Home / รักโบราณ / เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด / อาจิ้นสามีเจ้าถูกหมีตะปบ

Share

อาจิ้นสามีเจ้าถูกหมีตะปบ

Author: l3oonm@
last update Last Updated: 2026-02-07 01:19:45

รุ่งเช้า นางตื่นขึ้นมาก็พบดวงตาสองคู่ที่กำลังจ้องมองนางอยู่ พวกเขาตื่นกันนานแล้ว แต่ไม่กล้าที่จะปลุกท่านแม่ อีกทั้งอ้อมกอดของท่านแม่ก็อบอุ่นจนไม่อยากลุกจากที่นอน

“ตื่นกันนานแล้วหรือยัง” นางบิดขี้เกียจก่อนจะลุกขึ้น

“เพิ่งตื่นขอรับ” กงหนิงอวี่ร้องบอกเสียงใส

“ไปล้างหน้ากันก่อน ข้าจะไปเตรียมอาหารเช้า จะได้ออกไปด้านนอก”

เด็กทั้งสองลุกขึ้นเก็บผ้าห่ม ม่านม่านมองพวกเขาเก็บอย่างสนใจ หากอยู่ในยุคสมัยของนางเด็กห้าขวบคงยังมิรู้ความเช่นนี้ หากพวกเขาได้รับความรักจากผู้เป็นมารดาอย่างเต็มที่ ก็คงไม่ต้องโตเร็วกว่าอายุ

ทั้งสามกินข้าวอาบน้ำแล้วออกจากมิติ ออกมาได้เพียงไม่นาน เสียงโวยวายที่หน้าประตูเรือนก็ดังขึ้น

“พวกเจ้ารออยู่ในเรือน ข้าจะออกไปดูเสียหน่อย”

“ขอรับ/ขอรับ”

ม่านม่าน ยังเดินไม่ถึงหน้าประตูเรือน ประตูเรือนก็ถูกคนด้านนอกเปิดเข้ามาแล้ว คนนับสิบส่งเสียงดังจนจับใจความไม่ได้ มีคนเจ็บที่ถูกหามเข้ามาด้านใน ตรงหน้าอกของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเลือด ใบหน้าของเขาไร้สีเลือด มีเพียงหน้าอกที่ยังขยับอยู่เล็กน้อยที่บ่งบอกว่ายังมีลมหายใจอยู่

"อาม่าน อาจิ้นสามีเจ้าถูกหมีตะปบเข้าที่หน้าอกอาการมิสู้ดีนัก” บุรุษวัยกลางคนเดินเข้ามาหานางด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

“หืม...สามีข้า” นางเลิกคิ้วขึ้น ปรายตามองไปทางคนเจ็บเล็กน้อย เพื่อดูว่าเขามีหน้าตาเช่นใด “เหตุใดไม่พาไปหาหมอเล่า ข้ามิใช่หมอเสียหน่อย” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่ได้แสดงอาการแตกตื่นเมื่อเห็นกงเพ่ยจิ้นกลับมาด้วยสภาพใกล้ตาย

“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าบอกท่านแล้วว่านางใจดำเพียงใด ท่านเห็นหรือไม่ แม้แต่ความตายของอาจิ้นนางก็ไม่สนใจ ข้าจะไปตามเกวียนวัวมาพาอาจิ้นไปหาหมอในเมืองเอง” บุรุษหนุ่มชี้หน้าม่านม่านอย่างโกรธแค้น

“ข้าคิดว่านางเป็นภรรยาสมควรจะต้องรู้” หัวหน้าหมู่บ้านมองม่านม่านอย่างดูแคลน

“มีเพียงเกวียนวัวหรือ?” นางเลิกคิ้วขึ้นถาม

“เพ้ย...หมู่บ้านจนๆ เช่นนี้ มีเพียงเกวียนวัวก็ดีเพียงใดแล้ว อาหยุนเจ้าไม่ต้องฟังนางแล้ว รีบไปตามเกวียนลุงไฉมาเร็วเข้า” ชายที่ชี้หน้าด่าม่านม่านเมื่อครู่มีนามว่าอาหยุน เขารีบวิ่งออกจากเรือนไปทันที

เสียงโวยวายของชาวบ้านทำให้เด็กแฝดเดินมาแอบมองอย่างสนใจ เมื่อเห็นบิดานอนเจ็บอยู่บนแคร่ไม้ ทั้งสองก็ไม่สนใจคำสั่งของม่านม่านที่บอกให้รออยู่ในเรือน รีบวิ่งเข้ามาดูเข้าทันที

“ท่านพ่อ!!!” กงหนิงเจี้ยนร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง กงหนิงอวี่เองก็ไม่ต่างจากผู้เป็นพี่ชาย

พวกเขาจะเข้าไปสวมกอดกงเพ่ยจิ้น แต่ถูกม่านม่านดึงคอเสื้อของทั้งคู่เอาไว้

“หากเจ้าเข้าไปโดนตัวท่านพ่อ เขาจะยิ่งเจ็บหนัก” พอได้ยินว่าบิดาจะเจ็บมากกว่าเดิม ทั้งสองก็ยืนร้องไห้อยู่ด้านข้างแทน

ม่านม่าน เดินเข้าไปสำรวจบาดแผลของกงเพ่ยจิ้น นางกระชากเสื้อของเขาออกท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่มองมาที่นางอย่างตกใจ

“นะ นั่น นั่นเจ้าทำอันใด” บุรุษหนุ่มสองสามคนจะเข้ามาดึงตัวของม่านม่านออก

แต่พอจะจับที่แขนของนาง นางก็หันไปจ้องหน้าพวกเขานิ่งๆ แววตาของนางที่เย็นชาปล่อยไอสังหารออกมาโดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว ทำให้บุรุษทั้งสองที่จะเข้ามากระชากร่างของนางหยุดอยู่กับที่ด้วยความตกใจ

“โดนมากี่วันแล้ว” นางเงยหน้าขึ้นไปถามหัวหน้าหมู่บ้าน

บุรุษที่อยู่ด้านข้างนางเป็นผู้เอ่ยตอบแทน “สองวันแล้ว”

“หึ สองวัน...นับว่าดวงแข็งไม่น้อย เหตุใดถึงไม่ห้ามเลือดให้เขาก่อนเล่า หรือว่า...พวกเจ้าที่เป็นพรานเข้าป่าประจำทำไม่เป็น” นางกวาดสายตาไปมองพวกบุรุษรอบตัวอย่างรอคอยคำตอบ

“ขะ ข้า ข้าตกใจเกินไปจึงลืมเรื่องนี้” เดิมก็ไม่มีผู้ใดคิดว่ากงเพ่ยจิ้นจะอดทนมาได้ถึงวันนี้

“น่าขันเสียจริง”

“เจ้าเป็นสตรีอยู่กับเรือนจะรู้อันใด!!!” บุรุษอีกคนร้องโวยวายขึ้น

“อ้อ...แล้วบุรุษเช่นเจ้ารู้อันใดบ้างเล่า หากเขา...” นางชี้ไปที่กงเพ่ยจิ้น “ตายขึ้นมา คนที่ขึ้นเขาไปพร้อมกับเขาทั้งหมดจะต้องรับผิดชอบ ที่ทำให้บุตรชายของข้าสองคนต้องเสียน้ำตา” นางยิ้มเย็นออกมา

รอยยิ้มของม่านม่านทำให้บุรุษที่ขึ้นเขาไปพร้อมกับกงเพ่ยจิ้นถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มู่ลี่ม่านที่ปรากฏตัวด้านนอกน้อยครั้ง ไม่คิดว่ายามนี้นางจะดูน่าหวาดกลัวมากถึงเพียงนี้

เพียงไม่นานอาหยุนก็กลับมาพร้อมเกวียนวัว หัวหน้าหมู่บ้านจึงสั่งให้คนแบกกงเพ่ยจิ้นขึ้นไปวางไว้บนเกวียนวัว

“ท่านแม่ ข้าอยากไปกับท่านพ่อด้วย” กงหนิงเจี้ยนดึงแขนเสื้อของม่านม่าน

นางเม้มปากแน่น ด้วยรู้ดีว่าไปก็ไม่อาจช่วยเหลือสิ่งใดได้ ม่านม่านกำลังจะอ้าปากปฏิเสธกงหนิงอวี่ที่ยังคงสะอื้นไม่หยุดก็เดินเข้ามาดึงแขนอีกข้างของนาง

“ท่านแม่ ข้าจะไม่ร้องดูการ์ตูนอีกแล้วขอรับ ให้ข้าไปกับท่านพ่อด้วยนะขอรับ” เขาสะอื้นอย่างน่าสงสาร

สุดท้ายนางก็ทนการรบเร้าของทั้งสองไม่ได้ “เกวียนวัวพอให้ข้ากับลูกไปด้วยได้หรือไม่” นางหันไปถามอาหยุนที่พาตัวกงเพ่ยจิ้นขึ้นไปอยู่ด้านบนเรียบร้อยแล้ว

“เหอะ อยากไปก็ขึ้นมา แต่หากเจ้าทำให้พี่จิ้นตายระหว่างทาง ข้าจะฆ่าเจ้าแน่” เขาถลึงตามองนาง

“เขาไม่ตายด้วยน้ำมือข้าแน่ แต่เจ้า...ไม่แน่” ม่านม่านปรายตามองอาหยุนเล็กน้อย ด้วยรำคาญเสียงของเขา นางพาเด็กแฝดทั้งสองขึ้นไปนั่งด้านใน แล้วตามขึ้นไปนั่งด้วยอีกคน

พอด้านในมีสามคนแม่ลูกนั่งอยู่ และกงเพ่ยจิ้นนอนก็เกือบเต็มพื้นที่แล้ว คนที่จะไปด้วยอีกสองคนจึงต้องออกไปนั่งด้านหน้ากับคนขับแทน

ลุงไฉบังคับเกวียนวัวอย่างเร่งรีบเพื่อให้แข่งกับความตายของกงเพ่ยจิ้น ม่านม่านที่เพิ่งเคยนั่งเกวียนวัวเป็นครั้งแรกก็ต้องยึดเกาะผนังเกวียนเอาไว้แน่น ด้วยกลัวว่าจะไปกระแทกกับร่างของกงเพ่ยจิ้นเข้า

“ท่านแม่...ท่านช่วยท่านพ่อได้หรือไม่” กงหนิงเจี้ยนเงยหน้าขึ้นขอร้อง

มารดาเขาราวกับเทพธิดาที่มีข้าวของแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน นางอาจจะช่วยบิดาของเขาให้รอดพ้นจากความตายได้

ม่านม่านมองไปทางกงเพ่ยจิ้นอย่างชั่งใจ นางเรียกยาห้ามเลือดในห้องพักของนางออกมา แล้วฉีดเข้าไปที่แขนของกงเพ่ยจิ้น เลือดที่บาดแผลของเขาพอผ่านไปชั่วครู่ก็ค่อยๆ หยุดไหล

กงเพ่ยจิ้นที่คิดว่าไม่ได้สติ หรี่ตาขึ้นมามองเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่าตนเองไม่อาจรอดมาเจอพบเจอบุตรชายทั้งสองได้แล้ว คงเป็นเพราะความห่วงบุตรชายทั้งสอง ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นเช่นใดหากทิ้งให้อยู่กับมู่ลี่ม่านที่ไม่ไยดีพวกเขา ถึงได้แข็งใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ

เมื่อครู่เขาทันเห็นมู่ลี่ม่านใช้สิ่งของหน้าตาประหลาดทิ่มมาที่แขนของเขาแล้วรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ไม่รู้ว่านางกำลังทำสิ่งใด เขาไม่อาจเอ่ยถามออกมาได้ ด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยเต็มที

“ทนมาได้สองวัน ก็ต้องทนต่อไปได้ ใกล้จะถึงมือหมอแล้ว ข้าห้ามเลือดให้แล้ว หากปวดมากข้าจะให้ยา ต้องการหรือไม่” นางเห็นเปลือกตาของเขาขยับจึงรู้ว่าเขาคงรู้สึกตัวแล้ว

กงเพ่ยจิ้นไม่รู้ว่านางทำเช่นใดเลือดของเขาถึงได้หยุดไหล และนางก็คงช่วยให้เขาหายปวดได้ เขาจึงส่งเสียงออกมาเบาๆ “อืม”

ม่านม่านนางฉีดยาแก้ปวดอย่างแรงให้เขา จากนั้นไม่นานกงเพ่ยจิ้นก็หลับสนิทจนถึงโรงหมอ

เมื่อหมอเห็นสภาพของกงเพ่ยจิ้น เขาก็ส่ายหน้าเล็กน้อย “มาช้าเกินไป”

“ท่านหมอช่วยพี่ชายของข้าด้วย ท่านคิดค่ารักษาเท่าใด ข้าจะหามาให้ท่าน” อาหยุนคุกเข่าลงขอร้อง หากมิใช่ว่ากงเพ่ยจิ้นช่วยรับกรงเล็บหมีควายแทนเขา ก็คงไม่ต้องบาดเจ็บเช่นนี้

“เลือดหยุดไหลแล้ว ท่านรักษามิได้หรือ” ม่านม่านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางจ้องหน้าหมออย่างดุดัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   อาจิ้นสามีเจ้าถูกหมีตะปบ

    รุ่งเช้า นางตื่นขึ้นมาก็พบดวงตาสองคู่ที่กำลังจ้องมองนางอยู่ พวกเขาตื่นกันนานแล้ว แต่ไม่กล้าที่จะปลุกท่านแม่ อีกทั้งอ้อมกอดของท่านแม่ก็อบอุ่นจนไม่อยากลุกจากที่นอน“ตื่นกันนานแล้วหรือยัง” นางบิดขี้เกียจก่อนจะลุกขึ้น“เพิ่งตื่นขอรับ” กงหนิงอวี่ร้องบอกเสียงใส“ไปล้างหน้ากันก่อน ข้าจะไปเตรียมอาหารเช้า จะได้ออกไปด้านนอก”เด็กทั้งสองลุกขึ้นเก็บผ้าห่ม ม่านม่านมองพวกเขาเก็บอย่างสนใจ หากอยู่ในยุคสมัยของนางเด็กห้าขวบคงยังมิรู้ความเช่นนี้ หากพวกเขาได้รับความรักจากผู้เป็นมารดาอย่างเต็มที่ ก็คงไม่ต้องโตเร็วกว่าอายุทั้งสามกินข้าวอาบน้ำแล้วออกจากมิติ ออกมาได้เพียงไม่นาน เสียงโวยวายที่หน้าประตูเรือนก็ดังขึ้น“พวกเจ้ารออยู่ในเรือน ข้าจะออกไปดูเสียหน่อย”“ขอรับ/ขอรับ”ม่านม่าน ยังเดินไม่ถึงหน้าประตูเรือน ประตูเรือนก็ถูกคนด้านนอกเปิดเข้ามาแล้ว คนนับสิบส่งเสียงดังจนจับใจความไม่ได้ มีคนเจ็บที่ถูกหามเข้ามาด้านใน ตรงหน้าอกของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเลือด ใบหน้าของเขาไร้สีเลือด มีเพียงหน้าอกที่ยังขยับอยู่เล็กน้อยที่บ่งบอกว่ายังมีลมหายใจอยู่"อาม่าน อาจิ้นสามีเจ้าถูกหมีตะปบเข้าที่หน้าอกอาการมิสู้ดีนัก” บุรุษวัยกลาง

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   เริ่มก่อนได้เปรียบ

    ม่านม่านมองเขาแล้วถอนหายใจออกมา สภาพการเงินคงไม่ดี พวกเขาถึงได้กินวันละสองมื้อเท่านั้น “ต่อจากนี้ไปจะกินวันละสามมื้อ ออกไปเล่นเถิด อย่าให้ผู้ใดรังแกได้เล่า” เด็กทั้งสองวิ่งออกไปด้วยความยินดีม่านม่านนางจึงได้เก็บเสื้อผ้ากองโตเข้าไปในมิติ แล้วเข้าไปเก็บกวาดข้าวของภายในห้อง ของทั้งหมดแทบจะเรียกได้ว่ากลายเป็นขยะแล้วในสายตานาง นางจึงจัดการทิ้งทั้งหมดเสียแล้ว โดยรวบทั้งหมดไปโยนทิ้งในห้องเก็บฟืนด้านหลังเรือนแล้วนำที่นอน เครื่องนอน เครื่องเรือนภายในห้องพักออกมาจัดวางภายในห้องใหม่ทั้งหมด กว่านางจะทำความสะอาดทั้งในห้องและภายในเรือนเรียบร้อย ก็เกือบจะถึงมื้อกลางวันเสียแล้วเสียงร้องไห้ของกงหนิงอวี่ดังอยู่หน้าประตูเรือน ม่านม่านที่กำลังจะเดินเข้าห้องครัวก็รีบเปลี่ยนทิศเดินไปดูว่าเกิดเรื่องใดขึ้นเมื่อเปิดประตูออกไปมองก็เห็นกงหนิงเจี้ยนที่ใบหน้าบวมช้ำกับกงหนิงอวี่ที่เปื้อนไปด้วยโคลนกำลังร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่“โดนอะไรมา” นางกอดอกพิงประตูเรือนมองพวกเขา“ต้าเปียว ผลักข้าลงโคลน พี่ใหญ่เข้าไปช่วยเขาเลยตีพี่ใหญ่ขอรับ ฮึก....”แต่ก่อนที่ม่านม่านจะถามอะไรเพิ่มเติม เสียงของหญิงวัยกลางคนที่กำลังดุด่าเด

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   วันแรกก็วุ่นวายแล้ว

    น้อยครั้งนักที่ผู้เป็นมารดาสนใจเขา เขาเองที่โหยหาความรักความเอาใจใส่จากผู้เป็นมารดามาตลอดย่อมอยากจะใกล้ชิดและเอาใจม่านม่านนางหันไปเลิกคิ้วมองกงหนิงเจี้ยนที่ตอนนี้หลบสายตาจ้องมองออกไปทางด้านนอกแทนอย่างร้อนตัว นางจึงหันมาสนใจหน้าเตาแล้วเริ่มเป่าลมใส่ตามที่กงหนิงอวี่แนะนำแต่แทนที่มันจะติดไฟง่ายๆ อย่างที่คิด มันกลายเป็นควันไฟที่ลอยเต็มห้องครัว จนคนทั้งสามอยู่ด้านในไม่ไหว “แค่ก แค่ก” เสียงไอสำลักควันของสามแม่ลูกดังอยู่ที่หน้าห้องครัว“เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง...ว่าจุดไฟอย่างไร” ม่านม่านดึงคอเสื้อกงหนิงเจี้ยนจนขาเขาลอยขึ้นจากพื้น“ทุกครั้งข้าก็ทำเหมือนท่าน” เขาร้องเสียงหลงตกใจ ไม่คิดว่าม่านม่านจะยกตัวเขาลอยได้“ท่านแม่...ปล่อยพี่ใหญ่เถิดขอรับ เขามิได้หลอกท่าน ทุกครั้งพี่ใหญ่ก็เป่าเช่นที่ท่านแม่ทำจริงๆ ขอรับ” กงหนิงอวี่ดึงแขนเสื้อของม่านม่านเพื่อขอร้องให้นางยอมปล่อยตัวพี่ชายของตนงานที่นางทำไม่เคยต้องเข้าใกล้เด็กน้อย ทั้งยังไม่รู้วิธีที่จะใกล้ชิดเด็กด้วย แต่นางก็ยอมปล่อยมือออกจากคอเสื้อของกงหนิงเจี้ยน แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ถ้ามีไฟแช็กก็คงดี” นางคิดถึงไฟแช็กที่อยู่ภายในห้องพักของตนเองแต่สิ

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   นางยังไม่ตาย

    ไอสังหารแผ่ออกมาจากร่างที่นอนนิ่งอยู่บนที่เตียงไม้เนื้อแข็ง ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วรอบตัวอย่างสับสน กลิ่นเหม็นหืน กลิ่นเชื้อราลอยเข้าจมูกจนต้องนิ่วหน้าด้วยความสะอิดสะเอียนอยากจะอาเจียนออกมา“ท่านพี่...ฮึก...ท่านแม่ ตายแล้วหรือ ท่านฆ่านางจริงหรือ” เสียงของเด็กน้อยดังวนอยู่ข้างหูจนนางต้องหันไปมอง“ข้าไม่ได้ฆ่านาง และนางก็ยังไม่ตาย”ม่านม่าน มองเด็กผู้ชายฝาแฝดตรงหน้าวัยห้าหนาวด้วยความมึนงง ก่อนจะยื่นมือไปบีบคอเด็กคนที่ใกล้มือนางมากที่สุด “ใครส่งแกมา”“อ๊ากกกก ท่านพี่ช่วยข้าด้วย” เรี่ยวแรงของม่านม่านมีไม่มากนัก“ปล่อย!!! อวี่เออร์นะ หญิงชั่ว” เด็กแฝดคนพี่หยิบของใกล้มือตีไปที่มือของม่านม่านเต็มแรง แต่แรงเด็กจะมากเพียงใด ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้น้องชายของเขาหลุดออกจากการเกาะกุมของม่านม่านมาได้ม่านม่าน ชันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก นางในตอนนี้ยังไม่เข้าใจว่าร่างกายของนางเป็นอันใด หรือว่าจะถูกพิษสลายเรี่ยวแรงที่นางเป็นผู้สร้างขึ้นมา หากเป็นเช่นนั้น นางจะต้องขยับร่างกายไม่ได้ต่างหากเล่าเด็กแฝดคนพี่ดันตัวเด็กแฝดคนน้องไปอยู่ด้านหลัง ไม้ในมือยังชี้มาทางม่านม่านอย่างระวังตัว“หึ จะทำอะไรฉันได้” น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status