Share

บทที่ 4 เอมี่เป็นคนเงียบ ๆ

last update publish date: 2026-05-22 20:02:12

 “หมายความว่ายังไงนะครับผู้หญิงคนนี้ความจำเสื่อม?”

คีรินถามย้ำคุณหมออีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งมองเขาตาแป๋วมองเขาสลับกับคุณหมออยู่บนเตียง

“ครับ อย่างที่ผมบอก การที่เธอถูกดมยาสลบที่ไม่ได้มาตรฐานส่งผลให้สมองส่วนหนึ่งถูกทำลาย ส่วนอาการสมองเสื่อมเป็นในช่วงระยะสั้นหรืออาจจะเสื่อมตลอดไปก็ยังไม่แน่ใจครับเพราะตอนนี้ยังไม่มีเคสเปรียบเทียบเดี๋ยวหมอจะส่ง CT Scan นะครับ”

“ฝากด้วยครับคุณหมอ” เมื่อคีรินได้ยินแบบนั้นก็ให้คุณหมอลงมือทำทันที

คีรินมองผลตรวจในมือกับนั่งฟังที่หมอพูดอย่างใจเย็น สรุปแล้วผู้หญิงคนนั้นความจำเสื่อมจริง ฟังหมอพูดเรื่องการดูแลรักษาผู้ป่วยซึ่งมันไม่ค่อยได้เข้าหูนักเพราะเขาฟังมันไปแบบแกน ๆ

“ขอบคุณครับคุณหมอ”

พูดแค่นั้นคีรินก็เดินออกมาจากโรงพยาบาลโดยมีคนสนิทที่ทิ้งไว้เฝ้าเธออยู่หน้าห้อง

ส่วนประกายดาวตอนนี้เธอก็นอนพักผ่อนอย่างสบายใจหลังจากที่หมอยืนยันมาแล้วว่าเธอความจำเสื่อมจริง เธอจะได้กลายเป็นตัวของตัวเองอย่างที่ไม่มีใครมาสงสัยอะไร

สองวันต่อมาคุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ เนื่องจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วเธอไม่มีอาการข้างเคียงใด ๆ เลยให้เธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านแต่ก็ยังย้ำว่าหากเธอมีอาการปวดหัวมากจนทนไม่ไหวให้กลับมาที่โรงพยาบาลตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจพร้อมกับเดินออกมาจากโรงพยาบาลโดยมีคนสนิทของคีรินเป็นคนจัดการเดินเรื่องทุกอย่าง

'เมธา' หรือ 'เมธ' เขาเป็นผู้ช่วยของคีรินทำงานทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ แถมตอนนี้ยังทำหน้าที่แทนเจ้านายมาพาภรรยาที่ความจำเสื่อมกลับไปส่งที่บ้านเพราะเจ้านายไม่มีท่าทีที่จะสนใจและโยนภาระอันหนักหน่วงใส่เขา 

'เจ้านายนะเจ้านาย...' 

เขาแอบบ่นในใจพลางแอบมองภรรยาเจ้านายที่ชอบอาละวาดด่ากราดไม่สนใจใคร แถมยังชอบทำร้ายทุบตีสาวใช้เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจเรื่องความร้ายกาจของผู้หญิงคนนี้เขาเองก็เคยเจอมาเองกับตัว 

"พี่คะ...?"

'แถมยังใจดำ ยังคิดจะฆ่าเด็กที่ไม่รู้อีโนอีเหน่'

"พี่...?"

'ทำตัวงี่เง่าเอาแต่ใจ...'

"...พี่ พี่คนหล่อ"

'หืมม... ใครเรียกวะ กูก็หล่อซะด้วย' 

"พี่ ตกลงพี่หูหนวกหรือคะ!" 

"หืออ...ห๊ะ! คุณพูดกับผมเหรอครับ" เพราะมัวคิดถึงวีรกรรมของเมียเจ้านายเลยไม่รู้ว่า หญิงสาวพูดกับตัวเองตั้งแต่ตอนไหนเขาหันไปมองกระจกถามหน้าเหวอ...

' อย่าบอกนะที่เรียกพี่คะเมื่อกี้นี้เป็น เสียงเรียกของ ผู้หญิงคนนี้ หึ้ยย....ขนลุก!' 

"พี่ ตกลงพี่ชื่ออะไรคะ" เอมี่มองคนขับรถผ่านกระจกคิ้วสวยขมวดมุ่น เพราะเธอคุยกับเขาตั้งนานแต่เหมือนกับคุยคนเดียวจนเธอคิดว่าเขาหูหนวกแล้วจริง ๆ

"...เอ่อ อะ แฮ่ม ผมชื่อเมธาหรือจะเรียกสั้น ๆ ว่าเมธก็ได้ครับเป็นผู้ช่วยของคุณคีริน พอดีวันนี้คุณคีรินไม่ว่างครับเลยให้ผมมารับคุณเอมี่ไปส่งบ้าน" เมธากระแอมกระไอแก้เก้อก่อนจะพูดออกมา

"อ่อ...ค่ะ" เอมี่พยักหน้าก่อนจะยื่นหน้ามาถามเขาอย่างกระตือรือร้นแสดงบทบาทความจำเสื่อมอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง 

"ถ้าอย่างนั้นพี่เมธเล่าให้เอมี่หน่อยได้ไหมคะ ว่าเอมี่กับคุณคีรินรักกันยังไง พี่ก็รู้ว่าเอมี่ความจำเสื่อม?" 

คำถามของเมียเจ้านายทำให้เมธาเท้ากระตุก รถที่วิ่งสะดุดไปแว๊บนึง ซึ่งในตอนนั้นเป็นตอนที่ไฟแดงพอดี พอรถจอดสนิทเธอเอียงหน้าหันไปถามเขา ช้อนมองเขาตาปริบ ๆ

 ก่อนที่เมธาจะตั้งสติหันมาสบตา ดวงตากลมโตใสซื่อของภรรยาเจ้านายความสวยออร่ากระแทกตามากทำให้เขาเผลอแอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ 

ตั้งแต่คำเรียกที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของหญิงสาว เพราะปกติจะถูกเรียกจิกหัวใช้ตลอด ไม่มีหรอกพี่มีแต่แก ๆ ๆ ทำเอาเมธเผลอลืมความร้ายกาจของเธอไปชั่วขณะ

เขาหันหน้าตรงพยายามไม่สบสายตาอ้อน ๆ ของเมียเจ้านาย มือใหญ่จับพวงมาลัยแน่นก่อนจะตอบในสิ่งที่เธอถาม

"เอ่อ...ความจริงคุณคีรินกับคุณเอมี่ไม่ได้รักกันครับที่แต่งงานกันก็เพื่อธุรกิจ" เริ่มเรื่องก็เบี้ยวซะแล้วมันใช่แบบนี้ที่ไหนกันเล่า! ประกายดาวแทบกลอกตาแต่ก็ยังถามต่อ

"หืมมม... ไม่ได้รักกันแต่แต่งงานกันเพราะธุรกิจ สมัยนี้ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่อีกเหรอนึกว่ามีแต่ในละครนะเนี่ย" เอมี่ทำท่าตกใจ ก่อนจะถอยหลังไปพิงเบาะรถท่าทางหมดอาลัยตายอยากสีหน้าเหงาหงอยขึ้นมาทันที 

"แล้วเอมี่กับคุณคีรินอยู่กันยังไงคะหลังจากแต่งงานแล้ว"

"คุณเอมี่ก็อยู่ที่บ้านตามปกตินะครับ ไม่ค่อยได้ยุ่งสุงสิงกับคุณคีรินเท่าไหร่นัก ส่วนคุณคีรินก็แยกตัวออกไปอยู่ที่เพนท์เฮาส์" ประโยคที่มีความจริงแค่เสี้ยวเดียวตอบกลับไปเรื่องที่ไม่ค่อยได้ยุ่งสุงสิงนั้น แน่นอนว่าเขาโกหกเธอ

เพราะก่อนหน้านั้นเป็นเธอนั่นแหละที่ตามเจ้านายเขาอย่างกับเงาตามตัวแทบจะสิงกันเลยทีเดียว จนเจ้านายเขารำคาญออกปากห้ามแต่ในเมื่อเธอความจำเสื่อมเขาเลยถือโอกาสส่งข้อมูลใหม่ให้กับเธอ แต่เรื่องที่เจ้านายไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์นั้นเป็นเรื่องจริง

"คุณเอมี่ชอบอยู่เงียบ ๆ คนเดียวที่บ้านนะครับ ปกติก็ไม่ได้ออกไปไหน แล้วก็ไม่ค่อยกล้ายุ่งกับคุณคีรินด้วย ค่อนข้างจะกลัวเลยล่ะครับ เวลาคุณคีรินกลับบ้านทีไรคุณเอมี่มักจะหนีเข้าไปอยู่ในห้องไม่ออกมาพบเจอไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนหากมีคุณคีรินอยู่ด้วยคุณก็มักจะเดินหนีไปก่อน" 

เอมี่ฟังที่เมธาพูดก็อยากจะหัวเราะออกมานี่ถ้าไม่มีความจำของเจ้าของร่างเดิมอยู่เธอคงเชื่อไปแล้ว

นี่เขาพยายามยัดข้อมูลอะไรใส่ในหัวเธอเนี่ย เอมี่คิดขำ ๆ แต่เธอก็ไม่ได้เผยพิรุธกลับไป เธอแค่พยักหน้ารับแล้วพูดตอบรับเสียงเบา

"อย่างนั้นเหรอคะ ฉันต้องกลัวคุณคีรินขนาดนั้นเลยเหรอ" เธอถามคำถามแปลก ๆ กลับไปแต่เมธาที่มัวคิดจะเอาคืนหญิงสาวก็ไม่ทันคิดยังพูดตอบกลับไป

"ครับ... กลัวมาก อย่างที่บอกครับทั้งสองคนแต่งงานด้วยความจำเป็น แล้วยิ่งตอนนี้คุณเอมี่ท้องอยู่ด้วย คุณคีรินเลยย้ำกับผมมาว่าให้คุณอยู่ที่บ้านดูแลเด็กในท้องให้ดีครับ ทางที่ดีคุณอยู่เงียบ ๆ เหมือนเดิมดีกว่า "

  เมธายังพูดต่อไปย้ำว่าให้อยู่เงียบ ๆ ยิ่งเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เคยร้ายกาจดูสลดซึ่งเป็นภาพที่หายากนักเขาเลยยิ่งอยากเอาคืนเธอบ้างเขานึกว่ายิ้มยิ้มย่องในใจ หัวเราะออกมาอย่างสะใจในใจ สงสัยตอนที่อยู่คนเดียวคงจะอดไม่ไหวที่จะหัวเราะส่งเสียงออกมา 

ฮ่า ฮ่า แค่คิดก็สนุกแล้วเว้ยยย!!!

 ยิ่งนึกถึงในตอนที่เธอเรียกเขาจิกหัวมองเหยียดเขาตลอด ก็รู้สึกอย่างกลั่นแกล้งเล็กน้อยเลยพูดอะไรออกไป เสียเยอะแถมยังบอกกับเธอว่าเธอเป็นคนเรียบร้อยอ่อนหวานกิริยามารยาทดี 

เมธาพูดไปเรื่อยโดยไม่รู้เลยว่าเอมี่นั้นพยายามอย่างหนักที่จะไม่ยิ้มให้กับบทละครบทใหม่ที่เขาพยายามยัดใส่หัวเธอ ทุกอย่างมันบิดเบี้ยวไปหมด ก็เพราะสิ่งที่เขาพูดมามันตรงข้ามกับนิสัยเดิมของเจ้าของร่างนี้ราวฟ้ากับเหว แต่เธอก็คิดว่ามันเป็นเรื่องดีเพราะเธอจะได้เป็นตัวของตัวเองโดยไม่รู้สึกผิดอะไร

เธอแอบอมยิ้มออกมาเมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เธอคิด แต่พอสอบเข้ากับสายตาเข้ม ๆ ของเมธาที่หรี่ตามองเธออย่างจับผิดเธอก็หุบยิ้มลงก้มหน้ามองมือบีบกันแน่น ทำสีหน้าสลดก่อนจะเงยหน้ามองสบตาเขาในกระจกอีกครั้ง

"อ๋อ...ค่ะ เฮ้อ เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เองสินะ" เอมี่แสร้งถอนหายใจเบา ๆ ทำเป็นเข้าใจในสิ่งที่เมธาสื่อ จากนั้นเธอก็หลับตาเอาหัวพิงกระจก เมธาที่เห็นเธอเงียบไปก็แอบชำเลืองมองพอเห็นว่าเธอหลับตาไปแล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

หวังว่าสิ่งที่เขายัดเยียดเข้าไปในหัวเธอจะทำให้กดข่มความรู้สึกจริง ๆ ของเธอเอาไว้พลางคิดว่าเธอความจำเสื่อมแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ แต่พอเห็นสายตาหงอย ๆ สีหน้าเศร้า ๆ แล้วก็รู้สึกสงสารเหมือนกันแฮะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 45 เรื่องเหลือเชื่อ

    บรรยากาศในห้องแคสบทเงียบกริบราวกับเวลาหยุดเดินก่อนหน้านั้นพราวดาราดาวรุ่งที่กำลังมีกระแสมาแรงทำได้ดีเสียจนทีมงานพากันชื่นชมไม่หยุดปาก ผู้กำกับเชิดศักดิ์ยังเอ่ยชมด้วยความพอใจ และทุกคนพากันมั่นใจแล้วว่าบทของ 'คุณหญิงแม้นวาด' ใน 'รอยรักข้ามภพ' ตกเป็นของเธอแน่ ๆแต่พอเสียงเรียกชื่อของเอมีเลียซึ่งเป็นหมายเลขสุดท้ายดังขึ้นทุกคนก็หันไปจับจ้องทันที เธอก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ เมื่อเธอเริ่มเล่น เสียงพูดแผ่วเบาและแววตาเปี่ยมด้วยอารมณ์นั้นกลับกลืนเข้ากับบรรยากาศในฉากที่มีกลิ่นอายย้อนยุคคงไว้ซึ่งเป็นแนวพีเรียด ทุกประโยคทุกการขยับร่างกายทุกท่วงท่าล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดบทคุณหญิงแม้นวาดในอดีตที่เฝ้ารอคนรักที่ไม่มีวันสมหวัง เป็นการแสดงผ่านสายตาที่สื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเงียบ....ทีมงานไม่มีใครกล้าขยับแม้แต่น้อยบางคนถึงขั้นลืมหายใจเลยทีเดียว เพราะในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็เห็นเงาร่างของประกายดาวผู้หญิงที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าผ่านร่างของเอมีเลียอย่างน่าขนลุก"พระเจ้า! เหมือนถูกประกายดาวเข้าสิงเลย" เสียงผู้ช่วยผู้กำกับ พูดอ

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 44 ปรับไม่ได้...ก็ลองเลิกกันดู

    ป้าแววที่เดินตามเจ้าของบ้านเข้ามา พอเห็นสภาพของเขาเธอก็ร้องไห้ตาม ก่อนจะพูดในสิ่งที่เกิดขึ้น เธออยากให้เขารู้ว่าทำไมคนที่รักลูกอย่างเอมีเลียถึงสติหลุดออกจากบ้านไปไม่ยอมคุยกับเจ้าตัว“คุณคีรินป้าขอพูดตรง ๆ นะคะ อย่าหาว่าป้าแส่ไม่เข้าเรื่องเลยแต่ป้าก็อยากให้คุณรู้ไว้หากป้าพูดอะไรแล้วคุณไม่พอใจอยากไล่ป้าออกก็แล้วแต่คุณ” เพราะอยากให้เจ้าของบ้านหนุ่มรู้ความจริงเอาไว้บ้าง"ครับ ป้ามีอะไรจะพูดก็พูดเถอะ" เพราะคงไม่มีอะไรที่ทำให้เขาเสียใจมากกว่าลูกและเมียหนีออกจากบ้านไปแล้วล่ะ"คือ ก็ตั้งแต่ที่คุณแคลกับเพื่อนของเธอเข้ามาในบ้านครั้งก่อน หลังจากที่คุณเอมี่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล ป้าเห็นมาตลอดว่าเธอก็อดทนเพราะรู้ว่าคุณแคลเป็นน้องสาวของคุณเธอไม่เคยเถียงอะไรออกมาเลยถึงจะโดนแซะโดนว่า คุณเอมี่ก็แค่ยิ้มรับทั้งที่คำพูดเหล่านั้นมันไม่น่าฟังเลยสักนิด" ป้าแววยังคิดว่าหากเป็นแต่ก่อนที่คุณเอมีเลียความจำเสื่อมคงมีตบกันไปแล้ว"จนมาถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่คุณเอริร้องไห้ คืนนั้นที่ป้าเอานมไปให้คุณเอมี่ ตัวของคุณเอริมีรอยหยิกตรงท้องแขน ป้าไม่อยากจะใส่ร้ายใคร แต่ป้ารู้อ

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 43 ไปแล้ว

    "เอริ... เอริเป็นอะไรลูก...หือออ ตัวร้อน!"เสียงสะอื้นเบา ๆ ของลูกน้อยที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้เอมีเลียสะดุ้งตื่น ฝ่ามือบางลูบเพื่อต้องการปลอบให้ลูกนอนแต่เพียงแค่สัมผัสเท่านั้นความร้อนผ่าวของเด็กตัวน้อยก็ทำเอาเธอตกใจไฟหัวเตียงถูกเปิดขึ้นทันที ใบหน้าของเด็กน้อยแดงก่ำกระสับกระส่าย ริมฝีปากเล็กขยับครางอยู่ตลอด เอมีเลียวางมือที่หน้าผากของลูกสาวความร้อนสูงจนน่ากลัว เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัวเพื่อระบายความร้อนก่อนจะรีบอุ้ม ลูกไว้แนบอกน้ำตาร่วงเผาะบนแก้มเล็กโดยไม่รู้ตัว"ไม่เป็นไรนะลูกเดี๋ยวแม่จะพาไปหาหมอ" เธอพูดเสียงสั่นก่อนจะรีบคว้าเสื้อคลุมหยิบกระเป๋าและของใช้ส่วนตัวใส่เข้าไปในนั้นแล้วพาเอริออกจากบ้านทันทีโดยไม่คิดจะบอกใครเพราะความโกรธความน้อยใจและความผิดหวังที่มันยังค้างคาเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เพียงแค่บอกว่าเด็กน้อยมีไข้สูงเจ้าหน้าที่ก็รีบพาเข้าไปยังห้องฉุกเฉินทันทีเธอวิ่งตามตัว หวาดกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ถูกพยาบาลดักเอาไว้หน้าห้องฉุกเฉินทำให้เธอได้แต่เดินกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องเธอยกมือกอดอกแน่นเล็บจิกเข้าไปในเนื้อด้วยเครี

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 42 อยากหย่าก็อย่า

    ผลั๊กกก!!"เธอทำอะไรลูกสาวฉัน!" เสียงของเอมีเลียตวาดลั่นก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปผลักพราวจนล้มกระแทกพื้นแล้วเข้าไปอุ้มลูกสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่น น้องเอริผวาเมื่อเห็นแม่ก็กอดคอคนเป็นแม่แน่นร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังจนตัวสั่น มือเล็ก ๆ กำเสื้อคลุมของแม่เอาไว้ไม่ยอมปล่อยเป็นจังหวะเดียวกันกับที่คีรินก้าวเข้ามาพอดีน้ำเสียงของเขาเคร่งเครียด"เกิดอะไรขึ้น!"เขารีบพุ่งเข้ามาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภรรยาในชุดคลุมเปียกชื้นกำลังอุ้มลูกสาวที่ยังร้องไห้จ้าไม่หยุดข้างล่างมีพราวนั่งอยู่กับที่ใบหน้าขาวซีดมือจับข้อเท้าแสดงอาการเจ็บปวด“ฮึก! พี่คิน...” เสียงของพราวสั่นเครือพร้อมน้ำตาที่คลอหน่วย “พราว...พราวแค่อยากอุ้มน้องเองค่ะแต่น้องร้องขึ้นมาแล้วคุณเอมี่ก็วิ่งเข้ามาผลัก พราวไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ พราวแค่อยากอุ้มหลาน”เสียงสะอื้นกับใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกเพราะความเจ็บทำให้คีรินรีบเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาที่กำลังโกรธกับเรื่องข่าวคู่จิ้นของเอมีเลียและตอนที่เห็นภาพตรงหน้าเหมือนกับตอกย้ำ

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 41 ใส่ร้าย

    หลังจากที่ถ่ายทำเสร็จไปซีนนึง คีรินกับเอมีเลียกำลังกินข้าวอยู่หน้ารถบ้านระหว่างพักกอง ตอนนั้นเองเสียงร้องไห้ของลูกสาวก็ดังขึ้นจากด้านใน พี่เลี้ยงที่อยู่ไม่ไกลรีบลุกขึ้นจะเข้าไปอุ้ม แต่คีรินที่เพิ่งตักข้าวใส่ปากรีบวางช้อนแล้วลุกพรวดก่อนใคร“ไม่เป็นไร ผมจัดการเอง”ไม่นานเสียงร้องไห้ของน้องเอริก็เงียบลงเพียงแค่เขาอุ้มเท่านั้น เอมีเลียมองภาพนั้นเงียบ ๆ ใบหน้าของเขาอ่อนโยนลงมาก เห็นได้ชัดว่าเขารักลูกขนาดไหนเธอเผลอยิ้มออกมาพลางคิดในใจ 'หากเป็นแบบนี้แล้วเขาจะยังหย่ากับเธออยู่รึเปล่า'ในขณะที่ชีวิตครอบครัวกำลังเริ่มต้นขึ้น เอมีเลียในฐานะนักแสดงก็เปล่งประกายเจิดจรัสยิ่งกว่าเดิม หลังจากผลงานเรื่องล่าสุดถูกเผยแพร่ออกไป ทุกคนในวงการต่างพูดถึงเธอไม่หยุดทั้งชื่นชม ทั้งแปลกใจเพราะนางร้ายในอดตีตอนนี้กลับเป็นดารานางเอกแถวหน้าเพียงแค่แสดงเรื่องแรกก็ทำเอาผู้คนลบภาพร้าย ๆ ของเธอไปได้ชื่อของเอมีเลียกลับมาอยู่บนบิลบอร์ดอีกครั้ง พร้อมคำเชิญชวนจากผู้จัดหลายค่ายและในที่สุดเธอก็ได้รับบทนางเอกเรื่องใหม่ต่อเนื่องไม่เพียงแต่มีพีต้า ผู้จัดการคนปัจจุบันที่คอยดูแลงา

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 40 เด็กหญิงเอริสา

    ขณะอยู่บนรถที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล คีรินเอาแต่นั่งกุมมือของเอมีเลียไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาพยายามพูดปลอบเธอทั้งน้ำเสียงสั่น ๆ“อย่าเพิ่งเบ่งนะคนเก่ง เก็บแรงไว้ก่อน เดี๋ยวถึงโรงพยาบาลแล้วค่อยเบ่ง เข้าใจไหม”เอมีเลียพยักหน้าเหงื่อผุดเต็มขมับ ความเจ็บจุกแน่นแล่นขึ้นมาจนเธอต้องขบริมฝีปากแน่น แต่พอเหลือบเห็นสีหน้าของคีรินที่กลั้นหายใจตาม แถมหน้าเริ่มขึ้นสีเหมือนเป็นคนเจ็บเอง เธอก็หลุดหัวเราะทั้งน้ำตาก่อนจะฮึบเอาไว้เพราะกลัวว่าลูกจะหลุดออกมาซะก่อน“คุณคีริน อย่ากลั้นเองสิคะ เดี๋ยวเป็นลมก่อนฉันคลอดพอดี”“เอมี่” เขาเรียกชื่อเธอเสียงสั่น“หืม คะ?” เธอหันมามองทั้งที่ยังขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ“แทนตัวว่า ‘เอมี่’ ได้ไหม”“อื้มม...นี่มันใช่เวลามั้ยเนี่ย ตอนนี้ปวดจะตายอยู่แล้วนะคะ!”“ไม่! อย่าพูดอย่างงั้นสิ เธอต้องไม่เป็นอะไร” เสียงทุ้มพร่าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาบีบมือเธอแน่นขึ้นราวกับจะส่งแรงทั้งหมดที่มีให้ เขาไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว ต่อไปนี้สัญญาจะทำดีกับเธอให้มากกว่านี้ เขายอมรับแล้วว่าขาดเธอไม่ได้จริง ๆ

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 13 หาเรื่อง

    ไม่ได้เธอต้องทำอะไรสักอย่าง“เอาเถอะ ขอบใจพวกเธอมากที่เอาเรื่องนี้มาบอกนะ” เสียงหวานเรียบของแคลเอ่ยขึ้น ก่อนจะดึงแบงก์สีเทาออกมาจากกระเป๋าเงินแบรนด์หรูแล้วยื่นให้ทั้งสามคน “นี่ เงินเล็กน้อยไว้ใช้ระหว่างนี้ ขอให้หางานได้ไว ๆ”รำไพ หวาน และแก้วรีบยกมือไหว้ขอบคุณด้วยใบหน้าเปื้อนย

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 12 สวนกุหลาบ

    “ครับ…แล้ว เอ่อ...ช่างเถอะ ป้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ” คีรินอยากจะถามป้าแววเรื่องอาการคนท้องแต่ปากหนักพูดไม่ออกพอป้าแววออกไป ร่างสูงก็ลุกออกมาจากเก้าอี้เขาเดินมาหยุดที่หน้าต่างตาคมมองไปที่สวนกุหลาบพลางคิดว่าเรื่องสาวใช้พวกนั้นเขาไม่น่าใจร้อนไล่พวกเธอออกไปเลยน่าจะให้อยู่กลั่นแกล้งผู้ห

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 11 เธอเปลี่ยนไปมาก

    คีรินเดินหน้าตึงเข้ามาในห้องครัวเพื่อตามหาป้าแววแม่บ้านเก่าแก่ เพราะเขาเองก็อยากจะต่อว่าเธอเล็กน้อยว่าทำไมถึงปล่อยปละละเลยคนรับใช้จนอยู่กันเละเทะได้ขนาดนี้ แต่ในตอนที่เลี้ยวเข้ามาเขาก็ต้องชะงักกับภาพตรงหน้าภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ในครัว ภาพด้านข้างของผู้หญิงคนนั้นที่กำลังตั

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 10 จัดการสาวใช้

    "ประกายดาว!""ห๊ะ...ใครนะครับ" ผู้ช่วยหนุ่มที่ได้ยินเสียงเจ้านายแว่ว ๆ ก็ถามขึ้นทำให้คีรินพึ่งรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปในตอนที่เขามองจุดนั้นจนคอแทบเคล็ดก็หันมามองสบตากับลูกน้องที่มองกันผ่านกระจก"ไม่มีอะไร รีบเถอะเดี๋ยวไม่ทัน" คีรินบอกลูกน้องก่อนจะยกมือขึ้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status