LOGINตอนที่ 9 พายุหึง
คืนนั้น มู่หรงเสวี่ยกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลโม่เกือบห้าทุ่ม เมื่อผ่านตึกใหญ่ที่มืดสลัว เธอหวังจะรีบกลับไปพักผ่อนที่ตึกเล็ก “ไปไหนมา!” เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังมาจากเงามืดตรงพุ่มไม้ มู่หรงเสวี่ยชะงักกึก หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉย โม่เยี่ยนเฉิงก้าวออกมาจากเงามืด ในมือมีแก้วบรั่นดีที่พร่องไปกว่าครึ่ง เขาไม่ได้ใส่สูท แต่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้าง “เรื่องของฉัน” มู่หรงเสวี่ยตอบเสียงเย็น พลางก้าวเดินต่อหมายจะผ่านหน้าเขาไป หมับ! มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นทำให้เธอต้องนิ่วหน้า “เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?!" มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความกลัว มีเพียงความเบื่อหน่าย “คุณโม่เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าฉันไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของคุณ พวกเราต่างคนต่างอยู่ ฉันจะไปไหน ทำอะไร มันก็เรื่องของฉัน เหมือนกับที่คุณจะพาเถียนเซียงไปไหนต่อไหน ฉันก็ไม่เคยยุ่ง” “เธอประชดฉันงั้นเหรอ?” โม่เยี่ยนเฉิงบีบข้อมือเธอแรงขึ้นจนผิวขาวเริ่มขึ้นรอยแดง “ที่แท้ที่ทำเป็นเงียบไป เพราะจะเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีนี้สินะ” “ฉันไม่ได้ประชด ฉันพูดความจริง” เธอพยายามบิดข้อมือออก “ปล่อยค่ะ ฉันเหนื่อย และอยากพักผ่อน พรุ่งนี้ฉันมีงานต้องทำแต่เช้า” “งาน? งานบ้าบออะไรของเธอ!” เขาตวัดร่างเธอเข้าหาตัว จนอกอวบอิ่มเบียดชิดกับแผงอกแกร่ง กลิ่นบรั่นดีผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาทำให้เธอมึนงง “หรือว่าเธอไปเสนอขายตัวให้ผู้ชายคนอื่นอีก!” “โม่เยี่ยนเฉิง! อย่ามาดูถูกฉันนะ!” มู่หรงเสวี่ยตวาดกลับ แววตาแข็งกร้าว “ไม่ใช่ทุกคนที่จะมักมากเหมือนคุณ!” ความโกรธแล่นพล่านในกายมาเฟียหนุ่ม เขาเกลียดที่เธอมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาแบบนี้ เขาชอบให้เธอกรีดร้อง ชอบให้เธอดิ้นรน หรือชอบแม้กระทั่งให้เธออ้อนวอนขอความรักจากเขา มากกว่าการที่เธอมองเขาเหมือนเป็นธาตุอากาศ “มักมากงั้นเหรอ? งั้นมาดูซิว่าคนมักมากอย่างฉัน จะทำอะไรกับเมียที่จองหองอย่างเธอได้บ้าง!” ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาช้อนร่างเธอขึ้นอุ้มพาดบ่า มู่หรงเสวี่ยพยายามดิ้นรนแต่เรี่ยวแรงของเธอสู้เขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เขาพาเธอกลับไปที่ตึกใหญ่ เดินตรงไปยังโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว ก่อนจะวางเธอลงบนโซฟาหนังเย็นเฉียบ ร่างกายกำยำกดทับจนเธอแทบหายใจไม่ออก “หยุดนะ... โม่เยี่ยนเฉิง!” “ไม่หยุด!” เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหงอย่างบ้าคลั่ง มู่หรงเสวี่ยพยายามผลักไส แต่สัมผัสที่คุ้นเคยกลับปลุกเร้าความรู้สึกส่วนลึกที่เธอพยายามซ่อนไว้ ร่างกายของมู่หรงเสวี่ยคนเดิมตอบสนองต่อชายคนนี้อย่างรุนแรงจนลู่เหม่ยในร่างรู้สึกเกลียดตัวเอง เขากระชากชุดกี่เพ้าของเธอจนขาดวิ่น เผยให้เห็นทรวงอกสะพรั่งที่เขาโหยหามาหลายวัน “อา... เสวี่ยเอ๋อร์... เธอทำอะไรกับฉัน” เขาครางเสียงพร่าขณะที่ริมฝีปากบดขยี้ลงบนยอดอกสีหวานที่ชูชันท้าทาย มู่หรงเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงครางหลุดรอดออกมา “เกลียดฉันสิ... ด่าฉันเลย...” โม่เยี่ยนเฉิงเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาฉ่ำเยิ้มด้วยความปรารถนา “แต่จำไว้นะมู่หรงเสวี่ย... อย่าได้คิดจะไปหาใครคนอื่น นอกจากฉัน!” มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างเริ่มทำหน้าที่สำรวจความอวบอิ่มที่สั่นระริกตามแรงสะอื้น โม่เยี่ยนเฉิงไม่ได้ใช้ความรุนแรงป่าเถื่อนเหมือนครั้งแรก แต่สัมผัสของเขาในคืนนี้กลับเต็มไปด้วยความช่ำชองและเอาแต่ใจ เขาใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปทั่วซอกคอขาวระหง ลากต่ำลงมายังเนินอกที่กระเพื่อมไหว “ปล่อย... อย่าทำแบบนี้...” เสียงของเธอสั่นเครือ แผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ “ถ้าฉันไม่บังคับ เธอคงไม่ยอมให้ฉันแตะต้องเลยใช่ไหม?” โม่เยี่ยนเฉิงไม่รอคำตอบ เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาปิดปากที่กำลังจะโต้แย้งนั้นอย่างรุนแรง เขาแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างจาบจ้วง มู่หรงเสวี่ยพยายามขัดขืนในคราแรก แต่เมื่อถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง สมองของเธอก็เริ่มพร่าเบลอ มือที่ถูกรวบไว้เหนือศีรษะเริ่มอ่อนแรง เขาสัมผัสได้ถึงการโอนอ่อนนั้น มุมปากหยักยกยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะถอนริมฝีปากออก แล้วลากไล้ต่ำลงมาที่ทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจหอบถี่ เขาใช้ลิ้นร้อนละเลียดชิมยอดอกสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตาอย่างจงใจกระตุ้นอารมณ์ให้หญิงสาว “อ่าา!...” มู่หรงเสวี่ยแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว “ร่างกายของเธอมันซื่อสัตย์กว่าปากนะ เสวี่ยเอ๋อร์...” เขาครางกระเส่าข้างหู พลางปลดเข็มขัดและกางเกงของตนออกอย่างรวดเร็ว ความเย็นของอากาศในห้องนั่งเล่นตัดกับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่ทาบทับลงมา โม่เยี่ยนเฉิงแยกเรียวขาเสลาของเธอออกกว้าง ก่อนจะแทรกตัวเข้าประจำที่ “มองหน้าฉัน!” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับบีบคางเธอให้สบตา “จำไว้ว่าคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอคือฉัน... โม่เยี่ยนเฉิง!” “อ๊ะ!...” มู่หรงเสวี่ยสะดุ้งสุดตัวเมื่อความแข็งขึงเบียดแทรกเข้ามาที่เดียวสุดลำ ความคับแน่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะปริแตก “อา... แน่นชะมัด...” เขาโน้มตัวลงมาจูบปิดปากที่พยายามจะประท้วงของเธอ มอบจูบที่ดูดดื่มและเรียกร้องจนเธอแทบขาดใจตาย จังหวะรักเริ่มเร่งเร้าขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งสูง เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังประสานกัน โม่เยี่ยนเฉิงพลิกกายเธอให้ขึ้นมาอยู่ด้านบน บังคับให้เธอเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะ มู่หรงเสวี่ยตัวสั่นเทา เธอต้องเกาะไหล่หนาไว้แน่นขณะที่เขาสวนสะโพกเข้าหาอย่างรุนแรง “อ๊ะ!... โม่... โม่เยี่ยนเฉิง...เบา ๆ หน่อยได้ไหม” เธอครางกระเส่า มือเรียวจิกลงบนแผ่นหลังกว้างที่มีมัดกล้ามตึงแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่าน “พูดออกมา... ว่าเธอเป็นของใคร!” เขาคำรามพร่า สองมือหนาบีบเค้นสะโพกมนอย่างแรงจนขึ้นรอยมือ “ฉัน... ฉันเป็นของ... ของคุณ... อื้อออ!” พายุอารมณ์โหมกระหน่ำจนถึงขีดสุด มู่หรงเสวี่ยรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกกระจายกลายเป็นแสงสีขาวโพลน ร่างระหงเกร็งกระตุกซบลงบนอกกว้างอย่างหมดแรง ขณะที่โม่เยี่ยนเฉิงเองก็ปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้าสู่กายสาว เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับจะหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเขา เมื่อพายุสวาทสงบลง มู่หรงเสวี่ยพยายามพยุงร่างกายที่อ่อนแรงให้ลุกขึ้นจากตักคนใจร้าย ทว่าชุดกี่เพ้าตัวสวยกลับขาดวิ่นจนไม่สามารถปกปิดร่างกายได้อีกต่อไป สายตาของเธอเหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวของโม่เยี่ยนเฉิงที่ถูกถอดทิ้งไว้บนพื้นข้างโซฟา เธอไม่ลังเลที่จะคว้ามันขึ้นมาสวมใส่ กลิ่นบรั่นดีและน้ำหอมที่ติดอยู่บนเนื้อผ้าไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น แต่มันกลับตอกย้ำถึงร่องรอยการตีตราที่เขาเพิ่งฝากไว้ เธอติดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งด้วยมือที่สั่นเทา ชายเสื้อยาวลงมาคลุมต้นขาขาวนวลที่ยังมีรอยแดงจางๆ “พอใจหรือยัง? ถ้าพอใจแล้ว... ฉันขอตัว” คำพูดนั้นเรียบเฉยเสียจนน่าใจหาย เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองชายหนุ่มที่นั่งจมอยู่ในความมืด มู่หรงเสวี่ยพาร่างที่สั่นสะท้านของตนเองเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปอย่างมั่นคงที่สุดเท่าที่แรงจะมี โม่เยี่ยนเฉิงมองตามแผ่นหลังบางในเสื้อเชิ้ตของเขาไปจนลับตา ความรู้สึกผิดเล่นงานมาเฟียหนุ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตอนที่ 27 บทสรุปความรักหกปีต่อมาคฤหาสน์ตระกูลโม่ตอนนี้เต็มไปด้วยความพังพินาศ เพราะฝีมือของคู่แฝดจอมป่วนวัยหกขวบครึ่ง“อวี้หลง! เว่ยเฉิง! อย่าวิ่งบนบันได!” เสียงหวานของมู่หรงเสวี่ยดังสะท้อนไปทั่วโถงกว้างของคฤหาสน์แต่ดูเหมือนคำสั่งของผู้เป็นแม่จะเป็นเพียงลมพัดผ่านหูของเจ้าสองแสบ ร่างเล็กในเอี๊ยมผ้ายีนส์สองร่างกำลังวิ่งไล่กวดกันลงมาจากบันไดวนอย่างน่าหวาดเสียวโม่หยางอวี้หลง แฝดผู้พี่ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากโม่เยี่ยนเฉิงราวกับพิมพ์เดียว แววตาคมกริบดูเจ้าเล่ห์เกินวัย ในมือถือกระบี่ไม้ที่เพิ่งจะฟาดแจกันสมัยราชวงศ์หมิงแตกไปเมื่อเช้า ส่วนโม่เว่ยเฉิง แฝดผู้น้องที่มีดวงตาหวานลึกล้ำเหมือนมารดาแต่แฝงไปด้วยความแสบสันไม่แพ้พี่ชายกำลังถือปืนฉีดน้ำรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำเข้าจากต่างประเทศยิงใส่พี่ชาย“หม่ามี้จับพวกเราไม่ได้หรอกครับ!” อวี้หลงตะโกนพลางกระโดดข้ามพนักโซฟาหนังราคาแพงอย่างคล่องแคล่วมู่หรงเสวี่ยยืนกุมขมับอยู่กลางห้องโถง ใบหน้าสวยเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธปนเหนื่อยใจ“ถ้ายังไม่หยุดแม่จะตีจริงๆ แล้วนะ!”คำขู่สุดท้ายดูจะมีผล พี่น้องฝาแฝดชะงักกึกพร้อมกัน ทั้งคู่หันมามองมารดาตาแป๋วแว๋ว ที่ใครเห
ตอนที่ 26 ความเจ็บที่คุ้มค่า7เดือนต่อมาวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยามนี้มู่หรงเสวี่ยตั้งครรภ์ได้ย่างเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หน้าท้องที่เคยแบนราบบัดนี้โย้ล้ำออกมาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีเด็กน้อยถึงสองคนอาศัยอยู่ภายใน ทว่าความอวบอัดที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม ผิวพรรณของเธอกลับผุดผ่องเป็นยองใยราวหยกเนื้อดีที่ได้รับการขัดเกลาจนขึ้นเงา เธอดูสวยสะพรั่งราวกับดอกโบตั๋นที่กำลังเบ่งบานเต็มที่“เสวี่ยเอ๋อร์...บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเดินเร็ว”เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่รีบก้าวเข้ามาประคองเอวภรรยาอย่างรวดเร็ว โม่เยี่ยนเฉิงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ดูเผินๆ เหมือนชายหนุ่มผู้ใจดีหากไม่นับสายตาคมกริบที่คอยกวาดมองคนใช้รอบกายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อถ้าใครทำอะไรให้เมียเขาขัดใจ“คุณโม่คะ... ฉันแค่จะเดินไปหาคุณพ่อที่ศาลาในสวนเองนะ ระยะทางไม่ถึงสามสิบก้าวด้วยซ้ำ” มู่หรงเสวี่ยถอนหายใจยาว พลางอมยิ้มขำกับท่าทางของสามี“ก้าวเดียวก็ไม่ได้ ถ้าเธอหน้ามืดล้มลงไปจะทำอย่างไร” เขาบ่นงึมงำ แต่กระนั้นมือหนาก็ยังค่อย
ตอนที่ 25 หมั่นไส้ลูกเขยเช้าวันต่อมา ณ ห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเซี่ยงไฮ้ มู่หยวนที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมาเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากลูกเขย“อะไรนะ! แฝดงั้นรึ?!...นายพูดจริงใช่ไหม? ไม่ได้หลอกคนแก่อย่างฉันให้ดีใจเล่นนะ!”โม่เยี่ยนเฉิงเดินเข้าไปยืนข้างเตียง “จริงครับคุณพ่อ หมอจางยืนยันแล้วว่าเสวี่ยเอ๋อร์ท้องลูกแฝด”“ฮ่าๆๆ! สวรรค์! ฉันกำลังจะมีหลานทีเดียวถึงสองคน!” มู่หยวนหัวเราะจนตัวโยน น้ำตาแห่งความดีใจรินไหลออกมา “เสวี่ยเอ๋อร์... มาหาพ่อใกล้ๆ สิลูก”มู่หรงเสวี่ยเดินเข้าไปกุมมือบิดา “คุณพ่อคะ ใจเย็นๆ ค่ะ เดี๋ยวก็เจ็บแผลอีกหรอก”“เจ็บก็ช่างมัน! ตอนแรกพ่อกังวลว่าชีวิตนี้จะไม่ได้เห็นหลาน แต่ตอนนี้... พ่อนอนตายตาหลับแล้วล่ะ”“อย่าพูดเรื่องความตายสิคะคุณพ่อ” เธอตำหนิเสียงอ่อน “คุณพ่อต้องรีบหาย จะได้ช่วยหนูเลี้ยงหลาน สองคนเลยนะ คุณพ่อไหวไหม?”“ไหวสิ! ต่อให้หนูมีอีกสิบคนพ่อก็ไหว!” มู่หยวนหันไปทางลูกเขย แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “เยี่ยนเฉิง... จากนี้ไป แกต้องดูแลเสวี่ยเอ๋อร์ให้ดี ถ้าฉันรู้ว่าแกทำลูกฉันเสียใจอีกแม้แต่นิดเดียว หรือทำให้หลานฉันต้องกระทบกระเทือน...ฉันจะ
ตอนที่ 24 อาการประหลาดหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ คฤหาสน์ตระกูลโม่สถานการณ์ดูจะแย่ลงกว่าเดิม โม่เยี่ยนเฉิงไม่สามารถเข้าไปทำงานที่บริษัทได้เต็มเวลาอย่างเคย เพราะเขามีอาการคลื่นไส้อาเจียนทุกเช้า จนแทบจะเดินไม่ไหวในห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มู่หรงเสวี่ยนั่งรับประทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย เธอตักโจ๊กปลาเนื้อนุ่มเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างมีความสุขทว่าฝั่งตรงข้าม โม่เยี่ยนเฉิงกลับนั่งนิ่ง มือของเขากำช้อนแน่นจนสั่น แววตาจ้องมองชามโจ๊กเหมือนจ้องมองระเบิดเวลา เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นตามไรผม“คุณไม่ทานเหรอคะ? เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก” มู่หรงเสวี่ยถามพลางตักเนื้อปลาเข้าปาก“เธอกินเข้าไปได้ยังไง ปลาเหม็นคาวขนาดนี้”“คุณเป็นอะไรของคุณเนี่ย หลายวันมานี้เอาแต่ทำตัวประหลาด ทานอะไรก็ไม่ได้ นี่ปลาเก๋าแดงอย่างดี และฉันก็เป็นคนลงมือทำมื้อเช้าเองจะเหม็นคาวได้อย่างไร?...จมูกคุณเน่าหรือเปล่า?” มู่หรงเสวี่ยเริ่มฉุนนิด ๆและอีกหนึ่งอาการประหลาดของโม่เยี่ยนเฉิงจะสงบลงได้ก็ต่อเมื่อ เขาได้ซุกใบหน้าลงกับหน้าท้องเนียนของภรรยาและสูดดมกลิ่นกายของเธอ เขาบอกว่ากลิ่นของเธอคือสิ่งเดียวในโลกที่ยังหอมสำหรับเขา“อึก... แหวะ!” โม
ตอนที่ 23 จะไม่ปล่อยมือโม่เยี่ยนเฉิงเดินไปลากเก้าอี้ไม้ที่ยังแข็งแรงอยู่ตัวหนึ่งมาวางลงตรงหน้าศัตรูทั้งสอง เขานั่งลงไขว่ห้างพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดคราบเลือดที่ติดอยู่ตามข้อนิ้วอย่างใจเย็น“หยางเฟย... แกจำได้ไหมว่าฉันเคยบอกแกไว้ว่ายังไง?” โม่เยี่ยนเฉิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบเหมือนชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศหยางเฟยเงยหน้าที่บวมช้ำขึ้นมอง แววตายังคงแข็งกร้าวไม่ยอมจำนนง่ายๆ“ฆ่าฉันซะสิ! ถ้าแกแน่จริงก็ยิงเลย!” หยางเฟยถ่มน้ำลายปนเลือดใส่รองเท้าของโม่เยี่ยนเฉิงมาเฟียหนุ่มไม่ได้โกรธเคือง เขากลับยิ้มที่มุมปาก “ยิงแกน่ะมันง่ายไป... ฉันอยากให้แกตายอย่างทรมาน”โม่เยี่ยนเฉิงพยักหน้าให้บอดี้การ์ดที่เหลืออยู่ “จัดชุดใหญ่ให้พวกมัน... แต่อย่าให้ตายไวเกินไปล่ะ”พริบตานั้น บอดี้การ์ดของโม่เยี่ยนเฉิงก็กรูกันเข้าไปจัดการกับหยางเฟยและมู่หรงฟง เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงกระดูกหักดังสลับกับเสียงร้องอ้อนวอนขอชีวิต โม่เยี่ยนเฉิงยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ร่างของทั้งสองก็นอนแน่นิ่งจมกองเลือด โม่เยี่ยนเฉิงเดินเข้าไปหาหยางเฟยที่หายใจรวยริน ดวงตา
ตอนที่ 22 คนทรยศกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดปะทะเข้าจมูกทันทีที่ประตูไม้หนาหนักของห้องใต้ดินถูกผลักเปิดออก“เข้าไป!” ลูกน้องของหยางเฟยเหวี่ยงร่างบางเข้าไปในห้องเก็บไวน์เก่าทันทีร่างของมู่หรงเสวี่ยถลาไปกับพื้นซีเมนต์ที่เย็นจัดจนผิวหนังบริเวณเข่าถลอกเลือดซิบ แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า“คุณพ่อ!”เธอกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นร่างของมู่หยวน ถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ไม้กลางห้อง ชายสูงวัยที่เคยดูดีสง่าตอนนี้อยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนไปด้วยรอยเลือดและคราบสกปรก ใบหน้าบวมช้ำจนจำแทบไม่ได้ ดวงตาข้างหนึ่งบวมเป่งและปิดสนิท“เสวี่ย... เอ๋อร์... ลูก... มาทำไม...” เสียงแหบพร่าของมู่หยวนดังขึ้นอย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาติดขัดและโรยรินจนน่าใจหายมู่หรงเสวี่ยตะเกียกตะกายเข้าไปหาท่าน มือเรียวที่สั่นเทาพยายามแกะเชือกที่รัดข้อมือเหี่ยวหย่นนั้นออก แต่มันถูกมัดเงื่อนตายไว้อย่างแน่นหนา“ไอ้พวกสารเลว!” น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหลังมือของบิดา เธอรู้สึกผิดจนจุกอก ในนิยายตอนจบ มู่หยวนต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในบั้นปลายชีวิต แต่ตอนนี้เธอกลับนำพาความ
ตอนที่ 8 หัวใจที่ถูกสั่นคลอนตลอดทั้งสัปดาห์ เถียนเซียงพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่สวยแต่รูป เธอทำงานอย่างขยันขันแข็ง คอยช่วยเฉินอวี่จัดระเบียบเอกสารสำคัญต่างๆ มากมาย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ดอกมะลิที่ติดตัวเธอทำให้ห้องทำงานที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ดูสดชื่นขึ้นโม่เยี่ยนเฉิงเริ่มเสพติดการมีเ
ตอนที่ 7 เมินเฉยเช้าวันรุ่งขึ้น มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นจากเตียงสามฟุตครึ่งภายในห้องเล็กท้ายคฤหาสน์ เธอสั่งให้อาเจินขนของย้ายมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน แม้สภาพร่างกายจะย่ำแย่จนแทบไม่อยากขยับตัว แต่เธอก็ต้องฝืนใจลุกขึ้นมาแต่งตัว ใบหน้าที่สะท้อนในกระจกดูซีดเซียว“ไอ้เลว! ไอ้คนหน้าเลือด!...” เธอเค้นเสียงลอดไ
ตอนที่ 6 ยิ่งเกลียด ยิ่งปรารถนามือหนาของเขาข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัว ส่วนอีกข้างกระชากสาบเสื้อกี่เพ้าที่คอสูงมิดชิดจนกระดุมมุกหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง เผยให้เห็นเนินอกขาวสล้างภายใต้บราเซียลูกไม้ตัวบางที่ยังมีรอยรักสีกุหลาบจากเมื่อคืนเด่นชัดเสียงหัวใจของมู่หรงเสวี่ยเต้นระรัว
ตอนที่ 5 ข้อตกลงบรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลโม่ดูอึมครึมยิ่งกว่าวันไหนๆ รถยนต์ยุโรปคลาสสิกสีดำแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้ามุขคฤหาสน์ แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟกิ่งข้างเสาส่องกระทบใบหน้าเรียวสวยของมู่หรงเสวี่ยทันทีที่เธอก้าวเท้าลงจากรถร่างกายของเธอยังคงประท้วงจากความเจ็บระบม อาเจินที่มายืนรออยู่หน้าประตูร







