แชร์

เริ่มก่อนได้เปรียบ

ผู้เขียน: l3oonm@
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-07 01:19:03

ม่านม่านมองเขาแล้วถอนหายใจออกมา สภาพการเงินคงไม่ดี พวกเขาถึงได้กินวันละสองมื้อเท่านั้น “ต่อจากนี้ไปจะกินวันละสามมื้อ ออกไปเล่นเถิด อย่าให้ผู้ใดรังแกได้เล่า” เด็กทั้งสองวิ่งออกไปด้วยความยินดี

ม่านม่านนางจึงได้เก็บเสื้อผ้ากองโตเข้าไปในมิติ แล้วเข้าไปเก็บกวาดข้าวของภายในห้อง ของทั้งหมดแทบจะเรียกได้ว่ากลายเป็นขยะแล้วในสายตานาง นางจึงจัดการทิ้งทั้งหมดเสียแล้ว โดยรวบทั้งหมดไปโยนทิ้งในห้องเก็บฟืนด้านหลังเรือน

แล้วนำที่นอน เครื่องนอน เครื่องเรือนภายในห้องพักออกมาจัดวางภายในห้องใหม่ทั้งหมด กว่านางจะทำความสะอาดทั้งในห้องและภายในเรือนเรียบร้อย ก็เกือบจะถึงมื้อกลางวันเสียแล้ว

เสียงร้องไห้ของกงหนิงอวี่ดังอยู่หน้าประตูเรือน ม่านม่านที่กำลังจะเดินเข้าห้องครัวก็รีบเปลี่ยนทิศเดินไปดูว่าเกิดเรื่องใดขึ้น

เมื่อเปิดประตูออกไปมองก็เห็นกงหนิงเจี้ยนที่ใบหน้าบวมช้ำกับกงหนิงอวี่ที่เปื้อนไปด้วยโคลนกำลังร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่

“โดนอะไรมา” นางกอดอกพิงประตูเรือนมองพวกเขา

“ต้าเปียว ผลักข้าลงโคลน พี่ใหญ่เข้าไปช่วยเขาเลยตีพี่ใหญ่ขอรับ ฮึก....”

แต่ก่อนที่ม่านม่านจะถามอะไรเพิ่มเติม เสียงของหญิงวัยกลางคนที่กำลังดุด่าเด็กชายด้านข้างก็เรียกความสนใจของนางเสียก่อน

“มู่ซื่อ ต้าเปียวของข้ามิได้ตั้งใจจะทำร้ายบุตรชายของเจ้า หวังว่า...” นางยังไม่ทันพูดจบ ต้าเปียวที่ดวงตาแดงก่ำก็ตะโกนขัดขึ้นมาเสียก่อน

“พวกเขาว่าข้าตัวเหม็น เหตุใดข้าจะตีพวกเขาไม่ได้”

“ก็เจ้าไม่อาบน้ำ ท่านแม่ข้าบอกแล้ว เด็กคนไหนที่ไม่อาบน้ำตัวจะเหม็น แล้วข้าพูดอะไรผิด” กงหนิงอวี่ถลึงตากลับอย่างไม่ยอม

ม่านม่านเริ่มจะปวดหัวเสียแล้ว นางไม่เคยห้ามเด็กไม่ให้ตีกันมาก่อน ได้แต่ส่งเสียงเรียกบุตรชายทั้งสองคนให้มายืนข้างนาง

“อวี่เออร์ เจ้าผิดที่ไปว่าต้าเปียวว่าตัวเหม็น ต้าเปียว...จะผลักเจ้าลงโคลนก็ถูกแล้ว เจี้ยนเออร์เจ้าเก่งมากที่ปกป้องน้องของเจ้า แล้วเจ้าสู้ได้หรือไม่”

มารดาของต้าเปียวอ้าปากค้างที่เห็นม่านม่านนางสั่งสอนบุตรเช่นนี้

“สู้ไม่ได้ เขาตัวใหญ่กว่าข้า แต่ข้าก็ได้ตีเขาไปก่อนหนึ่งที”

“ดี เริ่มก่อนได้เปรียบ แต่จำไว้ เจ้าตัวเล็กกว่ามิใช่จะสู้ไม่ได้ ต่อไปข้าจะสอนเจ้าเอง แม่ต้าเปียวเอาเป็นว่าเรื่องเด็กตีกัน เป็นเรื่องเล็กน้อย ข้าไม่เอาความ แต่ว่า...ต้าเปียวเจ้าอาบน้ำบ่อยๆ ก็ดี พวกเจ้าเข้าเรือนได้แล้ว ไปอาบน้ำใหม่เดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าไม่ให้กินข้าวแน่ เหม็นชะมัด” ม่านม่านพาเด็กทั้งสองเข้าเรือน ทิ้งให้ต้าเปียวกับมารดายืนอ้าปากตาค้างอยู่ที่หน้าประตู

“ท่านแม่ น้ำในโอ่งหมดแล้วขอรับ” กงหนิงอวี่เดินคอตกกลับมา เขาคงอดกินข้าวกลางวันเสียแล้ว

“มานี่...ต่อไปนี้สิ่งที่พวกเจ้าเห็นห้ามนำไปพูดที่ใด แม้แต่ท่านพ่อของเจ้าก็ด้วย เข้าใจหรือไม่” นางมองสองพี่น้องอย่างข่มขู่

เด็กทั้งสองเห็นความเก่งการของท่านแม่ที่หน้าประตูเรือนเมื่อครู่แล้ว อีกทั้งม่านม่านนางยังพูดว่าจะสอนให้กงหนิงเจี้ยนต่อสู้เป็นเขาเลยเชื่อฟังนางเป็นพิเศษ เมื่อเห็นเด็กทั้งสองพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ม่านม่านจึงพาทั้งสองเข้าไปในมิติ

เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงตรงหน้า ที่ไม่ใช่เรือนที่ตนอยู่เมื่อครู่ สองพี่น้องก็ร้องโวยวายออกมาเสียงดัง

“เงียบ!!! แล้วตามข้ามา” ม่านม่านตวาดเสียงดัง จนพวกเขาต้องกลืนเสียงร้องลงท้องไป

สายตาเด็กแฝดกวาดมองไปยังรอบข้างอย่างสนใจ พร้อมทั้งเดินตามม่านม่านไปอย่างว่าง่าย นางพาเด็กทั้งสองไปที่ห้องอาบน้ำ เปิดน้ำใส่ในอ่างเพื่อให้พวกเขาเล่นกันอย่างเต็มที่

“อวี่เออร์มานี่ก่อน” นางลากตัวกงหนิงอวี่ที่เปื้อนโคลนไปทั้งตัว มาล้างคราบดินโคลนออกก่อนที่จะให้เขาลงไปเล่นน้ำในอ่าง

“ข้าจะไปทำอาหาร พวกเจ้ารีบเล่นรีบขึ้นเล่า”

“ขอรับท่านแม่/ขอรับท่านแม่” แม้แต่กงหนิงเจี้ยนก็ตอบรับเสียงใส

ม่านม่านกดยิ้มที่มุมปาก เพียงแค่นี้ก็ทำให้เด็กทั้งสองเชื่อฟังได้แล้ว

เด็กแฝดทั้งสองว่าง่ายยิ่งนัก พวกเขาเล่นน้ำกันเพียงไม่นานก็ขึ้นมาเช็ดตัวแล้วใช้ผ้าขนหนูพันตัวลวกๆ ก่อนจะเดินไปหาม่านม่านที่ห้องครัว

“พวกเจ้า ฮ่า ฮ่า” เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีของสองชีวิตที่นางหัวเราะออกมาเสียงดังเช่นนี้ เมื่อเห็นฝาแฝดพันผ้าขนหนู แล้วใช้มือยึดจับปิดส่วนสงวนเอาไว้ค่อยๆ เดินมาหานางด้วยกลัวว่ามันจะหลุดออกมา

ม่านม่านจึงเดินเข้าไปหาพวกเขาแล้วช่วยพันเสียใหม่ “เสื้อผ้าของพวกเจ้ากำลังซักอยู่ ใช้ผ้าขนหนูห่อตัวไปก่อน ข้าวใกล้เสร็จแล้ว พวกเจ้าไปนั่งรอกันก่อน” นางพาทั้งสองเดินไปนั่งรอที่โซฟา แล้วยังเปิดการ์ตูนให้พวกเขาดูฆ่าเวลาอีกด้วย

สองฝาแฝดที่ไม่เคยเห็นโทรทัศน์ ทั้งยังมีรูปภาพเคลื่อนไหวได้ ต่างก็นั่งนิ่งมองด้วยความสนใจ การ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา เรียกความสนใจจากสองพี่น้องเอาไว้ได้มากนัก

ตอนที่ม่านม่านนางยกอาหารมาวางที่โต๊ะร้องเรียกให้พวกเขามากินข้าว สายตาของเด็กทั้งสองยังคงมองจ้องที่โทรทัศน์ไม่ละสายตาจนเดินมาถึงโต๊ะอาหาร

“หากพวกเจ้าเป็นเด็กดี ข้าจะให้พวกเจ้าดูอีก”

“จริงหรือขอรับ อวี่เออร์เป็นเด็กดีมากท่านแม่” กงหนิงอวี่กอดแขนม่านม่านเอาไว้แน่น

“ข้า ข้าเองก็จะเป็นเด็กดีกับท่านแม่” กงหนิงเจี้ยนก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ก่อนหน้านี้เขาต่อว่ามารดาหลายหน ไม่รู้ว่านางจะยังโกรธอยู่หรือไม่

“ดีมาก หากคืนนี้พ่อเจ้ายังไม่กลับ พวกเราจะเข้ามาในนี้กันใหม่ ตอนนี้รีบกินข้าวเสียก่อน จะได้ออกไปรอพ่อเจ้าด้านนอก”

เป็นครั้งแรกที่สองฝาแฝดไม่อยากให้บิดากลับมาที่เรือนเร็วนัก ด้วยต้องการกลับเข้ามาดูการ์ตูนที่ยังดูค้างเอาไว้ต่อ

หลังจากที่ทั้งสามกินข้าวเสร็จก็ออกไปด้านนอกเพื่อรอกงเพ่ยจิ้นออกมาจากป่า แต่รอจนฟ้ามืดก็ยังไม่เห็นเขากลับมา สองแฝดก็รบเร้าให้ม่านม่านพาพวกเขาเข้าไปดูการ์ตูน นางจึงได้พาทั้งสองเข้าไปนอนด้านใน

“ดูได้แค่ตอนเดียว หากจบแล้วพวกเจ้าต้องเข้านอน หากไม่เชื่อข้า ต่อไปพวกเจ้าอย่าหวังว่าจะได้ดูอีก” ทั้งสองพยักหน้าราวกับไก่จิก

ม่านม่านไปเทนมมาให้พวกเขาคนละแก้ว ก่อนจะทิ้งพวกเขาให้นั่งดูการ์ตูนต่อไปนาง ส่วนนางเข้าไปจัดเตรียมที่นอนให้ฝาแฝดทั้งสองคน ภายในห้องพักของนางมีเพียงห้องนอนเพียงห้องเดียว จึงต้องให้พวกเขานอนด้วยกันกับนาง

“ท่านแม่ จบแล้วขอรับ” กงหนิงอวี่เดินขยี้ตาเข้ามาภายในห้องนอน

“ปิดเรียบร้อยแล้วหรือยัง” นางสอนให้พวกเขาปิดเปิดโทรทัศน์ไปแล้ว

“ปิดแล้วขอรับ” กงหนิงเจี้ยนปิดปากหาว

“ไปแปรงฟันเสียก่อน”

ทั้งสองง่วงจนไม่อยากจะไปแปรงฟัน แต่ยังเชื่อฟังคำพูดของม่านม่าน นางอดเห็นใจที่พวกเขาเป็นเด็กดีเช่นนี้ไม่ได้ จึงเข้าไปภายในห้องน้ำแล้วช่วยแปรงฟันให้ทีละคน ก่อนจะพาออกมาขึ้นเตียงนอน

เป็นครั้งแรกของม่านม่านเลยก็ว่าได้ ที่ต้องนอนร่วมกับเด็กแบบนี้ ฝาแฝดทั้งสองนอนอยู่ด้านข้างของนาง ต่างก็ซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นมารดา ที่แทบจะไม่เคยได้นอนด้วยเลยสักครั้ง กลิ่นกายของมารดาที่โหยหามานาน เมื่อสูดดมเพียงครู่เดียว ทั้งสองก็หลับสนิทไปทันที

ต่างจากม่านม่านที่ยังคงนอนเม้มปากแน่น ช่างไม่ชินเอาเสียเลย นางมองหน้าทั้งสองคนสลับไปมา “คงเป็นกรรมที่ฆ่าคนมาไม่น้อย ถึงต้องมาชดใช้ให้พวกเจ้าสองคนเช่นนี้” นางถอนหายใจออกมา ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็เข้าร่วมไปเสียเลย เด็กทั้งสองก็มิได้สั่งสอนไม่ได้สักหน่อย นางดึงตัวพวกเขาเข้ามาในอ้อมแขนแล้วหลับตามเด็กทั้งสองไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   ตอนจบ

    เถียนเฉียวเป็นอีกคนที่ยินดีไม่ต่างจากบิดา เขารู้สึกผูกพันกับพี่ชายคนใหม่ของเขา และเด็กแฝดทั้งสองที่ยังไม่เกิดมา ถึงกับตั้งตารอ และเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ หากหลานแฝดถึงวัยเรียนตำรา ข้าขอสอนเขาเองนะขอรับ”“หึหึ ย่อมได้” กงเพ่ยจิ้นยิ้มอย่างยินดี ทุกสิ่งดูเหมือนจะเริ่มกลับเข้าทีอย่างช้าๆ ทุกคนได้กลับมานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันอีกครั้งระหว่างที่ทุกคนกำลังกินอาหารและพูดคุยอย่างสนุกสนาน ม่านม่านที่กำลังกินข้าวฝีมือจินซื่อก็เกิดเจ็บท้องขึ้นมา“เอ๊ะ!!! ข้าว่า...ข้าจะคลอดแล้วเจ้าค่ะ” นางก้มมองที่หว่างขาของตนเอง ก็เห็นว่าน้ำคร่ำแตกเสียแล้วทั้งจวนวุ่นวายกัน วิ่งกันแตกตื่น คนที่มีหน้าที่ตามหมอ ก็ดูเหมือนจะลืมไปหมด แม้แต่หมอตำแยที่มาร่วมดื่มในงานเลี้ยงด้วย ก็ลืมตัวไปเลยว่าตนเองเป็นหมอตำแย ต่างก็ช่วยกันวิ่งตามหาหมอตำแยให้วุ่น“ก็พวกเจ้าอย่างไรเล่าที่เป็นหมอตำแย!!!” อาสือแทบจะลากคอเสื้อของหมอตำแยทั้งสามโยนเข้าไปในห้องคลอดม่านม่านนางถูกพาเข้าไปอยู่ภายในห้องรอคลอด ด้านในมีจินซื่อที่เข้าไปอยู่ดูแลไม่ห่าง และยังมีป้าเหยาที่รอรับเด็กที่จะเกิดมาหน้าห้องรอคลอดมิได้มีเพียงกงเพ่ยจิ้นเท่านั้นที่กระวนกระวายใจ บุรุษต

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   อย่างไรเจ้าก็เป็นน้องสาวของข้า

    ม่านม่านนางพักอยู่ที่จวนตระกูลหวงหลายวันก่อนจะยอมกลับจวนของนาง กงเพ่ยจิ้นกลับไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว นางเองก็เอาแต่นอนพักอยู่ภายในเรือน งานในร้านค้าก็ไม่มีอะไรที่ต้องจัดการ ด้วยอาเว่ย อาโหยว่ อาจื่อ ล้วนทำได้ดีตระกูลตู้ที่ประกาศเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวออกไปแล้ว ก็เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมา จางซื่อยังไม่ทันได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นฮูหยินเอกเลย ก็มีข่าวลือว่านางเคยเป็นนางโลมเก่า และมีบุรุษที่เคยซื้อค่ำคืนของนางออกมาประกาศเรื่องที่เป็นบิดาของตู้ลี่เจียว หากมีเพียงคนเดียวตู้หยางก็คงจะจัดการผิดกลบเกลื่อนไปได้ แต่มีถึงห้าคนที่ออกมาเรียกร้องว่าตนเป็นบิดาของตู้ลี่เจียวตู้หยางไม่อาจรับคำนินทาที่ว่าเขาถูกสวมหมวกเขียวได้ ถึงได้ออกมาประกาศว่า ตนถูกจางซื่อวางยาและบอกว่าเด็กในท้องเป็นบุตรของเขา หลอกลวงเขามาหลายปี การแสดงร้องไห้คร่ำครวญที่น่าสงสาร ทำให้คนหลงเชื่อไม่น้อยจางซื่อที่ทนรับความผิดและชื่อเสียงที่ย่อยยับเอาไว้เพียงลำพังไม่ได้ ก็ประกาศไปทั่ว ว่าตู้หยางเป็นบุรุษหน้าเนื้อใจเสือ โหดเหี้ยมยอมสละบุตรสาวแท้ๆ ของตนเองเพื่อผลประโยชน์ทำให้ตู้หยางต้องส่งคนไปรับตู้ลี่ม่านกลับมายืนยันว่าเรื่องไม่ได้เป็นที่นางจา

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   เป็นข้าที่บังคับเขาเอง

    บุรุษตระกูลหวงทั้งสาม เมื่อลากม่านม่านมาถึงเรือนของนางแล้ว ต่างก็มองนางกันอย่างมีคำถาม“ข้าพูดเรื่องจริงท่านพี่ ต่อให้ท่านไม่เห็นด้วย ข้าก็จะแต่งกับพี่จิ้น ข้าซื้อเรือนเอาไว้แล้ว”“เจ้าวางแผนทั้งหมดโดยไม่บอกพวกข้าหรือ” หวงเหลียงโมโหไม่น้อยที่นางปิดบังเขา“ข้าบอกพวกท่านมาตลอด แต่พวกท่านฟังข้าหรือไม่เล่า”“น้องเล็กการแต่งงานของเจ้ามิใช่ว่าพวกพี่มีสิทธิ์ตัดสินใจ เจ้าเองเป็นท่านหญิงที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง และยังเป็นน้องสาวบุญธรรมของหนิงอ๋อง เจ้าต้องให้หนิงอ๋องพยักหน้ายินยอมเสียก่อน” หวงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง“มันจะไปยากอันใด ข้าจัดการเอง ท่านพี่พวกท่านเชื่อข้า พี่จิ้นจะไม่มีวันทำให้ข้าเสียใจ พวกท่านก็รู้หากมีวันนั้นชะตาของเขาคงขาด” ตอนนี้ทั้งสามเริ่มจะนึกเห็นใจกงเพ่ยจิ้นเสียแล้วเมื่อครู่ที่ม่านม่านนางเหมือนจะเป็นลมนางไม่ได้แกล้ง แต่เพียงแค่นางไม่อยากให้พี่ชายและคนอื่นในจวนตกใจเท่านั้น จึงได้เก็บเงียบเอาไว้วันต่อมา กงเพ่ยจิ้นก็ขอเข้าพบหนิงอ๋องทันที ในตอนแรกหนิงอ๋องก็ชั่งใจไม่น้อย ด้วยเพิ่งจะเคยพบกงเพ่ยจิ้นเป็นครั้งแรก แต่พอกงเพ่ยจิ้นยื่นสิ่งหนึ่งให้หนิงอ๋องเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที“ม

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   ต้องรับผิดชอบข้าแล้ว

    กงเพ่ยจิ้นที่รออยู่ในห้องที่ถูกจัดฉากเอาไว้ พอสาวใช้พาตัวตู้ลี่ม่านมา เขาก็ให้คนของเขาจัดการทำให้นางหมดสติแล้วลากไปซ่อนตัวเอาไว้ ที่ห้องโถง เกาตงหยวนที่ยังคงนั่งพูดคุยกับตู้ลี่เจียว ไม่นานก็หมดสติไป เป็นกงเพ่ยจิ้นที่ได้ยาสลบชนิดเบามาจากม่านม่าน นำมาใช้กับคนทั้งสองพอพาทั้งสองเข้าไปอยู่ในห้องที่เตรียมเอาไว้ให้กงเพ่ยจิ้นและตู้ลี่ม่านแล้ว ยาสลบก็ไม่อาจต้านทานยากำหนัดชนิดรุนแรงได้ ร่างของคนทั้งสองเริ่มได้สติ ไฟราคะภายในห้องก็ดังขึ้น เสียงครางหวานและเสียงคำรามอย่างพอใจของทั้งสองดังออกมา จนสาวใช้ที่ผ่านไปผ่านมาต้องรีบนำเรื่องไปรายงานที่เรือนหลัก ตู้หยางกับจางซื่อเมื่อรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้คิดที่จะรีบร้อนไปดู ด้วยต้องการทำให้ทั้งคู่กลายเป็นข้าวสุกเสียก่อน“ข้ายอมสละอาม่านแล้ว เจ้าต้องให้เจียวเจียวทำให้อาหยวนเร่งจัดการเรื่องการค้าให้ข้า”“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” จางซื่อยิ้มหวานให้ตู้หยาง “ท่านอย่าลืมมอบตำแหน่งฮูหยินเอกให้ข้านะเจ้าคะ”“หึหึ ย่อมได้” ทั้งสองหัวเราะกันอย่างมีความสุข แต่ไม่รู้เลยว่าแผนการจะไม่เป็นไปตามที่หวังเมื่อตู้หยางกับจางซื่อไปถึงที่เรือนเกิดเหตุ กลายเป็นว่าบุรุษและสตรีในห้

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   ข้าเตือนท่านแล้วนะ

    ภายในห้องทำงานถูกกงเพ่ยจิ้นและม่านม่าน ทำให้ข้าวของเละเทะไปหมด ร่างเปลือยเปล่าของม่านม่านถูกจับหันหลังพิงอยู่กับผนัง ด้านหลังมีกงเพ่ยจิ้นที่ตั้งใจทำลูกอย่างที่เขาว่าเอาไว้จริงๆนางหันมามองเขาอย่างอ้อนวอน “อาจิ้น...ข้าต้องกลับแล้ว” นางไม่อยากล้มป่วยเช่นในครั้งที่แล้ว“ใกล้แล้ว...ม่านม่าน อื้มมมมม” เขาคำรามออกมาอย่างพอใจกงเพ่ยจิ้นยอมปล่อยม่านม่านอย่างว่าง่าย ด้วยรู้ดีว่าร่างกายของนางตอนนี้ยังไม่สมควรจะมีบุตร แม้ในตอนนั้นตู้ลี่ม่านจะมีกงหนิงเจี้ยนและกงหนิงอวี่ตอนอายุใกล้เคียงกับนางในตอนนี้ก็ตาม แต่ในภายหลังตู้ลี่ม่านก็ร่างกายอ่อนแอไม่น้อยเลยเขาเชื่อว่าอย่างไรบุตรชายทั้งสองจะต้องกลับมาอยู่กับเขาและม่านม่านอีกครั้ง อีกอย่างยังไม่ได้แต่งนาง ไม่ควรจะให้นางตั้งครรภ์เสียก่อนแต่กงเพ่ยจิ้นคงลืมนึกไป ว่าเขาปล่อยน้ำรักในร่างของกายของทุกหยาดหยด ม่านม่านกลับมาถึงเรือนพักนางก็หลับเป็นตาย รุ่งเช้านางจึงตื่นสายกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อพี่ชายทั้งสามของนางมาดูนางที่เรือนพัก เห็นว่านางไม่ได้ล้มป่วย เพียงแต่โหมงานหนักมาหลายวันเท่านั้นจึงปล่อยให้นางพักผ่อน และสั่งงานให้ทุกคนทำแทนหลังจากวันนั้น ม่านม่านนางก

  • เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด   คนของนางกลับมาทั้งหมด

    นายหน้าค้าทาสได้ยินนางอ้างถึงท่านอ๋อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่านอ๋องคนใด ในเมื่อหนิงอ๋องประกาศออกมาเองว่านางเป็นน้องสาวบุญธรรม ตระกูลตู้จะนับเป็นอันใดได้ เขาเองก็ไม่อยากมีปัญหากับตำหนักหนิงอ๋องม่านม่านนางจึงได้ตัวสองคนกลับมาโดยง่าย พอกำลังจะหมุนตัวกลับ นางก็พบกลุ่มคนที่กำลังถูกต้อนเข้ามาในโรงค้าทาส“ข้าซื้อเจ็ดคนนั้นด้วย” นางไม่รู้ว่าเหตุใดทั้งหมดถึงมารวมตัวกันได้ แต่นับเป็นเรื่องดีที่นางไม่ต้องวุ่นวายย้อนกลับไปซีซวงในอีกห้าปีข้างหน้า เพื่อซื้อคนของตนกลับมาทั้งหมดอาซือ อาอู่ อาลิ่ว อาชี อาปา อาจิ่ว อาซือ คือคนในสำนักคุมกันที่ถูกทางการตัดสินให้กลายมาเป็นทาส ภายหลังพวกเขาอยู่ในโรงค้าทาสในเมืองหลวง หลายปีก็ไม่มีผู้ใดกล้าซื้อ ด้วยไม่อยากมีปัญหากับขุนนางที่ลงดาบกับสำนักคุ้มกัน จึงถูกส่งตัวต่อไปยังโรงค้าทาสที่ซีซวงม่านม่านนางพาทุกคนกลับมาที่จวน แล้วตั้งชื่อให้พวกเขาเช่นเดิม งานที่นางให้ทำก็คงเป็นงานดเม อาโหยว่และอาจื่อ เตรียมตัวไปเป็นหลงจู๊ของร้านค้าที่ยังไม่ได้เปิด คนที่เหลือนางให้เป็นองครักษ์ส่วนตัวของพี่ชายนางทั้งสามคน ส่วนอาสือนางให้อยู่ข้างกายของนางตอนนี้ในเรือนของนางจึงอัดแน่นไปด้วยบุ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status