LOGINในงานเลี้ยงพิธีปักปิ่นและประกาศหมั้น ผู้คนรุมล้อมหลินเหมิงเหยากันมากหน้าหลายตา เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะดังไม่ขาดระยะ ขณะหลินซูเหยามีไม่ถึงสามคนที่เข้ามาทักอย่างเสียมิได้แล้วไม่สนนางอีก
ก็ขนาดคู่หมั้นอย่างหลิวเฟิงยังเมินนางเลย ดังนั้นหลินซูเหยาจึงเดินหน้านิ่งกลับเรือนด้วยหัวใจที่เต้นรัว ๆ ด้วยตื่นเต้นที่จะกลับไปลองใช้งานรางวัลในระบบที่ได้มา
และทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท จอสีฟ้าก็สว่างวาบขึ้นพร้อมเสียงระบบ
[ภารกิจหลัก: ใช้ชีวิตยากจน นานหนึ่งเดือน]
[ข้อกำหนด: ห้ามจับจ่ายซื้อของ ต้องทำให้ทุกคนเห็นความอัตคัด[1]ของนางเอก ตลอดหนึ่งเดือน]
หลินซูเหยาที่สีหน้าเบื่อหน่ายตอนได้ยินภารกิจ เมื่อทวนคำสั่งอีกรอบ คิ้วเรียวถึงกับเลิกขึ้น
“ต้องแสดงให้ทุกคนเห็นความอัตคัด...ตลอดเวลาเหรอ” ประโยคนี้เหมือนไม่มีอะไร แต่ก็มีช่องโหว่อยู่นะ “คือไม่ต้องจนจริงใช่มั้ย แค่ทำให้คนอื่นเห็นว่าจน ถูกต้องมั้ยคุณระบบ”
[สามารถทำได้]
ได้ยินระบบตอบกลับ แววตาหลินซูเหยาก็ปรากฏประกายเจ้าเล่ห์ “หึหึหึ งั้นเงินในระบบหนึ่งพันตำลึงเสมือนก็ไม่ได้จำกัดแค่เอาไปซื้อข้าวกินแล้วสินะ!”
[…]
ระบบมีหน้าที่ตะล่อมให้หลินซูเหยาแสดงเป็นนางเอกผู้น่าสงสารให้มากที่สุด แต่นอกเหนือจากบทในพล็อตหลักแล้ว นางเอกจะทำอะไรก็ได้ ขอแค่เนื้อเรื่องเดินไปตามที่ระบบกำหนดก็พอ
หลินซูเหยายังคงยิ้มเจ้าเล่ห์ นางที่ขัดสนในมิติโน้นถึงเวลามาร่ำรวยในมิตินี้แล้วสิ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริง ๆ ...ก็ในมิติโน้น นางเป็นนักแสดง เอ่อ โนเนมนิด ๆ ชีวิตไม่เคยมีต้นทุนจึงอยู่ลำบากหน่อย ส่วนชีวิตตอนนี้ไม่นับว่าแย่ แค่ทำสิ่งที่ตัวเองถนัด นั่นคือแสดงไปตามบท
เวลาที่เหลือนอกบทก็น่าจะสบาย ๆ ได้ตามสไตล์หลินหลินแหละเนอะ
[ผู้ใช้งานสามารถใช้แต้มทักษะเปิดใช้ระบบร้านค้าได้แล้ว]
เสียงระบบดังขึ้น หลินซูเหยาทำตามทันที นั่นคือกดหนึ่งแต้มทักษะเพื่อเปิดใช้งานระบบร้านค้า
[ยินดีต้อนรับสู่ระบบร้านค้า!]
[ผู้ใช้งานสามารถใช้เงินระบบที่ได้รับจากภารกิจ ซื้อไอเทมที่จะใช้ในการทำภารกิจต่อไปได้ในอนาคต]
แล้วจอโฮโลแกรมก็ปรากฏรายการสินค้าขึ้น หลินซูเหยากวาดตาอ่านเร็ว ๆ จนเห็นสิ่งที่ทำให้ตาโตที่สุด นั่นคือป้ายสินค้าพิเศษล่างสุดของจอ
[รายการสินค้าแนะนำ]
[1. ตำราปรุงยาขั้นต้น ราคา 500 ตำลึงเสมือน, 2. ชุดเข็มเงินสิบแปดเล่ม ราคา 300 ตำลึงเสมือน, 3. ขนมหวานสูตรพิเศษ ราคา 200 ตำลึงเสมือน]
[รายการสินค้าพิเศษ: ม้วนคัมภีร์ลิขิตใหม่ ไอเทมพิเศษที่ผู้ใช้งานสามารถใช้แก้บทหรือปรับเลี่ยงบทบาทที่ไม่กระทบต่อพล็อตหลัก ราคา 10 แต้มทักษะ]
หลินซูเหยามองรายการสินค้าแล้วดูเงินระบบที่ปรากฏตัวเลข 1,000 ตำลึงเสมือน
“ว้าย เหมือนเล่นหุ้นเลย!” อุทานแล้วก็พึมพำคล้ายหัวเสีย “แต่โทษที ข้าไม่ต้องการเป็นแม่บ้านแม่เรือน ข้าต้องการใช้ชีวิตสบาย ๆ” แต่แล้วก็สะดุดกับตำราปรุงยา “ถ้าใช้เงินระบบซื้อตำราปรุงยาก็จะมีวิชาความรู้มาใช้หาเงินได้โดยไม่ต้องเหนื่อยมากแล้วสิ!”
หลินซูเหยารู้ดีว่า หากนางทำตามบทเป๊ะ ๆ หมายความว่าชีวิตถูกกำหนดโดยคนอื่นซึ่งนักแสดงมากฝีมืออย่างนางจะยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้!
คนอย่างหลินหลินต้องคุมเกมเอง!
“เอาวะ! ซื้อ!” หลินซูเหยาตัดสินใจกดซื้อตำราปรุงยาขั้นต้นทันที แล้วเสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
[ติ๊ง! ผู้ใช้งานซื้อตำราปรุงยาขั้นต้น]
[ผู้ใช้งานมีเงินระบบคงเหลือ: 500 ตำลึงเสมือน]
ทันใดนั้นภารกิจก็เด้งขึ้นบนจอ
[ภารกิจเสริม: ปรุงยาเม็ดแรกให้สำเร็จ]
หลินซูเหยาถึงกับถอนใจเฮือก “นี่ไม่เท่ากับพาตัวเองไปลำบากหรอกเหรอ” แต่แล้วก็ผุดรอยยิ้มขณะมองตำราปรุงยาตรงหน้า “ช่างมันเหอะ มีอะไรไม่ต้องพยายามบ้าง!”
ตอนเป็นนักแสดงในมิติโน้น กว่าจะได้มาแต่ละบทต้องแข่งกับคนตั้งเท่าไหร่ งานนี้ก็แค่ปรุงยาไม่ใช่เหรอ แล้วนี่เป็นถึงนางเอกนิยายเชียวนะ อย่างน้อยก็ต้องมีสกิลโกงแบบที่นางเอกควรจะมีบ้างอะไรบ้างมั้ย...ล่ะ
[ติ๊ง! ภารกิจหลัก: ปักถุงหอมให้หลิวเฟิง ภายในเจ็ดวัน]
หลินซูเหยาอ้าปากค้างขณะจ้องจออย่างไม่เชื่อสายตา
“อะไรนะ ปักถุงหอม? บ้าไปแล้ว ตั้งแต่เกิดเป็นคนสวย อย่าว่าแต่ปักผ้า ตั้งแต่จับเข็มกับด้ายครั้งแรกตอนเรียนวิชางานบ้าน ยังไม่เคยเนาผ้าเลยแล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปปักถุงหอมมิทราบห้ะ คุณระบบ” ตอนนี้หลินซูเหยาแทบจะเขวี้ยงหินใส่จอแล้ว “นี่คุณระบบ ตำราที่ขาย มีตำราปรุงยา มีตำราใช้เข็มเงิน มีตำราทำขนม ไหงให้ภารกิจปักถุงหอมล่ะ โทษนะร้านค้ากับภารกิจเนี่ยส่งเสริมกันตรงไหนมิทราบ”
[1] อัตคัด (๑) [อัดตะ-] ว. ขัดสน, ฝืดเคือง, ยากจน, เช่น เขาเป็นคนอัตคัด. (๒) [อัดตะ-] ก. มีน้อย, ขาดแคลน, เช่น อัตคัดผม อัตคัดน้ำ.
ช่วงแรกที่หลินซูเหยาตัดสินใจอยู่สำนักเซียนแพทย์ นางก็ปวดหัวทันที ด้วยคนกว่ายี่สิบต้องช่วยกันทำความสะอาดสำนักที่ถูกทิ้งร้างมานานวันแรกไม่เท่าไหร่ แต่สองสามวันผ่านไปก็เริ่มท้อ ด้วยทั้งหมดเป็นผู้ชาย มีเพียงหลินซูเหยาที่เป็นผู้หญิง กระนั้นก็เป็นนางเองก็ไม่สันทัดเรื่องการทำความสะอาดเลย เถียนสุ่ยจึงไปซื้อทาสจากในเมืองมาเพื่อทำงานบ้านโดยเฉพาะและแน่นอนว่า ทาสทั้งหลายเป็นสตรี“คนนี้คือเสี่ยวจิง คนนี้คือเสี่ยวถานขอรับ”เถียนสุ่ยทำงานรอบคอบ ปิดตาทาสสาวทั้งสองมาตลอดทาง เพื่อป้องกันไม่ให้จดจำเส้นทาง“ดี ดี เจ้าช่วยกันทำความสะอาดกับซักผ้าก็พอ เรื่องทำอาหาร ข้าจัดการเอง” หลินซูเหยาออกคำสั่งง่าย ๆนางเก่งทุกอย่าง ยกเว้นทำความสะอาดบ้าน มิเช่นนั้นห้องนางในโลกโน้นคงไม่รกหรอก“เหยาเหยา ข้าส่งจดหมายไปตระกูลเจิ้งแล้ว เราจะได้จัดงานแต่งกันเสียที”ซีหมิงเดินมาหาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ท่าทางราวกับเด็กได้ของขวัญชิ้นใหญ่ หลินซูเหยาหน้าแดง สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยายามเก็บรอยยิ้มซ่อนความขัดเขินเอาไว้“แล้วแต่ท่านหมอซีเจ้าค่ะ”“เปลี่ยนจากท่านหมอซีเป็นท่านสามี ดีหรือไม่” ซีหมิงยกมุมปากขึ้นยิ้มกว้าง ใบหน้าอ่อนโยนกลายเ
“ข้าต้องการให้เทพธิดาเงาหายไปจากโลกนี้ทันที” หลินซูเหยาเอ่ยขอพร“เหอะ! เจ้าเด็กน้อย เจ้าเพิ่งเกิดแค่ไม่กี่ปี คิดว่าแค่บอกว่าข้าจะหายไป ก็ทำได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ” เทพธิดาเงาแสยะยิ้ม เตรียมลงมือกับหลินซูเหยาทว่าซีหมิงเข้ามาขวางก่อน“คู่ต่อสู้ของเจ้า คือข้า”พลังปราณบริสุทธิ์ของซีหมิงปลดปล่อยออกมาเต็มที่เพื่อปกป้องหลินซูเหยา[ถ้าเทพธิดาเงาหายไป พลังทางสายเลือดของโฮสต์และซีหมิงก็จะหายไปด้วยนะครับ]“ท่านหมอซี ถ้าเทพธิดาเงาหายไป พวกเราจะไม่มีพลังทางสายเลือดอีก ท่านรับได้หรือไม่เจ้าคะ”ซีหมิงพยายามอย่างยากลำบากในการหาโอสถบรรจบมังกรมาเพื่อปลดผนึก หลินซูเหยาไม่แน่ใจว่า อีกฝ่ายจะยอมเสียพลังอำนาจที่สามารถครองโลกได้แค่พลิกฝ่ามือหรือไม่“ข้ายอมรับ”คำตอบของซีหมิง ทำให้หลินซูเหยายิ้มกว้าง นางพยักหน้ากับระบบ“ใช้เลย” หญิงสาวตะโกนอย่างไม่ลังเลเช่นกันพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แลกมาด้วยความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ แต่ว่า...นางขี้เกียจมากขนาดทำความสะอาดห้องยังขี้เกียจทำ แล้วจะไปรับผิดชอบชีวิตใครได้“เชอะ! งี่เง่า” เทพธิดาเงาทุ่มพลังมหาศาลเพื่อจัดการซีหมิงในคราวเดียวทว่าจู่ ๆ นางก็รู้สึกถึงความว่างเปล่า แล้
“ท่านอาจารย์ ที่ท่านอายุยืนยาวถึงเพียงนี้ล้วนแย่งชิงจากผู้อื่นมา วันนี้ข้าจะเป็นผู้ปลดปล่อยท่านแล้วกัน”บุญคุณที่เลี้ยงดู ไม่สู้เอาชีวิตรอด เขาไม่เคยรู้จักบิดามารดา ด้วยคนตรงหน้าคือต้นเหตุ แม้จะไม่โกรธแค้นแต่จะไม่ยอมให้ภัยอันตรายนี้คุกคามตนอีกคน“เจ้าคิดว่าสู้ข้าได้หรือ ยอมจำนนโดยดีเถอะ ข้ายังจะเหลือลมหายใจให้เจ้าได้” ชายชรากล่าวน้ำเสียงเย็นชา ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเต็มสิบส่วนแล้วพุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่ลังเลกระบี่ของซีซวนพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ซีหมิงด้วยความเร็วและแม่นยำระดับปรมาจารย์ การปะทะครั้งแรกทำให้เกิดคลื่นปราณรุนแรงแผ่กระจายออกไปรอบทิศซีซวนมั่นใจว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะยืดเยื้อและสูสีอยู่บ้าง แต่ตราบที่ซีหมิงยังถูกตราบรรจบมังกรผนึกไว้ ย่อมไม่มีทางจะสู้เขาได้ แน่นอนว่าซีซวนไม่มีทางคิดได้ว่าซีหมิงจะใช้เวลาไม่ถึงเดือนในการรวบรวมสมุนไพรและวัตถุดิบหลักทั้งหมดจนหลอมเป็นโอสถบรรจบมังกรออกมาได้แล้วและยิ่งไม่คิดว่า ซีหมิงตอนนี้ปลดผนึกพลังทางสายเลือดได้เต็มที่แล้วทว่าพริบตาที่ซีซวนส่งกระบี่เข้าใส่เป็นครั้งที่สาม ซีหมิงก็หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ร่างกายของเขาไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธ แต่พลังปราณสีท
กระแสพลังงานดำสนิทและเย็นเยียบคล้ายมังกรถูกจองจำ พุ่งทะยานออกจากแก่นวิญญาณของซีหมิง แผ่รังสีสังหารเข้าปะทะพลังบริสุทธิ์ของโอสถอย่างบ้าคลั่ง เส้นเลือดบนลำคอและหน้าผากของซีหมิงปูดโปน ร่างกายสั่นเทาจนเหงื่อเย็นไหลซึมซีหมิงกัดฟันแน่น เขาทนต่อความเจ็บปวดที่ราวกับถูกฉีกกระชากจากภายใน กระแสพลังทั้งสองสายห้ำหั่นกัน เพื่อช่วงชิงแก่นแท้ของสายเลือดสกุลเทียนและเมื่อพลังโอสถบรรจบสวรรค์แผ่ซ่านถึงขีดสุด กระแสแสงสีทองเจิดจ้าก็ระเบิดออกจากร่างซีหมิงอย่างควบคุมไม่ได้ แสงนั้นสว่างกว่าดวงอาทิตย์หลายเท่า! พร้อมกันนั้นตราบรรจบมังกรที่เป็นเหมือนพันธนาการก็แตกสลาย เสียงกึกก้องเหมือนระฆังทองคำตีประสานกับเสียงคำรามก้องของมังกรที่เพิ่งถูกปลดปล่อย ดังทั่วห้องลับโชคดีที่ที่นี่เป็นค่ายกลซึ่งสร้างโดยตระกูลเจิ้ง จึงไม่มีคนภายนอกคนใดรับรู้ซีหมิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาไม่แสดงความเจ็บปวดอีกแล้ว กลับเต็มไปด้วยรัศมีสีทองอร่ามทรงอำนาจ ร่างสูงยืนขึ้นอย่างสง่างาม ท่าทีไม่ดุดัน มีเพียงสงบนิ่งราวกับมังกรตื่นจากการหลับใหลและตระหนักถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ในกำมือตนตอนนี้ไม่แปลกใจแล้วที่ใครต่อใครหวาดกลัวราชวงศ์เทียน ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ
“บอก บอก ข้าบอกแล้ว”ถูกทรมานยังมีโอกาสรักษาหาย แต่ถูกตัดตอน ย่อมต่อกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แน่ เขาไม่อยากเป็นฮ่องเต้ขันทีคนแรกบนหน้าประวัติศาสตร์“รีบพูด” หลินซูเหยาใช้น้ำเสียงประหนึ่งนางปีศาจที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซาก“ยาอมตะ ยาอมตะ ไม่เชื่อเจ้าถามตงกงกง เขารู้ดี ข้าต้องนำไปทำยาอมตะ”แน่นอนว่าทุกคนเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่เหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องซึ่งหลินซูเหยายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่เจ้าฉีเหยียนจงผู้นี้ ไม่ได้พูดความจริงออกมาทั้งหมด“ท่านหมอซี ท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”ซีหมิงที่เงียบมาตลอด มองหลินซูเหยาด้วยแววตาโศกเศร้า ก่อนจะหันไปหาฉีเหยียนจง“เจ้ารู้จักซีซวนหรือไม่”เป็นเพียงคำถามสั้น ๆ ฉีเหยียนจงถึงกับสั่นสะท้าน ก่อนจะฝืนกลับมาเป็นปกติ“ไม่ ไม่รู้จัก เขาคือใคร”หลินซูเหยาที่จับตามองอยู่ตลอดเห็นความผิดปกตินี้ทันที จึงหันไปมองซีหมิง ชายหนุ่มพยักหน้าให้หลินซูเหยาเป็นอันว่าเขาคาดเดาบางอย่างถูกต้องแล้ว“ตัดมันทิ้ง” หลินซูเหยาออกคำสั่งกับตงกงกง“ไม่ ไม่ เจ้าคนแซ่ตง หากเจ้าตัดตอนข้า ข้าจะไม่ไว้ชีวิตเจ้า เจ้าจะไม่มีวันได้ยาอมตะ”ฉีเหยียนจงพยายามขยับตัวหนี แต่ดิ้นไปก็เท่านั้น
หลินซูเหยากับซีหมิงอาศัยตงกงกงจึงจับตัวฉีเหยียนจงมาได้โดยง่าย“พวกเจ้า พวกเจ้าบังอาจ กล้าจับเจิ้นได้อย่างไร!”ตงกงกงก้มหน้าไม่กล้าสบตา ทว่าซีหมิงกับหลินซูเหยานั่งจิบชากินขนม ราวกับกำลังนั่งชมจันทร์อย่างเพลิดเพลิน“เอาละ บอกข้า เจ้ามีจุดประสงค์อะไร” เสียเวลาสืบหาความจริง การจับคนร้ายมาถาม ง่ายกว่ามาก“หมายความว่าอย่างไร” ฉีเหยียนจงยังคงลักษณะผู้ถือครองอำนาจสูงสุดมาอย่างยาวนานแต่หลินซูเหยาคือนักแสดงมากฝีมือ คิดจะใช้สง่าราศีแข่งกับนางหรือ เชื่อเถอะว่านางทำได้ดีกว่า หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นสูง ยืดหลังตรง ใช้วิธีมองฮ่องเต้ด้วยการชำเลืองหางตา “เจ้าคิดจะให้ข้าแต่งกับลูกชายเจ้า คงไม่ใช่แค่อยากได้สะใภ้ธรรมดากระมัง”ถูกระบบบังคับ นางยังเล่นงานถึงเทพชะตา แล้วเป็นแค่ฮ่องเต้ นางจะไม่กล้าหรือ ใครใช้ให้นางถือแต้มเหนือกว่าเล่า“เจ้าพูดอะไร เจิ้นไม่รู้เรื่อง” ฉีเหยียนจงดวงตาหดแคบ ไหนใครบอกว่าหลินซูเหยาเป็นสตรีอ่อนแอ นี่มันนางจิ้งจอกห่มหนังแกะชัด ๆหลินซูเหยาลุกขึ้นเดินไปเหยียบไหล่ของฉีเหยียนจงอย่างไม่เกรงกลัว พลันแส้เส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือซีหมิงเห็นแล้วขัดตา ลุกเดินตามหลินซูเหยามาดึงแส้จากมือนางแล้วเอ่







