Home / รักโบราณ / เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า / นางร้ายสิ้นใจกลายเป็นข้า

Share

เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า
เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า
Author: หนามชมพู

นางร้ายสิ้นใจกลายเป็นข้า

last update publish date: 2026-05-02 19:46:27

กลิ่นขนมอบหอมหวานลอยฟุ้งในอากาศ ผสานเสียงกระทะร้อนที่ดังฉ่า เฟิ่งเสี่ยวอิงพลิกขนมไข่บนเตาอย่างคล่องแคล่ว พลางยิ้มอ่อนโยนให้ลูกค้าเด็กน้อยที่จ้องขนมในมือเธอด้วยแววตาเป็นประกาย

"ขนมไข่ร้อน ๆ มาแล้วจ้า"

เธอเป็นพนักงานร้านขนมธรรมดาในเมืองเล็ก ๆ มีความฝันอีนเรียบง่ายคือเปิดร้านขนมของตัวเอง ไม่เคยคิดฝันว่าโชคชะตาจะเหวี่ยงไปสู่ความตายให้เกิดขึ้นในช่วงชีวิตที่กำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยแสงแห่งความหวัง

เพียงแค่ปลายนิ้วแตะสายไฟที่เปียกชื้นหลังร้านหลังฝนตก ฉับพลันก็เกิดแสงเจิดจ้าแสบตา ร่างทั้งร่างถูกดูดกลืนเข้าสู่ความมืด และเสียงสุดท้ายที่ได้ยินก่อนสติจะดับวูบคือเสียงของลูกค้าเรียกชื่อเธออย่างตื่นตระหนก

ใช่แล้ว เธอเสียชีวิตลงจากความซุ่มซ่ามของตัวเอง

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกทั้งใบก็ไม่ใช่ความคุ้นเคยดั่งเช่นวันวาน

"นางฟื้นแล้ว คุณหนูซินอวี่ยังไม่ตาย!"

ทั้งเสียงหวีดร้องทั้งเสียงโหวกเหวกปะปนความตื่นตะลึงดังลั่นไปทั่วเรือน

เฟิ่งเสี่ยวอิง หรือใครก็ตามที่ควรจะเป็นตอนนี้สะดุ้งสุดตัวลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยสีหน้าตื่น ๆ ก่อนจะยกมือจับศีรษะที่หนักอึ้งไปด้วยความสับสนและเวียนหัวราวกับถูกฝูงม้าศึกกระหน่ำเหยียบเข้าใส่ไม่ยั้ง

'นี่มันที่ไหนกัน แล้วใครคือ คุณหนูซินอวี่'

ยังไม่ทันตั้งตัวดี เสียงฝีเท้าดังเร่งเร้ามาจากทางเดิน ร่างของสาวใช้ในชุดอาภรณ์โบราณท่าทางตื่นตะลึงพรวดพราดเข้ามาในห้อง ดวงหน้าเผือดสีและเปื้อนคราบน้ำตารีบทรุดตัวลงข้างเตียงพูดเสียงสั่นเครือ

"คุณหนู! ท่านฟื้นแล้วจริง ๆ หรือเจ้าคะ"

เฟิ่งเสี่ยวอิงกะพริบตาปริบ ๆ สลับมองห้องไม้สลักหรูหรา กับร่างตัวเองในชุดสีแดงเข้มลวดลายดอกไม้สีฟ้า แถมน้ำเสียงที่หลุดออกจากริมฝีปากยังแปรเปลี่ยนเป็นโทนหวานนุ่มไพเราะอย่างน่าประหลาด ที่สำคัญคือมือนั้นผอมเรียวยิ่งกว่าตัวจริงในโลกก่อนเสียอีก

"ข้า เป็นใครนะ"

 นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เสียงที่เปล่งออกมากลับกลายเป็นภาษาโบราณโดยไม่รู้ตัว

สาวใช้สะอึกแล้วร้องไห้โฮออกมา

 "คุณหนู อย่าพูดเช่นนั้นสิเจ้าคะ ท่านคือคุณหนูซูซินอวี่แห่งจวนท่านแม่ทัพ เป็นคู่หมั้นของท่านหลี่อ๋อง แม้ก่อนหน้านี้จะ… เอ่อ…"

สาวรับใช้หยุดคำพูดไว้ตรงนั้นด้วยใบหน้าเหยเกอย่างลำบากใจ

"แม้ก่อนหน้านี้จะตายไปแล้วน่ะรึ"

เฟิ่งเสี่ยวอิงถามต่อให้ พลางเลิกคิ้วอย่างฉงน

สาวใช้ได้ฟังก็เบิกตากว้าง

 "ท่าน… จำได้ด้วยหรือ พวกเราเพิ่งจะขจัดพิษออกจากร่างกายของท่าน ท่านสิ้นใจไปแล้วจริง ๆ ท่านหมอกล่าวยืนยันว่าท่านสิ้นใจแล้ว"

เฟิ่งเสี่ยวอิงอ้าปากหวอ ไม่เพียงแค่ทะลุมิติมาโผล่ในโลกโบราณ หากยังอยู่ในร่างของนางร้ายที่ล่วงลับด้วยยาพิษ แถมฟื้นคืนชีพต่อหน้าคนทั้งเรือนอีกต่างหาก

หญิงสาวหลับตาลงพยายามเรียบเรียงสติ ฉับพลันภาพประหลาดพรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิด เป็นภาพของหญิงสาวในชุดสีแดง ดวงตาเรียวรี คำพูดแหลมคม นี่มันตัวร้ายของนิยายจีนย้อนยุคที่เคยอ่านชัด ๆ

นางชื่อซูซินอวี่ เป็นคู่อาฆาตนางเอกที่ตายตอนต้นเรื่องด้วยน้ำมือของคนที่เกลียดชังนาง ส่วนนางเอกเป็นถึงองค์หญิงผู้สูงส่ง นางอภิเษกสมรสกับองค์ชายต่างแคว้นซึ่งก็คือพระเอกและครองรักกันนิรันดร

เฟิ่งเสี่ยวอิงกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ

'เหตุใดชีวิตใหม่ของข้าต้องเป็นนางร้าย'

เสียงฝีเท้าอีกระลอกดังก้องมาตามทางเดินก่อนที่ประตูจะเปิดออกกว้าง คนกลุ่มใหม่กรูเข้ามา พวกเขาคือบ่าวรับใช้ระดับสูง สีหน้าแสดงถึงความเหลือเชื่อปนหวาดระแวง

และที่หน้าประตู คนที่ก้าวเข้ามาคือบุรุษในอาภรณ์สีม่วงเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่สายตาที่มองมานั้นทั้งเย็นชาและแปลกใจ

เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงเฉียบคมดั่งคมมีดเฉือนลึกไปถึงกระดูก

"เจ้าฟื้นคืนชีพมาเพราะเจตนาร้ายใด ซูซินอวี่"

เฟิ่งเสี่ยวอิงที่ยังมึนงงกับการทะลุมิติกะพริบตาถี่ ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ แล้วตอบกลับไปว่า

"เอ่อ ข้าแค่อยากกินขนมไข่ ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าแถบนี้มีขายที่ใดบ้าง"

เสียงอื้ออึงรอบตัวจบลง ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้องทันที

แม้แต่ลมหายใจก็ยังหยุดชะงัก สาวรับใช้ต่างยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง

บุรุษผู้นั้นแผ่รังสีความเย็นเฉียบจนบ่าวรับใช้แทบไม่กล้าสบตา เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้มองนางอย่างจับผิด แววตาคมราวกระบี่กวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณของนาง

"ขนมไข่?"

เขาทวนคำเสียงเย็น

เฟิ่งเสี่ยวอิงกระพริบตาปริบ ๆ

'เอาละสิ จะตอบยังไงให้ไม่ดูเป็นคนวิกลจริต'

"ขออภัยเถิด ข้าแค่ฝันถึงตอนเด็ก ข้าชอบกินขนมไข่มาก พอตื่นขึ้นมาก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึง"

นางแถไปน้ำขุ่น ๆ พร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ หวังจะกลบเกลื่อนความแปลกประหลาดของตัวเอง ชวนให้คนฟังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

หญิงสาวคนหนึ่งด้านหลังเขาหัวเราะเบา ๆ 

"ขนมไข่ คงเป็นอาการหลงเหลือจากพิษกระมังเพคะ ท่านอ๋อง"

ท่านอ๋อง…เช่นนั้นหรือ

เฟิ่งเสี่ยวอิงที่นั่งอยู่บนเตียงหันขวับไปมองอีกฝ่ายเต็มตา พลันภาพจากความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

บุรุษตรงหน้านี้คือ หลี่เหวินเจิ้ง ท่านอ๋องผู้อื้อฉาว คู่หมั้นของซูซินอวี่ผู้ไม่เคยเหลียวแลนางแม้เพียงเสี้ยวหนึ่ง และในนิยายต้นฉบับคือคนที่ไม่เคยรักซูซินอวี่แม้แต่น้อย

ในนิยายเรื่องนั้น เขาเย็นชากับนางราวกับนางเป็นอากาศ ทอดทิ้งนางให้ตายอย่างโดดเดี่ยว หลังจากนั้นยังแต่งกับสตรีอีกคนอย่างที่เคยวาดฝันเอาไว้โดยสมบูรณ์

เขาไปเที่ยวหอนางโลม นัดแนะกับสตรีนางหนึ่งที่นั่น เมื่อซูซินอวี่รู้ข่าวจึงตามไปและจับได้คาหนังคาเขา ทว่าสวรรค์ไม่เข้าข้าง นางโดนยาพิษในหอคณิกา แล้วตายลงหลังจากนำตัวกลับมารักษาที่จวนภายในไม่ถึงหนึ่งวันอย่างน่าสมเพชบนความสะใจของใครบางคน

เฟิ่งเสี่ยวอิงเบิกตาโพลง รู้ทันทีว่าร่างนี้ไม่ได้มีแค่ปัญหาเรื่องยาพิษแต่ยังมีปัญหาเรื่องหัวใจ ความน่าอับอาย มีศัตรูรายล้อมรอบทิศทางอีกนับไม่ถ้วน และความตายซ้ำสองที่อาจมาเยือนได้ทุกเมื่อ

"ดูเหมือนพิษจะกัดกินสมองเจ้าด้วย"

หลี่เหวินเจิ้งเอ่ยเสียงเย็น แล้วหมุนกายจะจากไป

 "เฝ้านางไว้ให้ดี อย่าให้ก่อเรื่องขายหน้าขึ้นมาอีกก็แล้วกัน"

แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวพ้นธรณีประตู เฟิ่งเสี่ยวอิงก็เงยหน้าขึ้น เอ่ยประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงมั่นคง

"ท่านอ๋อง" 

เสียงนั้นมิใช่เสียงของสตรีผู้อ่อนแอ หากแต่เป็นเสียงของคนที่เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แม้จะแหบพร่าและอ่อนแรงอยู่เล็กน้อย

เขาหยุดฝีเท้าลง

"เมื่อข้าฟื้นคืนมาได้ แล้วใครกันแน่ที่ควรหวาดกลัว"

ทุกสิ่งเงียบลง ประโยคนั้นทำเอาคนทั้งห้องขนลุกชัน

สาวใช้พากันเงียบกริบ หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ไม่กล้าคิดว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น

เขาหันกลับมามองอีกครั้ง สายตาดุดันยิ่งกว่าเดิม คราวนี้เหมือนกำลังประเมินใหม่ว่านางตรงหน้ายังใช่ ซูซินอวี่คนเดิมหรือไม่

เฟิ่งเสี่ยวอิงสบตาเขา ไม่หลบ ไม่หวั่นไหว แม้ภายในใจจะตีกันยุ่งเป็นขยุ้มด้าย นางแค่รู้ว่าในเมื่อสวรรค์ส่งให้มาอยู่ในร่างของนางร้าย ก็ขอสาบานว่านับจากนี้ไปนางจะไม่ยอมให้ใครมาเข่นฆ่าได้อีกเป็นครั้งที่สอง!

ใช่แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนางคือซูซินอวี่ มิใช่เฟิ่งเสี่ยวอิงอีกแล้ว

บรรยากาศภายในห้องพักของคุณหนูใหญ่จวนแม่ทัพเต็มไปด้วยความเงียบ แม้หลี่เหวินเจิ้งจะจากไปแล้ว แต่แรงกดดันในอากาศยังไม่จางหายตามไปง่าย ๆ

สาวใช้ชุดเขียวที่ชื่อเสี่ยวหรงรีบประคองหมอนวางหลังให้ซูซินอวี่ พลางส่งผ้าเย็นมาเช็ดเหงื่อให้นางด้วยมือสั่นเทา

"คุณหนู  ข้ารู้ว่าท่านอาจยังงุนงงอยู่บ้าง แต่โปรดอย่าพูดเช่นนั้นต่อหน้าท่านอ๋องอีกเลยนะเจ้าคะ"

ซูซินอวี่เหลือบมองอีกฝ่าย รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นที่มุมปาก สีหน้านางแม้ยังซีดขาวเพราะฤทธิ์พิษเก่ายังตกค้าง แต่ดวงตาเปี่ยมไปด้วยสติและประกายเฉียบคมเกินกว่าจะเป็นผู้อ่อนแอที่กำลังป่วยอยู่

"เสี่ยวหรง" 

นางเรียกสาวใช้ข้างกายด้วยเสียงนุ่มนวล

"เจ้าว่า  ข้าเคยเป็นคนเช่นไร"

สาวใช้ตัวสั่น หยุดมือชั่วครู่ก่อนเอ่ยอย่างระมัดระวัง

"คุณหนู ท่านเคยเอาแต่ใจเจ้าค่ะ แต่ท่านใจดีกับข้ามาตลอด แม้จะโมโหร้ายกับผู้อื่นก็ตาม"

ซูซินอวี่คนใหม่คลี่ยิ้มจาง ๆ

 "ใจดีเฉพาะกับเจ้า แสดงว่าคงร้ายกับคนทั้งจวนก็คงไม่ผิดนัก"

เสี่ยวหรงหน้าเจื่อน ไม่กล้าพยักหน้าหรือส่ายหัว ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเช็ดเหงื่อต่อไป

ในหัวของซูซินอวี่เต็มไปด้วยความทรงจำแปลกประหลาด บางส่วนคือความรู้สึกขมขื่น ความอับอาย ความเกลียดชังที่ร่างนี้เคยเผชิญ การถูกหัวเราะเยาะ การถูกดูแคลน ทั้งจากหลี่อ๋อง และสตรีอีกคนในนิยายต้นฉบับ นั่นคือพระชายาเอกของเขา

เยี่ยนซื่อเอ๋อร์ บุตรีขุนนางฝ่ายธรรมาธิการ ผู้งดงาม อ่อนโยน ฉลาดหลักแหลม เปรียบดั่งหงส์กลางหมู่ห่านป่า เป็นสตรีที่ใคร ๆ ก็กล่าวขวัญถึงและเป็นคนที่หลี่อ๋องหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น

ซูซินอวี่ลูบขมับตนเบา ๆ ความรู้สึกในหัวคล้ายหลอมรวมกับร่างใหม่นี้อย่างช้า ๆ

'ข้าอาจจะไม่ใช่ซูซินอวี่ที่ทุกคนจดจำ แต่ในเมื่อข้ามาอยู่ในร่างของนาง ก็ย่อมต้องมีชีวิตอยู่เพื่อชำระบัญชีแทนนาง'

นางเงยหน้าขึ้น เอ่ยเสียงเรียบ

"เสี่ยวหรง ไปค้นกล่องเครื่องประทินโฉมให้ข้าที ข้าจะล้างหน้าแต่งตัว"

"เจ้าคะ?"

"จะให้ข้าอยู่ในสภาพผีเฝ้าเตียงเช่นนี้ให้ใครครหาอีกหรือ"

เสี่ยวหรงเบิกตากว้าง ลนลานลุกไปค้นกล่องเครื่องประทินโฉมในมุมห้อง

ซูซินอวี่ค่อย ๆ ก้าวลงจากเตียง แม้ขาแข้งยังอ่อนแรง แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองยืนได้มั่นคงอย่างน่าประหลาด

นางจ้องกระจกในมุมห้อง ใบหน้าของซูซินอวี่สะท้อนกลับมา ดวงหน้าเรียว ตาคม จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูปงดงาม หากแต่ซ่อนร่องรอยความดื้อรั้นไว้ชัดเจน

"คนผู้นี้ ถูกเข่นฆ่าอย่างน่าสมเพช ต่อหน้าคนที่ควรรักนางที่สุด"

นางพูดกับเงาในกระจก

"เจ้าต้องการให้ข้าแก้แค้นให้หรือไม่"

ภาพในกระจกยังคงเงียบกริบ แต่แววตาที่มองตอบกลับมานั้นสั่นระริก คล้ายประกายสายหนึ่งในจิตใจที่ยังไม่ดับสูญ

"ได้ แต่แก้แค้นในแบบของข้านะ ผู้คนจะต้องสรรเสริญในความดีของเจ้ามากกว่านางร้ายที่เจ้าเคยเป็น การแก้แค้นที่ฝ่ายตรงข้ามเจ็บปวดที่สุดคือการที่เจ้าเป็นคนดีและมีความสุข"

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ทะลุมิติ(ตอนจบ)

    ซูซินอวี่น้ำตาเอ่อคลอเพราะหัวใจเรียกร้องถึงเขาอย่างแรงกล้า'หากท่านยังรออยู่ขอให้ปิ่นนี้สั่นอีกครั้งเถิด'ทันใดนั้น ปลายปิ่นในมวยผมของเธอเริ่มสั่นสะเทือน หัวใจของเธอกระตุกวูบโลกโบราณ ณ ตำแหน่งเดิมที่นางเคยล้มลงเซี่ยอวี้หลันนั่งนิ่ง ดวงตาหลับพริ้ม แต่ภายในใจเริ่มอ่อนล้า เขารู้สึกถึงเสียงรอบข้างที่เปลี่ยนไปทันใดนั้นแสงเรืองรองปรากฏตรงพื้นผิวกำแพงอีกครั้งผู้คนในโลกโบราณที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใกบ้กำแพงหันมองอย่างตกตะลึง ขณะที่ในโลกปัจจุบัน คนในร้านของเก่าเริ่มร้องเสียงหลง เมื่อแสงเรืองรองสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงผนังร้าน"นั่นมันอะไรกัน"แสงสว่างเจิดจ้าเปิดออกเป็นประตูวงแหวนแห่งมิติ ตรงใจกลางของมันปรากฏภาพของอีกโลกชัดเจนซูซินอวี่ในชุดทำงานเรียบง่าย ยืนนิ่ง น้ำตารินในดวงตา จ้องมองข้ามมิติไปยังเซี่ยอวี้หลันที่กำลังฝืนตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ในดวงตาของเขามีเพียงเงาสะท้อนของนาง ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยคำถาม ความโหยหา และความรักสุดใจ"เจ้าจะกลับมาใช่หรือไม่"เสียงของเขาสั่นพร่าเธอพยักหน้าช้า ๆ ริมฝีปากขยับอย่างไร้เสียงว่า"ข้าคิดถึงท่าน"จิตวิญญาณของทั้งสองเชื่อมถึงกันอย่างแน่นแฟ้นและในวินาทีนั้นเอง เ

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ลืมข้าหรือไม่

    เสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็นจังหวะแสงไฟสีขาวเหนือศีรษะกระพริบเล็กน้อยกลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศซูซินอวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆเปลือกตาหนักราวกับแบกรับคืนและวันจำนวนมาก"คุณเฟิ่ง ได้ยินหมอไหมคะ"เสียงพยาบาลถามเอ่ยเบา ๆ เธอกะพริบตาถี่ ๆ หันมองรอบห้อง"นี่คือ…""โรงพยาบาลค่ะ"หมอคนหนึ่งกล่าวอย่างใจเย็น"คุณหมดสติไปหนึ่งเดือนเต็ม หลังประสบอุบัติเหตุไฟฟ้าช็อต"หลังจากพักฟื้น เธอกลับไปยังอพาร์ตเมนต์เดิมห้องยังเหมือนเดิม แต่เหมือนไม่ใช่ของเธอ ของบางอย่างหายไป เอกสารราชการบางอย่างระบุว่า"ไม่พบข้อมูลผู้หญิงชื่อเฟิ่งเสี่ยวอิงในทะเบียนราษฎร์"เธอไปยังที่ทำงานเดิม ยื่นบัตรประจำตัวเข้างานเหมือนทุกครั้ง""ขอโทษค่ะเราไม่มีพนักงานชื่อนี้และข้อมูลในระบบก็ไม่ปรากฏ"เธอถามเพื่อนร่วมงานเก่า แต่ทุกคนล้วนมองเธอราวกับคนแปลกหน้า"ขอโทษนะ เราไม่รู้จักคุณค่ะ"ซูซินอวี่กลับมาเป็นเฟิ่งเสี่ยวอิง เธอเดินอยู่กลางเมืองท่ามกลางเสียงรถยนต์ ผู้คนเดินขวักไขว่ แต่เธอกลับเหมือนไม่มีตัวตนในโลกนี้กลับมาได้แต่เหมือนไม่เคยมีชีวิตอยู่เธอไม่รู้ว่าโลกปัจจุบัน ประตูมิติอยู่ที่ใด ไม่มีโอกาสได้เห็นตอนที่มาถึงที่นี่

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   การพลัดพราก

    หลายวันหลังจากงานเลี้ยงเปิดจวนซูซินอวี่ได้รับคนรับใช้จากจวนแม่ทัพซูมาอยู่ด้วยหลายคนจากการจัดการของฉินซื่อ นางลงมือทำสวนกับคนสวนเพิ่ม ปลูกดอกไม้นานาชนิดและปลูกสมุนไพรบางชนิดเอาไว้ใช้ยามขาดแคลนจวนตระกูลเซี่ยกว้างใหญ่ ด้านหลังจวนแทบไม่มีผู้ใดเดินมาถึง นางจึงเริ่มออกสำรวจไปรอบจวนพร้อมกับคนรับใช้สามสี่คน แล้วให้พวกเขาช่วยกันถางป่าที่ยังรกจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย"เสร็จแล้วขอรับฮูหยิน"เสียงคนสวนรายงานขณะที่นางยืนทอดมองไปยังกำแพงสูงเบื้องหน้ากำลังครุ่นคิดว่าบริเวณนี้จะจัดการอย่างไรให้ไม่ดูวังเวงและน่ากลัวเกินไป"พวกเจ้ากลับไปได้ ข้าจะดูตรงนี้อีกหน่อย"สาวรับใช้มองไปโดยรอบอย่างไม่ไว้ใจ นางไม่ยอมไปและเตือนซูซินอวี่"ฮูหยินไปกันเถิดเจ้าค่ะ ตรงนี้ไม่น่าอยู่หรอกเจ้าค่ะ"ซูซินอวี่พูดยิ้มแย้ม"ไม่มีอะไรน่ากลัวไม่ต้องห่วง เขตของตระกูลเซี่ยปลอดภัยทุกที่ไม่มีป่ารกแล้วด้วย""แต่..."นางจึงตัดบทสาวรับใช้"เจ้ากลับไปก่อนเถอะอีกไม่นานข้าจะตามไป"นางลังเลแต่ก็ไม่กล้าขัดจึงยอมทำตามคำสั่งโดยดีซูซินอวี่มองไปรอบ ๆ ชั่วครู่เห็นว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกตินางจึงเตรียมตัวกลับ"ต้องไปร่างแผนก่อนแล้วค่อยกลับมาดูใหม่"ท

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ฟื้นฟูตระกูลเซี่ย

    หลังพิธีแต่งงานผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่วัน เช้าวันหนึ่ง เซี่ยอวี้หลันพานางเดินทางโดยรถม้าธรรมดาที่ไร้เครื่องประดับ ผ่านแนวป่ารกร้างเลียบเมืองหลวงออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ"ที่นั่นคือ..."ซูซินอวี่ถามขึ้นเมื่อมองเห็นกำแพงสูงเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยรอยตะไคร่และเถาวัลย์เลื้อยพัน ประตูไม้หนาที่ยังคงตั้งตระหง่านแม้จะถูกปิดตายมานานหลายสิบปี มีตราประทับราชสำนักซีดจางจากกาลเวลา ใบไม้แห้งลู่ลมอยู่บนหลังคาและกระเบื้องที่พังไปบางส่วนเซี่ยอวี้หลันยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ไม่พูดสิ่งใด จนกระทั่งเขายื่นมือไปดึงผ้าคลุมหน้ากุญแจที่ขึ้นสนิมออก แล้วใช้กุญแจเก่าแก่ไขออกด้วยมือของตนเสียง กรึก ดังแผ่วเบากลอนประตูที่ถูกลงกลอนมานานเปิดออกช้า ๆบานประตูใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นจวนตระกูลเซี่ยในสภาพที่ถูกลืมพื้นหินกรวดเต็มไปด้วยเศษใบไม้ศาลาริมสระบัวที่เคยงดงามกลับทรุดโทรม หลังคาหลุดลุ่ย ไม้ไผ่ที่เคยปลูกเรียงราย บัดนี้แห้งกรัง แตกหักล้มระเนระนาด"ข้าเคยมองที่นี่จากความฝัน มันเงียบแต่งดงาม"เซี่ยอวี้หลันพูดขึ้นพลางมองไปโดยรอบเขาพานางเดินผ่านโถงใหญ่ที่เคยมีม่านแพรสีฟ้าโบกไหว ผ่านเรือนเล็กเรือนน้อยที่เคยเป็นเรือนรับรองแขก

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   คืนเข้าหอ

    ใต้แสงตะเกียงและผ้าแพรแดงยามจื่อ (เวลาเที่ยงคืน) ผ่านไปเพียงไม่นานภายในเรือนหอ กลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้ลอยอ่อน ๆ จากมุมห้อง ม่านผ้าแพรสีแดงปักลายหงส์และมังกรสะบัดเบา ๆ ตามแรงลมอุ่นตะเกียงน้ำมันคู่รักลายหงส์มังกรยังส่องแสงนิ่ง ดั่งเป็นพยานแห่งคืนแรกซูซินอวี่นั่งอยู่ที่ริมเตียงชุดเจ้าสาวชั้นนอกถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อคลุมบางสีแดงอ่อนลายเงาดอกเหมย เรือนผมรวบขึ้นหลวม ๆ เผยต้นคอขาวเนียน ใบหน้ายังแดงระเรื่อจากเหล้าดองรักที่ดื่มร่วมกันเมื่อตอนหัวค่ำเสียงฝีเท้าของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้อง ไม่นานร่างสูงในชุดคลุมยาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านางเซี่ยอวี้หลันหยุดยืนหน้าซูซินอวี่ สบตานางอย่างเงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหน้าแล้ววางมือลงบนตักนางอย่างแผ่วเบา"ข้าจะไม่เร่งเร้าเจ้าแม้จะเป็นวันแต่งงาน หากเจ้าไม่พร้อม เพียงบอกข้า"ซูซินอวี่เงยหน้าขึ้น สบดวงตาคมเข้มที่สะท้อนภาพตนเองอย่างอ่อนโยนนางเอ่ยเสียงเบา"ข้าไม่ได้กลัวเพียงแต่หัวใจข้ายังไม่หยุดเต้นแรง แต่ข้าไม่คิดจะหนีข้าอยากอยู่กับท่าน"ดวงตาเซี่ยอวี้หลันอ่อนแสงลงทันใด"เช่นนั้นข้าขอสัมผัสเจ้าด้วยความอ่อนโยน ไม่ใช่ด้วยสิทธิของสามีแต่ด้วย

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   วันแต่งงาน

    หลังงานเลี้ยงผ่านพ้นไปสิบวัน ซูซินอวี่กำลังตากดอกไม้แห้งสำหรับทำขนมและยา กลิ่นหอมของดอกไม้อบอวลไปทั่ว นางอยู่เพียงลำพังในลานเงียบสงบ ร่างบางนั่งตัวตรงอย่างตั้งใจ มือเรียวจัดเรียงกลีบดอกไม้แต่สายตากลับเหม่อลอย"ทำไมท่านต้องพูดต่อหน้าผู้คนขนาดนั้นด้วยเล่า ท่านจริงใจกับข้าจริงหรือแค่ล้อเล่นกันแน่"นางบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่มุมปากกลับมีรอยยิ้มบางซ่อนอยู่ รอยยิ้มที่แม้แต่ตนเองก็ไม่ทันรู้ตัว"เขาเปลี่ยนไปหรือข้าเองที่เปลี่ยน"ซูซินอวี่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือเกลี่ยกลีบดอกไม้ไปมาเบา ๆ นางเริ่มรู้สึกว่าหัวใจของตนไม่ได้นิ่งเฉยเช่นกันช่วงเวลานี้เป็นการพิสูจน์ตัวเองของเซี่ยอวี้หลันในหลายเรื่องราว เขาตั้งใจทำงานสร้างผลงาน ชื่อเสียงและทรัพย์สินขึ้นมา และไม่ละเลยที่จะมาเยี่ยมเยียนซูซินอวี่เป็นครั้งคราวแม่ทัพซูและฉินซื่อยืนอยู่หน้าเรือนกลาง ทั้งคู่ต่างมองดูหนุ่มสาวพูดคุยกันเงียบ ๆ ในวันหนึ่ง"เจ้าคิดว่าต้องรอไปอีกเป็นปีหรือไม่"แม่ทัพเอ่ยถามนาง ฉินซื่อทอดสายตามองทั้งคู่แล้วเผยรอยยิ้มออกมา"ไม่ต้องแล้วกระมังเจ้าคะ หากยืดเยื้อไปกว่านี้จะนานเกินไป เราทุกคนรู้จักเซี่ยอวี้หลันดี เขาพิสูจน์ตัวเองมา

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ของขวัญวันเกิดน้องสาว

    ซูซินอวี่เฝ้าสังเกตอยู่หลายวันกลับไม่มีข่าวคราวใดของนางในวันก่อนเล็ดลอดออกไป สถานการณ์ยังปกติดี นั่นหมายความว่าเซี่ยอวี้หลันไม่ได้กลั่นแกล้งนางและเขาก็ออกไปทำงานกับแม่ทัพซูแล้วกลับมาฝึกทหารตามปกติดังเดิมหนึ่งเดือนผ่านไปจวนแม่ทัพซูไม่มีเหตุการณ์ใดร้ายแรงเกิดขึ้นซูซินอวี่จึงวางใจได้ เขาเพียงทดสอบแต่

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ข้อสงสัยของเซี่ยอวี้หลัน

    บ่ายวันถัดมา ที่ร้านขนมตระกูลหลี่ร้านขนมที่ตั้งอยู่ริมทางในย่านตะวันออกอันเงียบสงบไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่สะอาดสะอ้าน กลิ่นขนมอบใหม่ลอยคลุ้งออกมาจากห้องด้านในชวนให้คนผ่านทางหยุดยืนราวกับต้องมนตร์สะกดซูซินอวี่ในชุดผ้าฝ้ายธรรมดายืนถือห่อผ้าขนาดเล็กอยู่หน้าร้าน นางลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   แผนลับปลอมตัว

    หลังจากเหตุการณ์ที่งูเลื้อยเข้ามาในลานซักผ้าซูซินอวี่สั่งให้คนรับใช้ผู้ชายเข้าไปตรวจสอบรอบ ๆ เพื่อความปลอดภัยและสั่งให้คนเก็บกวาดทำความสะอาดลานทั้งหมดให้ดูโล่งสบายตานางไม่ได้สืบหาตัวคนปริศนาที่ช่วยไล่งูไป หากเป็นเมื่อก่อนเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นนางคงสั่งลงโทษคนดูแลลานซักผ้าและสั่งทหารออกตามล่าตัวคนที

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   องครักษ์ผู้เคยถูกสั่งประหาร

    รุ่งเช้าหรูอวี้เซียนลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะที่สาวใช้คนสนิทกำลังเตรียมน้ำชาตามปกติ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นนางหันไปมองด้วยแววตาสงสัย"ใครมาแต่เช้า"สาวใช้เปิดประตูออก ก่อนจะหันมากระซิบ"คุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ นางไม่ได้เข้ามา แค่นำของมาให้แล้วก็จากไป"หรูอวี้เซียนขมวดคิ้วทันที เดินไปยังปร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status