Masukหนึ่งอาทิตย์ต่อมา
หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ ก็ยังมีข่าวดีให้ชื่นใจบ้าง ตอนนี้เพจร้าน Aerin Nails ถูกแพลตฟอร์มดันขึ้นฟีดจนกลายเป็นไวรัลทั่วอินเทอร์เน็ต
ด้วยรูปร่างหน้าตาสะสวย ฝีปากในการเรียกลูกค้า และฝีมือของช่างทำเล็บประณีต ทำให้มีคนจับจองเข้ามาทำเล็บที่ร้านของเธอ คิวยาวยันสิ้นปีหน้า ซึ่งนั้นทำให้ช่วงนี้แอรินหัวหมุนจนลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา
กรุ๊งกริ๊งๆๆ
เสียงเปิดประตูกระทบโมบายกระดิ่ง ดังเตือนให้เจ้าของร้านหน้าสวยที่กำลังตั้งใจคิดบัญชีของร้าน หันมาสนใจโดยอัตโนมัติ
ร่างบางในชุดกางเกงยีนขายาวกับเสื้อเกาะอกสีขาว ผมยาวน้ำตาลดัดเป็นลอนยาวถึงกลางหลัง เธอสวมแว่นกันแดดสีดำ มือขวาสะพายกระเป๋าข้างแบรนด์เนมใบหรูสีดำ
“ปิ่น”
หญิงสาวฉีกยิ้มกว้าง ละทิ้งงานที่ยังคงค้างอยู่เต็มโต๊ะ เดินมาหาเพื่อนสาวด้วยความดีใจ
“ฉันสวยอะดิ” พูดพร้อมกับถอดแว่นตาออก เผยให้เห็นเจ้าของดวงตากลมที่ตอนนี้ใบหน้าของเธอสดใสขึ้นมาก พอเห็นดังนั้นแอรินก็พอจะเบาใจเหมือนกัน
ถึงการเปลี่ยนแปลงจะใช้เวลาเพียงแค่อาทิตย์เดียว แต่ปิ่นก็ปรับตัวได้ทัน เธอไม่ได้อาลัยอาวรณ์หรืออยากกลับไปคบกับภวินท์เลยแม้แต่น้อย แค่รู้วีรกรรมแต่ละอย่างของอดีตคู่หมั้นที่เหยื่อพากับผุดขึ้นมาแฉ เธอก็พลันอยากเข้าวัดทำบุญล้างซวยใจจะขาด
“จ้ะ แม่คนสวย” แอรินบึนปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหัวเราะขำเมื่อเพื่อนสาวยักไหล่ไม่ปฏิเสธ
“อยู่แล้วค่ะ ว่าแต่ทำงานจนลืมเพื่อนเลยนะคะคุณแอริน” ปิ่นเน้นคำว่าลืมเพื่อน แอรินส่ายหน้า ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปนั่งโซฟาหนังสีดำสำหรับไว้รับแขก
ก็อย่างที่ปิ่นพูดมา ช่วงนี้เธอทำงานหัวเป็นเกลียวตัวเป็นน็อต แทบจะไม่มีเวลาได้ติดต่อเพื่อนรักอย่างปิ่นหรือมิกกิเลย จนปิ่นอดใจรอเจอเพื่อนไม่ไหว ต้องเป็นฝ่ายมาหาแอรินเสียเอง
“อืม โชคดีนะที่คลิปทำเล็บของร้านกำลังเป็นไวรัล ลูกค้าก็เลยแห่กันเข้ามาจองทำเล็บที่ร้านไม่มีวันว่างเลยล่ะ” แอรินส่งยิ้มบาง ก่อนจะเดินไปเอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟผู้มาเยือนที่โซฟา
“แล้วนี่หลานฉันอยู่ไหน” ปิ่นถามพร้อมกับมองหาเจ้าตัวน้อยไปด้วย ในร้านทำเล็บตอนนี้มีเพียงพนักงานที่กำลังง่วนกับการเก็บร้าน
“อยู่กับพี่เพ็ญด้านบนน่ะ” เธอตอบ
“ดีแล้วล่ะ ที่จ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูลูกน่ะ” ปิ่นพูดพร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย พลางกวาดตามองดูบรรยากาศร้านของเพื่อนไปด้วย
“แล้วแกโอเคขึ้นแล้วใช่ไหม?” แอรินเอ่ยถามพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือบางของเพื่อนสนิท
“เรื่องแค่นี้เอง ว่าแต่แกเถอะ เล่าให้ฉันได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นวันนั้น” ปิ่นถามกลับ เธอเองก็อยากรู้ว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นจากปากสนิทเอง
แอรินถอนหายใจ พยายามควบคุมน้ำเสียงตัวเองไม่เองไม่ให้สั่น เธอเล่าเหตุการณ์เมื่อวันนั้นจนหมด ขณะที่คนฟังได้แต่ขมวดคิ้วตั้งใจฟังโดยไม่มีขัดแม้แต่นิดเดียว
“ไอ้เลว” ปิ่นกดเสียงต่ำ ขอบคุณในความโชคดีที่ไม่ถลำลึกแต่งงานกับไอ้นรกนั่น
“เรื่องมันแล้วไปแล้ว ฉันว่าเราอย่าพูดถึงเลยดีกว่า” แอรินบอกเพราะไม่อยากให้เพื่อนคิดมาก ซึ่งปิ่นก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ฉันจะไม่พูดถึงมันแล้ว แต่ขออย่างเดียว อย่าได้เจอกันอีกเลยชาตินี้” ปิ่นสบถ แอรินส่ายหน้าไปมาเบาๆ เอ็นดูในความใจเด็ดของปิ่น
“แล้ววันนี้ที่มาหาได้ แถมยังแต่งตัวสวยขนาดนี้ มีเจตนาอะไรจ๊ะ” แอรินเอ่ยแซวด้วยความรู้ทัน ก็ปิ่นเล่นแต่งหน้าจัดเต็มขนาดนี้แล้ว ถ้าจะบอกว่ามาหาเธออย่างเดียวก็คงไม่ใช่
“หึหึ ก็จะชวนเพื่อนไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อย แกไปกับฉันนะ” ปิ่นหัวเราะในลำคอ นี่สินะที่เขาบอกว่าคบกันมานาน แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว
“แต่...”
“ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไปเถอะนะๆ ...นานๆ ที เราไม่ได้เที่ยวกันตั้งนานแล้วด้วย” ปิ่นพูดพร้อมส่งสายตาออดอ้อน ซึ่งนั่นก็เพียงพอทำให้แอรินใจอ่อนยวบ
นึกถึงสมัยตอนเรียนมหาลัยที่เธอ ปิ่น และมิกกิ ออกเที่ยวยามสุดสัปดาห์ ด้วยความที่ว่าร้านเหล้าอยู่ติดกับมหาลัยและเจ้าของร้านก็เป็นของรุ่นพี่ที่รู้จัก ทำให้พวกเธอทั้งสามกลายเป็นลูกค้าประจำโดยปริยาย
“ไปร้านพี่เจียเหรอ?” แอรินเอ่ยถามเพราะคิดว่าเพื่อนน่าจะชวนไปร้านนี้
“ไม่ค่ะ วันนี้ฉันจะพาแกไปเปย์ผู้ ฉันจะพาแกไปเที่ยวบาร์โฮสต์ หึหึ”
ปิ่นพูดพร้อมกับทำหน้าเจ้าเล่ห์ ขณะที่แอรินได้แต่ทำสีหน้าแปลกใจแต่ก็ไม่ขัดใจ ในเมื่อเธอเองก็อยากลองไปเที่ยวที่แบบนั้นดูสักครั้งหนึ่งเหมือนกัน
“คนบ้า อ๊ะ” พระพายเปล่งอย่างลืมตัว เมื่อนิ้วเรียวรูดรั้งเป้ากางเกงในไปด้านข้าง เผยให้เห็นกลีบกุหลาบฉ่ำไปด้วยน้ำเต็มรูเลโอกลืนน้ำลายดังเอือก ไม่รอช้าเขาก้มลงฉกชิมน้ำรักของภรรยาอย่างไม่นึกรังเกียจ พร้อมทั้งสอดลิ้นสากเข้าไปในโพรงนุ่มชิมน้ำหวานหยาดเยิ้มสลับกับกระดกลิ้นไปที่ติ่งเสียว จนพระพายแอ่นกายหลังไม่ติดโซฟา“อ๊ะๆๆ เสียว อื้ม เลโอ อ๊ะๆๆๆ” ด้วยแรงอารมณ์ เธอส่งเสียงครางดังลั่นห้องไม่กลัวว่าใครจะผ่านมาได้ยิน ในเมื่อตอนนี้เธอกำลังระบายความเสียวซ่านที่สามีปรนเปรอให้กับเธอปลายเท้าเล็กจิกเกร็ง เมื่อเลโอใช้ลิ้นสากละเลงไปที่เม็ดชมพูซ้ำๆอยู่แบบนั้นพร้อมกับขยับสองนิ้วเป็นสามนิ้วเข้าออกอย่างรัวเร็วจนเกิดเสียงน่าอายดังแจ๊ะๆๆๆๆ“ไม่ไหว อ๊ะๆๆๆ จะแตก อื้ม กรี๊ดๆๆๆ” เสียงกรีดร้องตามมากับร่างเล็กกระตุกราวกับถูกไฟช็อก ก่อนจะปล่อยน้ำหวานออกมาเป็นจำนวนมากแฮ่กๆๆๆเสียงหอบหายใจดัง ขณะที่พระพายได้แต่มองเพดานสีขาวอย่างเหม่อลอยเมื่อสามีพาเธอแตะฝั่งฝันในที่สุด ทว่ายังไม่ได้พักเหนื่อย กลับถูกร่างหน้าสอดตัวเข้าไปกลางหว่างขา พร้อมกับสอดลำกายแข็งเข้ามาทีเดียวมิดลำทั้งที่เธอเพิ่งเสร็จไปเมื่อครู่“อื้
ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน ผู้คนภายในบ้านต่างหลับใหลกันจนหมด ยกเว้นร่างของสองชายหญิงที่กำลังนำพาความสุขให้ซึ่งกันและกัน เจ้าของร่างสูงทอดมองคนตัวเล็กที่กำลังนอนแผ่อยู่บนโซฟาอย่างหลงใหล สายตาของเขาไล่ขึ้นจากบริเวณต้นขานวลแล้วเลื่อนมาตรงอกใหญ่ที่กระเพื่อมไปตามจังหวะหายใจที่เริ่มหอบรัว“ร้ายนักนะเรา...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางมองชุดนอนบางเสียจนแทบจะปกปิดยอดปทุมถันสีหวานไว้ไม่มิด “ถ้าไม่ร้าย สามีก็ไม่รักสิคะ” ร่างบางแลบลิ้นออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อถูกจับได้ว่ามีแผนการร้าย ก่อนที่มือเล็กแสนซุกซนเลื่อนลงไปกุมส่วนแข็งขืนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นนั้นไว้เต็มมือ ลิ้นเล็กเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง แล้วช้อนตามองใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับกัดริมฝีปากล่างด้วยความหมั่นเขี้ยว“ซี้ดดด...อย่าเล่นหัวสิ”เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงกระเซ้า มองดูภรรยาตัวน้อยค่อยๆใช้นิ้วเกลี่ยที่บริเวณปลายหัวจนน้ำเสียวเลอะกางเกงนอนเป็นดวงกว้าง“ไม่ชอบเหรอคะ...แล้วถ้าทำแบบนี้ล่ะ?” ร่างบางเอ่ยถามเสียงหวาน ใช้มือรูดกางเกงขาสั้นของชายหนุ่มลงมากองที่เข่า จนลำกายใหญ่โผล่พ้นออกมาอวดสายตาพระพายถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จ
“คือ...น้องเพลินทะเลาะกับนอร์ทค่ะ” เรียวคิ้วสวยขมวดแน่น นึกถึงเด็กที่ชื่อนอร์ท คือเด็กผู้ชายที่เรียนอยู่ห้องเดียวกับน้องเพลิน“ทะเลาะกันเรื่องอะไรกันคะ พอจะเล่าให้แม่ฟังได้ไหมเอ่ย?” เธอถามกับลูกสาวตัวน้อย“กะ ก็...นอร์ทชอบล้อว่าเพลินอ้วนนี่คะ เป็นเด็กนิสัยไม่ดีเลย” เสียงเล็กตอบอุบอิบ พลางรู้สึกหงุดหงิดเมื่อนึกถึงเด็กชายที่ชอบมาหยิกแก้มเธออยู่เรื่อยพระพายพอจะเข้าใจความรู้สึกของลูกสาว ถึงน้องเพลินจะน่ารักแค่ไหนในสายตาเธอกับสามี แต่เพราะเป็นเด็กที่ชอบกินของอร่อย จึงโตเร็วกว่าเด็กคนอื่นไปมาก“งั้นพรุ่งนี้แม่ไปคุยกับคุณครู ให้ช่วยพูดกับน้องนอร์ทไม่ให้ล้อน้องเพลินดีกว่าไหมคะ” พระพายพยายามหาทางออกให้กับลูก เด็กน้อยพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ พร้อมกับตักอาหารเข้าปากต่อ การเป็นคุณแม่ทำให้พระพายออกมาจากเซฟโซนของตัวเองโดยสมบูรณ์แบบ สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้เธอกล้าที่จะปกป้องลูกด้วยวิธีของเธอเอง“เป็นอะไรหรือเปล่าพาย?”หลังจากที่คุณพ่อมือใหม่พาลูกน้อยที่อยู่อีกห้องหนึ่งเข้านอนเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับมายังห้องนั่งเล่น มองดูภรรยาที่กำลังจัดกระเป๋านักเรียนให้กับลูกอยู่เงียบๆ“เป็นอะไร
ห้าปีต่อมา...เด็กหญิงในชุดเอี๊ยมกระโปรงสีแดงสดใสมีลวดลายดอกไม้สีขาวตัดกัน ผมสีน้ำตาลเข้มได้แม่ถักเปียสองข้าง ใบหน้าจิ้มลิ้มแต้มสีระเรื่อดูสุขภาพดีราวกับผลมะเขือเทศ แพขนตางอนงามเน้นดวงตากลมให้ดูน่ารักอย่างกับตุ๊กตา ผิวขาวเพราะมีเชื้อสายอิตาลีมาจากผู้เป็นพ่อเสี้ยวหนึ่ง“พ่อจ๋า...ซาหวัดค่ะ” เสียงใสแจ๋วเดินมายังหน้าบ้าน ต้อนรับผู้เป็นพ่อที่เพิ่งจะกลับจากการทำงาน ไม่ลืมที่จะกระพุ่มมือไหว้สวยอย่างเช่นทุกครั้งร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรม ที่ครั้งหนึ่งเคยยอมผมสีเทา บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทรับกับใบหน้าคมคายที่ดูโตขึ้น เขาอ้าแขนกว้าง พร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดูลูกสาว“สวัสดีค่ะน้องเพลิน” เลโออุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาแนบอก ไม่ลืมที่จะกดหอมแก้มนิ่ม จนลูกสาวหัวเราะคิกคัก “ชอบคุณพ่อหอมแก้ม มันจักจี้ คิกๆๆ” ภาพของสองพ่อลูกรักกันทำเอาคนเป็นแม่ที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนถึงกับคลี่ยิ้มกว้างร่างบางผิวขาวผ่องดูสุขภาพดี เรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวถึงกลางหลังซึ่งตอนนี้ถักเปียยาว เผยให้เห็นใบหน้าใสไร้รอยสิวพระพายในวัยยี่สิบห้า หลังจากแต่งงานอยู่กินกับสามีอย่างเลโอ เธอผันตัวมาเป็นแม่
“กำลังทำอะไรอยู่เหรอพาย?”ชายหนุ่มเดินมาหาหญิงคนรักที่กำลังใช้ดินสอสเก็ตช์ภาพใครบางคนจากความทรงจำอยู่บนกระดาษแผ่นใหญ่“พายกำลังวาดรูปม๊าอยู่น่ะ” ร่างบางพูดตอบพร้อมกับคลี่ยิ้มบางหลังจากที่เคลียร์เรื่องคดีเสร็จเรียบร้อย เลโอก็พาพระพายขับรถมาทะเล ชายหาดส่วนตัวเดิมทีเคยเป็นของสหพิพัฒน์กุล ตอนนี้เปลี่ยนมือโดยเจ้าของไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นของร่างบางที่กำลังตั้งใจวาดรูปอยู่ขณะนี้“เมียใครเนี่ย...น่ารักจัง” ชายหนุ่มพูดขึ้น นั่งเท้าแขนมองหญิงคนรักไม่มีเบื่อ“เว่อร์?” คิ้วเรียวขมวดชนกัน ก่อนจะเอ่ย “เดี๋ยวอีกหน่อยก็เบื่อ”“พูดเองเออเองอีกแล้วนะ” พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปบีบจมูกเล็กเป็นการลงโทษ“จะ เจ็บนะ...เด็กบ้า!” เธอยกมือขึ้นมากุมจมูกของตัวเองไว้“ก็บีบให้เจ็บไง ชอบว่าคนอื่นบ้าดีนัก” ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนข้างแก้มนิ่มสัมผัสกับปลายจมูกโด่งของเขา“จะ จะทำอะไร”พระพายถามเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเนียนเห่อร้อนขึ้นมาทันที เธอพยายามถอยหนีแต่ติดที่แขนแกร่งดันโอบรัดเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย“ปล่อยนะ อายคนอื่นเขา” เธอพยายามมองว่ามีใครเดินผ่านมาตรงนี้หรือเปล่า“อายอะไร...ตอนนี้มีแต่เราสองคนนะพี่พาย” คำว่าพี่ท
เอี๊ยดดดดดด!เสียงล้อทั้งสี่ข้างขูดกับพื้นยางมะตอยจนเกิดรอยไหม้เป็นทางยาว ตามมาด้วยเสียงดังสนั่นลั่นทั่วทั้งมหาลัยโครมมมมมมม!รถกระบะคันใหญ่พุ่งชนกับเสาไฟฟ้าเข้าอย่างจังจนหน้ารถยับเยิน ก่อนตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของบรรดาเหล่านักศึกษาที่พบเห็นเหตุการณ์ โดยยังไม่ทราบว่ามีคนถูกรถชนหรือไม่ร่างเล็กหลับตาปี๋ ก่อนที่เปลือกตาสีไข่จะค่อยๆ ขยับลืมตามันเกิดอะไรขึ้น...นี่เธอถูกรถชนตายแล้วอย่างนั้นหรือ? ทว่าแรงรัดของอ้อมกอดอุ่น ทำให้รู้ว่าตอนนี้เธอยังมีชีวิตอยู่“ไม่เป็นอะไรนะพระพาย” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนในอ้อมกอด โชคดีที่เขาคว้าตัวร่างบางไว้ได้ ก่อนจะล้มลงใช้ตัวเองเป็นกำบังเพื่อไม่ให้อีกคนบาดเจ็บ“ละ เลือด...นายมีเลือดออกเลโอ!” น้ำสีแดงหนืดไหลออกมาจากขมับด้านขวา ถึงแผลจะเล็กน้อยแต่กลับทำให้คนตัวเล็กถึงกับน้ำตาคลอ“ฉันไม่เป็นไร” เขาตอบ พลางเอามือปัดเศษฝุ่นตามเนื้อตัวของหญิงคนรักออกไปด้วย“เป็นสิ ก็นายเลือดออก” พระพายพูดเสียงสั่น ภาพทับซ้อนของหลินทำเอาเธอถึงกับแพนิคจนมือไม้สั่นเทา“ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร มองหน้าฉันสิพาย” ฝ่ามือหนาจับใบหน้าเรียวให้สบตา และเขาปลอดภัยพระพายพยักหน้ารัวแล้วโผกอดร่างสูงจ







