Share

บทที่ 2

Author: เกาะแห่งนาวา
ทุกคนคิดว่าเสิ่นเหนียนซีเป็นคนบ้าที่พยายามไต่เต้าเข้าสู่วงการไฮโซ

หน้าไม่อาย ไม่รู้จักคำว่าละอาย

แม้กระทั่งทะเบียนสมรสของเธอกับฉินเส่าถิงก็ยังถูกเก็บไว้ในตระกูลฉิน

เธอไม่สามารถพิสูจน์ความจริง และยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่มีใครเชื่อ

เธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น

แสงอาทิตย์ด้านนอกคฤหาสน์แสบตามาก เธอขึ้นรถมายบัคอย่างเงียบเชียบโดยมีผู้ช่วยคอยบังสายตาผู้คนให้

ฉินเส่าถิงนั่งไขว่ห้างก้มหน้าอ่านเอกสาร เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ

เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า

“เหนียนเหนียน ฉันกำลังยุ่งมาก เธอช่วยทำตัวดี ๆ หน่อยได้ไหม ฉันเหนื่อยจะประกันตัวเธอแล้วนะ”

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะเขาหรอกหรือ?

เสิ่นเหนียนซีหัวเราะ ในตอนนั้นเธอก็รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน

“ฉินเส่าถิง พวกเราหย่ากันเถอะ!”

เมื่อได้ยินดังนั้น ในที่สุดฉินเส่าถิงก็เงยหน้าขึ้นมา เขามองมาทางเสิ่นเหนียนซีด้วยสายตาเย็นชา

เธอหันหน้าหนีโดยสัญชาตญาณเพื่อปกปิดความรู้สึกอึดอัดและพังทลายของตัวเอง

ฉินเส่าถิงวางเอกสารในมือลง สีหน้ามืดครึ้ม น้ำเสียงเย็นชาแข็งกระด้าง

“จะทำแบบนี้อีกแล้วเหรอ? ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าออกจากบ้าน?”

สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำตำหนิ เธอสัมผัสถึงความรักที่มีต่อเธอไม่ได้เลย

หัวใจของเสิ่นเหนียนซีดำดิ่งอย่างสิ้นเชิง

เมื่อมองไปยังฉินเส่าถิงที่ดูสูงส่ง ตอนนั้นเธอก็รู้สึกสับสนอย่างมาก

เขายังเป็นฉินเส่าถิงคนเดิมที่เคยนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับเธอที่ข้างถนนจนไม่เหลือน้ำสักหยดอยู่หรือเปล่า?

เธอพูดขึ้นอย่างทื่อ ๆ

“ฉินเส่าถิง ฉันบอกว่าฉันจะหย่า!”

ชายคนนั้นมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก ก่อนกระแทกแฟ้มเอกสารในมือลงอย่างแรง

“เหนียนเหนียน เธอเหนื่อยแล้ว กลับไปพักผ่อนเยอะ ๆ อย่าเอาแต่ใจ”

เขาอยากจะยื่นมือออกไปปลอบ แต่เมื่อเห็นมือของเสิ่นเหนียนซีเต็มไปด้วยเลือด สุดท้ายเขาจึงถอนหายใจแล้วดึงมือกลับ

เขารังเกียจเธอ แบบนี้มันน่าลำบากใจจริง ๆ !

“ไปอาบน้ำอุ่นซะ เดี๋ยวอะไร ๆ ก็ดีขึ้น เป็นเด็กดีนะ!”

เธอยอมประนีประนอมครั้งแล้วครั้งเล่า จนเธอเหนื่อยแล้ว ปลายนิ้วของเธอจับอยู่ที่บานประตูโดยไม่รู้ตัว

“ฉินเส่าถิง นายไม่เหมือนเดิมแล้ว นายเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังมองไม่ออกว่านายต้องการอะไรกันแน่…”

คำพูดนี้กระแทกใจฉินเส่าถิงอย่างแรง ทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความโกรธ แล้วหันขวับกลับมาจ้องหน้าเสิ่นเหนียนซี

“ไม่เหมือนเดิม ๆ วัน ๆ เธอเอาแต่พูดว่าฉันเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ทั้งหมดนี้ฉันทำเพื่อใครล่ะ? หรือว่าเธออยากจะกลับไปใช้ชีวิตเป็นหนูท่อแบบเดิม?”

“เสิ่นเหนียนซี เธอดูสิ ฉันเป็นคนมอบทุกสิ่งทุกอย่างของเธอตอนนี้ไม่ใช่หรือไง? เธอแค่ต้องรับความคับข้องใจเล็กน้อย แค่นี้ก็รับไม่ได้แล้วหรือไง? แล้วเธอจะเป็นคุณนายฉินได้ยังไงกัน”

“งั้นฉันไม่อยากเป็นแล้ว!” หลังจากเสิ่นเหนียนซีตะโกนคำพูดนั้นออกไป เธอก็แทบหมดเรี่ยวแรง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

แต่ฉินเส่าถิงกลับฟังไม่ออก เขาคิดแค่ว่าเธอเอาแต่ใจเกินไป

“ปัง!” เสียงปิดประตูรถไล่ตามหลัง

หลังเสิ่นเหนียนซีลงจากรถ เธอก็เห็นไป๋อิงยืนอยู่ด้านนอกคฤหาสน์ ฉินเส่าถิงชะงักไปครู่หนึ่ง ความอ่อนโยนประกายพาดผ่านดวงตา

“เธอมาที่นี่ได้ยังไง? อากาศข้างนอกหนาวนะ!”

“นายทะเลาะกับคุณเสิ่นเหรอ? เพราะการสัมภาษณ์วันนี้หรือเปล่า”

“ขอโทษจริง ๆ นะคะคุณเสิ่น นักข่าวคนนั้นค่อนข้างฉลาด ฉันก็เลยต้องคล้องแขนเส่าถิง คุณอย่าโกรธเลยนะคะ”

ไป๋อิงเดินขึ้นมาด้านหน้า ก่อนกุมมือเสิ่นเหนียนซีอย่างรู้สึกผิด

เธอดูสง่างาม มีมารยาท เอาใจใส่ และช่างสังเกต

เสิ่นเหนียนซีรู้สึกต่ำต้อยเมื่อเทียบกับเธอ ดังนั้นจึงดึงมือกลับมาโดยไม่รู้ตัว แอบเช็ดคราบเลือดที่เปื้อนหลังเสื้อ

“คุณไป๋ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณหรอกค่ะ คุณไม่ต้องขอโทษ!”

“คุณเสิ่น พูดอะไรของคุณนะคะ เส่าถิงสิถึงจะเป็นแฟนของคุณ ฉันแย่งเขามานานขนาดนี้ก็รู้สึกผิดจะแย่แล้ว ถ้าพวกคุณต้องมาทะเลาะเพราะฉันอีก ฉันก็คงเสียใจกว่าเดิม”

เสิ่นเหนียนซียิ้มแล้วส่ายหน้าอย่างขมขื่น

“คุณไป๋ หลังจากนี้จะไม่มีแล้วค่ะ ฉันเตรียมตัวจะหย่าแล้ว!”

ความประหลาดใจปรากฏขึ้นในแววตาของไป๋อิง

ฉินเส่าถิงที่ยืนหันหลังให้เธอก็หันขวับกลับมาทันที ความโกรธปะทุขึ้นถึงขีดสุด น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ทุกคำที่เอ่ยออกมาชัดเจนเป็นพิเศษ

“เสิ่นเหนียนซี อย่าทำตัวไร้เหตุผล!”

แต่เสิ่นเหนียนซีก็จ้องหน้าเขา เธอสะอื้นจนพูดแทบไม่ออก “ฉันเปล่า ฉันแค่อยาก…”

เธอพูดยังไม่ทันจบประโยค ฉินเส่าถิงก็ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มุมปากยกขึ้น น้ำเสียงเยาะเย้ย

“ดีเลย เสิ่นเหนียนซีเธอนี่มันไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ได้! ถ้าอย่างนั้นเธอก็เอาของที่ฉันให้ทั้งหมดคืนมา แล้วฉันจะยอมหย่า!”

เสิ่นเหนียนซีชะงักไป “หมายความว่ายังไง!”

“ฉันบอกแล้วไงว่าของทุกอย่างของเธอมันคือของฉัน เธอเอาของคืนมา ฉันก็จะหย่ากับเธอ เริ่มจากบนตัวเธอเลยก็แล้วกัน เธอต้องคืนมาให้ครบทุกอย่าง อย่าให้ตกหล่นแม้แต่ชิ้นเดียว”

เมื่อเห็นเธอลังเล มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเบา ๆ คำพูดเหน็บแนมแรงยิ่งขึ้น “เป็นอะไรไป? ตัดใจทิ้งไม่ลงหรือไง? อย่าลืมสิว่าใครเป็นคนเลี้ยงเธอมาตลอด”

ไป๋อิงคว้าแขนของเสิ่นเหนียนซี ก่อนจ้องหน้าฉินเส่าถิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“พอแล้ว เส่าถิง นายพูดจาแย่ ๆ แบบนี้ได้ยังไง!”

“เธอไม่ต้องยุ่ง เธออยากจะไปไม่ใช่เหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ถอดออกมาสิ”

ในที่สุดน้ำตาที่เอ่อล้นก็ไหลลงมาจากดวงตา

กระเป๋าแบรนด์เนมหล่นลงพื้นทันที เธอค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อด้วยมือที่สั่นเทา

......

จนกระทั่งเสื้อตัวสุดท้ายหล่นลงพื้นเหลือเพียงเสื้อชั้นใน เธอยืนท่ามกลางลมหนาวด้วยสภาพโป๊เปลือย

ปลายนิ้วของเธอค่อย ๆ ปลดตะขอเสื้อชั้นใน

ฉินเส่าถิงกัดฟันกรอดหลับตาลง เขาเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “พอแล้ว แค่สองชิ้นนั้นฉันถือว่าทำบุญ ไป๋อิงพวกเราไปกันเถอะ!”

หลังจากนั้นเขาก็ลากไป๋อิงเดินหายไปท่ามกลางความมืดโดยไม่หันกลับมามอง

เสิ่นเหนียนซีค่อย ๆ คุกเข่าลงพื้น น้ำตาไหลรินเหมือนเม็ดฝน

ฉินเส่าถิง ในเมื่อนายรักไป๋อิง

ถ้าอย่างนั้นเธอก็จะยอมให้นายได้สมความปรารถนา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 17

    แม้ฉินเส่าถิงจะเจ็บปวดไปทั้งร่างกาย แต่เขาก็รีบพุ่งตัวมาบังตรงหน้าเสิ่นเหนียนซีส่วนหรงฉือก็พุ่งตัวขึ้นไปด้วยความรวดเร็วเหมือนลูกศร จากนั้นก็ดึงเสิ่นเหนียนซีมาไว้ในอ้อมกอด “เพียะ!”แรงตบที่รุนแรงปะทะใบหน้าฉินเส่าถิงทันใดนั้นเลือดกำเดาของเขาก็ไหลออกมา กอปรกับที่เขาโดนตีไปเกือบสองร้อยที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเลือด เขาขบกรามส่งเสียงขู่“ห้ามแตะต้องเธอ!”ทันใดนั้นเขาก็ทรุดตัวลงกับพื้น ภายในงานจัดเลี้ยงเกิดความโกลาหลขึ้นทันที ยังดีที่มีคนติดต่อโรงพยาบาลเอาไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นรถพยาบาลจึงมาถึงด้วยความรวดเร็ว ฉินเทียนเฉิงเดินตามขึ้นรถพยาบาลไป แต่ตอนที่เขาหันมองเสิ่นเหนียนซี สายตากลับเต็มไปด้วยความมาดร้ายเสิ่นเหนียนซียังอยู่ในสภาวะตื่นตระหนก หรงฉือจับมือแล้วพาเธอกลับไปที่รถ เขาบีบมือเธอเบา ๆ ก่อนปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ไม่เป็นไรนะ เหนียนเหนียน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ พวกเรากลับกันเถอะ” เสิ่นเหนียนซีถอนหายใจออกมา แล้วพยักหน้าออกมาทั้งที่ยังไม่หายตกใจแต่หลังจากผ่านไปสักพัก ทันใดนั้นมือถือของเสิ่นเหนียนซีก็ดังขึ้น โดยคนที่โทรมาคือผู้ช่วยของฉินเส่าถิง“คุณเสิ่นครับ ประธานฉินอย

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 16

    ในที่สุดครั้งนี้เสิ่นเหนียนซีก็สามารถยืนท่ามกลางแสงไฟอย่างสง่าผ่าเผย ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนสายตาคนอื่น ไม่ต้องอดทนต่อสายตาเย็นชาและคำพูดเหน็บแนมของคนตระกูลฉิน ฉินเส่าถิงก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังสถานะของเธอมีหลายครั้งที่เธอไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานเลี้ยงของตระกูลฉินด้วยซ้ำ แม้จะเป็นวันเกิดของฉินเส่าถิงก็ตาม เธอก็ทำได้เพียงมองเขาจับมือไป๋อิงตัดเค้กอวยพรวันเกิด ตอนที่เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับฉินเส่าถิงก็ยังต้องสังเกตสีหน้าของคนตระกูลฉิน ต้องระมัดระวังตัว เหมือนหัวขโมยที่ฉกฉวยความรักของผู้อื่น แต่ตอนนี้เธอเดินเข้ามาบนพรมแดง ชุดราตรีราคาแพงพริ้วไหวท่ามกลางแสงดาว สร้อยคอไข่มุกเปล่งประกายอยู่บนลำคอระหงของเธอ ตอนนี้เหมือนเธอได้เกิดใหม่ เหมือนได้เป็นสตรีสูงศักดิ์ที่แท้จริงเมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าคนดังในงานเลี้ยง เธอก็ยกมือขึ้นกล่าวทักทายอย่างสง่างามและเป็นธรรมชาติ เธอไม่จำเป็นต้องหลบอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป ตอนนี้เธอมีแสงสว่างเป็นของตัวเองแล้ว “ผู้หญิงคนนั้นคือใครน่ะ? เธอสวยมาก!”“นี่เธอไม่รู้จักเหรอ? เธอคือภรรยาของประธานฉิน ฉินเส่าถิง แต่ก่อนหน้านี้เธอถูกปิดบังตัวตนมานาน ได้ยินมาว่าภูมิหล

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 15

    เสิ่นเหนียนซีชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง จากนั้นก็ตบหน้าเขาอย่างแรงท่ามกลางสายตาของทุกคนเธอมองหน้าเขาด้วยสายตาสงบนิ่ง ทว่าในแววตากลับแฝงไปด้วยความรังเกียจ“นายแค่ปล่อยทรัพย์สินของตระกูลฉินไม่ได้ อย่าโยนความผิดให้คนอื่นเลย ทุกอย่างเป็นสิ่งที่นายเลือกเอง”“อย่าลืมสิว่านายเป็นคนเซ็นสัญญานั้นด้วยตัวเอง!”ทันใดนั้นทั่วบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบ ฉินเส่าถิงชะงักค้างอยู่กับที่ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเสิ่นเหนียนซีเปิดเผยความคิดอันเห็นแก่ตัวที่สุดของเขาออกมาเขาต้องการทั้งอำนาจของตระกูลฉินและความรักจากเสิ่นเหนียนซีแต่จนถึงตอนนี้ เขากลับต้องสูญเสียทั้งสองอย่างไปช่างน่าขันเสียจริง“แชะ!”เสียงชัตเตอร์ของนักข่าวทำลายความเงียบขึ้นในทันที ทุกคนส่งเสียงฮือฮา สำนักข่าวหลายสำนักพุ่งตัวเข้ามาด้านหน้าเพื่อซักถามฉินเส่าถิงอย่างต่อเนื่อง“ประธานฉินคะ สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูดเป็นความจริงหรือเปล่าคะ?”“คุณกับตระกูลฉินได้ทำข้อตกลงอะไรกันไว้เหรอครับ?”“หรือว่าการแถลงข่าวครั้งนี้ก็เป็นเพียงการแสดงของพวกคุณเหมือนกัน? เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของพวกคุณ หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงการสร้างกระแสเพื่อปั่นราคาหุ้น?”ฉิน

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 14

    เมื่อเห็นการรายงานข่าวที่เกินจริงของสื่อบันเทิง ใบหน้าของฉินเส่าถิงก็มืดคล้ำลงแต่เขากลับคิดได้ว่า ยิ่งข่าวถูกเผยแพร่ไปในวงกว้างเท่าไรยิ่งดียิ่งมีคนให้ความสนใจมากเท่าไร การโต้กลับของเขาก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ไอ้พวกตาแก่เฮงซวยจะได้ไม่มีที่ให้ยืนอีกต่อไปเขาถูกควบคุมและข่มขู่มานานพอแล้วตอนนี้ถึงเวลาลงมือเสียทีในขณะเดียวกัน เสิ่นเหนียนซีก็เห็นข่าวทั้งหมดเช่นเดียวกันเธอกำลังจัดเตรียมเอกสารอย่างเงียบ ๆ ปลายนิ้วหยุดค้างอยู่บนหน้าข่าว ก่อนจะเลื่อนผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจตอนนั้นเอง เพื่อนร่วมงานก็ตะโกนเรียกเธอให้ไปพบท่านประธานที่ห้องทำงานเธอผลักประตูเข้าไปหรงฉือกำลังเอนตัวพิงเก้าอี้ ปลายนิ้วคีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุด กระดูกข้อนิ้วเด่นชัด ข้อมือสวมนาฬิกาโลหะที่สะท้อนแสงแวววาว ดูทั้งเย็นชาและหรูหราสายลมจากหน้าต่างพัดผ่าน ทำให้เสื้อของเขาปลิวไสว เขาหลับตาลงเพื่อพักผ่อน ราวกับรูปสลักที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตความงดงามของเขาช่างน่าทึ่งเหลือเกินตอนที่อยู่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า หรงฉือก็เป็นเด็กที่หน้าตาดีที่สุดตอนนี้เมื่อเขาเติบโตขึ้น ความงดงามนั้นก็ยังคงทำให้ผู้คนตกตะลึง เพียง

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 13

    เนื่องจากการจงใจปิดบังของหรงฉือ ฉินเส่าถิงจึงไม่รู้ว่าเสิ่นเหนียนซีอยู่ที่ไหนเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินทางไปที่บริษัทของตระกูลหรงเขาสวมสูทผูกเนกไท ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่เขายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแดดร้อนจัดเป็นเวลานานถึงสามชั่วโมงด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นของเขา จึงกลายเป็นจุดสนใจของพนักงานจำนวนมาก พวกเขาต่างพากันมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อคาดเดาความคิดของผู้นำตระกูลฉิน“นั่นมันฉินเส่าถิง นายน้อยตระกูลฉินไม่ใช่เหรอ? เขามาที่บริษัทของพวกเราทำไม? หรือว่าจะมาตามจีบใคร?”“ไร้สาระ คู่หมั้นของคุณผู้ชายตระกูลฉินคือลูกสาวตระกูลไป๋ พวกเราเทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เกรงว่าเขาน่าจะมาเจรจาธุรกิจกับประธานหรงมากกว่า”“เจรจาธุรกิจที่ไหนถึงต้องถือกุหลาบช่อใหญ่มารออยู่ใต้ตึก? บ้าไปแล้วหรือเปล่า!”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเหนียนซีที่กำลังถือเอกสารอยู่ก็มองไปยังฉินเส่าถิงที่ยืนตากแดดอยู่ด้านล่างอย่างเงียบ ๆเพื่อเปิดหูเปิดตาและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เธอจึงเข้ามาทำงานที่บริษัทของหรงฉือและเพิ่งทำได้ไม่นานแต่เพราะเรื่องของฉินเส่าถิง ทำให้เธอต้องถูกคนจำนวนมากกลั่นแกล้งดังนั้นเธอจึงต้องแต่งหน้าจัดแล

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 12

    ฉินเส่าถิงเบิกตากว้างขึ้น เขากำลังสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่าเขาขยี้ตาตัวเองทันที ก่อนจะพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเสิ่นเหนียนซีจริง ๆถ้าอย่างนั้น... คนที่หรงฉือรักก็คือเสิ่นเหนียนซีสินะ“เหนียนเหนียน เธอมาที่นี่ได้ยังไง? เธอควรจะอยู่บ้านไม่ใช่เหรอ?”คิดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นเหนียนซีจะไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการปรากฏตัวของฉินเส่าถิงแม้แต่น้อยสายตาของเธอเย็นชา ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ขอบคุณประธานฉินที่ไม่ฆ่าฉันให้ตายในคฤหาสน์ตระกูลฉิน แต่ที่ฉันยังไม่ตายแบบนี้ก็คงทำให้นายไม่พอใจสินะ”สายตาของฉินเส่าถิงเต็มไปด้วยความมึนงง เขาไม่เข้าใจคำพูดของเสิ่นเหนียนซีเลยแม้แต่น้อยเธอจะตายในคฤหาสน์ตระกูลฉินได้ยังไง?เธอคือคนที่สำคัญที่สุดของเขานะ“เหนียนเหนียน เธอกำลังพูดอะไรน่ะ? ฉันไม่เข้าใจ มานี่ กลับไปกับฉัน”แต่สิ่งที่เขาคาดคิดกลับไม่เกิดขึ้นเสิ่นเหนียนซีไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่แค่เขาง้อเธอแล้วทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเธอกลับเดินถอยหลังไปหลายก้าวการกระทำของเธอทำให้ฉินเส่าถิงรู้สึกเจ็บแปลบในใจ“เหนียนเหนียน นี่เธอหมายความว่ายังไง?”เสิ่นเหนียนซีก้มหน้าลง ก่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status