เข้าสู่ระบบเอมีเลียทรุดนั่งอยู่หน้าร้านอาหารด้วยหัวใจแตกสลายไม่เคยคิดเลยว่าคีรินจะเกลียดชังเธอถึงเพียงนี้ความรักที่เธอทุ่มเททำมาตลอดเริ่มกลายเป็นความเกลียดชังและเคียดแค้นในวินาทีนั้นเองเธอตัดสินใจจะเอาคืนเขา
‘ในเมื่อเขาไม่รัก เธอก็จะไม่เอาเด็กนี่ไว้’
ความคิดตื้นเขินและหัวใจที่ดำมืด เธออยู่กับความเคียดแค้นยิ่งเห็นผู้หญิงคนนั้นออเซาะกับคีรินมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งอยากแก้แค้นเขามากเท่านั้น ทำให้หญิงสาวตัดสินใจไปสถานที่ที่หนึ่ง
ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวที่อยู่ในชุดคลุมปิดหน้าปิดตาอย่างมิดชิดเธอเดินเข้าไปในคลีนิคทำแท้งเถื่อน เธอก็ถูกพยาบาลสาววัยกลางคนก็รีบจัดการเรื่องการจ่ายเงิน เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็พาเธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพามายังห้องห้องนึง เจ้าของร่างเดิมที่เห็นเตียงนอนสำหรับทำแท้งนั้นเธอก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาแต่พยาบาลคนนั้นก็รีบดันให้เธอขึ้นไปนอนบนเตียง เมื่อขึ้นไปนอนบนเตียงเย็นเฉียบเจ้าของร่างเดิมก็รู้สึกไม่ดีเธอพยายามที่จะลุกขึ้นแต่กลับถูกพยาบาลคนนั้นจับมัดเอาไว้ เพราะคิดว่าหญิงสาวอาจจะกลัวเหมือนคนอื่น ๆ เธอเลยพูดเกลี้ยกล่อม
“ไม่เป็นไรแป๊บเดียวก็เสร็จ แล้วคุณจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างที่คุณต้องการ” ได้ยินแบบนั้นเอมีเลียก็นึกถึงใบหน้าของคีรินแล้วยิ้มออกมาด้วยความสะใจ แต่เธอไม่รู้เลยว่าในขณะที่เธอถูกดมยาสลบนั้นเธอจะไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาอีกเลย
เพราะคนที่ฟื้นขึ้นมาในร่างของเธอก็คือประกายดาวที่ยังนอนเหม่อมองเพดานอยู่ตอนนี้
“เฮ้อ…เอมี่นะเอมี่ ทำไมฉันต้องเข้ามาในร่างเธอตอนที่เธอทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้นะ”
ถ้าถามว่าเด็กยังอยู่ได้ยังไงเพราะในตอนนั้นเอมีเลียถึงขั้นดมยาสลบแล้วก็ต้องยกความดีความชอบให้คีรินเพราะเขาเป็นคนให้คนตามเธอ หลังจากที่เธอออกไปจากที่ร้านอาหารและนั่นเป็นเหตุที่ทำให้คีรินรู้ทันทีว่าหญิงสาวไปที่ไหนและช่วยเหลือเธอทัน
ไม่สิ!ช่วยเหลือเจ้าของร่างเดิมไม่ทันแต่ช่วยเด็กคนนี้ทัน
ประกายดาวนอนครุ่นคิด นอนถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ คิดไม่ออกจริง ๆว่าแล้วต่อจากนี้เธอจะทำยังไงดี มือบางก็ยกขึ้นลูบท้องเบา ๆ สัญชาตญาณของความเป็นแม่เกิดขึ้นอัตโนมัติแม้จะไม่ได้มีส่วนในการสร้างเจ้าก้อนเนื้อนี้ขึ้นมาแต่ในเมื่อเธอมาอยู่ในร่างนี้แล้วเธอก็ต้องเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด
แน่นอนว่าเธอต้องเลี้ยงคนเดียวเพราะสามีเจ้าของร่างเกลียดเจ้าของร่างนี้เสียยิ่งกว่าอะไร เพราะฉะนั้นตัดผู้ชายคนนั้นออกไปได้เลย
หรือเธอจะกลับไปอยู่กับปู่ของเจ้าของร่างเดิมดีไปใช้ชีวิตเป็นคุณหนูเลี้ยงดูลูกอยู่ที่นั่นเพราะปู่เจ้าของร่างเดิมคงไม่ปล่อยให้หลานสาวคนเดียวมีชีวิตอยู่อย่างลำบากแน่
พอคิดมาถึงตอนนี้ประกายดาวก็ยังแอบบ่นเอมีเลียอยู่ในใจ
“เนี่ยะ..จริงๆ เลยนะเอมี่เธอมีคนที่รักของเธออยู่แล้วยังทำตัวแบบนี้อีกเฮ้อรู้ไหมว่าเธอไม่อยู่แล้วคุณปู่ของเธอจะเสียใจขนาดไหนแต่ไม่เป็นไรในเมื่อฉันมีโอกาสเข้ามาอยู่ในร่างของเธอแล้วฉันจะทำทุกอย่างให้มันดีขึ้นเองไม่ต้องห่วงนะเอมีเลียลูกของเธอฉันจะดูแลเอง” ในตอนที่พูดบ่นอยู่คนเดียวอยู่นั้นประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงเธอสะดุ้งแล้วหันไปมองพอเห็นว่าเป็นใคร เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
‘มาอีกแล้วสินะคนที่เธอต้องสู้รบปรบมือด้วย เห้อ...คิดแล้วท้อนอนดีกว่า’ ในตอนที่เธอกำลังจะนอนตะแคงหันหน้าหนีแต่ผู้ชายคนนั้นกลับปราดเข้ามากระชากเธอให้ลุกขึ้นเผชิญหน้าก่อนที่จะถูกเขาปาเอกสารเข้ามาที่ใบหน้าของเธอทำให้ขอบกระดาษบาดแก้มความคมของมันทำให้เธอได้รับแผลจนแสบเล็กน้อย
ปึก!!
“อ๊ะ!! เป็นบ้าอะไรเนี่ย!!” ประกายดาวยกมือจับแก้มตัวเองไม่รู้สึกแสบก่อนจะเห็นเลือดจากปลายนิ้ว หื้อ...ใบหน้านี้เป็นแผลซะแล้ว นี่เขาไม่เข้าใจเลยหรือไงนะ เพราะใบหน้ามันสำคัญกับเจ้าของร่างเดิมขนาดไหนสู้อุตส่าห์ดูแลเป็นอย่างดีทาครีมกระปุกเป็นหมื่น ที่เธอรู้เพราะเคยแอบเห็นในตอนที่ต้องเล่นละครด้วยกันเครื่องสำอางของเอมีเลียทุกชิ้นนั้นมีราคาสูงมากแถมเป็นครีมบำรุงยี่ห้อดัง
ในตอนนี้เธอกำลังจะหันไปต่อว่า
"คุณ...!"
แต่เขาก็ยังไม่จบและไม่สนใจด้วยว่าเธอจะบาดเจ็บจากการกระทำของเขา เสียงเย็นเอ่ยขึ้นขณะที่เขาโยนปากกามาบนตัก
“เซ็นเอกสารนี้ซะ!”
“เอกสารอะไร” เธอถามและหยิบเอกสารที่กองอยู่ข้าง ๆ พยายามอ่านตัวหนังสือที่เรียงกันเป็นพรืดเต็มหน้ากระดาษ แต่เขาก็ไม่รอให้เธอได้อ่านจบกระชากกระดาษแผ่นนั้นลงมาแล้วจับปากกายัดเข้าไปที่มือของเธอจะออกไปที่ช่องที่เอาไว้สำหรับเซ็นชื่อแล้วก็บอกอีกว่า
“เซ็นซะ!”
“ไม่! คุณจะบ้าเหรอให้เซ็นเอกสารโดยที่ฉันไม่ได้อ่านเนี่ยนะ แล้วถ้าเกิดฉันเป็นหนี้ขึ้นมาฉันไม่รับผิดชอบหัวโตเหรอ แล้วฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณเป็นใคร มาถึงก็พูดเอา ๆ ไม่คิดจะอธิบายกันเลยหรือไง”
ประกายดาวเถียงกลับและถือโอกาสนี้ทำเป็นความจำเสื่อม เพราะเธอไม่ใช่เจ้าของร่างตัวจริงบางสิ่งบางอย่างทั้งการพูดและการกระทำแน่นอนว่ามันต้องผิดเพี้ยนไปจากเดิมแน่นอน และการที่เจ้าของร่างเดิมทำตัวร้ายกาจมันไม่ใช่นิสัยที่แท้จริงของเธอเลยจริง ๆ ไม่งั้นจะได้เล่นแค่บทนางเอกหรือยังไง จะบอกว่าบทนางร้ายเธอก็เคยไปแคสแต่ผู้กำกับบอกว่า
" ผมว่าคุณประกายดาวอย่าเล่นบทอื่นเลยครับบทนางเอกเหมาะสำหรับคุณที่สุดแล้ว" นั่นเป็นคำพูดของผู้กำกับที่เธอจำได้ดีมันเป็นการแจ้งอย่างสุภาพว่าเธอเล่นบทร้ายไม่ได้เรื่อง
กลับมาสู่ปัจจุบันตอนนี้เธอจ้องมองกระดาษด้วยท่าทางตื่น ๆ
ดวงตาของเธอฉายแววสับสนแล้วพยายามยื้อกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง ในเอกสารระบุว่าให้เธอดูแลเด็กในท้องให้ดีหากเด็กในท้องเป็นอะไรไปเธอจะถูกฟ้องร้องและทุกอย่างที่เธอทำจะถูกเผยแพร่ในชั้นศาลซึ่งก็คือเรื่องที่เธอไปคลินิกทำแท้งเถื่อน ประกายดาวที่อ่านมาจนจบถึงกับอ้าปากค้างหันมามองหน้าเขาอย่างอึ้ง ๆ แน่นอนว่าเธอเป็นนักแสดงที่พึ่งได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมการที่เธอทำแบบนี้ทำให้คีรินมองเธอแปลกไป เธอแอบหัวเราะในใจ
'ฝีมือฉันนี่ไม่ตกจริง ๆ สินะ'
คีรินที่เห็นท่าทางแปลก ๆ ของคนตรงหน้าก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันในตอนแรกที่เข้ามาคิดว่าเธอจะอาละวาดเหมือนเดิมซะอีก แต่สายตาที่ตื่นตระหนกนั่นคืออะไร
ประกายดาวยังอยู่ในบทบาทของคนความจำเสื่อม
“นะ…นี่ฉันท้องเหรอ ในท้องนี้มีเด็กจริง ๆ ใช่ไหมคะ?" เธอพูดด้วยดวงตาเป็นประกายยกมือขึ้นลูบท้องเบา ๆ และยิ้มระบายออกมาทำราวกับว่าเธอเองก็ดีใจมากที่ในท้องของเธอมีสิ่งมีชีวิตก่อเกิดอยู่ในนั้นจากนั้นเธอก็แหงนคอมองชายหนุ่ม
"ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงเป็นสามีฉัน ใช่ไหมคะ?” เธอเอียงหน้าถามด้วยความสงสัยยื่นมือไปจับแขนเขาและเขย่าเบา ๆ ทำราวกับเด็กตัวน้อย
"คุณเป็นสามีของฉันอย่างนั้นเหรอ? ว้าว.....หล่อจัง! ถ้าลูกเป็นผู้ชายต้องออกมาหล่อเหมือนคุณแน่ ๆ เลยถ้าเป็นผู้หญิงคงน่ารักเหมือนฉัน" เธอยังคงพูดงุ้งงิ้งเรื่อยเปื่อย แต่เรื่องที่บอกว่าหล่อนั้นไม่เกินจริงเลยผู้ชายคนนี้เป็นดาราได้เลยนะเนี่ย ตาคมคิ้วเข้มจมูกโด่งแถมยังรูปร่างสูงใหญ่ เอมี่เธอนี่ตาถึงจริง ๆ เลย ถึงว่าเธอเลยยึดติดกับผู้ชายคนนี้นัก
ความใสซื่อและท่าทางสดใสร่าเริงของเธอทำให้คีรินคิ้วขมวด ดวงตาคมกริบกวาดตามองหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดแขนและกระชากแขนของเธอเข้ามาใกล้ ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ หวังจะเห็นเศษเสี้ยวของความร้ายกาจ ก่อนจะตะคอกใส่
"หยุดเสแสร้งซะทีเอมี่!!" ด้วยความที่อยากกระชากหน้ากากของหญิงสาวออกมาทำให้คีรินจับเธอเขย่าอย่างรุนแรงจนเธอหัวสั่นหัวคลอน
"อ๊ะ... คุณ เจ็บ...ปล่อยนะ" ประกายดาวเองก็ตกใจเธอพยายามดิ้นหนีและขอร้อง ดวงตาตื่นกลัวแบบที่ไม่ได้แกล้งทำเพราะตอนนี้เธอกลัวเขาจริง ๆ ท่าทางเธอเหมือนกำลังจะช็อก หญิงสาวที่กำลังอ้าปากค้างโกยอากาศคล้ายคนหายใจไม่ออกทำให้คีรินตกใจกดเรียกหมออย่างรวดเร็วปากก็วนออกมาไม่หยุด
“นี่เป็นบ้าอะไรของเธออีก เอมี่…เอมี่ เป็นอะไรของเธอวะ!”
ไม่นานทั้งหมอและพยาบาลก็พากันวิ่งกรูเข้ามา
“ญาติคนไข้เดี๋ยวขอหมอเช็คอาการคนไข้สักครู่นะคะ” เมื่อพยาบาลและคุณหมอเข้ามาถึงคีรินก็ถูกดันออก
“หมายความว่ายังไงนะครับ ผู้หญิงคนนี้ความจำเสื่อม?”
บรรยากาศในห้องแคสบทเงียบกริบราวกับเวลาหยุดเดินก่อนหน้านั้นพราวดาราดาวรุ่งที่กำลังมีกระแสมาแรงทำได้ดีเสียจนทีมงานพากันชื่นชมไม่หยุดปาก ผู้กำกับเชิดศักดิ์ยังเอ่ยชมด้วยความพอใจ และทุกคนพากันมั่นใจแล้วว่าบทของ 'คุณหญิงแม้นวาด' ใน 'รอยรักข้ามภพ' ตกเป็นของเธอแน่ ๆแต่พอเสียงเรียกชื่อของเอมีเลียซึ่งเป็นหมายเลขสุดท้ายดังขึ้นทุกคนก็หันไปจับจ้องทันที เธอก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ เมื่อเธอเริ่มเล่น เสียงพูดแผ่วเบาและแววตาเปี่ยมด้วยอารมณ์นั้นกลับกลืนเข้ากับบรรยากาศในฉากที่มีกลิ่นอายย้อนยุคคงไว้ซึ่งเป็นแนวพีเรียด ทุกประโยคทุกการขยับร่างกายทุกท่วงท่าล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดบทคุณหญิงแม้นวาดในอดีตที่เฝ้ารอคนรักที่ไม่มีวันสมหวัง เป็นการแสดงผ่านสายตาที่สื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเงียบ....ทีมงานไม่มีใครกล้าขยับแม้แต่น้อยบางคนถึงขั้นลืมหายใจเลยทีเดียว เพราะในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็เห็นเงาร่างของประกายดาวผู้หญิงที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าผ่านร่างของเอมีเลียอย่างน่าขนลุก"พระเจ้า! เหมือนถูกประกายดาวเข้าสิงเลย" เสียงผู้ช่วยผู้กำกับ พูดอ
ป้าแววที่เดินตามเจ้าของบ้านเข้ามา พอเห็นสภาพของเขาเธอก็ร้องไห้ตาม ก่อนจะพูดในสิ่งที่เกิดขึ้น เธออยากให้เขารู้ว่าทำไมคนที่รักลูกอย่างเอมีเลียถึงสติหลุดออกจากบ้านไปไม่ยอมคุยกับเจ้าตัว“คุณคีรินป้าขอพูดตรง ๆ นะคะ อย่าหาว่าป้าแส่ไม่เข้าเรื่องเลยแต่ป้าก็อยากให้คุณรู้ไว้หากป้าพูดอะไรแล้วคุณไม่พอใจอยากไล่ป้าออกก็แล้วแต่คุณ” เพราะอยากให้เจ้าของบ้านหนุ่มรู้ความจริงเอาไว้บ้าง"ครับ ป้ามีอะไรจะพูดก็พูดเถอะ" เพราะคงไม่มีอะไรที่ทำให้เขาเสียใจมากกว่าลูกและเมียหนีออกจากบ้านไปแล้วล่ะ"คือ ก็ตั้งแต่ที่คุณแคลกับเพื่อนของเธอเข้ามาในบ้านครั้งก่อน หลังจากที่คุณเอมี่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล ป้าเห็นมาตลอดว่าเธอก็อดทนเพราะรู้ว่าคุณแคลเป็นน้องสาวของคุณเธอไม่เคยเถียงอะไรออกมาเลยถึงจะโดนแซะโดนว่า คุณเอมี่ก็แค่ยิ้มรับทั้งที่คำพูดเหล่านั้นมันไม่น่าฟังเลยสักนิด" ป้าแววยังคิดว่าหากเป็นแต่ก่อนที่คุณเอมีเลียความจำเสื่อมคงมีตบกันไปแล้ว"จนมาถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่คุณเอริร้องไห้ คืนนั้นที่ป้าเอานมไปให้คุณเอมี่ ตัวของคุณเอริมีรอยหยิกตรงท้องแขน ป้าไม่อยากจะใส่ร้ายใคร แต่ป้ารู้อ
"เอริ... เอริเป็นอะไรลูก...หือออ ตัวร้อน!"เสียงสะอื้นเบา ๆ ของลูกน้อยที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้เอมีเลียสะดุ้งตื่น ฝ่ามือบางลูบเพื่อต้องการปลอบให้ลูกนอนแต่เพียงแค่สัมผัสเท่านั้นความร้อนผ่าวของเด็กตัวน้อยก็ทำเอาเธอตกใจไฟหัวเตียงถูกเปิดขึ้นทันที ใบหน้าของเด็กน้อยแดงก่ำกระสับกระส่าย ริมฝีปากเล็กขยับครางอยู่ตลอด เอมีเลียวางมือที่หน้าผากของลูกสาวความร้อนสูงจนน่ากลัว เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัวเพื่อระบายความร้อนก่อนจะรีบอุ้ม ลูกไว้แนบอกน้ำตาร่วงเผาะบนแก้มเล็กโดยไม่รู้ตัว"ไม่เป็นไรนะลูกเดี๋ยวแม่จะพาไปหาหมอ" เธอพูดเสียงสั่นก่อนจะรีบคว้าเสื้อคลุมหยิบกระเป๋าและของใช้ส่วนตัวใส่เข้าไปในนั้นแล้วพาเอริออกจากบ้านทันทีโดยไม่คิดจะบอกใครเพราะความโกรธความน้อยใจและความผิดหวังที่มันยังค้างคาเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เพียงแค่บอกว่าเด็กน้อยมีไข้สูงเจ้าหน้าที่ก็รีบพาเข้าไปยังห้องฉุกเฉินทันทีเธอวิ่งตามตัว หวาดกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ถูกพยาบาลดักเอาไว้หน้าห้องฉุกเฉินทำให้เธอได้แต่เดินกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องเธอยกมือกอดอกแน่นเล็บจิกเข้าไปในเนื้อด้วยเครี
ผลั๊กกก!!"เธอทำอะไรลูกสาวฉัน!" เสียงของเอมีเลียตวาดลั่นก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปผลักพราวจนล้มกระแทกพื้นแล้วเข้าไปอุ้มลูกสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่น น้องเอริผวาเมื่อเห็นแม่ก็กอดคอคนเป็นแม่แน่นร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังจนตัวสั่น มือเล็ก ๆ กำเสื้อคลุมของแม่เอาไว้ไม่ยอมปล่อยเป็นจังหวะเดียวกันกับที่คีรินก้าวเข้ามาพอดีน้ำเสียงของเขาเคร่งเครียด"เกิดอะไรขึ้น!"เขารีบพุ่งเข้ามาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภรรยาในชุดคลุมเปียกชื้นกำลังอุ้มลูกสาวที่ยังร้องไห้จ้าไม่หยุดข้างล่างมีพราวนั่งอยู่กับที่ใบหน้าขาวซีดมือจับข้อเท้าแสดงอาการเจ็บปวด“ฮึก! พี่คิน...” เสียงของพราวสั่นเครือพร้อมน้ำตาที่คลอหน่วย “พราว...พราวแค่อยากอุ้มน้องเองค่ะแต่น้องร้องขึ้นมาแล้วคุณเอมี่ก็วิ่งเข้ามาผลัก พราวไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ พราวแค่อยากอุ้มหลาน”เสียงสะอื้นกับใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกเพราะความเจ็บทำให้คีรินรีบเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาที่กำลังโกรธกับเรื่องข่าวคู่จิ้นของเอมีเลียและตอนที่เห็นภาพตรงหน้าเหมือนกับตอกย้ำ
หลังจากที่ถ่ายทำเสร็จไปซีนนึง คีรินกับเอมีเลียกำลังกินข้าวอยู่หน้ารถบ้านระหว่างพักกอง ตอนนั้นเองเสียงร้องไห้ของลูกสาวก็ดังขึ้นจากด้านใน พี่เลี้ยงที่อยู่ไม่ไกลรีบลุกขึ้นจะเข้าไปอุ้ม แต่คีรินที่เพิ่งตักข้าวใส่ปากรีบวางช้อนแล้วลุกพรวดก่อนใคร“ไม่เป็นไร ผมจัดการเอง”ไม่นานเสียงร้องไห้ของน้องเอริก็เงียบลงเพียงแค่เขาอุ้มเท่านั้น เอมีเลียมองภาพนั้นเงียบ ๆ ใบหน้าของเขาอ่อนโยนลงมาก เห็นได้ชัดว่าเขารักลูกขนาดไหนเธอเผลอยิ้มออกมาพลางคิดในใจ 'หากเป็นแบบนี้แล้วเขาจะยังหย่ากับเธออยู่รึเปล่า'ในขณะที่ชีวิตครอบครัวกำลังเริ่มต้นขึ้น เอมีเลียในฐานะนักแสดงก็เปล่งประกายเจิดจรัสยิ่งกว่าเดิม หลังจากผลงานเรื่องล่าสุดถูกเผยแพร่ออกไป ทุกคนในวงการต่างพูดถึงเธอไม่หยุดทั้งชื่นชม ทั้งแปลกใจเพราะนางร้ายในอดตีตอนนี้กลับเป็นดารานางเอกแถวหน้าเพียงแค่แสดงเรื่องแรกก็ทำเอาผู้คนลบภาพร้าย ๆ ของเธอไปได้ชื่อของเอมีเลียกลับมาอยู่บนบิลบอร์ดอีกครั้ง พร้อมคำเชิญชวนจากผู้จัดหลายค่ายและในที่สุดเธอก็ได้รับบทนางเอกเรื่องใหม่ต่อเนื่องไม่เพียงแต่มีพีต้า ผู้จัดการคนปัจจุบันที่คอยดูแลงา
ขณะอยู่บนรถที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล คีรินเอาแต่นั่งกุมมือของเอมีเลียไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาพยายามพูดปลอบเธอทั้งน้ำเสียงสั่น ๆ“อย่าเพิ่งเบ่งนะคนเก่ง เก็บแรงไว้ก่อน เดี๋ยวถึงโรงพยาบาลแล้วค่อยเบ่ง เข้าใจไหม”เอมีเลียพยักหน้าเหงื่อผุดเต็มขมับ ความเจ็บจุกแน่นแล่นขึ้นมาจนเธอต้องขบริมฝีปากแน่น แต่พอเหลือบเห็นสีหน้าของคีรินที่กลั้นหายใจตาม แถมหน้าเริ่มขึ้นสีเหมือนเป็นคนเจ็บเอง เธอก็หลุดหัวเราะทั้งน้ำตาก่อนจะฮึบเอาไว้เพราะกลัวว่าลูกจะหลุดออกมาซะก่อน“คุณคีริน อย่ากลั้นเองสิคะ เดี๋ยวเป็นลมก่อนฉันคลอดพอดี”“เอมี่” เขาเรียกชื่อเธอเสียงสั่น“หืม คะ?” เธอหันมามองทั้งที่ยังขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ“แทนตัวว่า ‘เอมี่’ ได้ไหม”“อื้มม...นี่มันใช่เวลามั้ยเนี่ย ตอนนี้ปวดจะตายอยู่แล้วนะคะ!”“ไม่! อย่าพูดอย่างงั้นสิ เธอต้องไม่เป็นอะไร” เสียงทุ้มพร่าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาบีบมือเธอแน่นขึ้นราวกับจะส่งแรงทั้งหมดที่มีให้ เขาไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว ต่อไปนี้สัญญาจะทำดีกับเธอให้มากกว่านี้ เขายอมรับแล้วว่าขาดเธอไม่ได้จริง ๆ
ไม่ได้เธอต้องทำอะไรสักอย่าง“เอาเถอะ ขอบใจพวกเธอมากที่เอาเรื่องนี้มาบอกนะ” เสียงหวานเรียบของแคลเอ่ยขึ้น ก่อนจะดึงแบงก์สีเทาออกมาจากกระเป๋าเงินแบรนด์หรูแล้วยื่นให้ทั้งสามคน “นี่ เงินเล็กน้อยไว้ใช้ระหว่างนี้ ขอให้หางานได้ไว ๆ”รำไพ หวาน และแก้วรีบยกมือไหว้ขอบคุณด้วยใบหน้าเปื้อนย
“ครับ…แล้ว เอ่อ...ช่างเถอะ ป้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ” คีรินอยากจะถามป้าแววเรื่องอาการคนท้องแต่ปากหนักพูดไม่ออกพอป้าแววออกไป ร่างสูงก็ลุกออกมาจากเก้าอี้เขาเดินมาหยุดที่หน้าต่างตาคมมองไปที่สวนกุหลาบพลางคิดว่าเรื่องสาวใช้พวกนั้นเขาไม่น่าใจร้อนไล่พวกเธอออกไปเลยน่าจะให้อยู่กลั่นแกล้งผู้ห
คีรินเดินหน้าตึงเข้ามาในห้องครัวเพื่อตามหาป้าแววแม่บ้านเก่าแก่ เพราะเขาเองก็อยากจะต่อว่าเธอเล็กน้อยว่าทำไมถึงปล่อยปละละเลยคนรับใช้จนอยู่กันเละเทะได้ขนาดนี้ แต่ในตอนที่เลี้ยวเข้ามาเขาก็ต้องชะงักกับภาพตรงหน้าภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ในครัว ภาพด้านข้างของผู้หญิงคนนั้นที่กำลังตั
"ประกายดาว!""ห๊ะ...ใครนะครับ" ผู้ช่วยหนุ่มที่ได้ยินเสียงเจ้านายแว่ว ๆ ก็ถามขึ้นทำให้คีรินพึ่งรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปในตอนที่เขามองจุดนั้นจนคอแทบเคล็ดก็หันมามองสบตากับลูกน้องที่มองกันผ่านกระจก"ไม่มีอะไร รีบเถอะเดี๋ยวไม่ทัน" คีรินบอกลูกน้องก่อนจะยกมือขึ้น







