเมฆบดบังจนเหลือเพียงแสงสลัว สายลมหนาวพัดผ่านยอดไม้ ทำให้ม่านผ้าบนระเบียงกระเพื่อมเบา ๆ
เซเรน่ายังคงนั่งอยู่ที่เดิมหลังศรันขอตัวไปตรวจตรารอบคฤหาสน์ ดวงตาเธอมองเหม่อไปยังความมืดเบื้องหน้า ราวกับคนที่ไม่อาจปล่อยใจให้สงบได้ ทุกคืนหลังจากที่ไม่มีไซรัสมันเงียบเกินไป และหัวใจยังคงคิดถึงใครบางคนจนแทบจะหายใจไม่ออก
“ไซรัส นายจะรู้ไหมว่าฉันคิดถึงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเธอเบาเสียจนแทบกลืนไปกับสายลม
เธอยกมือแตะสร้อยสีเงินที่ห้อยอยู่บนคอ ของชิ้นเดียวที่ไซรัสเคยมอบให้ก่อนจากกัน มันเป็นของเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัว ราวกับเป็นของแทนใจของเขาที่มอบให้
เธอนั่งอยู่นานจนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นด้านหลัง ศรันกลับมาในชุดดำสนิท เขาก้าวเข้ามาช้า ๆ ก่อนรายงานด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ระมัดระวัง
“ผมตรวจรอบพื้นที่แล้วครับ ไม่มีอะไรผิดปกติ”
“ขอบคุณนะศรัน” เซเรน่าพยักหน้า
“นายหญิง คุณไม่ควรออกมานั่งข้างนอกนาน ๆ แบบนี้ครับ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา” เขามองเธอครู่หนึ่ง พลางเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
“ฉันแค่นอนไม่หลับ” เธอยิ้มบาง ๆ “เวลามองฟ้าแบบนี้ ฉันรู้สึกเหมือนยังอยู่ที่เขตใต้...”
“ยังคิดถึงบอสอยู่สินะครับ” ศรันนิ่งไป แววตาที่มองเธอเต็มไปด้วยบางสิ่งที่เขาไม่กล้าพูด
“ทุกวัน” เซเรน่าหันมาสบตาเขา ยอมรับโดยไม่หลบ
“ผมเข้าใจดีครับ”
ศรันยิ้มจาง ๆ น้ำเสียงเขายังคงอ่อนโยน มันมีทั้งความเคารพและรู้สึกห่วงใยจนเธอรู้สึกได้
ก่อนที่บรรยากาศจะได้ผ่อนคลายไปมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นจากบันไดด้านล่าง พร้อมเสียงเข้มของธันวาที่เรียกชื่อเธอขึ้นมา
“เซเรน่า!”
“อยู่ตรงนี้ค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยพลางหันไปเห็นพี่ชายเดินขึ้นมา พร้อมสีหน้าเคร่งเครียดกว่าทุกวัน เขาถือโทรศัพท์ในมือแน่น ก่อนโยนมันลงบนโต๊ะข้างเธอ
“เกิดเรื่องแล้ว”
“อะไรคะ?” เซเรน่าชะงัก
“มีคนรู้แล้วว่าน้องอยู่ที่นี่ ตอนนี้พ่อกำลังประชุมอยู่ในสภาของเขตเหนือ” ธันวาเม้มปากแน่น
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหนูเหรอคะ”
“เกี่ยวสิ เกี่ยวเต็ม ๆ เลยล่ะน้องสาวคนสวย เธอกลายเป็นคนทรยศของเขตเหนือ และต้องถูกกำจัด” เขากำมือแน่น
“อะไรนะ! กะ...กำจัดงั้นเหรอ” นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“มีคนปล่อยข่าวลือว่าน้องขายความลับให้เขตใต้ และยังเป็นคนของไซรัส นัว”
“ความลับบ้าอะไรคะ หนูจะไปรู้ความลับอะไรนั่นได้ยังไง”
“เพราะน้องเคยเป็นภรรยาของไอ้ภาคิน เลยมีข่าวลือว่าน้องต้องการแก้แค้นที่เขาหย่ากับเธอ แล้วยังรักผู้หญิงคนอื่น เลยจะทำลายชีวิตของเขารวมถึงเขตเหนือทั้งหมด ด้วยการเสนอตัวและขายข้อมูลให้หัวหน้าเขตอย่างไซรัส”
“เรื่องบ้าอะไรเนี่ย หนูเป็นขอคนหย่าหมอนั่นด้วยซ้ำ จะไปทำแบบนั้นได้ยังไง” เซเรน่าถอนหายใจ
“ตอนนี้น้องอย่าพึ่งออกไปไหน เดี๋ยวพี่กับพ่อจะจัดการเรื่องนี้เอง เข้าใจไหม” ใบหน้าของธันวาจริงจัง
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“เด็กดี”
มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของน้องสาว ก่อนจะรีบเดินออกไปจัดการเรื่องที่ต้องทำ ปล่อยให้เซเรน่ายืนกุมขมับด้วยความเคร่งเครียด ทั้งที่คิดว่าปลอดภัยแล้วแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับจะถูกกำจัดทิ้งด้วยสาเหตุแค่ข่าวโคมลอย แม้ว่าเธอจะไปเขตใต้จริง ๆ แต่ไม่ใช่เพราะอาจขายข้อมูลหรือเสนอตัวให้ไซรัส
แต่ฉันโดนตามล่าจนต้องไปพัวพันกับเรื่องบ้า ๆ นี้ต่างหาก!
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา
![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






