LOGIN[คำแนะนำ: ผู้ใช้งานสามารถดึงความทรงจำของร่างเดิมมาใช้ทำภารกิจได้]
เสียงระบบดังขึ้น หลินซูเหยาทำหน้าสงสัย ‘ความทรงจำของหลินซูเหยาคนเดิม’ งั้นหรือ มันคืออะไรหว่า
หลินซูเหยาคนใหม่หลับตาเพื่อฟื้นความทรงจำของร่างเดิม ทันใดภาพมากมายก็ผุดขึ้นในหัว เป็นภาพเด็กสาวนั่งปักผ้าอย่างตั้งใจ ภาพทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว ภาพจัดดอกไม้ในแจกัน ทุกงานฝีมือออกมาสมบูรณ์แบบ สมกับเป็นกุลสตรีในห้องหอ!
นางเอกมากแม่…
เมื่อได้ความทรงจำเดิมแล้วหลินซูเหยาก็ค้นหาอุปกรณ์เย็บปักในห้อง แล้วก็พบอุปสรรคสำคัญอีกครั้งเมื่อมีผ้าและเส้นไหม แต่ไม่มีเครื่องหอมที่จะใส่ในถุง...
หลินซูเหยาถอนใจขณะนึกถึงชีวิตหลินซูเหยาคนเดิม เป็นบุตรอนุไม่พอ ยังถูกมารดาผู้เป็นอนุในจวนยึดทุกอีแปะอีก ทำให้ชีวิตไม่เคยมีเงินติดตัว กระทั่งเงินในฐานะคุณหนูจวนหลินก็ยังถูกอนุหลงเก็บไปจนหมด และทุกครั้งที่หลินเหมิงเหยาไม่พอใจหลินซูเหยาไม่ว่าจะเรื่องอะไร อนุหลงก็จะเข้าข้างหลินเหมิงเหยาอย่างออกหน้าออกตา ไม่สนว่าใครถูกใครผิด ไม่ว่าอย่างไรหลินซูเหยาก็ต้องถูกลงโทษ ทั้งตบหน้าทั้งทุบตี เรียกว่าถูกทำร้ายร่างกายทุกรูปแบบ
ดังนั้นเรื่องจะไปขอเงินใช้จ่ายจากอนุหลง ...ลืมไปได้
“หึ! ไม่ซื้อไม่ง้อก็ได้!” หลินซูเหยายกยิ้ม ...ก็มีตำราปรุงยาอยู่ในมือแล้วนี่ การจะหาสูตรเครื่องหอมสักสูตรไม่น่ายาก
หญิงสาวเปิดตำราปรุงยาขั้นต้นที่เพิ่งแลกมาทันที พลันความรู้เรื่องการปรุงยาก็หลั่งไหลเข้าสมองราวกับสายน้ำ เหมือนมีคนยัดข้อมูลใส่หัวไม่หยุด ทั้งสรรพคุณสมุนไพร ทั้งกลิ่นดอกไม้แต่ละชนิด แล้วยังมีส่วนผสมทุกอย่างที่นำมาใช้ทำเครื่องหอมได้อีก
ในสมองของหลินซูเหยาตอนนี้รู้ทุกอย่างและทุกขั้นตอน ราวกับทำมาแล้วนับร้อยนับพันครั้ง
“เข้าท่ามากเจ้าค่ะคุณระบบ”
[ขอบคุณสำหรับคำชม]
ระบบตอบสั้น ๆ
“เอาละ ข้าจะทำเครื่องหอมในแบบของข้าเอง!”
หลินซูเหยาเดินไปยังสวนในจวนตามความทรงจำเดิม เพื่อหาดอกไม้และสมุนไพรที่จะนำมาใช้ทำเครื่องหอม ด้วยจำได้ว่าในสวนมีดอกไม้หลายชนิด และในจำนวนนั้นมีดอกโบตั๋นกับดอกหอมหมื่นลี้ซึ่งมีกลิ่นคล้ายสบู่ นำมาใช้ทำเครื่องหอมได้แน่นอน
ขณะหลินซูเหยากำลังเก็บดอกหอมหมื่นลี้ ก็ได้ยินเสียงกระด้างดังขึ้น
“นี่เจ้า สวนแห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่คนอย่างเจ้าจะเข้ามาได้ เป็นแค่ลูกอนุ ลืมตัวคิดจะเผยอหน้าเป็นคุณหนูตระกูลหลินแล้วหรือ ถึงได้หน้าด้านมาเดินในสวนของท่านแม่ข้า”
หลินซูเหยาค่อย ๆ ยืดแผ่นหลัง หมุนตัวไปมองหลินเหมิงเหยาและสาวใช้ที่มายืนจ้องมองนางด้วยแววตาดูถูก... อย่างสงบนิ่ง “สวนนี้ คุณหนูใหญ่น่าจะรู้ดีว่าท่านแม่ใหญ่มิได้สั่งห้ามข้ามิให้เข้ามาเลย”
“ปากกล้านัก ถึงกับเรียกท่านแม่ต่อหน้าข้า” หลินเหมิงเหยาถลึงตาใส่หลินซูเหยาอย่างหงุดหงิด
ตั้งแต่เด็กจนปักปิ่น นางสั่งห้ามหลินซูเหยาเรียกท่านแม่ใหญ่ ให้เรียกแค่ฮูหยินใหญ่เท่านั้น ยกเว้นเวลาที่มีผู้อื่นอยู่ด้วย เช่นนั้นย่อมไม่อาจให้เสียมารยาท เมื่อได้ยินหลินซูเหยาเรียกขานมารดาของนางว่าท่านแม่ใหญ่ โทสะจึงล้นปรี่ทันที “คิดหรือว่าหมั้นกับบัณฑิตบ้านนอกนั่นแล้ว เจ้าจะลองดีกับข้าได้ คนอย่างเจ้าเทียบชั้นกับข้าไม่ได้เลยสักนิด!” พูดจบก็พยักหน้าให้สาวใช้เข้าไปจัดการหลินซูเหยา
แน่นอนว่าสาวใช้สองคนพุ่งเข้ามาพร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายทันที ทว่าหลินซูเหยาเตรียมรับมือจะสู้แล้ว เพราะนักแสดงอย่างนางย่อมต้องเรียนศิลปะการต่อสู้มาบ้าง เนื่องจากได้แต่บทนางร้าย ก็เรื่องไหนบ้างล่ะที่นางร้ายไม่ต้องตบตีผู้คนน่ะ
แล้วอีกอย่าง ชีวิตในมิติโน้นของนางไม่ต้องพูดถึงเลย สกิลปากหลินหลินเรียกว่ากลืนหมาเข้าไปทั้งตัวแล้วด้วยซ้ำ ส่วนสกิลมือก็เหมือนได้วิญญาณแมวสิงร่าง จะหยุมหัวหรือข่วนหน้า ถนัดมาก อยากได้ก็เข้ามา
แต่ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น...
[ติ๊ง! ภารกิจหลักใหม่: ถูกผลักตกน้ำ]
[ข้อกำหนด: ภายใน 3 นาที]
หลินซูเหยาอ้าปากค้าง “ห้ะ!”
ในพล็อตเดิม หลินซูเหยาผู้อ่อนแอไม่แม้จะคิดสู้ สิ่งที่นางทำมีเพียงก้มหน้ารับฝ่ามือฝ่าเท้าของสาวใช้ แล้วถูกผลักตกน้ำในที่สุด และเพราะนางว่ายน้ำไม่เป็นจึงเกือบจมน้ำตาย ดีที่หลิวเฟิงมาช่วยทัน ทำให้หลินซูเหยาที่หลงรักหลิวเฟิงมานานแล้วยิ่งหลงรักมากขึ้นไปอีก
แต่ปัญหาคือ หลินซูเหยาคนใหม่ นาง... ว่ายน้ำเป็น!
แล้วคนว่ายน้ำเป็นจะให้แกล้งว่ายน้ำไม่เป็น? ...ยามนี้คำด่ามากมายติดอยู่ที่ริมฝีปากแล้ว แต่จะด่ามากก็ไม่ได้อีก เดี๋ยวหลุดบท
เฮ้อ นี่มัน ช่าง...ดอกบัวขาวแอ๊บใสในซีรีส์แนวตั้งชัด ๆ
ขณะหลินซูเหยากำลังคิดหาทางออก สาวใช้ของหลินเหมิงเหยาก็ผลักนางแล้ว! ร่างของหลินซูเหยาเสียหลัก โอนเอนจวนเจียนจะพลัดตกสระเต็มที
ได้ เอางั้นก็ได้ นักแสดงร้าย ๆ อย่างหลินหลิน ฉากไหนบ้างที่แสดงไม่ได้
จัดไปแม่!
ตูมมมมมม!
ว่าแต่... ต้องแกล้งจมน้ำนานแค่ไหนพ่อพระเอกหน้ามึนถึงจะมาช่วยทัน ความคิดผุดขึ้นทันทีที่ลมหายใจแรกสัมผัสน้ำ แล้วสายตาก็เห็นหลิวเฟิงยืนมองอยู่ไกล ๆ อย่างไม่มีทีท่าจะเข้ามาช่วยเลย
เป็นพระเอกไงวะ เห็นคู่หมั้นจะตาย ยังไม่เข้ามาช่วย นี่มันตัวร้ายจับฉลากได้บทพระเอกชัด
ช่วงแรกที่หลินซูเหยาตัดสินใจอยู่สำนักเซียนแพทย์ นางก็ปวดหัวทันที ด้วยคนกว่ายี่สิบต้องช่วยกันทำความสะอาดสำนักที่ถูกทิ้งร้างมานานวันแรกไม่เท่าไหร่ แต่สองสามวันผ่านไปก็เริ่มท้อ ด้วยทั้งหมดเป็นผู้ชาย มีเพียงหลินซูเหยาที่เป็นผู้หญิง กระนั้นก็เป็นนางเองก็ไม่สันทัดเรื่องการทำความสะอาดเลย เถียนสุ่ยจึงไปซื้อทาสจากในเมืองมาเพื่อทำงานบ้านโดยเฉพาะและแน่นอนว่า ทาสทั้งหลายเป็นสตรี“คนนี้คือเสี่ยวจิง คนนี้คือเสี่ยวถานขอรับ”เถียนสุ่ยทำงานรอบคอบ ปิดตาทาสสาวทั้งสองมาตลอดทาง เพื่อป้องกันไม่ให้จดจำเส้นทาง“ดี ดี เจ้าช่วยกันทำความสะอาดกับซักผ้าก็พอ เรื่องทำอาหาร ข้าจัดการเอง” หลินซูเหยาออกคำสั่งง่าย ๆนางเก่งทุกอย่าง ยกเว้นทำความสะอาดบ้าน มิเช่นนั้นห้องนางในโลกโน้นคงไม่รกหรอก“เหยาเหยา ข้าส่งจดหมายไปตระกูลเจิ้งแล้ว เราจะได้จัดงานแต่งกันเสียที”ซีหมิงเดินมาหาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ท่าทางราวกับเด็กได้ของขวัญชิ้นใหญ่ หลินซูเหยาหน้าแดง สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยายามเก็บรอยยิ้มซ่อนความขัดเขินเอาไว้“แล้วแต่ท่านหมอซีเจ้าค่ะ”“เปลี่ยนจากท่านหมอซีเป็นท่านสามี ดีหรือไม่” ซีหมิงยกมุมปากขึ้นยิ้มกว้าง ใบหน้าอ่อนโยนกลายเ
“ข้าต้องการให้เทพธิดาเงาหายไปจากโลกนี้ทันที” หลินซูเหยาเอ่ยขอพร“เหอะ! เจ้าเด็กน้อย เจ้าเพิ่งเกิดแค่ไม่กี่ปี คิดว่าแค่บอกว่าข้าจะหายไป ก็ทำได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ” เทพธิดาเงาแสยะยิ้ม เตรียมลงมือกับหลินซูเหยาทว่าซีหมิงเข้ามาขวางก่อน“คู่ต่อสู้ของเจ้า คือข้า”พลังปราณบริสุทธิ์ของซีหมิงปลดปล่อยออกมาเต็มที่เพื่อปกป้องหลินซูเหยา[ถ้าเทพธิดาเงาหายไป พลังทางสายเลือดของโฮสต์และซีหมิงก็จะหายไปด้วยนะครับ]“ท่านหมอซี ถ้าเทพธิดาเงาหายไป พวกเราจะไม่มีพลังทางสายเลือดอีก ท่านรับได้หรือไม่เจ้าคะ”ซีหมิงพยายามอย่างยากลำบากในการหาโอสถบรรจบมังกรมาเพื่อปลดผนึก หลินซูเหยาไม่แน่ใจว่า อีกฝ่ายจะยอมเสียพลังอำนาจที่สามารถครองโลกได้แค่พลิกฝ่ามือหรือไม่“ข้ายอมรับ”คำตอบของซีหมิง ทำให้หลินซูเหยายิ้มกว้าง นางพยักหน้ากับระบบ“ใช้เลย” หญิงสาวตะโกนอย่างไม่ลังเลเช่นกันพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แลกมาด้วยความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ แต่ว่า...นางขี้เกียจมากขนาดทำความสะอาดห้องยังขี้เกียจทำ แล้วจะไปรับผิดชอบชีวิตใครได้“เชอะ! งี่เง่า” เทพธิดาเงาทุ่มพลังมหาศาลเพื่อจัดการซีหมิงในคราวเดียวทว่าจู่ ๆ นางก็รู้สึกถึงความว่างเปล่า แล้
“ท่านอาจารย์ ที่ท่านอายุยืนยาวถึงเพียงนี้ล้วนแย่งชิงจากผู้อื่นมา วันนี้ข้าจะเป็นผู้ปลดปล่อยท่านแล้วกัน”บุญคุณที่เลี้ยงดู ไม่สู้เอาชีวิตรอด เขาไม่เคยรู้จักบิดามารดา ด้วยคนตรงหน้าคือต้นเหตุ แม้จะไม่โกรธแค้นแต่จะไม่ยอมให้ภัยอันตรายนี้คุกคามตนอีกคน“เจ้าคิดว่าสู้ข้าได้หรือ ยอมจำนนโดยดีเถอะ ข้ายังจะเหลือลมหายใจให้เจ้าได้” ชายชรากล่าวน้ำเสียงเย็นชา ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเต็มสิบส่วนแล้วพุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่ลังเลกระบี่ของซีซวนพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ซีหมิงด้วยความเร็วและแม่นยำระดับปรมาจารย์ การปะทะครั้งแรกทำให้เกิดคลื่นปราณรุนแรงแผ่กระจายออกไปรอบทิศซีซวนมั่นใจว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะยืดเยื้อและสูสีอยู่บ้าง แต่ตราบที่ซีหมิงยังถูกตราบรรจบมังกรผนึกไว้ ย่อมไม่มีทางจะสู้เขาได้ แน่นอนว่าซีซวนไม่มีทางคิดได้ว่าซีหมิงจะใช้เวลาไม่ถึงเดือนในการรวบรวมสมุนไพรและวัตถุดิบหลักทั้งหมดจนหลอมเป็นโอสถบรรจบมังกรออกมาได้แล้วและยิ่งไม่คิดว่า ซีหมิงตอนนี้ปลดผนึกพลังทางสายเลือดได้เต็มที่แล้วทว่าพริบตาที่ซีซวนส่งกระบี่เข้าใส่เป็นครั้งที่สาม ซีหมิงก็หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ร่างกายของเขาไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธ แต่พลังปราณสีท
กระแสพลังงานดำสนิทและเย็นเยียบคล้ายมังกรถูกจองจำ พุ่งทะยานออกจากแก่นวิญญาณของซีหมิง แผ่รังสีสังหารเข้าปะทะพลังบริสุทธิ์ของโอสถอย่างบ้าคลั่ง เส้นเลือดบนลำคอและหน้าผากของซีหมิงปูดโปน ร่างกายสั่นเทาจนเหงื่อเย็นไหลซึมซีหมิงกัดฟันแน่น เขาทนต่อความเจ็บปวดที่ราวกับถูกฉีกกระชากจากภายใน กระแสพลังทั้งสองสายห้ำหั่นกัน เพื่อช่วงชิงแก่นแท้ของสายเลือดสกุลเทียนและเมื่อพลังโอสถบรรจบสวรรค์แผ่ซ่านถึงขีดสุด กระแสแสงสีทองเจิดจ้าก็ระเบิดออกจากร่างซีหมิงอย่างควบคุมไม่ได้ แสงนั้นสว่างกว่าดวงอาทิตย์หลายเท่า! พร้อมกันนั้นตราบรรจบมังกรที่เป็นเหมือนพันธนาการก็แตกสลาย เสียงกึกก้องเหมือนระฆังทองคำตีประสานกับเสียงคำรามก้องของมังกรที่เพิ่งถูกปลดปล่อย ดังทั่วห้องลับโชคดีที่ที่นี่เป็นค่ายกลซึ่งสร้างโดยตระกูลเจิ้ง จึงไม่มีคนภายนอกคนใดรับรู้ซีหมิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาไม่แสดงความเจ็บปวดอีกแล้ว กลับเต็มไปด้วยรัศมีสีทองอร่ามทรงอำนาจ ร่างสูงยืนขึ้นอย่างสง่างาม ท่าทีไม่ดุดัน มีเพียงสงบนิ่งราวกับมังกรตื่นจากการหลับใหลและตระหนักถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ในกำมือตนตอนนี้ไม่แปลกใจแล้วที่ใครต่อใครหวาดกลัวราชวงศ์เทียน ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ
“บอก บอก ข้าบอกแล้ว”ถูกทรมานยังมีโอกาสรักษาหาย แต่ถูกตัดตอน ย่อมต่อกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แน่ เขาไม่อยากเป็นฮ่องเต้ขันทีคนแรกบนหน้าประวัติศาสตร์“รีบพูด” หลินซูเหยาใช้น้ำเสียงประหนึ่งนางปีศาจที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซาก“ยาอมตะ ยาอมตะ ไม่เชื่อเจ้าถามตงกงกง เขารู้ดี ข้าต้องนำไปทำยาอมตะ”แน่นอนว่าทุกคนเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่เหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องซึ่งหลินซูเหยายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่เจ้าฉีเหยียนจงผู้นี้ ไม่ได้พูดความจริงออกมาทั้งหมด“ท่านหมอซี ท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”ซีหมิงที่เงียบมาตลอด มองหลินซูเหยาด้วยแววตาโศกเศร้า ก่อนจะหันไปหาฉีเหยียนจง“เจ้ารู้จักซีซวนหรือไม่”เป็นเพียงคำถามสั้น ๆ ฉีเหยียนจงถึงกับสั่นสะท้าน ก่อนจะฝืนกลับมาเป็นปกติ“ไม่ ไม่รู้จัก เขาคือใคร”หลินซูเหยาที่จับตามองอยู่ตลอดเห็นความผิดปกตินี้ทันที จึงหันไปมองซีหมิง ชายหนุ่มพยักหน้าให้หลินซูเหยาเป็นอันว่าเขาคาดเดาบางอย่างถูกต้องแล้ว“ตัดมันทิ้ง” หลินซูเหยาออกคำสั่งกับตงกงกง“ไม่ ไม่ เจ้าคนแซ่ตง หากเจ้าตัดตอนข้า ข้าจะไม่ไว้ชีวิตเจ้า เจ้าจะไม่มีวันได้ยาอมตะ”ฉีเหยียนจงพยายามขยับตัวหนี แต่ดิ้นไปก็เท่านั้น
หลินซูเหยากับซีหมิงอาศัยตงกงกงจึงจับตัวฉีเหยียนจงมาได้โดยง่าย“พวกเจ้า พวกเจ้าบังอาจ กล้าจับเจิ้นได้อย่างไร!”ตงกงกงก้มหน้าไม่กล้าสบตา ทว่าซีหมิงกับหลินซูเหยานั่งจิบชากินขนม ราวกับกำลังนั่งชมจันทร์อย่างเพลิดเพลิน“เอาละ บอกข้า เจ้ามีจุดประสงค์อะไร” เสียเวลาสืบหาความจริง การจับคนร้ายมาถาม ง่ายกว่ามาก“หมายความว่าอย่างไร” ฉีเหยียนจงยังคงลักษณะผู้ถือครองอำนาจสูงสุดมาอย่างยาวนานแต่หลินซูเหยาคือนักแสดงมากฝีมือ คิดจะใช้สง่าราศีแข่งกับนางหรือ เชื่อเถอะว่านางทำได้ดีกว่า หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นสูง ยืดหลังตรง ใช้วิธีมองฮ่องเต้ด้วยการชำเลืองหางตา “เจ้าคิดจะให้ข้าแต่งกับลูกชายเจ้า คงไม่ใช่แค่อยากได้สะใภ้ธรรมดากระมัง”ถูกระบบบังคับ นางยังเล่นงานถึงเทพชะตา แล้วเป็นแค่ฮ่องเต้ นางจะไม่กล้าหรือ ใครใช้ให้นางถือแต้มเหนือกว่าเล่า“เจ้าพูดอะไร เจิ้นไม่รู้เรื่อง” ฉีเหยียนจงดวงตาหดแคบ ไหนใครบอกว่าหลินซูเหยาเป็นสตรีอ่อนแอ นี่มันนางจิ้งจอกห่มหนังแกะชัด ๆหลินซูเหยาลุกขึ้นเดินไปเหยียบไหล่ของฉีเหยียนจงอย่างไม่เกรงกลัว พลันแส้เส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือซีหมิงเห็นแล้วขัดตา ลุกเดินตามหลินซูเหยามาดึงแส้จากมือนางแล้วเอ่







