Share

ตอนที่ 7 เมินเฉย

last update publish date: 2026-06-07 13:29:28

ตอนที่ 7 เมินเฉย

เช้าวันรุ่งขึ้น มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นจากเตียงสามฟุตครึ่งภายในห้องเล็กท้ายคฤหาสน์ เธอสั่งให้อาเจินขนของย้ายมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน แม้สภาพร่างกายจะย่ำแย่จนแทบไม่อยากขยับตัว แต่เธอก็ต้องฝืนใจลุกขึ้นมาแต่งตัว ใบหน้าที่สะท้อนในกระจกดูซีดเซียว

“ไอ้เลว! ไอ้คนหน้าเลือด!...” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พลางมองดูรอยช้ำที่ตัดกับผิวขาวจัดบนลำคอและหน้าอก

เธอกัดฟันหยิบตลับแป้งราคาแพงขึ้นมา พอกทับลงบนลำคอระหงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อกลบรอยขบเม้มสีกุหลาบ เมื่อมั่นใจว่าร่องรอยถูกปกปิดจนเนียนกริบ มู่หรงเสวี่ยจึงหยิบชุดกี่เพ้าผ้าไหมซาตินสีน้ำเงินเข้มขลิบทองออกมาสวมใส่ ตัวชุดตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งที่เย้ายวนใจ แต่ทว่าดูสวยสง่าด้วยคอเสื้อที่ตั้งสูงปิดมิดชิดถึงลำคอ

หญิงสาวรวบผมยาวสลวยขึ้นไปม้วนเป็นมวยต่ำไว้ที่ท้ายทอยก่อนจะปักด้วยปิ่นทองประดับมุกแท้ที่ดูเรียบแต่แพงระยับ ใบหน้าที่เคยดูซีดเซียวถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศ เธอเขียนคิ้วให้โก่งเรียวรับกับดวงตาหงส์ที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว และจบด้วยการทาริมฝีปากสีแดงก่ำราวกับกลีบกุหลาบป่า

เธอมองตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหยิบกระเป๋าถือใบเล็กเข้าชุดกันแล้วก้าวออกจากห้องไป

เมื่อเดินออกมาจากตึกเล็ก สายตาของมู่หรงเสวี่ยก็ปะทะเข้ากับร่างบอบบางของเถียนเซียงที่กำลังยืนอยู่กับเฉินอวี่หน้าตึกใหญ่ แววตาของเธอที่มองมายังมู่หรงเสวี่ยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและระแวดระวัง

ในนิยายโม่เยี่ยนเฉิงต้องการหักหน้ามู่หรงเสวี่ย เขาจึงสั่งให้เถียนเซียงย้ายขึ้นมาพักที่ห้องนอนแขกชั้นสองของตึกใหญ่ ซึ่งอยู่ปีกซ้ายตรงข้ามกับห้องนอนใหญ่ของเขาและมู่หรงเสวี่ยพอดิบพอดี การจัดสรรที่พักเช่นนี้ไม่ต่างจากการตบหน้าเมียแต่งอย่างเธอฉาดใหญ่ ให้พวกคนใช้นินทาเธอลับหลัง เพราะโดยปกติแล้วสาวใช้หรือผู้ช่วยจะต้องพักที่ตึกเล็กด้านหลัง

เถียนเซียงรีบก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอกเมื่อเห็นมู่หรงเสวี่ยเดินเข้ามาใกล้

"เอ่อ... นายหญิง..." เถียนเซียงพึมพำเรียกเสียงแผ่ว พลางถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณเพราะคิดว่ามู่หรงเสวี่ยจะพุ่งเข้ามาตบตีเหมือนอย่างที่ใครๆ เขาลือกัน

ทว่ามู่หรงเสวี่ยกลับทำเพียงแค่ปรายตามองผ่านร่างนางเอกไปราวกับเห็นธาตุอากาศ เธอเดินไปขึ้นรถยนต์สีดำอีกคันที่เป็นรถสำรองของบ้าน เธอสั่งให้คนขับรถออกรถทันทีโดยไม่หันกลับไปมองตึกใหญ่ที่มีสายตาคมกริบของโม่เยี่ยนเฉิงจ้องมองลงมาจากหน้าต่างห้องทำงานชั้นสอง มาเฟียหนุ่มยืนกอดอกบดกรามแน่น มองรถที่เคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เมื่อเห็นท่าทีที่เมินเฉยของภรรยาและการย้ายตัวเองไปอยู่ตึกเล็กท้ายคฤหาสน์

การจราจรในเซี่ยงไฮ้ปี 1986 ยังไม่หนาแน่นด้วยรถยนต์เท่ากับยุคที่ลู่เหม่ยจากมา แต่เสียงแตรจักรยานและรถลากยังคงดังระงม รถยนต์แล่นผ่านย่านผู่ซีที่เต็มไปด้วยตึกเก่าสไตล์อาณานิคม หญิงสาวนั่งพิงพนักเบาะหนัง หลับตาลงเพื่อพักสายตา

รถแล่นมาถึงหน้ากรมที่ดินในเวลาสิบโมงเช้าพอดี เมื่อรถจอดสนิทหน้าอาคารสไตล์ตะวันตกของกรมที่ดิน มู่หรงเสวี่ยก็เห็นเถ้าแก่ร้านหยกยืนเช็ดเหงื่อพลางชะเง้อคอมองหาเธออย่างกระวนกระวาย

“คุณนายโม่! ทางนี้ครับทางนี้!” เถ้าแก่รีบกุลีกุจอเข้ามาหาเมื่อเห็นเธอลงจากรถ “ผมก็นึกว่าคุณนายจะเปลี่ยนใจเสียแล้ว”

“ฉันคำไหนคำนั้นค่ะเถ้าแก่ พอดีมีธุระติดพันนิดหน่อย เราเข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ” พูดจบมู่หรงเสวี่ยก้าวเดินนำเข้าไปภายในอาคารทรงยุโรปอันโอ่อ่าด้วยท่าทีที่มั่นใจ

การจัดการเอกสารในยุค 1986 นั้นค่อนข้างยุ่งยาก แต่ด้วยบารมีของตระกูลโม่รวมถึงเงินปึกใหญ่ที่ถูกจ่ายออกไปอย่างไม่เสียดาย ทำให้ทุกอย่างราบรื่น เจ้าหน้าที่กรมที่ดินรีบจัดการโอนชื่อเจ้าของที่ดินและอาคารร้านหยกให้กลายเป็นชื่อของมู่หรงเสวี่ยภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง

หลังจากแยกตัวจากเถ้าแก่ มู่หรงเสวี่ยสั่งให้คนขับรถพามาส่งที่ร้านกาแฟสุดหรูริมแม่น้ำหวังผู่ เธอต้องการเวลาเงียบๆ เพื่อวางแผนขั้นต่อไป

เธอนั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่าง มองดูเรือขนส่งสินค้าที่แล่นผ่านไปมาในแม่น้ำ ขณะที่กำลังจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ เสียงหัวเราะแหลมสูงที่คุ้นหูอย่างประหลาดก็ดังขึ้นจากทางประตูร้าน

“ตายจริง! นั่นใช่มู่หรงเสวี่ยหรือเปล่าน่ะ? หายหน้าหายตาไปตั้งหลายวัน!”

มู่หรงเสวี่ยถอนหายใจยาวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง กลุ่มหญิงสาวสี่คนที่เดินเข้ามาหา พวกเธอคือเพื่อนสนิทในนิยายของมู่หรงเสวี่ย... หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ กลุ่มเพื่อนกินที่คอยยุยงให้มู่หรงเสวี่ยทำแต่เรื่องโง่ๆ

“อ้าว!... ทำไมวันนี้ดูซีดๆ ล่ะจ๊ะ หรือว่าเมื่อคืนคุณโม่จัดหนักจนไม่ได้นอน?” หลินเจียอี้จีบปากจีบคอถามพลางทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะของมู่หรงเสวี่ยโดยไม่ได้ขออนุญาต เพื่อนอีกสามคนรีบกุลีกุจอมานั่งล้อมรอบทันที

“พวกเธอมีธุระอะไรหรือเปล่า?” มู่หรงเสวี่ยถามเสียงเย็น

หญิงสาวทั้งสี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ปกติมู่หรงเสวี่ยจะรีบโอ้อวดเรื่องโม่เยี่ยนเฉิง หรือไม่ก็นั่งบ่นกระปอดกระแปดเรื่องผู้หญิงคนอื่นที่มาเกาะแกะสามีเธอ แต่ครั้งนี้เธอกลับดูนิ่งจนน่าประหลาด

“แหม ทำเป็นเข้มไปได้!” เหมยลี่โบกมือ “วันนี้พวกเรากะจะชวนเธอไปดูแฟชั่นโชว์ชุดชั้นในที่โรงแรมสันติภาพ เห็นว่ามีคอลเลคชั่นใหม่มาจากฝรั่งเศสเลยนะ เธอต้องชอบแน่ๆ จะได้เอาไปใส่ยั่วคุณโม่ไง”

“ฉันไม่ไป” มู่หรงเสวี่ยตอบสั้นๆ “แล้วต่อไปนี้พวกเธอไม่ต้องมาชวนฉันไปไหนอีก เพราะฉันยุ่ง”

หลินเจียอี้เบิกตากว้าง “เธอเนี่ยนะยุ่ง? วันๆ เห็นเอาแต่เดินตามก้นสามี”

มู่หรงเสวี่ยค่อยๆ วางถ้วยกาแฟกระเบื้องเคลือบลงบนจานรอง เธอปรายตามองไล่ไปที่ใบหน้าของหญิงสาวทั้งสี่ทีละคน

“ฉันบอกว่ายุ่ง...ก็คือยุ่ง ฉันไม่อยากฟังพวกเธอพูดเรื่องไร้สาระอีกแล้ว ถ้าพวกเธอว่างนัก ก็เอาเวลาไปช่วยดูแลธุรกิจของที่บ้าน หรือไม่ก็หาสามีที่เป็นตัวเป็นตนของตัวเองซะจะได้ไม่ต้องมานั่งหมกมุ่นเรื่องสามีคนอื่น”

“มู่หรงเสวี่ย! นี่เธอหลอกด่าพวกเราเหรอ!”

“ฉันไม่ได้หลอกด่า... ฉันด่าตรงๆ” พูดจบมู่หรงเสวี่ยก็หยิบกระเป๋าถือราคาแพงขึ้นมาคล้องแขน แล้วเดินนวยนาดออกจากร้านไป ทิ้งให้หญิงสาวทั้งสี่นั่งอ้าปากค้างอยู่ท่ามกลางสายตาขบขันของแขกโต๊ะอื่นในร้าน

มู่หรงเสวี่ยสั่งให้คนขับรถพาเธอไปยังร้านหยกที่เพิ่งซื้อมา เมื่อมาถึงหน้าร้านที่บัดนี้กลายเป็นของเธอโดยสมบูรณ์ เธอเดินเข้าไปด้านในที่เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นอับของหินเก่า ตลอดทั้งบ่ายมู่หรงเสวี่ยนั่งคัดแยกหินดิบด้วยตัวเอง

บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกแถวทรงยุโรปย่านธุรกิจ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ตระกูลโม่ เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบโต๊ะทำงานไม้พะยูงสีเข้มที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารบัญชีกาสิโนและท่าเรือ

โม่เยี่ยนเฉิง นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนัง ดวงตาคมกริบจ้องมองตัวเลขกำไรขาดทุนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่านิ้วหนากลับเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่แสดงถึงความหงุดหงิดลึกๆ ในใจเขายังคงมีภาพใบหน้าหยิ่งยโสของมู่หรงเสวี่ยวนเวียนอยู่ในหัว ความอวดดีของเธอมันทำให้เขาสูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นฉุดเขาออกจากภวังค์ ก่อนที่ร่างบอบบางในชุดกระโปรงสีครีมสะอาดตาจะก้าวเข้ามาอย่างประหม่า เถียนเซียงประคองถาดที่มีแก้วกาแฟเข้ามาด้วยท่าทางระมัดระวัง

“กาแฟค่ะคุณโม่...” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว พลางวางแก้วลงบนโต๊ะข้างมือเขา

โม่เยี่ยนเฉิงปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า ความใสซื่อบริสุทธิ์ในดวงตาของเถียนเซียงช่างแตกต่างจากความจัดจ้านและอันตรายของมู่หรงเสวี่ยราวฟ้ากับเหว เถียนเซียงเหมือนกวางน้อยที่พลัดหลงเข้ามาในดงเสือ ดวงตากลมโตคู่นั้นของเธอทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบ

“เฉินอวี่บอกว่าเธอเรียนรู้งานไวมาก” เขากล่าวเสียงเรียบ ทว่าลดความกระด้างลงกว่าปกติ

เถียนเซียงยิ้มออกมาอย่างเขินอาย แก้มเนียนขึ้นสีระเรื่อ “คุณเฉินอวี่อธิบายเก่งค่ะ"

โม่เยี่ยนเฉิงหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ รสชาติของมันนุ่มนวลและกลมกล่อมอย่างประหลาด “เธอชงกาแฟเองเหรอ?”

“ค่ะ... ฉันแอบใส่น้ำตาลกรวดลงไปนิดหน่อย”

คำพูดที่ดูไร้เดียงสาทว่าใส่ใจนั้นทำให้โม่เยี่ยนเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองสบตาหญิงสาวอยู่นาน จนเถียนเซียงต้องก้มหน้าหลบด้วยความขัดเขิน

​"ขอบใจมาก ไปทำงานต่อเถอะ"

เถียนเซียงรีบโค้งตัวแล้วถอยออกจากห้องไปทันที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 27 บทสรุปความรัก

    ตอนที่ 27 บทสรุปความรักหกปีต่อมาคฤหาสน์ตระกูลโม่ตอนนี้เต็มไปด้วยความพังพินาศ เพราะฝีมือของคู่แฝดจอมป่วนวัยหกขวบครึ่ง“อวี้หลง! เว่ยเฉิง! อย่าวิ่งบนบันได!” เสียงหวานของมู่หรงเสวี่ยดังสะท้อนไปทั่วโถงกว้างของคฤหาสน์แต่ดูเหมือนคำสั่งของผู้เป็นแม่จะเป็นเพียงลมพัดผ่านหูของเจ้าสองแสบ ร่างเล็กในเอี๊ยมผ้ายีนส์สองร่างกำลังวิ่งไล่กวดกันลงมาจากบันไดวนอย่างน่าหวาดเสียวโม่หยางอวี้หลง แฝดผู้พี่ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากโม่เยี่ยนเฉิงราวกับพิมพ์เดียว แววตาคมกริบดูเจ้าเล่ห์เกินวัย ในมือถือกระบี่ไม้ที่เพิ่งจะฟาดแจกันสมัยราชวงศ์หมิงแตกไปเมื่อเช้า ส่วนโม่เว่ยเฉิง แฝดผู้น้องที่มีดวงตาหวานลึกล้ำเหมือนมารดาแต่แฝงไปด้วยความแสบสันไม่แพ้พี่ชายกำลังถือปืนฉีดน้ำรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำเข้าจากต่างประเทศยิงใส่พี่ชาย“หม่ามี้จับพวกเราไม่ได้หรอกครับ!” อวี้หลงตะโกนพลางกระโดดข้ามพนักโซฟาหนังราคาแพงอย่างคล่องแคล่วมู่หรงเสวี่ยยืนกุมขมับอยู่กลางห้องโถง ใบหน้าสวยเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธปนเหนื่อยใจ“ถ้ายังไม่หยุดแม่จะตีจริงๆ แล้วนะ!”คำขู่สุดท้ายดูจะมีผล พี่น้องฝาแฝดชะงักกึกพร้อมกัน ทั้งคู่หันมามองมารดาตาแป๋วแว๋ว ที่ใครเห

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 26 ความเจ็บที่คุ้มค่า

    ตอนที่ 26 ความเจ็บที่คุ้มค่า7เดือนต่อมาวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยามนี้มู่หรงเสวี่ยตั้งครรภ์ได้ย่างเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หน้าท้องที่เคยแบนราบบัดนี้โย้ล้ำออกมาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีเด็กน้อยถึงสองคนอาศัยอยู่ภายใน ทว่าความอวบอัดที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม ผิวพรรณของเธอกลับผุดผ่องเป็นยองใยราวหยกเนื้อดีที่ได้รับการขัดเกลาจนขึ้นเงา เธอดูสวยสะพรั่งราวกับดอกโบตั๋นที่กำลังเบ่งบานเต็มที่“เสวี่ยเอ๋อร์...บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเดินเร็ว”เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่รีบก้าวเข้ามาประคองเอวภรรยาอย่างรวดเร็ว โม่เยี่ยนเฉิงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ดูเผินๆ เหมือนชายหนุ่มผู้ใจดีหากไม่นับสายตาคมกริบที่คอยกวาดมองคนใช้รอบกายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อถ้าใครทำอะไรให้เมียเขาขัดใจ“คุณโม่คะ... ฉันแค่จะเดินไปหาคุณพ่อที่ศาลาในสวนเองนะ ระยะทางไม่ถึงสามสิบก้าวด้วยซ้ำ” มู่หรงเสวี่ยถอนหายใจยาว พลางอมยิ้มขำกับท่าทางของสามี“ก้าวเดียวก็ไม่ได้ ถ้าเธอหน้ามืดล้มลงไปจะทำอย่างไร” เขาบ่นงึมงำ แต่กระนั้นมือหนาก็ยังค่อย

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 25 หมั่นไส้ลูกเขย

    ตอนที่ 25 หมั่นไส้ลูกเขยเช้าวันต่อมา ณ ห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเซี่ยงไฮ้ มู่หยวนที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมาเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากลูกเขย“อะไรนะ! แฝดงั้นรึ?!...นายพูดจริงใช่ไหม? ไม่ได้หลอกคนแก่อย่างฉันให้ดีใจเล่นนะ!”โม่เยี่ยนเฉิงเดินเข้าไปยืนข้างเตียง “จริงครับคุณพ่อ หมอจางยืนยันแล้วว่าเสวี่ยเอ๋อร์ท้องลูกแฝด”“ฮ่าๆๆ! สวรรค์! ฉันกำลังจะมีหลานทีเดียวถึงสองคน!” มู่หยวนหัวเราะจนตัวโยน น้ำตาแห่งความดีใจรินไหลออกมา “เสวี่ยเอ๋อร์... มาหาพ่อใกล้ๆ สิลูก”มู่หรงเสวี่ยเดินเข้าไปกุมมือบิดา “คุณพ่อคะ ใจเย็นๆ ค่ะ เดี๋ยวก็เจ็บแผลอีกหรอก”“เจ็บก็ช่างมัน! ตอนแรกพ่อกังวลว่าชีวิตนี้จะไม่ได้เห็นหลาน แต่ตอนนี้... พ่อนอนตายตาหลับแล้วล่ะ”“อย่าพูดเรื่องความตายสิคะคุณพ่อ” เธอตำหนิเสียงอ่อน “คุณพ่อต้องรีบหาย จะได้ช่วยหนูเลี้ยงหลาน สองคนเลยนะ คุณพ่อไหวไหม?”“ไหวสิ! ต่อให้หนูมีอีกสิบคนพ่อก็ไหว!” มู่หยวนหันไปทางลูกเขย แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “เยี่ยนเฉิง... จากนี้ไป แกต้องดูแลเสวี่ยเอ๋อร์ให้ดี ถ้าฉันรู้ว่าแกทำลูกฉันเสียใจอีกแม้แต่นิดเดียว หรือทำให้หลานฉันต้องกระทบกระเทือน...ฉันจะ

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 24 อาการประหลาด

    ตอนที่ 24 อาการประหลาดหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ คฤหาสน์ตระกูลโม่สถานการณ์ดูจะแย่ลงกว่าเดิม โม่เยี่ยนเฉิงไม่สามารถเข้าไปทำงานที่บริษัทได้เต็มเวลาอย่างเคย เพราะเขามีอาการคลื่นไส้อาเจียนทุกเช้า จนแทบจะเดินไม่ไหวในห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มู่หรงเสวี่ยนั่งรับประทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย เธอตักโจ๊กปลาเนื้อนุ่มเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างมีความสุขทว่าฝั่งตรงข้าม โม่เยี่ยนเฉิงกลับนั่งนิ่ง มือของเขากำช้อนแน่นจนสั่น แววตาจ้องมองชามโจ๊กเหมือนจ้องมองระเบิดเวลา เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นตามไรผม“คุณไม่ทานเหรอคะ? เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก” มู่หรงเสวี่ยถามพลางตักเนื้อปลาเข้าปาก“เธอกินเข้าไปได้ยังไง ปลาเหม็นคาวขนาดนี้”“คุณเป็นอะไรของคุณเนี่ย หลายวันมานี้เอาแต่ทำตัวประหลาด ทานอะไรก็ไม่ได้ นี่ปลาเก๋าแดงอย่างดี และฉันก็เป็นคนลงมือทำมื้อเช้าเองจะเหม็นคาวได้อย่างไร?...จมูกคุณเน่าหรือเปล่า?” มู่หรงเสวี่ยเริ่มฉุนนิด ๆและอีกหนึ่งอาการประหลาดของโม่เยี่ยนเฉิงจะสงบลงได้ก็ต่อเมื่อ เขาได้ซุกใบหน้าลงกับหน้าท้องเนียนของภรรยาและสูดดมกลิ่นกายของเธอ เขาบอกว่ากลิ่นของเธอคือสิ่งเดียวในโลกที่ยังหอมสำหรับเขา“อึก... แหวะ!” โม

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 23 จะไม่ปล่อยมือ

    ตอนที่ 23 จะไม่ปล่อยมือโม่เยี่ยนเฉิงเดินไปลากเก้าอี้ไม้ที่ยังแข็งแรงอยู่ตัวหนึ่งมาวางลงตรงหน้าศัตรูทั้งสอง เขานั่งลงไขว่ห้างพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดคราบเลือดที่ติดอยู่ตามข้อนิ้วอย่างใจเย็น“หยางเฟย... แกจำได้ไหมว่าฉันเคยบอกแกไว้ว่ายังไง?” โม่เยี่ยนเฉิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบเหมือนชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศหยางเฟยเงยหน้าที่บวมช้ำขึ้นมอง แววตายังคงแข็งกร้าวไม่ยอมจำนนง่ายๆ“ฆ่าฉันซะสิ! ถ้าแกแน่จริงก็ยิงเลย!” หยางเฟยถ่มน้ำลายปนเลือดใส่รองเท้าของโม่เยี่ยนเฉิงมาเฟียหนุ่มไม่ได้โกรธเคือง เขากลับยิ้มที่มุมปาก “ยิงแกน่ะมันง่ายไป... ฉันอยากให้แกตายอย่างทรมาน”โม่เยี่ยนเฉิงพยักหน้าให้บอดี้การ์ดที่เหลืออยู่ “จัดชุดใหญ่ให้พวกมัน... แต่อย่าให้ตายไวเกินไปล่ะ”พริบตานั้น บอดี้การ์ดของโม่เยี่ยนเฉิงก็กรูกันเข้าไปจัดการกับหยางเฟยและมู่หรงฟง เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงกระดูกหักดังสลับกับเสียงร้องอ้อนวอนขอชีวิต โม่เยี่ยนเฉิงยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ร่างของทั้งสองก็นอนแน่นิ่งจมกองเลือด โม่เยี่ยนเฉิงเดินเข้าไปหาหยางเฟยที่หายใจรวยริน ดวงตา

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 22 คนทรยศ

    ตอนที่ 22 คนทรยศกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดปะทะเข้าจมูกทันทีที่ประตูไม้หนาหนักของห้องใต้ดินถูกผลักเปิดออก“เข้าไป!” ลูกน้องของหยางเฟยเหวี่ยงร่างบางเข้าไปในห้องเก็บไวน์เก่าทันทีร่างของมู่หรงเสวี่ยถลาไปกับพื้นซีเมนต์ที่เย็นจัดจนผิวหนังบริเวณเข่าถลอกเลือดซิบ แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า“คุณพ่อ!”เธอกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นร่างของมู่หยวน ถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ไม้กลางห้อง ชายสูงวัยที่เคยดูดีสง่าตอนนี้อยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนไปด้วยรอยเลือดและคราบสกปรก ใบหน้าบวมช้ำจนจำแทบไม่ได้ ดวงตาข้างหนึ่งบวมเป่งและปิดสนิท“เสวี่ย... เอ๋อร์... ลูก... มาทำไม...” เสียงแหบพร่าของมู่หยวนดังขึ้นอย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาติดขัดและโรยรินจนน่าใจหายมู่หรงเสวี่ยตะเกียกตะกายเข้าไปหาท่าน มือเรียวที่สั่นเทาพยายามแกะเชือกที่รัดข้อมือเหี่ยวหย่นนั้นออก แต่มันถูกมัดเงื่อนตายไว้อย่างแน่นหนา“ไอ้พวกสารเลว!” น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหลังมือของบิดา เธอรู้สึกผิดจนจุกอก ในนิยายตอนจบ มู่หยวนต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในบั้นปลายชีวิต แต่ตอนนี้เธอกลับนำพาความ

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 9 พายุหึง

    ตอนที่ 9 พายุหึงคืนนั้น มู่หรงเสวี่ยกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลโม่เกือบห้าทุ่ม เมื่อผ่านตึกใหญ่ที่มืดสลัว เธอหวังจะรีบกลับไปพักผ่อนที่ตึกเล็ก“ไปไหนมา!”เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังมาจากเงามืดตรงพุ่มไม้ มู่หรงเสวี่ยชะงักกึก หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉยโม่เยี่ยนเฉิงก้าวออกมาจากเงามืด

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 8 หัวใจที่ถูกสั่นคลอน

    ตอนที่ 8 หัวใจที่ถูกสั่นคลอนตลอดทั้งสัปดาห์ เถียนเซียงพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่สวยแต่รูป เธอทำงานอย่างขยันขันแข็ง คอยช่วยเฉินอวี่จัดระเบียบเอกสารสำคัญต่างๆ มากมาย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ดอกมะลิที่ติดตัวเธอทำให้ห้องทำงานที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ดูสดชื่นขึ้นโม่เยี่ยนเฉิงเริ่มเสพติดการมีเ

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 6 ยิ่งเกลียด ยิ่งปรารถนา

    ตอนที่ 6 ยิ่งเกลียด ยิ่งปรารถนามือหนาของเขาข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัว ส่วนอีกข้างกระชากสาบเสื้อกี่เพ้าที่คอสูงมิดชิดจนกระดุมมุกหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง เผยให้เห็นเนินอกขาวสล้างภายใต้บราเซียลูกไม้ตัวบางที่ยังมีรอยรักสีกุหลาบจากเมื่อคืนเด่นชัดเสียงหัวใจของมู่หรงเสวี่ยเต้นระรัว

  • เมื่อนางร้ายเลิกคลั่งรัก(ยุค1986)    ตอนที่ 5 ข้อตกลง

    ตอนที่ 5 ข้อตกลงบรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลโม่ดูอึมครึมยิ่งกว่าวันไหนๆ รถยนต์ยุโรปคลาสสิกสีดำแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้ามุขคฤหาสน์ แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟกิ่งข้างเสาส่องกระทบใบหน้าเรียวสวยของมู่หรงเสวี่ยทันทีที่เธอก้าวเท้าลงจากรถร่างกายของเธอยังคงประท้วงจากความเจ็บระบม อาเจินที่มายืนรออยู่หน้าประตูร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status