Share

เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก
เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก
Author: เกาะแห่งนาวา

บทที่ 1

Author: เกาะแห่งนาวา
ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเสิ่นเหนียนซีบวมช้ำจนกลายเป็นสีม่วงเขียว เธอถูกกดให้นั่งลงบนเก้าอี้เหล็กอันเย็นยะเยือก

เสียงตะโกนกรีดร้องของหญิงสาวดังก้องอยู่ข้างหูของเธอ “นังแพศยา กล้ามาให้ท่าสามีคนอื่น ถ้าถูกฆ่าตายก็สมควรแล้ว!”

เสิ่นเหนียนซีจ้องด้านนอกประตูตาเขม็ง ฉินเส่าถิง สามีของเธอกำลังยืนพิงหน้าต่างรถ ใต้กลุ่มควันบุหรี่ที่ลอยออกมาจากปลายนิ้วคือใบหน้าหล่อเหลาสะกดใจคน

เมื่อครู่นี้ตอนที่เธอถูกจิกผมแล้วลากไปกับพื้น เขาก็ยังอยู่บนตึก

ตอนนี้เธอนั่งขดตัวอยู่ในสถานีตำรวจด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล แต่เขาเพียงแค่เหลือบสายตามามองเล็กน้อย เหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า น้ำเสียงที่กำลังสั่งผู้ช่วยนั้นก็เย็นชามาก

“พวกคุณไปจัดการ”

รอจนกระทั่งเสิ่นเหนียนซีให้ปากคำเสร็จ รถของฉินเส่าถิงก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว

เธอถามขึ้นพร้อมดวงตาที่บวมช้ำข้างหนึ่ง “ฉินเส่าถิงล่ะ?”

ผู้ช่วยขมวดคิ้ว น้ำเสียงเริ่มหงุดหงิด “คุณผู้ชายกำลังยุ่ง!”

“ยุ่งเรื่องอะไรกัน มันสำคัญกว่าภรรยาตัวเองถูกทำร้ายและนำส่งสถานีตำรวจหรือไง?”

ชายคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาก็ยังอธิบายว่า “คุณผู้ชายต้องไปอยู่กับคุณนายไป๋...”

เมื่อได้ยินดังนั้นเสิ่นเหนียนซีก็ก้มหน้าลงปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ยที่น่าขนลุก

คุณนายไป๋?

ที่แท้ ในสายตาของพวกเขาไป๋อิงคือคุณนายตระกูลฉินสินะ?

ส่วนเธอไม่ใช่ตัวอะไรทั้งนั้น

ในตอนนี้ นาทีนี้ เสิ่นเหนียนซีรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจเมื่อห้าปีก่อนอย่างสุดซึ้ง

ห้าปีก่อน เธอกับฉินเส่าถิงเป็นคู่รักวัยรุ่นที่รู้ใจและพึ่งพาอาศัยกัน

เสิ่นเหนียนซีเป็นเด็กกำพร้า ฉินเส่าถิงก็มาจากครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว

เนื่องจากพวกเขาไม่มีครอบครัวที่สมบูรณ์ เด็กแถวบ้านจึงไม่ต้อนรับฉินเส่าถิงกับเสิ่นเหนียนซี

ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงอยู่ด้วยกันสองคน ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดำเนินมาเป็นสิบปี จากการพึ่งพาอาศัยพัฒนาสู่ความรัก

จนกระทั่งเมื่อห้าปีก่อน ภรรยาของมหาเศรษฐีฮ่องกงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต จู่ ๆ แม่ของฉินเส่าถิงก็กุมมือเขาแล้วพูดขึ้นว่า

“เส่าถิง ลูกคือลูกของฉินเทียนเฉิง ลูกจะต้องกลับไป”

ดังนั้นฉินเส่าถิงจึงกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลฉิน

แต่เงื่อนไขเดียวที่ตระกูลฉินจะยอมรับให้เขากลับไปก็คือ เขาจะต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลไป๋ เพื่อเสริมความมั่นคงให้บริษัท

ฉินเส่าถิงที่เห็นแก่เสิ่นเหนียนซี ให้ตายยังไงเขาก็ไม่ยอมตอบตกลง เขาคุกเข่าตากฝนอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลฉินเป็นเวลาสามวันสามคืนจนมีไข้ขึ้นสูงและปอดบวม แต่เขาก็ยังปฏิเสธการแต่งงานที่ไร้สาระนั้น

เขาบอกว่า “เหนียนเหนียน ชั่วชีวิตนี้เธอคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ฉันจะแต่งงานด้วย ฉันไม่มีทางต้องการเธอเด็ดขาด!”

หลังจากนั้นก็ฉินเส่าถิงยืดอกรับโทษโบยร้อยทีตามกฎตระกูลจนเลือดท่วมตัว

ฉินเทียนเฉิงเห็นลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเองก็ใจอ่อน เขาตอบตกลงให้ฉินเส่าถิงแต่งงานกับเสิ่นเหนียนซี แต่ทำได้เพียงเป็นการแต่งงานอย่างลับ ๆ เท่านั้น

แต่ภายนอกฉินเส่าถิงคือคู่หมั้นของไป๋อิง

รอจนกระทั่งฉินเส่าถิงสามารถกุมอำนาจได้ทั้งหมด ชื่อของเสิ่นเหนียนซีถึงได้ปรากฏอยู่ข้างกายฉินเส่าถิง

“เหนียนเหนียน รอฉันก่อนนะ ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง”

เสิ่นเหนียนซีซาบซึ้งกับความจริงใจของฉินเส่าถิง เธอจึงพยักหน้าทั้งน้ำตา

แต่หลังจากแต่งงานแล้ว เธอก็เป็นเหมือนหนูที่อยู่ในท่อ

แม้กระทั่งการจับมือกับฉินเส่าถิงก็เป็นความฝันที่ไกลเกินเอื้อม

มีคนติดตามเรื่องราวความรักแห่งปีของฉินเส่าถิงกับไป๋อิงมากขึ้นเรื่อย ๆ

เสิ่นเหนียนซีเคยถูกตีตราว่าเป็นมือที่สามทำลายครอบครัว เพียงเพราะแอบจับมือฉินเส่าถิงที่นอกบ้านครั้งเดียว

คำด่าทอ คำใส่ร้าย และการโจมตีต่าง ๆ นานาตามมาไม่หยุดหย่อน

แต่ฉินเส่าถิงก็ยังคงเงียบมาโดยตลอด คำที่เขาพูดบ่อยที่สุดก็คือ

“รออีกหน่อยนะ เหนียนเหนียน รอฉันกุมอำนาจได้ ฉันจะประกาศเรื่องงานแต่งงานของพวกเราให้สาธารณชนได้รับทราบ ความคับข้องใจทั้งหมดที่เธอได้รับ ฉันชดเชยให้เธอเองดีไหม?”

เธอเคยเชื่อมาเสมอว่า ขอเพียงแค่เขารักเธอ เธอนั้นไร้ซึ่งอำนาจไร้อิทธิพล การอดทนอยู่เงียบ ๆ แบบนี้ก็ถือว่าสามารถช่วยเขาได้แล้ว ดังนั้นเธอจะรอจนกว่าฟ้าเปิดและได้เห็นดวงจันทร์

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ เธอบังเอิญไปเจอการ์ดเชิญงานแต่งงานสีแดงสดในลิ้นชักของฉินเส่าถิง

เจ้าบ่าว ฉินเส่าถิง

เจ้าสาว ไป๋อิง

ด้านล่างของบัตรเชิญนั้นยังมีหนังสือโอนหุ้นมรดกของตระกูลฉิน

ที่แท้เขาได้กุมอำนาจของตระกูลฉินไปตั้งนานแล้ว แต่คนที่เขาอยากจะแต่งงานด้วยก็ยังเป็นไป๋อิง

ความมั่นคงภายในใจของเสิ่นเหนียนซีพังทลายทันที มันแตกสลายอย่างเงียบเชียบ ถูกฉีกออกเป็นรูโหว่ เจ็บจนหายใจไม่ออก

หลังจากเดินออกมาจากห้องทำงานของฉินเส่าถิงอย่างไร้สติ เธอยืนอยู่ที่หน้าจอขนาดใหญ่ริมถนน เธอเงยหน้ามองการสัมภาษณ์ย้อนหลังของฉินเส่าถิงกับไป๋อิง

เขาดูเย็นชาหล่อเหลา เธอดูอ่อนโยนสดใส เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

ส่วนเธอทำได้เพียงยืนมองความเหมาะสมและรู้ใจกันของพวกเขาอยู่ในเงามืดอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

ช่างน่าขำสิ้นดี!

คนเดินถนนบังเอิญเดินชนเธอจนแว่นดำหล่น มีคนจำได้ว่าเธอเป็น “เมียน้อย” หน้าไม่อายที่ไปตามรังควานฉินเส่าถิงที่บริษัท

“ทำไมผู้หญิงคนนี้หน้าตาคุ้น ๆ ? เหมือนคนที่เคยโดนแฉก่อนหน้านี้เลย คนที่ไปรังควานประธานฉิน ยัยเมียน้อยหน้าไม่อาย”

“ทำไมยังกล้ามาที่นี่อีก? หรือจะมาก่อเรื่องอีกแล้ว ฉันต้องจัดการนางแพศยานี่แล้ว”

ทันใดนั้นฝ่ามือหนึ่งก็ตบลงที่ใบหน้าของเสิ่นเหนียนซี เธอเซถอยลงไปหลายก้าว มือจับสายกระเป๋าแน่นแล้วพยายามอธิบาย

“ไม่ใช่ ฉันต่างหากที่เป็นภรรยาตัวจริงของฉินเส่าถิง...”

“นางแพศยา ยังจะมโนอีก เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครยังกล้าใฝ่สูงแบบนี้อีก!”

กลุ่มผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองกำลังผดุงความยุติธรรมก็พุ่งตัวเข้ามาล้อมเสิ่นเหนียนซีแล้วกดเธอลงกับพื้น ขึ้นคร่อมตัวเธอ พร้อมจิกผมเธออย่างบ้าคลั่ง ก่อนตบหน้าเธอครั้งแล้วครั้งเล่า

เล็บที่แหลมคมจิกเข้าผิวที่ขาวซีดของเธอ

บนพื้นเย็นเยียบ ร่างกายของเธอเจ็บปวด หัวใจเหมือนถูกฉีกทึ้ง

“นางแพศยา ถ้าเธอบอกว่าเธอเป็นภรรยาของประธานฉินอีกครั้งล่ะก็ ฉันจะฉีกปากเธอให้เละเลย”

เมื่อนึกย้อนไปถึงการ์ดแต่งงานแสลงตาและหนังสือโอนหุ้นมรดก

ทันใดนั้นเสิ่นเหนียนซีก็เลิกดิ้นรน เธอนอนนิ่ง ๆ ทนถูกทุบตีอยู่บนพื้นเหมือนท่อนไม้ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม

“ใช่ ฉันไม่ใช่ภรรยาของฉินเส่าถิง!”

“ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว!”

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปกลุ่มคนเหล่านั้นก็ถูกจับส่งสถานีตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นหน้าเสิ่นเหนียนซี ใบหน้าก็ยังเผยความเหยียดหยามออกมา

“ทำไมถึงเป็นเธออีกแล้ว อยากจะเป็นภรรยาเศรษฐีจนเป็นบ้า วัน ๆ เอาแต่โดนทำร้าย ฉันเองก็หมดคำพูดแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 17

    แม้ฉินเส่าถิงจะเจ็บปวดไปทั้งร่างกาย แต่เขาก็รีบพุ่งตัวมาบังตรงหน้าเสิ่นเหนียนซีส่วนหรงฉือก็พุ่งตัวขึ้นไปด้วยความรวดเร็วเหมือนลูกศร จากนั้นก็ดึงเสิ่นเหนียนซีมาไว้ในอ้อมกอด “เพียะ!”แรงตบที่รุนแรงปะทะใบหน้าฉินเส่าถิงทันใดนั้นเลือดกำเดาของเขาก็ไหลออกมา กอปรกับที่เขาโดนตีไปเกือบสองร้อยที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเลือด เขาขบกรามส่งเสียงขู่“ห้ามแตะต้องเธอ!”ทันใดนั้นเขาก็ทรุดตัวลงกับพื้น ภายในงานจัดเลี้ยงเกิดความโกลาหลขึ้นทันที ยังดีที่มีคนติดต่อโรงพยาบาลเอาไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นรถพยาบาลจึงมาถึงด้วยความรวดเร็ว ฉินเทียนเฉิงเดินตามขึ้นรถพยาบาลไป แต่ตอนที่เขาหันมองเสิ่นเหนียนซี สายตากลับเต็มไปด้วยความมาดร้ายเสิ่นเหนียนซียังอยู่ในสภาวะตื่นตระหนก หรงฉือจับมือแล้วพาเธอกลับไปที่รถ เขาบีบมือเธอเบา ๆ ก่อนปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ไม่เป็นไรนะ เหนียนเหนียน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ พวกเรากลับกันเถอะ” เสิ่นเหนียนซีถอนหายใจออกมา แล้วพยักหน้าออกมาทั้งที่ยังไม่หายตกใจแต่หลังจากผ่านไปสักพัก ทันใดนั้นมือถือของเสิ่นเหนียนซีก็ดังขึ้น โดยคนที่โทรมาคือผู้ช่วยของฉินเส่าถิง“คุณเสิ่นครับ ประธานฉินอย

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 16

    ในที่สุดครั้งนี้เสิ่นเหนียนซีก็สามารถยืนท่ามกลางแสงไฟอย่างสง่าผ่าเผย ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนสายตาคนอื่น ไม่ต้องอดทนต่อสายตาเย็นชาและคำพูดเหน็บแนมของคนตระกูลฉิน ฉินเส่าถิงก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังสถานะของเธอมีหลายครั้งที่เธอไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานเลี้ยงของตระกูลฉินด้วยซ้ำ แม้จะเป็นวันเกิดของฉินเส่าถิงก็ตาม เธอก็ทำได้เพียงมองเขาจับมือไป๋อิงตัดเค้กอวยพรวันเกิด ตอนที่เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับฉินเส่าถิงก็ยังต้องสังเกตสีหน้าของคนตระกูลฉิน ต้องระมัดระวังตัว เหมือนหัวขโมยที่ฉกฉวยความรักของผู้อื่น แต่ตอนนี้เธอเดินเข้ามาบนพรมแดง ชุดราตรีราคาแพงพริ้วไหวท่ามกลางแสงดาว สร้อยคอไข่มุกเปล่งประกายอยู่บนลำคอระหงของเธอ ตอนนี้เหมือนเธอได้เกิดใหม่ เหมือนได้เป็นสตรีสูงศักดิ์ที่แท้จริงเมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าคนดังในงานเลี้ยง เธอก็ยกมือขึ้นกล่าวทักทายอย่างสง่างามและเป็นธรรมชาติ เธอไม่จำเป็นต้องหลบอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป ตอนนี้เธอมีแสงสว่างเป็นของตัวเองแล้ว “ผู้หญิงคนนั้นคือใครน่ะ? เธอสวยมาก!”“นี่เธอไม่รู้จักเหรอ? เธอคือภรรยาของประธานฉิน ฉินเส่าถิง แต่ก่อนหน้านี้เธอถูกปิดบังตัวตนมานาน ได้ยินมาว่าภูมิหล

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 15

    เสิ่นเหนียนซีชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง จากนั้นก็ตบหน้าเขาอย่างแรงท่ามกลางสายตาของทุกคนเธอมองหน้าเขาด้วยสายตาสงบนิ่ง ทว่าในแววตากลับแฝงไปด้วยความรังเกียจ“นายแค่ปล่อยทรัพย์สินของตระกูลฉินไม่ได้ อย่าโยนความผิดให้คนอื่นเลย ทุกอย่างเป็นสิ่งที่นายเลือกเอง”“อย่าลืมสิว่านายเป็นคนเซ็นสัญญานั้นด้วยตัวเอง!”ทันใดนั้นทั่วบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบ ฉินเส่าถิงชะงักค้างอยู่กับที่ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเสิ่นเหนียนซีเปิดเผยความคิดอันเห็นแก่ตัวที่สุดของเขาออกมาเขาต้องการทั้งอำนาจของตระกูลฉินและความรักจากเสิ่นเหนียนซีแต่จนถึงตอนนี้ เขากลับต้องสูญเสียทั้งสองอย่างไปช่างน่าขันเสียจริง“แชะ!”เสียงชัตเตอร์ของนักข่าวทำลายความเงียบขึ้นในทันที ทุกคนส่งเสียงฮือฮา สำนักข่าวหลายสำนักพุ่งตัวเข้ามาด้านหน้าเพื่อซักถามฉินเส่าถิงอย่างต่อเนื่อง“ประธานฉินคะ สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูดเป็นความจริงหรือเปล่าคะ?”“คุณกับตระกูลฉินได้ทำข้อตกลงอะไรกันไว้เหรอครับ?”“หรือว่าการแถลงข่าวครั้งนี้ก็เป็นเพียงการแสดงของพวกคุณเหมือนกัน? เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของพวกคุณ หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงการสร้างกระแสเพื่อปั่นราคาหุ้น?”ฉิน

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 14

    เมื่อเห็นการรายงานข่าวที่เกินจริงของสื่อบันเทิง ใบหน้าของฉินเส่าถิงก็มืดคล้ำลงแต่เขากลับคิดได้ว่า ยิ่งข่าวถูกเผยแพร่ไปในวงกว้างเท่าไรยิ่งดียิ่งมีคนให้ความสนใจมากเท่าไร การโต้กลับของเขาก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ไอ้พวกตาแก่เฮงซวยจะได้ไม่มีที่ให้ยืนอีกต่อไปเขาถูกควบคุมและข่มขู่มานานพอแล้วตอนนี้ถึงเวลาลงมือเสียทีในขณะเดียวกัน เสิ่นเหนียนซีก็เห็นข่าวทั้งหมดเช่นเดียวกันเธอกำลังจัดเตรียมเอกสารอย่างเงียบ ๆ ปลายนิ้วหยุดค้างอยู่บนหน้าข่าว ก่อนจะเลื่อนผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจตอนนั้นเอง เพื่อนร่วมงานก็ตะโกนเรียกเธอให้ไปพบท่านประธานที่ห้องทำงานเธอผลักประตูเข้าไปหรงฉือกำลังเอนตัวพิงเก้าอี้ ปลายนิ้วคีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุด กระดูกข้อนิ้วเด่นชัด ข้อมือสวมนาฬิกาโลหะที่สะท้อนแสงแวววาว ดูทั้งเย็นชาและหรูหราสายลมจากหน้าต่างพัดผ่าน ทำให้เสื้อของเขาปลิวไสว เขาหลับตาลงเพื่อพักผ่อน ราวกับรูปสลักที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตความงดงามของเขาช่างน่าทึ่งเหลือเกินตอนที่อยู่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า หรงฉือก็เป็นเด็กที่หน้าตาดีที่สุดตอนนี้เมื่อเขาเติบโตขึ้น ความงดงามนั้นก็ยังคงทำให้ผู้คนตกตะลึง เพียง

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 13

    เนื่องจากการจงใจปิดบังของหรงฉือ ฉินเส่าถิงจึงไม่รู้ว่าเสิ่นเหนียนซีอยู่ที่ไหนเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินทางไปที่บริษัทของตระกูลหรงเขาสวมสูทผูกเนกไท ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่เขายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแดดร้อนจัดเป็นเวลานานถึงสามชั่วโมงด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นของเขา จึงกลายเป็นจุดสนใจของพนักงานจำนวนมาก พวกเขาต่างพากันมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อคาดเดาความคิดของผู้นำตระกูลฉิน“นั่นมันฉินเส่าถิง นายน้อยตระกูลฉินไม่ใช่เหรอ? เขามาที่บริษัทของพวกเราทำไม? หรือว่าจะมาตามจีบใคร?”“ไร้สาระ คู่หมั้นของคุณผู้ชายตระกูลฉินคือลูกสาวตระกูลไป๋ พวกเราเทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เกรงว่าเขาน่าจะมาเจรจาธุรกิจกับประธานหรงมากกว่า”“เจรจาธุรกิจที่ไหนถึงต้องถือกุหลาบช่อใหญ่มารออยู่ใต้ตึก? บ้าไปแล้วหรือเปล่า!”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเหนียนซีที่กำลังถือเอกสารอยู่ก็มองไปยังฉินเส่าถิงที่ยืนตากแดดอยู่ด้านล่างอย่างเงียบ ๆเพื่อเปิดหูเปิดตาและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เธอจึงเข้ามาทำงานที่บริษัทของหรงฉือและเพิ่งทำได้ไม่นานแต่เพราะเรื่องของฉินเส่าถิง ทำให้เธอต้องถูกคนจำนวนมากกลั่นแกล้งดังนั้นเธอจึงต้องแต่งหน้าจัดแล

  • เมื่อดอกไม้โรยรา ถึงเอ่ยคำว่ารัก   บทที่ 12

    ฉินเส่าถิงเบิกตากว้างขึ้น เขากำลังสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่าเขาขยี้ตาตัวเองทันที ก่อนจะพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเสิ่นเหนียนซีจริง ๆถ้าอย่างนั้น... คนที่หรงฉือรักก็คือเสิ่นเหนียนซีสินะ“เหนียนเหนียน เธอมาที่นี่ได้ยังไง? เธอควรจะอยู่บ้านไม่ใช่เหรอ?”คิดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นเหนียนซีจะไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการปรากฏตัวของฉินเส่าถิงแม้แต่น้อยสายตาของเธอเย็นชา ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ขอบคุณประธานฉินที่ไม่ฆ่าฉันให้ตายในคฤหาสน์ตระกูลฉิน แต่ที่ฉันยังไม่ตายแบบนี้ก็คงทำให้นายไม่พอใจสินะ”สายตาของฉินเส่าถิงเต็มไปด้วยความมึนงง เขาไม่เข้าใจคำพูดของเสิ่นเหนียนซีเลยแม้แต่น้อยเธอจะตายในคฤหาสน์ตระกูลฉินได้ยังไง?เธอคือคนที่สำคัญที่สุดของเขานะ“เหนียนเหนียน เธอกำลังพูดอะไรน่ะ? ฉันไม่เข้าใจ มานี่ กลับไปกับฉัน”แต่สิ่งที่เขาคาดคิดกลับไม่เกิดขึ้นเสิ่นเหนียนซีไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่แค่เขาง้อเธอแล้วทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเธอกลับเดินถอยหลังไปหลายก้าวการกระทำของเธอทำให้ฉินเส่าถิงรู้สึกเจ็บแปลบในใจ“เหนียนเหนียน นี่เธอหมายความว่ายังไง?”เสิ่นเหนียนซีก้มหน้าลง ก่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status