FAZER LOGINน้อยครั้งนักที่ผู้เป็นมารดาสนใจเขา เขาเองที่โหยหาความรักความเอาใจใส่จากผู้เป็นมารดามาตลอดย่อมอยากจะใกล้ชิดและเอาใจม่านม่าน
นางหันไปเลิกคิ้วมองกงหนิงเจี้ยนที่ตอนนี้หลบสายตาจ้องมองออกไปทางด้านนอกแทนอย่างร้อนตัว นางจึงหันมาสนใจหน้าเตาแล้วเริ่มเป่าลมใส่ตามที่กงหนิงอวี่แนะนำ
แต่แทนที่มันจะติดไฟง่ายๆ อย่างที่คิด มันกลายเป็นควันไฟที่ลอยเต็มห้องครัว จนคนทั้งสามอยู่ด้านในไม่ไหว “แค่ก แค่ก” เสียงไอสำลักควันของสามแม่ลูกดังอยู่ที่หน้าห้องครัว
“เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง...ว่าจุดไฟอย่างไร” ม่านม่านดึงคอเสื้อกงหนิงเจี้ยนจนขาเขาลอยขึ้นจากพื้น
“ทุกครั้งข้าก็ทำเหมือนท่าน” เขาร้องเสียงหลงตกใจ ไม่คิดว่าม่านม่านจะยกตัวเขาลอยได้
“ท่านแม่...ปล่อยพี่ใหญ่เถิดขอรับ เขามิได้หลอกท่าน ทุกครั้งพี่ใหญ่ก็เป่าเช่นที่ท่านแม่ทำจริงๆ ขอรับ” กงหนิงอวี่ดึงแขนเสื้อของม่านม่านเพื่อขอร้องให้นางยอมปล่อยตัวพี่ชายของตน
งานที่นางทำไม่เคยต้องเข้าใกล้เด็กน้อย ทั้งยังไม่รู้วิธีที่จะใกล้ชิดเด็กด้วย แต่นางก็ยอมปล่อยมือออกจากคอเสื้อของกงหนิงเจี้ยน แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ถ้ามีไฟแช็กก็คงดี” นางคิดถึงไฟแช็กที่อยู่ภายในห้องพักของตนเอง
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อไฟแช็กที่นางนึกถึงมันปรากฏอยู่ในมือของนาง พอนางแบมือออกดูก็ต้องตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง
“นะ นั่น นั่นคืออะไร” กงหนิงอวี่ร้องออกมาเสียงดัง เมื่อมีสิ่งของหน้าตาประหลาดปรากฏขึ้นมาในมือของมารดา
“ที่จุดไฟ” นางบอกเสียงเรียบด้วยไม่คิดจะอธิบายเรื่องประหลาดให้เด็กทั้งสองที่ยังเล็กเข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าไปจุดไฟในห้องครัว ที่ตอนนี้ควันด้านในเริ่มหายไปจนสิ้นแล้ว
หากไฟแช็กที่อยู่ภายในห้องพักสามารถเรียกออกมาได้ เช่นนั้นของอย่างอื่นก็คงเรียกออกมาได้ นางจึงเรียกเครื่องปรุงออกมา ก็พบว่ามันถูกจัดวางอยู่ภายในห้องครัวอย่างเป็นระเบียบ จากนั้น เนื้อสัตว์ ผัก วัตถุดิบอย่างอื่นก็เริ่มปรากฏขึ้นมา ท่ามกลางสายตาของเด็กน้อยสองคู่ที่อ้าปากกว้างอย่างตื่นตระหนก
“อาบน้ำกันเองได้หรือไม่” ม่านม่านที่กำลังทำอาหารอยู่หันไปมองสภาพเด็กน้อยสองคนที่มอมแมมจนแทบอยากจะโยนลงไปในบ่อน้ำ
“อาบได้” กงหนิงเจี้ยนรีบเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มกลัวมารดาที่เป็นเช่นนี้แล้ว
“น้ำใกล้เดือดแล้ว พวกเจ้าไปเตรียมตัว ข้าจะยกน้ำร้อนไปให้ในห้องน้ำ พวกเจ้าถือแปรงสีฟันไปด้วย ประเดี๋ยวข้าจะไปสอนพวกเจ้าใช้” นางเอียงคอหันไปมอง มือก็คนแกงในหม้อไปด้วย
เด็กทั้งสองหยิบแปรงสีฟันกับยาสีฟันไปอย่างมึนงง ก่อนออกไปจากห้องครัวพวกเขาชะเง้อคอมองอาหารที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายแล้วยอมเดินออกไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ม่านม่าน เพิ่งค้นพบว่า ข้าวของที่อยู่ภายในที่พักนางสามารถนำออกมาได้ทั้งหมด เพียงแต่ไม่รู้ว่าสามารถเข้าไปได้อย่างที่เคยอ่านเจอในนิยายหรือไม่ คงต้องลองดูในภายหลัง
นางแบกถังใส่น้ำร้อนไปให้เด็กแฝดทั้งสองที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องน้ำ
“ท่านแม่ เพียงแค่ล้างหน้าบ้วนปากมิได้หรือขอรับ” กงหนิงอวี่บิดตัวอย่างออดอ้อน เช่นตอนที่อยากให้บิดาใจอ่อนยอมให้เขา แต่ดูว่าเหมือนจะใช่ไม่ได้กับผู้เป็นมารดา
“ไม่ได้ พวกเจ้าเหม็นยิ่งนัก หากไม่อาบน้ำสระผม ข้าไม่ได้นั่งกินข้าวด้วย” นางเอ่ยเสียงเย็นอย่างข่มขู่
“แต่ทุกเช้า ท่านพ่อเพียงแค่ล้างหน้าให้พวกข้า สามวันถึงจะอาบน้ำครั้งหนึ่ง” กงหนิงเจี้ยนเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
ม่านม่านหนังตากระตุกไม่หยุด นางมองเด็กทั้งสองตั้งแต่หัวจรดเท้า “ถึงว่า...พวกเจ้าเหม็นเสียยิ่งกว่าหมาตายเสียอีก ใบหน้าก็เปื้อนเสียจนไม่น่ามอง” นางกอดอกมองพวกเขาอย่างรังเกียจ
“พวกข้าสะอาดกว่าเด็กคนอื่นในหมู่บ้านเสียอีก หากท่านไม่เชื่อ ข้าจะพาท่านไปดู” กงหนิงอวี่แก้มแดงก่ำเขาทั้งอายและโมโหที่ถูกมารดาพูดว่าไม่น่ามอง
“จะอาบหรือไม่ หากไม่อาบก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่ข้าไม่นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับพวกเจ้าเด็ดขาด”
“อาบ!!!/อาบขอรับ” คงเป็นเพราะกลิ่นอาหารที่ยั่วยวน ทำให้สองพี่น้องรีบถอดเสื้อผ้าออกทันที
ในตอนแรกจะให้พวกเขาอาบน้ำกันเอง แต่นางต้องสอนให้พวกเขาใช้เครื่องอาบน้ำ เลยลงมืออาบน้ำให้ทั้งคู่ ม่านม่านเคยเลี้ยงเด็กเสียที่ไหน ภายในห้องน้ำจึงวุ่นวายไม่น้อย เสื้อผ้าของนางเปียกไปหมด จนต้องอาบน้ำไปพร้อมกับพวกเขา
“ข้าบอกว่าอย่ากลืน!!!” ม่านม่านแทบอยากจะบีบคอกงหนิงอวี่ เมื่อเขากลืนยาสีฟันเป็นรอบที่สามแล้ว
“อย่าเทมันลงไปในโอ่ง!!! ประเดี๋ยวข้าให้เจ้าล้างเอง” ม่านม่านพุ่งตัวไปแย่งครีมน้ำอาบในมือของกงหนิงเจี้ยนมาเก็บไว้ เมื่อเขาเห็นว่าถูกับตัวแล้วทำให้เกิดฟอง จึงอยากจะลองเทลงไปในอาบแล้วตีให้เกิดฟองเพื่อเล่นสนุก
ม่านม่าน นางจำไม่ได้ว่าซื้อของใช้เก็บเอาไว้มากเพียงใด หากมีเพียงขวดเดียวแล้วปล่อยให้เขาเทเล่น ต่อไปจะใช้อะไรกัน
“พวกเจ้าออกไปรอด้านนอกก่อน” ม่านม่านใช้ผ้าขนหนูที่นางนำออกมาห่อตัวเด็กทั้งสองเอาไว้ แล้วให้พวกเขายืนรอที่หน้าห้องน้ำ นางจะเปลี่ยนเสื้อผ้าของตนเองก่อน
ม่านม่านหาที่เก็บของที่นางนำออกมาภายในห้องน้ำ “จะเก็บเอาไว้ที่ใดดี...เอ๊ะ” นางยิ้มกริ่มออกมาเมื่อของในมือหายไปอีกครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้นางจึงลองเพ่งจิตตามแบบฉบับในนิยายทะลุมิติที่เคยอ่านผ่านตา
พอลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบห้องพักในโลกเดิมของนาง ข้าวของทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วน แม้แต่เงินและทองที่ได้จากการรับงานสังหารคนก็ถูกเก็บเอาไว้อยู่ภายในตู้เซฟ เมื่อตรวจสอบเครื่องใช้และอาหารสดอาหารแห้ง ก็พบว่าจำนวนที่เคยมีอยู่ไม่ได้ลดลงเลย แม้นางจะนำออกไปแล้วก็ตาม “แบบนี้สิถึงจะสนุก”
ม่านม่านเดินไปดูห้องเก็บอาวุธของนางก่อน ก็พบว่าทั้งหมดยังคงวางอยู่ที่เดิม ช่องลับที่สร้างขึ้นภายในห้องพักล้วนแต่เปิดใช้ได้ทั้งสิ้น เมื่อจำได้ว่าทิ้งเด็กสองคนเอาไว้ที่หน้าห้องน้ำ นางจึงได้รีบออกไปด้านนอกทันที
“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน” นางเดินนำหน้าอย่างอารมณ์ดี
กงหนิงเจี้ยนและกงหนิงอวี่ เพิ่งค้นพบว่าอาหารฝีมือท่านแม่ของพวกเขาดีกว่าที่ท่านพ่อทำให้กินเสียอีก ทั้งสองกินข้าวไปถึงสองชามโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยเลย
“พวกเจ้าไปเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วมา ข้าจะเอาไปซัก” นางต้องจัดการเก็บกวาดห้องนอนของนางอีก
“ท่านจะไปซักผ้าที่แม่น้ำหรือ ไหนท่านว่าไม่อยากออกไปอย่างไรเล่า” กงหนิงเจี้ยนเอ่ยถามอย่างสงสัย ด้วยมารดาเขาไม่ชอบที่จะออกไปเจอคนในหมู่บ้าน
“ใช่แล้วท่านแม่ ท่านรอท่านพ่อก่อนเถิด ให้ท่านพ่อไปหาบน้ำมาให้ท่าน หากท่านไม่อยากรอข้ากับพี่ใหญ่จะออกไปหาบให้ท่านเอง” กงหนิงอวี่เองก็ไม่อยากให้ท่านแม่ออกไปเจอชาวบ้าน ทุกครั้งที่มู่ลี่ม่านออกไปด้านนอก กลับมาที่เรือนนางจะอารมณ์เสีย อาละวาดกับกงเพ่ยจิ้นและบุตรชายทั้งสอง
“ผู้ใดบอกว่าข้าจะไปซักที่แม่น้ำเล่า พวกเจ้าไปเอามาเถิด ข้ามีที่ซักของข้าเอง”
ทั้งสองไม่เอ่ยถามสิ่งใดต่อ ขอเพียงแค่ท่านแม่ไม่ออกไปด้านนอกก็พอแล้ว พวกเขาไปนำเสื้อผ้าที่ใส่แล้วกองโตมาให้ม่านม่าน
“พวกเจ้าออกไปเล่นด้านนอกก่อน แล้วกลับมาให้ทันกินมื้อกลางวันเล่า”
“พวกเราจะกินมื้อกลางวันด้วยหรือขอรับ” ดวงตาของกงหนิงอวี่เปล่งประกาย
เถียนเฉียวเป็นอีกคนที่ยินดีไม่ต่างจากบิดา เขารู้สึกผูกพันกับพี่ชายคนใหม่ของเขา และเด็กแฝดทั้งสองที่ยังไม่เกิดมา ถึงกับตั้งตารอ และเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ หากหลานแฝดถึงวัยเรียนตำรา ข้าขอสอนเขาเองนะขอรับ”“หึหึ ย่อมได้” กงเพ่ยจิ้นยิ้มอย่างยินดี ทุกสิ่งดูเหมือนจะเริ่มกลับเข้าทีอย่างช้าๆ ทุกคนได้กลับมานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันอีกครั้งระหว่างที่ทุกคนกำลังกินอาหารและพูดคุยอย่างสนุกสนาน ม่านม่านที่กำลังกินข้าวฝีมือจินซื่อก็เกิดเจ็บท้องขึ้นมา“เอ๊ะ!!! ข้าว่า...ข้าจะคลอดแล้วเจ้าค่ะ” นางก้มมองที่หว่างขาของตนเอง ก็เห็นว่าน้ำคร่ำแตกเสียแล้วทั้งจวนวุ่นวายกัน วิ่งกันแตกตื่น คนที่มีหน้าที่ตามหมอ ก็ดูเหมือนจะลืมไปหมด แม้แต่หมอตำแยที่มาร่วมดื่มในงานเลี้ยงด้วย ก็ลืมตัวไปเลยว่าตนเองเป็นหมอตำแย ต่างก็ช่วยกันวิ่งตามหาหมอตำแยให้วุ่น“ก็พวกเจ้าอย่างไรเล่าที่เป็นหมอตำแย!!!” อาสือแทบจะลากคอเสื้อของหมอตำแยทั้งสามโยนเข้าไปในห้องคลอดม่านม่านนางถูกพาเข้าไปอยู่ภายในห้องรอคลอด ด้านในมีจินซื่อที่เข้าไปอยู่ดูแลไม่ห่าง และยังมีป้าเหยาที่รอรับเด็กที่จะเกิดมาหน้าห้องรอคลอดมิได้มีเพียงกงเพ่ยจิ้นเท่านั้นที่กระวนกระวายใจ บุรุษต
ม่านม่านนางพักอยู่ที่จวนตระกูลหวงหลายวันก่อนจะยอมกลับจวนของนาง กงเพ่ยจิ้นกลับไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว นางเองก็เอาแต่นอนพักอยู่ภายในเรือน งานในร้านค้าก็ไม่มีอะไรที่ต้องจัดการ ด้วยอาเว่ย อาโหยว่ อาจื่อ ล้วนทำได้ดีตระกูลตู้ที่ประกาศเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวออกไปแล้ว ก็เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมา จางซื่อยังไม่ทันได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นฮูหยินเอกเลย ก็มีข่าวลือว่านางเคยเป็นนางโลมเก่า และมีบุรุษที่เคยซื้อค่ำคืนของนางออกมาประกาศเรื่องที่เป็นบิดาของตู้ลี่เจียว หากมีเพียงคนเดียวตู้หยางก็คงจะจัดการผิดกลบเกลื่อนไปได้ แต่มีถึงห้าคนที่ออกมาเรียกร้องว่าตนเป็นบิดาของตู้ลี่เจียวตู้หยางไม่อาจรับคำนินทาที่ว่าเขาถูกสวมหมวกเขียวได้ ถึงได้ออกมาประกาศว่า ตนถูกจางซื่อวางยาและบอกว่าเด็กในท้องเป็นบุตรของเขา หลอกลวงเขามาหลายปี การแสดงร้องไห้คร่ำครวญที่น่าสงสาร ทำให้คนหลงเชื่อไม่น้อยจางซื่อที่ทนรับความผิดและชื่อเสียงที่ย่อยยับเอาไว้เพียงลำพังไม่ได้ ก็ประกาศไปทั่ว ว่าตู้หยางเป็นบุรุษหน้าเนื้อใจเสือ โหดเหี้ยมยอมสละบุตรสาวแท้ๆ ของตนเองเพื่อผลประโยชน์ทำให้ตู้หยางต้องส่งคนไปรับตู้ลี่ม่านกลับมายืนยันว่าเรื่องไม่ได้เป็นที่นางจา
บุรุษตระกูลหวงทั้งสาม เมื่อลากม่านม่านมาถึงเรือนของนางแล้ว ต่างก็มองนางกันอย่างมีคำถาม“ข้าพูดเรื่องจริงท่านพี่ ต่อให้ท่านไม่เห็นด้วย ข้าก็จะแต่งกับพี่จิ้น ข้าซื้อเรือนเอาไว้แล้ว”“เจ้าวางแผนทั้งหมดโดยไม่บอกพวกข้าหรือ” หวงเหลียงโมโหไม่น้อยที่นางปิดบังเขา“ข้าบอกพวกท่านมาตลอด แต่พวกท่านฟังข้าหรือไม่เล่า”“น้องเล็กการแต่งงานของเจ้ามิใช่ว่าพวกพี่มีสิทธิ์ตัดสินใจ เจ้าเองเป็นท่านหญิงที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง และยังเป็นน้องสาวบุญธรรมของหนิงอ๋อง เจ้าต้องให้หนิงอ๋องพยักหน้ายินยอมเสียก่อน” หวงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง“มันจะไปยากอันใด ข้าจัดการเอง ท่านพี่พวกท่านเชื่อข้า พี่จิ้นจะไม่มีวันทำให้ข้าเสียใจ พวกท่านก็รู้หากมีวันนั้นชะตาของเขาคงขาด” ตอนนี้ทั้งสามเริ่มจะนึกเห็นใจกงเพ่ยจิ้นเสียแล้วเมื่อครู่ที่ม่านม่านนางเหมือนจะเป็นลมนางไม่ได้แกล้ง แต่เพียงแค่นางไม่อยากให้พี่ชายและคนอื่นในจวนตกใจเท่านั้น จึงได้เก็บเงียบเอาไว้วันต่อมา กงเพ่ยจิ้นก็ขอเข้าพบหนิงอ๋องทันที ในตอนแรกหนิงอ๋องก็ชั่งใจไม่น้อย ด้วยเพิ่งจะเคยพบกงเพ่ยจิ้นเป็นครั้งแรก แต่พอกงเพ่ยจิ้นยื่นสิ่งหนึ่งให้หนิงอ๋องเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที“ม
กงเพ่ยจิ้นที่รออยู่ในห้องที่ถูกจัดฉากเอาไว้ พอสาวใช้พาตัวตู้ลี่ม่านมา เขาก็ให้คนของเขาจัดการทำให้นางหมดสติแล้วลากไปซ่อนตัวเอาไว้ ที่ห้องโถง เกาตงหยวนที่ยังคงนั่งพูดคุยกับตู้ลี่เจียว ไม่นานก็หมดสติไป เป็นกงเพ่ยจิ้นที่ได้ยาสลบชนิดเบามาจากม่านม่าน นำมาใช้กับคนทั้งสองพอพาทั้งสองเข้าไปอยู่ในห้องที่เตรียมเอาไว้ให้กงเพ่ยจิ้นและตู้ลี่ม่านแล้ว ยาสลบก็ไม่อาจต้านทานยากำหนัดชนิดรุนแรงได้ ร่างของคนทั้งสองเริ่มได้สติ ไฟราคะภายในห้องก็ดังขึ้น เสียงครางหวานและเสียงคำรามอย่างพอใจของทั้งสองดังออกมา จนสาวใช้ที่ผ่านไปผ่านมาต้องรีบนำเรื่องไปรายงานที่เรือนหลัก ตู้หยางกับจางซื่อเมื่อรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้คิดที่จะรีบร้อนไปดู ด้วยต้องการทำให้ทั้งคู่กลายเป็นข้าวสุกเสียก่อน“ข้ายอมสละอาม่านแล้ว เจ้าต้องให้เจียวเจียวทำให้อาหยวนเร่งจัดการเรื่องการค้าให้ข้า”“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” จางซื่อยิ้มหวานให้ตู้หยาง “ท่านอย่าลืมมอบตำแหน่งฮูหยินเอกให้ข้านะเจ้าคะ”“หึหึ ย่อมได้” ทั้งสองหัวเราะกันอย่างมีความสุข แต่ไม่รู้เลยว่าแผนการจะไม่เป็นไปตามที่หวังเมื่อตู้หยางกับจางซื่อไปถึงที่เรือนเกิดเหตุ กลายเป็นว่าบุรุษและสตรีในห้
ภายในห้องทำงานถูกกงเพ่ยจิ้นและม่านม่าน ทำให้ข้าวของเละเทะไปหมด ร่างเปลือยเปล่าของม่านม่านถูกจับหันหลังพิงอยู่กับผนัง ด้านหลังมีกงเพ่ยจิ้นที่ตั้งใจทำลูกอย่างที่เขาว่าเอาไว้จริงๆนางหันมามองเขาอย่างอ้อนวอน “อาจิ้น...ข้าต้องกลับแล้ว” นางไม่อยากล้มป่วยเช่นในครั้งที่แล้ว“ใกล้แล้ว...ม่านม่าน อื้มมมมม” เขาคำรามออกมาอย่างพอใจกงเพ่ยจิ้นยอมปล่อยม่านม่านอย่างว่าง่าย ด้วยรู้ดีว่าร่างกายของนางตอนนี้ยังไม่สมควรจะมีบุตร แม้ในตอนนั้นตู้ลี่ม่านจะมีกงหนิงเจี้ยนและกงหนิงอวี่ตอนอายุใกล้เคียงกับนางในตอนนี้ก็ตาม แต่ในภายหลังตู้ลี่ม่านก็ร่างกายอ่อนแอไม่น้อยเลยเขาเชื่อว่าอย่างไรบุตรชายทั้งสองจะต้องกลับมาอยู่กับเขาและม่านม่านอีกครั้ง อีกอย่างยังไม่ได้แต่งนาง ไม่ควรจะให้นางตั้งครรภ์เสียก่อนแต่กงเพ่ยจิ้นคงลืมนึกไป ว่าเขาปล่อยน้ำรักในร่างของกายของทุกหยาดหยด ม่านม่านกลับมาถึงเรือนพักนางก็หลับเป็นตาย รุ่งเช้านางจึงตื่นสายกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อพี่ชายทั้งสามของนางมาดูนางที่เรือนพัก เห็นว่านางไม่ได้ล้มป่วย เพียงแต่โหมงานหนักมาหลายวันเท่านั้นจึงปล่อยให้นางพักผ่อน และสั่งงานให้ทุกคนทำแทนหลังจากวันนั้น ม่านม่านนางก
นายหน้าค้าทาสได้ยินนางอ้างถึงท่านอ๋อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่านอ๋องคนใด ในเมื่อหนิงอ๋องประกาศออกมาเองว่านางเป็นน้องสาวบุญธรรม ตระกูลตู้จะนับเป็นอันใดได้ เขาเองก็ไม่อยากมีปัญหากับตำหนักหนิงอ๋องม่านม่านนางจึงได้ตัวสองคนกลับมาโดยง่าย พอกำลังจะหมุนตัวกลับ นางก็พบกลุ่มคนที่กำลังถูกต้อนเข้ามาในโรงค้าทาส“ข้าซื้อเจ็ดคนนั้นด้วย” นางไม่รู้ว่าเหตุใดทั้งหมดถึงมารวมตัวกันได้ แต่นับเป็นเรื่องดีที่นางไม่ต้องวุ่นวายย้อนกลับไปซีซวงในอีกห้าปีข้างหน้า เพื่อซื้อคนของตนกลับมาทั้งหมดอาซือ อาอู่ อาลิ่ว อาชี อาปา อาจิ่ว อาซือ คือคนในสำนักคุมกันที่ถูกทางการตัดสินให้กลายมาเป็นทาส ภายหลังพวกเขาอยู่ในโรงค้าทาสในเมืองหลวง หลายปีก็ไม่มีผู้ใดกล้าซื้อ ด้วยไม่อยากมีปัญหากับขุนนางที่ลงดาบกับสำนักคุ้มกัน จึงถูกส่งตัวต่อไปยังโรงค้าทาสที่ซีซวงม่านม่านนางพาทุกคนกลับมาที่จวน แล้วตั้งชื่อให้พวกเขาเช่นเดิม งานที่นางให้ทำก็คงเป็นงานดเม อาโหยว่และอาจื่อ เตรียมตัวไปเป็นหลงจู๊ของร้านค้าที่ยังไม่ได้เปิด คนที่เหลือนางให้เป็นองครักษ์ส่วนตัวของพี่ชายนางทั้งสามคน ส่วนอาสือนางให้อยู่ข้างกายของนางตอนนี้ในเรือนของนางจึงอัดแน่นไปด้วยบุ







