LOGINหลินซูเหยาเดินตามบ่าวของฮูหยินใหญ่ไปโรงครัวอย่างช้า ๆ ด้วยสองขายังเป็นเหน็บจึงเดินพลางลูบต้นขาพลางอย่างระอา
นี่มันแค่ภารกิจเสริมเองไม่ใช่รึ ทำไมชาจนอยากเอาหัวโขกกำแพงแบบนี้เล่า
พอไปถึงในครัว หลินซูเหยาก็เห็นอาหารสดวางเรียงอยู่บนโต๊ะแล้ว หญิงสาวเข้าใจทันทีว่าฮูหยินใหญ่ต้องการให้นางทำไก่ตุ๋นยาจีนสูตรบำรุงกำลังและฟื้นฟูร่างกายนั่นเอง นั่นเพราะองค์ชายรองฉีจิ้นถูกลอบสังหารจนบาดเจ็บ หลินเหมิงเหยาย่อมไม่พลาดโอกาสเอาใจคู่หมั้น
คิดแล้วหลินซูเหยาก็ถอนใจเฮือก หากก็ลงมือทำอาหารอย่างคล่องแคล่วทันที
ไม่นานกลิ่นเครื่องปรุงจากสมุนไพรหลายชนิดและเนื้อไก่เคี่ยวจนนุ่มก็หอมฟุ้งทั่วโรงครัว สาวใช้ของฮูหยินใหญ่ที่เฝ้าอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก จากนั้นไก่ตุ๋นยาจีนก็ถูกยกไปวางบนโต๊ะ แล้วหลินเหมิงเหยาก็เดินเข้ามาพร้อมสาวใช้คนสนิทของนาง
“เรียบร้อยแล้วรึ” หลินเหมิงเหยาเอ่ยขณะมองหม้อไก่ตุ๋นยาจีนอย่างริษยาในฝีมือหลินซูเหยา “เช่นนั้นรีบจัดใส่กล่องเร็วเข้า ข้าจะนำไปถวายคู่หมั้นของข้า”
หลินซูเหยาไม่คิดเอ่ยปาก เพียงยืนมองสาวใช้ตักไก่ตุ๋นใส่ชาม แล้วยกวางในกล่องไม้อย่างระมัดระวัง จากนั้นนำผ้าไหมผืนโตมาห่อหุ้มกล่องให้สวยงาม
[ติ๊ง! ภารกิจเสริม: ทำอาหารตามคำสั่งฮูหยินใหญ่ สำเร็จ!]
[ได้รับรางวัล: แต้มทักษะ 1 แต้ม]
เมื่อได้มาอีกหนึ่งแต้มทักษะ ก็รวมเป็นสอง หลินซูเหยาจึงยืนมองหลินเหมิงเหยาที่เดินออกไปด้วยสีหน้าปลื้มปริ่ม ไม่รู้สึกโกรธเคือง เพราะนี่เป็นพล็อตที่นางต้องเผชิญอยู่แล้ว
ถ้าได้ทำตามแผนที่วางไว้ การถูกหลอกใช้งานเช่นนี้ นับเป็นเรื่องเล็กน้อย
จากนั้นก็ถือโอกาสที่หลินเหมิงเหยาไม่อยู่ในจวน เดินไปสวนสมุนไพร ใช้ความทรงจำของร่างเดิมและทักษะการปรุงยาขั้นต้นที่ได้จากระบบเดินเก็บวัตถุดิบที่ต้องใช้ทำถุงหอมทันที
จนเมื่อเก็บได้ตามจำนวนต้องการแล้วก็กลับเข้าโรงครัวเดิมอีกครั้ง หญิงสาวตั้งหม้อใบใหญ่บนเตาไฟอ่อนเพื่อต้มน้ำ แล้ววางหม้อใบเล็กกว่าที่ใส่ดอกหอมหมื่นลี้เอาไว้แล้ว ซ้อนลงในหม้อใบใหญ่อีกที ขณะไอน้ำกำลังกลั่นกลิ่นหอมของดอกไม้ออกมา หลินซูเหยาก็หยิบเข็มและด้ายที่เตรียมไว้แล้วขึ้นมาอย่างไม่รอช้า
ทว่าความขี้เกียจที่มีเป็นทุนเดิม หลินซูเหยาจึงเลือกปักลายดอกทานตะวันที่เหมือนงดงามอย่างสูงค่า แต่ความจริงที่เลือกลายนี้ เพราะมันปักง่ายและเร็ว ไม่ต้องเปลี่ยนสีด้ายด้วย แค่สีเหลืองสีเดียวก็เอาอยู่
เมื่อการปักดอกทานตะวันลงบนถุงเสร็จแล้ว หลินซูเหยาก็วางถุงใบนั้นลงในหม้อใบเล็ก เพื่ออบให้ถุงหอมกลิ่นดอกหมื่นลี้ การทำเช่นนี้จะทำให้ความหอมซึมซาบเข้าเนื้อผ้ามากที่สุด
นี่เป็นเคล็ดลับที่นางได้จากตำราปรุงยา ทำให้มั่นใจว่ากลิ่นหอมจะติดทนนานแน่นอน แม้ว่าจริง ๆ จะมีวิธีดึงเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมออกมาได้มากกว่านี้ แต่หลินซูเหยาไม่คิดจะทำ เพราะยุ่งยากเกินไป
นางไม่คิดจะเสียเวลาสำหรับพระเอกหน้ามืดตามัวคนนั้นแน่
“เอาละ ถึงเวลาล่าแต้มแล้ว” หลินซูเหยากล่าวกับตัวเองพลางยกยิ้มมุมปาก
หญิงสาวย่องไปห้องหนังสือของเรือนหลัก ด้วยความทรงจำของร่างเดิมบอกนางว่า หลิวเฟิงมักใช้เวลาช่วงนี้มาอ่านตำราหรือจัดการเอกสารสำคัญให้กับเสนาบดีหลิน ดังนั้นเมื่อมาถึงหน้าห้องหนังสือ นางจึงผลักประตูเข้าไปอย่างกล้าหาญ และพบหลิวเฟิงกำลังเขียนอักษรอยู่จริง ๆ
ใบหน้าจริงจังดูสง่างาม หลินซูเหยาเดินเข้าไปด้วยกิริยานอบน้อม “คุณชายหลิวเจ้าคะ ข้านำถุงหอมที่ทำเอง มามอบให้ท่านเจ้าค่ะ” หลินซูเหยาเอ่ยน้ำเสียงอ่อนหวานอย่างที่สุดขณะยื่นถุงหอมไปตรงหน้า
ทว่าหลิวเฟิงไม่ชายตาแล เพียงเอ่ยเสียงไร้อารมณ์ว่า “วางไว้แล้วก็ออกไปซะ”
หลินซูเหยาแสร้งทำสีหน้าเศร้าให้ดูน่าสงสารขณะวางถุงหอมลงบนโต๊ะแล้วถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อถึงห้อง หลินซูเหยารีบปิดประตูแล้วเผยรอยยิ้มกว้างอย่างดีใจที่ทำภารกิจสำเร็จ!
[ติ๊ง! ภารกิจเสริม: มอบถุงหอมให้หลิวเฟิง สำเร็จ!]
[ได้รับรางวัล: แต้มทักษะ 1 แต้ม]
ได้แต้มทักษะเพิ่มอีกหนึ่ง ทำให้ตอนนี้หลินซูเหยามีแต้มทักษะสามแต้มแล้ว จึงเอ่ยถามระบบทันที “ระบบตอนนี้เนื้อเรื่องมาถึงจุดไหนแล้ว พระเอกจะหลงรักข้าเมื่อไหร่”
[ติ๊ง! ระบบตรวจเส้นทางโชคชะตาแล้ว รัชทายาทจะหลงรักหลินซูเหยาหลังจากยกเลิกสัญญาหมั้น และหลินซูเหยาใช้ชีวิตของนาง ปกป้องเขาจากอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต]
หลินซูเหยาอ้าปากค้าง หา? นี่มันพล็อตนิยายน้ำเน่าเลยนะ! ถึงกับรอให้เป็นอดีตคู่หมั้นก่อนเหรอ...ถึงจะรัก แถมยังต้องเอาชีวิตเข้าแลกอีก! แบบนี้ก็มีแต่เจ็บกับเจ็บน่ะสิ
ไม่ได้การ! จะมาติดอยู่ในวังวนน้ำเน่าแบบนี้ไม่ได้!
หลินซูเหยาคิดถึงผลได้ผลเสียแล้ว พบว่ามันไม่คุ้มที่นางจะเอาชีวิตเข้าแลกแม้ระบบจะการันตีว่า นางเอกไม่ตายง่าย ๆ ก็เหอะ
“ระบบ เร่งเนื้อเรื่องให้เร็วกว่านี้ได้มั้ย” นางร้ายในจออย่างนาง ต้องการพ้นสภาพนางเอกน้ำเน่าเคล้าน้ำตาให้เร็วที่สุดแล้ว ยอมเป็นนางร้ายตายตอนจบ ดีกว่าเป็นนางเอกยากแค้นแสนเข็ญแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ยังไงนางร้ายก็อยู่สุขสบายตลอดเรื่องเลยนี่
[ติ๊ง! สามารถทำได้ แต่ผู้ใช้งานต้องใช้ 10 แต้มทักษะแลก ‘หนังสือเร่งเนื้อเรื่อง’ ซึ่งจะช่วยข้ามเหตุการณ์ที่ไม่จำเป็นได้ หากแต้มทักษะยังไม่พอสามารถทำภารกิจเสริมเพื่อสะสมแต้มให้ได้ตามที่กำหนดได้เช่นกัน]
ม่านตาของหลินซูเหยาถึงกับหด แน่นอนว่านางโมโห เอะอะก็ทำภารกิจ แล้วแต่ละภารกิจก็ดี ๆ ทั้งนั้น คนอย่างหลินหลินต้องเร่งเนื้อเรื่องในแบบตัวเองสิ นางไม่เชื่อว่าพระเอกสมองทึ่มจะต้านเสน่ห์เล่ห์กลของนางพ้น คิดแล้วหญิงสาวก็ยกยิ้มกรุ้มกริ่มทันที
ช่วงแรกที่หลินซูเหยาตัดสินใจอยู่สำนักเซียนแพทย์ นางก็ปวดหัวทันที ด้วยคนกว่ายี่สิบต้องช่วยกันทำความสะอาดสำนักที่ถูกทิ้งร้างมานานวันแรกไม่เท่าไหร่ แต่สองสามวันผ่านไปก็เริ่มท้อ ด้วยทั้งหมดเป็นผู้ชาย มีเพียงหลินซูเหยาที่เป็นผู้หญิง กระนั้นก็เป็นนางเองก็ไม่สันทัดเรื่องการทำความสะอาดเลย เถียนสุ่ยจึงไปซื้อทาสจากในเมืองมาเพื่อทำงานบ้านโดยเฉพาะและแน่นอนว่า ทาสทั้งหลายเป็นสตรี“คนนี้คือเสี่ยวจิง คนนี้คือเสี่ยวถานขอรับ”เถียนสุ่ยทำงานรอบคอบ ปิดตาทาสสาวทั้งสองมาตลอดทาง เพื่อป้องกันไม่ให้จดจำเส้นทาง“ดี ดี เจ้าช่วยกันทำความสะอาดกับซักผ้าก็พอ เรื่องทำอาหาร ข้าจัดการเอง” หลินซูเหยาออกคำสั่งง่าย ๆนางเก่งทุกอย่าง ยกเว้นทำความสะอาดบ้าน มิเช่นนั้นห้องนางในโลกโน้นคงไม่รกหรอก“เหยาเหยา ข้าส่งจดหมายไปตระกูลเจิ้งแล้ว เราจะได้จัดงานแต่งกันเสียที”ซีหมิงเดินมาหาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ท่าทางราวกับเด็กได้ของขวัญชิ้นใหญ่ หลินซูเหยาหน้าแดง สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยายามเก็บรอยยิ้มซ่อนความขัดเขินเอาไว้“แล้วแต่ท่านหมอซีเจ้าค่ะ”“เปลี่ยนจากท่านหมอซีเป็นท่านสามี ดีหรือไม่” ซีหมิงยกมุมปากขึ้นยิ้มกว้าง ใบหน้าอ่อนโยนกลายเ
“ข้าต้องการให้เทพธิดาเงาหายไปจากโลกนี้ทันที” หลินซูเหยาเอ่ยขอพร“เหอะ! เจ้าเด็กน้อย เจ้าเพิ่งเกิดแค่ไม่กี่ปี คิดว่าแค่บอกว่าข้าจะหายไป ก็ทำได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ” เทพธิดาเงาแสยะยิ้ม เตรียมลงมือกับหลินซูเหยาทว่าซีหมิงเข้ามาขวางก่อน“คู่ต่อสู้ของเจ้า คือข้า”พลังปราณบริสุทธิ์ของซีหมิงปลดปล่อยออกมาเต็มที่เพื่อปกป้องหลินซูเหยา[ถ้าเทพธิดาเงาหายไป พลังทางสายเลือดของโฮสต์และซีหมิงก็จะหายไปด้วยนะครับ]“ท่านหมอซี ถ้าเทพธิดาเงาหายไป พวกเราจะไม่มีพลังทางสายเลือดอีก ท่านรับได้หรือไม่เจ้าคะ”ซีหมิงพยายามอย่างยากลำบากในการหาโอสถบรรจบมังกรมาเพื่อปลดผนึก หลินซูเหยาไม่แน่ใจว่า อีกฝ่ายจะยอมเสียพลังอำนาจที่สามารถครองโลกได้แค่พลิกฝ่ามือหรือไม่“ข้ายอมรับ”คำตอบของซีหมิง ทำให้หลินซูเหยายิ้มกว้าง นางพยักหน้ากับระบบ“ใช้เลย” หญิงสาวตะโกนอย่างไม่ลังเลเช่นกันพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แลกมาด้วยความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ แต่ว่า...นางขี้เกียจมากขนาดทำความสะอาดห้องยังขี้เกียจทำ แล้วจะไปรับผิดชอบชีวิตใครได้“เชอะ! งี่เง่า” เทพธิดาเงาทุ่มพลังมหาศาลเพื่อจัดการซีหมิงในคราวเดียวทว่าจู่ ๆ นางก็รู้สึกถึงความว่างเปล่า แล้
“ท่านอาจารย์ ที่ท่านอายุยืนยาวถึงเพียงนี้ล้วนแย่งชิงจากผู้อื่นมา วันนี้ข้าจะเป็นผู้ปลดปล่อยท่านแล้วกัน”บุญคุณที่เลี้ยงดู ไม่สู้เอาชีวิตรอด เขาไม่เคยรู้จักบิดามารดา ด้วยคนตรงหน้าคือต้นเหตุ แม้จะไม่โกรธแค้นแต่จะไม่ยอมให้ภัยอันตรายนี้คุกคามตนอีกคน“เจ้าคิดว่าสู้ข้าได้หรือ ยอมจำนนโดยดีเถอะ ข้ายังจะเหลือลมหายใจให้เจ้าได้” ชายชรากล่าวน้ำเสียงเย็นชา ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเต็มสิบส่วนแล้วพุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่ลังเลกระบี่ของซีซวนพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ซีหมิงด้วยความเร็วและแม่นยำระดับปรมาจารย์ การปะทะครั้งแรกทำให้เกิดคลื่นปราณรุนแรงแผ่กระจายออกไปรอบทิศซีซวนมั่นใจว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะยืดเยื้อและสูสีอยู่บ้าง แต่ตราบที่ซีหมิงยังถูกตราบรรจบมังกรผนึกไว้ ย่อมไม่มีทางจะสู้เขาได้ แน่นอนว่าซีซวนไม่มีทางคิดได้ว่าซีหมิงจะใช้เวลาไม่ถึงเดือนในการรวบรวมสมุนไพรและวัตถุดิบหลักทั้งหมดจนหลอมเป็นโอสถบรรจบมังกรออกมาได้แล้วและยิ่งไม่คิดว่า ซีหมิงตอนนี้ปลดผนึกพลังทางสายเลือดได้เต็มที่แล้วทว่าพริบตาที่ซีซวนส่งกระบี่เข้าใส่เป็นครั้งที่สาม ซีหมิงก็หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ร่างกายของเขาไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธ แต่พลังปราณสีท
กระแสพลังงานดำสนิทและเย็นเยียบคล้ายมังกรถูกจองจำ พุ่งทะยานออกจากแก่นวิญญาณของซีหมิง แผ่รังสีสังหารเข้าปะทะพลังบริสุทธิ์ของโอสถอย่างบ้าคลั่ง เส้นเลือดบนลำคอและหน้าผากของซีหมิงปูดโปน ร่างกายสั่นเทาจนเหงื่อเย็นไหลซึมซีหมิงกัดฟันแน่น เขาทนต่อความเจ็บปวดที่ราวกับถูกฉีกกระชากจากภายใน กระแสพลังทั้งสองสายห้ำหั่นกัน เพื่อช่วงชิงแก่นแท้ของสายเลือดสกุลเทียนและเมื่อพลังโอสถบรรจบสวรรค์แผ่ซ่านถึงขีดสุด กระแสแสงสีทองเจิดจ้าก็ระเบิดออกจากร่างซีหมิงอย่างควบคุมไม่ได้ แสงนั้นสว่างกว่าดวงอาทิตย์หลายเท่า! พร้อมกันนั้นตราบรรจบมังกรที่เป็นเหมือนพันธนาการก็แตกสลาย เสียงกึกก้องเหมือนระฆังทองคำตีประสานกับเสียงคำรามก้องของมังกรที่เพิ่งถูกปลดปล่อย ดังทั่วห้องลับโชคดีที่ที่นี่เป็นค่ายกลซึ่งสร้างโดยตระกูลเจิ้ง จึงไม่มีคนภายนอกคนใดรับรู้ซีหมิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาไม่แสดงความเจ็บปวดอีกแล้ว กลับเต็มไปด้วยรัศมีสีทองอร่ามทรงอำนาจ ร่างสูงยืนขึ้นอย่างสง่างาม ท่าทีไม่ดุดัน มีเพียงสงบนิ่งราวกับมังกรตื่นจากการหลับใหลและตระหนักถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ในกำมือตนตอนนี้ไม่แปลกใจแล้วที่ใครต่อใครหวาดกลัวราชวงศ์เทียน ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ
“บอก บอก ข้าบอกแล้ว”ถูกทรมานยังมีโอกาสรักษาหาย แต่ถูกตัดตอน ย่อมต่อกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แน่ เขาไม่อยากเป็นฮ่องเต้ขันทีคนแรกบนหน้าประวัติศาสตร์“รีบพูด” หลินซูเหยาใช้น้ำเสียงประหนึ่งนางปีศาจที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซาก“ยาอมตะ ยาอมตะ ไม่เชื่อเจ้าถามตงกงกง เขารู้ดี ข้าต้องนำไปทำยาอมตะ”แน่นอนว่าทุกคนเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่เหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องซึ่งหลินซูเหยายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่เจ้าฉีเหยียนจงผู้นี้ ไม่ได้พูดความจริงออกมาทั้งหมด“ท่านหมอซี ท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”ซีหมิงที่เงียบมาตลอด มองหลินซูเหยาด้วยแววตาโศกเศร้า ก่อนจะหันไปหาฉีเหยียนจง“เจ้ารู้จักซีซวนหรือไม่”เป็นเพียงคำถามสั้น ๆ ฉีเหยียนจงถึงกับสั่นสะท้าน ก่อนจะฝืนกลับมาเป็นปกติ“ไม่ ไม่รู้จัก เขาคือใคร”หลินซูเหยาที่จับตามองอยู่ตลอดเห็นความผิดปกตินี้ทันที จึงหันไปมองซีหมิง ชายหนุ่มพยักหน้าให้หลินซูเหยาเป็นอันว่าเขาคาดเดาบางอย่างถูกต้องแล้ว“ตัดมันทิ้ง” หลินซูเหยาออกคำสั่งกับตงกงกง“ไม่ ไม่ เจ้าคนแซ่ตง หากเจ้าตัดตอนข้า ข้าจะไม่ไว้ชีวิตเจ้า เจ้าจะไม่มีวันได้ยาอมตะ”ฉีเหยียนจงพยายามขยับตัวหนี แต่ดิ้นไปก็เท่านั้น
หลินซูเหยากับซีหมิงอาศัยตงกงกงจึงจับตัวฉีเหยียนจงมาได้โดยง่าย“พวกเจ้า พวกเจ้าบังอาจ กล้าจับเจิ้นได้อย่างไร!”ตงกงกงก้มหน้าไม่กล้าสบตา ทว่าซีหมิงกับหลินซูเหยานั่งจิบชากินขนม ราวกับกำลังนั่งชมจันทร์อย่างเพลิดเพลิน“เอาละ บอกข้า เจ้ามีจุดประสงค์อะไร” เสียเวลาสืบหาความจริง การจับคนร้ายมาถาม ง่ายกว่ามาก“หมายความว่าอย่างไร” ฉีเหยียนจงยังคงลักษณะผู้ถือครองอำนาจสูงสุดมาอย่างยาวนานแต่หลินซูเหยาคือนักแสดงมากฝีมือ คิดจะใช้สง่าราศีแข่งกับนางหรือ เชื่อเถอะว่านางทำได้ดีกว่า หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นสูง ยืดหลังตรง ใช้วิธีมองฮ่องเต้ด้วยการชำเลืองหางตา “เจ้าคิดจะให้ข้าแต่งกับลูกชายเจ้า คงไม่ใช่แค่อยากได้สะใภ้ธรรมดากระมัง”ถูกระบบบังคับ นางยังเล่นงานถึงเทพชะตา แล้วเป็นแค่ฮ่องเต้ นางจะไม่กล้าหรือ ใครใช้ให้นางถือแต้มเหนือกว่าเล่า“เจ้าพูดอะไร เจิ้นไม่รู้เรื่อง” ฉีเหยียนจงดวงตาหดแคบ ไหนใครบอกว่าหลินซูเหยาเป็นสตรีอ่อนแอ นี่มันนางจิ้งจอกห่มหนังแกะชัด ๆหลินซูเหยาลุกขึ้นเดินไปเหยียบไหล่ของฉีเหยียนจงอย่างไม่เกรงกลัว พลันแส้เส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือซีหมิงเห็นแล้วขัดตา ลุกเดินตามหลินซูเหยามาดึงแส้จากมือนางแล้วเอ่







