Share

บทที่ 2

Author: ทานตะวัน
จนกระทั่งดึกดื่น ลู่ซือเฉินถึงได้รีบร้อนกลับมาถึงบ้าน เสื้อผ้ายังไม่ทันได้เปลี่ยน เขาก็รีบปรี่เข้ามาสวมกอดเสิ่นโย่วหนิงแล้วเอ่ยคำขอโทษ

“ขอโทษนะโย่วหนิง วันนี้มัวแต่ยุ่งประชุมกับลูกค้าเลยกลับมาดึก”

วินาทีต่อมา เขาก็เหลือบไปเห็นกับข้าวบนโต๊ะที่ยังไม่ถูกแตะต้องแม้แต่น้อย “ทำไมคุณไม่กินล่ะ กับข้าวไม่ถูกปากเหรอ?”

เสิ่นโย่วหนิงส่ายหน้า ขยับตัวถอยห่างจากเขาเล็กน้อยอย่างแนบเนียน

กลิ่นน้ำหอมเลี่ยนๆ ที่ไม่ใช่ของเธอซึ่งติดอยู่บนตัวเขา รมจนเธอเวียนหัวอยากจะอาเจียน

แต่ลู่ซือเฉินกลับไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ เพียงแค่ยิ้มให้อย่างจนใจ แล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างกายเสิ่นโย่วหนิง พร้อมกับคีบกุ้งตัวหนึ่งใส่จานให้เธอ

“ช่วงนี้งานที่บริษัทเยอะมาก ยุ่งสุดๆ ผมอาจจะไม่มีเวลาอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนคุณ คุณอย่าปล่อยให้ตัวเองหิวนะ”

ในจังหวะที่ก้มหน้าลง เสิ่นโย่วหนิงก็เห็นรอยแดงจางๆ ที่ปกเสื้อของเขา

ในท้องของเธอปั่นป่วน พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่อยากจะอาเจียนเอาไว้

เมื่อก่อน ลู่ซือเฉินเคยโวยวายบ่อยๆ เวลาที่เธอลืมอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนเขา

ครั้งที่หนักที่สุด ถึงขั้นน้อยใจจนน้ำตาไหลเลยด้วยซ้ำ

เขาเคยบอกว่าชีวิตคนเราแสนสั้น ไม่อยากพลาดอาหารมื้อไหนก็ตามที่ได้กินร่วมกับเสิ่นโย่วหนิง

แต่ตอนนี้ คนที่ลืมคำสัญญานั้นก่อนก็คือตัวเขาเอง

เสิ่นโย่วหนิงก้มมองกุ้งในถ้วย แล้วยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

ลู่ซือเฉินเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?

น่าจะตอนงานหมั้นเมื่อสองเดือนก่อน

วันนั้น ลู่ซือเฉินดูใจลอยผิดปกติ

ทั้งที่เป็นวันมงคล แต่เขากลับเอาแต่ก้มหน้าดูมือถือเพื่อเช็กอะไรบางอย่างตลอดเวลา เสิ่นโย่วหนิงพูดด้วยตั้งหลายครั้งเขาก็ไม่ได้ยิน

หนำซ้ำหลังจากรับสายโทรศัพท์สายหนึ่ง ลู่ซือเฉินก็รีบออกจากงานไปก่อนเวลา ทิ้งให้เสิ่นโย่วหนิงต้องเผชิญหน้าอยู่กับความกระอักกระอ่วนของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเพียงลำพัง

มารู้ทีหลังว่า วันนั้นประจวบเหมาะเป็นวันที่สวีม่านเดินทางกลับประเทศพอดี

ผู้หญิงที่ทำให้ลู่ซือเฉินทั้งรักทั้งเกลียด และมีความรักความแค้นพัวพันกันคนนี้

เมื่อสี่ปีก่อน ลู่ซือเฉินถูกคำหวานของสวีม่านหลอกลวง จนทุ่มเงินแทบจะหมดเนื้อหมดตัวเพื่อลงทุนในโปรเจกต์ใหญ่ตามคำบอกเล่าของเธอ

แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการที่สวีม่านหอบเงินหนีไปต่างประเทศ และหายเข้ากลีบเมฆไป

บรรดาคู่ค้าที่ตามหาตัวสวีม่านไม่เจอ ต่างก็พากันมาเรียกร้องความเป็นธรรมกับตระกูลลู่

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ลู่ซือเฉินลำบากที่สุด บริษัทใกล้จะล้มละลาย ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากพ่อแม่และรอบด้าน เขาถึงคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย

แต่ในตอนที่ลู่ซือเฉินยืนอยู่ริมสะพานกำลังจะกระโดดลงไปนั้น เป็นเสิ่นโย่วหนิงที่ไม่ห่วงชีวิตตัวเอง พุ่งเข้าไปฉุดรั้งเขาเอาไว้อย่างสุดชีวิต

ต่อมา เสิ่นโย่วหนิงได้อัดฉีดเงินทุนเข้าสู่ลู่ซื่อกรุ๊ป

และอยู่เคียงข้างลู่ซือเฉิน กอบกู้สถานการณ์วิกฤตอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนสามารถพัฒนาให้ลู่ซื่อกรุ๊ปกลายเป็นบริษัทชั้นนำของเมืองไห่เฉิงในปัจจุบัน

หลังจากนั้นลู่ซือเฉินก็เก็บพับความรักที่มีต่อสวีม่าน แล้วเทใจทั้งหมดที่มีให้กับเสิ่นโย่วหนิง

เขาใช้เวลาหนึ่งปีในการตามจีบเธอ และใช้เวลาอีกสามปีจนขอแต่งงานสำเร็จ

แต่เรื่องราวทั้งหมดนี้ กลับเปลี่ยนไปทันทีที่สวีม่านกลับมา

ตอนนี้ ลู่ซือเฉินถึงขั้นบ่มเพาะความคิดที่จะให้สวีม่านแย่งเจ้าบ่าวเสียด้วยซ้ำ

เมื่อคิดได้ดังนั้น เสิ่นโย่วหนิงจึงเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ

“ไม่ล่ะค่ะ ฉันไม่หิว อีกอย่างฉันไม่กินกุ้ง”

ลู่ซือเฉินชะงักไป โดยเฉพาะเมื่อสบตากับดวงตาคู่สวยของเสิ่นโย่วหนิงที่ดูว่างเปล่าราวกับบ่อน้ำนิ่ง

เขาลืมไปได้ยังไงว่าเสิ่นโย่วหนิงไม่กินอาหารทะเล กินเข้าไปคำเดียวก็อาเจียนแล้ว

เขารู้สึกร้อนตัวขึ้นมาทันที จึงตะโกนเรียกสาวใช้ที่กำลังหลับอยู่เสียงดัง

“ผมเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามทำอาหารทะเลในบ้าน? พวกคุณทำงานกันยังไงฮะ?”

สาวใช้สะดุ้งตื่นหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง รีบอธิบายเป็นพัลวัน

“ท่านประธานลู่คะ กุ้งพวกนี้ท่านเป็นคนส่งคนเอามาให้ไม่ใช่เหรอคะ? แถมยังกำชับว่าให้รีบกินตอนที่ยังสดๆ อยู่ ดิฉันก็เลย…”

ลู่ซือเฉินถลึงตาใส่ “ผมจะไปส่งคนเอากุ้งมาที่บ้านได้ยังไง?”

แต่ทันใดนั้น ดูเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้ สายตาเริ่มดูล่อกแล่ก

สาวใช้รีบยกจานกุ้งเตรียมจะเอาไปเททิ้ง

แต่กลับถูกเสิ่นโย่วหนิงยกมือห้ามไว้เสียก่อน

“ช่างเถอะ อย่ากินทิ้งกินขว้างเลย ห่อกุ้งพวกนี้ไปแช่แข็งไว้เถอะ”

พูดจบ เธอก็หันไปมองลู่ซือเฉิน “พรุ่งนี้คุณเอาไปที่บริษัทสิ เดี๋ยวก็มีคนชอบกินเองแหละ”

สาวใช้ทำตัวไม่ถูก ได้แต่มองหน้าลู่ซือเฉิน

ลู่ซือเฉินใจหายวาบ รีบคว้ามือเสิ่นโย่วหนิงมาจับไว้แล้วถามว่า “โย่วหนิง คุณเป็นอะไรไป? คุณไม่ชอบกินกุ้งไม่ใช่เหรอ?”

“ใช่ไงคะ ก็เลยจะให้เป็นอาหารมื้อพิเศษของพนักงาน ทุกคนช่วงนี้ทำงานล่วงเวลากันเหนื่อยแย่ กุ้งพวกนี้ราคาแพงด้วย”

เสิ่นโย่วหนิงอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทไร้ช่องโหว่ ลู่ซือเฉินถอนหายใจอย่างโล่งอก

“โย่วหนิงนี่คิดรอบคอบจริงๆ เอาไปห่อเถอะ”

“ค่ะ ท่านประธานลู่”

ทำไมถึงเสแสร้งได้แนบเนียนขนาดนี้นะ?

เสิ่นโย่วหนิงมองดูเขาลงมือห่อกุ้งด้วยตัวเอง แถมยังแปะโพสต์อิท เขียนว่า “น้ำใจจากภรรยาสุดที่รัก โย่วหนิง”

ลู่ซือเฉิน หวังว่าตอนที่ได้รับของขวัญ คุณจะยังแกล้งโง่ต่อไปได้เหมือนตอนนี้นะ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 28

    ในที่สุดเสิ่นโย่วหนิงก็ห้ามใจไม่ไหว หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเธอเปิดอ่านผ่านๆ ไปสองหน้า ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาเธอเริ่มพลิกหน้ากระดาษย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอย่างหยุดไม่ได้จนกระทั่งเปิดย้อนไปถึงหน้าแรก หัวใจของเสิ่นโย่วหนิงก็เต้นรัวราวกับกลองศึกเธอคิดไม่ถึงเลยว่า ในใจของเซี่ยหนานซิง เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่อายุสิบห้า ปีที่เขาเพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่ารัก สมุดบันทึกของเขาก็เต็มไปด้วยชื่อของเธอทุกเช้าเขาจะมายืนรอเธอไปโรงเรียนที่หน้าประตูบ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะสรรหาข้ออ้างสารพัดเพื่อมาหาเธอนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาเกือบจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจไว้ไม่ไหวแต่เขากลัว กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ กลัวว่าสุดท้ายจะมองหน้ากันไม่ติดแม้แต่ในฐานะเพื่อนเขาจึงเลือกที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรักษาสถานะเพื่อนสนิทที่สุดนี้เอาไว้จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอมีแฟน เขาจึงหนีไปเมืองนอกและเมื่อเธอเจ็บช้ำจากความรัก เขาก็เป็นฝ่ายบากหน้าไปหาพ่อแม่เธอ เพื่อขอข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลในการไปรอรับเธอที่สนามบินในวันที่อยู่บนภูเขาหิมะ เซี่ยหนานซิงอธิษฐานต่อหน้า

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 27

    เนื่องจากเรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์อย่างมหาศาล พฤติกรรมการสร้างเรื่องเท็จของสวีม่านจึงกำลังจะถูกตั้งข้อหาและสอบสวนเธอจนตรอกไร้ทางหนี จึงทำได้เพียงบากหน้าไปหาลู่ซือเฉินอีกครั้งเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่า ลู่ซือเฉินไม่มีทางที่จะไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียวขอแค่เธอเอาความตายมาขู่ ลู่ซือเฉินจะต้องไม่ยอมเห็นเธอตายแน่ๆแต่ทว่าครั้งนี้ ลู่ซือเฉินกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พบหน้าเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีสวีม่านสติแตกโดยสมบูรณ์ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเคยเป็นที่หนึ่งในใจของลู่ซือเฉินมาตลอด แต่ทำไมตอนนี้ทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้สุดท้าย เธอก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่เสิ่นโย่วหนิงเธอคิดว่า ขอแค่โลกนี้ไม่มีคนชื่อเสิ่นโย่วหนิง ลู่ซือเฉินก็จะกลับมารักเธอที่สุดเหมือนเดิมดังนั้นในเย็นวันหนึ่ง สวีม่านจึงขับรถมุ่งหน้ามายังตึกสำนักงานของเสิ่นซื่อกรุ๊ปดูท่าทางสวีม่านคงจะเสียสติไปแล้วจริงๆเธอจอดรถดักรออยู่แถวนั้นนานสองนาน เตรียมการไว้ว่าทันทีที่เสิ่นโย่วหนิงโผล่หัวออกมา เธอจะพุ่งชนให้ตายคาที่พลบค่ำ ในที่สุดเธอก็เห็นเสิ่นโย่วหนิงทันทีที่เห็นเสิ่นโย่วหนิง ดวงตาของเธอก็แดงก่ำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 26

    เสิ่นโย่วหนิงวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งนี่เป็นคู่ค้ารายที่แปดแล้วที่ติดต่อมาขอยกเลิกสัญญาขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เสิ่นซื่อกรุ๊ปต้องเจอกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้แน่เธอจะมัวแต่นั่งร้อนใจอยู่ที่นี่ไม่ได้ เธอรีบคว้ากุญแจรถ บึ่งไปที่บริษัทคู่ค้าทันทีที่ชั้นล่างของตึกสำนักงาน เธอต้องเปลืองน้ำลายเจรจาอยู่นานกว่าพนักงานต้อนรับจะยอมพาเธอขึ้นไปพอเดินไปถึงหน้าประตู เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วมาพอมองเข้าไป ก็เห็นเซี่ยหนานซิงยอมลดศักดิ์ศรี ถือปึกเอกสารหนาเตอะกำลังพยายามอธิบายอะไรบางอย่างกับคู่ค้าอยู่“ประธานจางครับ จากสถิติข้อมูลเชิงลึก เสิ่นซื่อกรุ๊ปมีศักยภาพในการเติบโตในเมืองไห่เฉิงสูงมาก หวังว่าท่านจะยอมให้โอกาสเสิ่นซื่ออีกสักครั้งนะครับ”“แล้วท่านวางใจได้เลย เสิ่นซื่อไม่มีทางล้มง่ายๆ แน่นอน ตระกูลเซี่ยกับตระกูลเสิ่นดองกันแล้ว ผมจะทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยพยุงพวกเขาให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ”ประธานจางไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับเห็นภาพนี้แล้ว เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดชกเข้าที่หน้าจังๆ จมูกเริ่มแสบร้อนขึ้นมาเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลเซ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 25

    มองดูเสิ่นโย่วหนิงกินข้าวคำสุดท้ายในปิ่นโตจนหมดเกลี้ยง เขาถึงพูดขึ้นว่า“เมื่อวานคุณย่าโทรหาฉัน บอกว่าอยากกินขนมเปี๊ยะร้านทางตะวันตกของเมือง เดี๋ยวพอเธอเลิกงาน เราแวะซื้อไปฝากท่านกันนะ?”“เอาสิ”เสิ่นโย่วหนิงพยักหน้า แล้วถือโอกาสแซวเขาเล่น“ฉันไปเยี่ยมคุณย่าทุกวันแท้ๆ แต่พอท่านอยากกินอะไร คนแรกที่ท่านนึกถึงดันเป็นนายซะงั้น น่าน้อยใจจัง”“แหงอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า เธออิจฉาไปก็เท่านั้นแหละ”เซี่ยหนานซิงตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดแต่พอพูดจบ คนที่รู้สึกตัวทีหลังแล้วหน้าแดงก่อนเพื่อน ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละพอไปถึงโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าวันนี้คุณย่าเสิ่นจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากว่าช่วงก่อนเยอะเลยอาจเป็นเพราะการที่เสิ่นโย่วหนิงได้เป็นฝั่งเป็นฝาในที่สุด คือยาใจขนานเอกที่ช่วยปลอบประโลมท่านได้อย่างแท้จริงท่านมองดูคู่ข้าวใหม่ปลามันตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลงเลยทีเดียวเซี่ยหนานซิงเริ่มชวนคุณย่าคุยสัพเพเหระเขาคอยหยอดมุกตลกเป็นระยะ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนแก่ได้ไม่หยุดหย่อนเสิ่นโย่วหนิงนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอต้องยอมร

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 24

    เซี่ยหนานซิงเห็นลู่ซือเฉินก็ชะงักไปนิดหนึ่งเขาส่งปิ่นโตให้เสิ่นโย่วหนิง แล้วค่อยหันมาถามอีกฝ่ายเสียงเรียบ“นายมาทำอะไรที่นี่?”ลู่ซือเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงแย่พอๆ กัน“ผมมาหาคู่หมั้นผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”เซี่ยหนานซิงหัวเราะหึ“ถ้านายยืนยันจะพูดแบบนี้ งั้นก็เกี่ยวกับฉันเต็มๆ เลยล่ะ”พูดจบ เขาก็ค่อยๆ หยิบทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าลู่ซือเฉิน“แหกตาดูซะ”“คู่หมั้นที่นายเรียกเต็มปากเต็มคำ ตอนนี้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันแล้วนะ”ลู่ซือเฉินกลอกตามองบน นึกว่าหมอนี่เอาของเล่นอะไรมาหลอกเขาอีกเขาคว้าทะเบียนสมรสมาด้วยความรำคาญ กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ย แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายคู่และตราประทับสีแดงสดบนนั้นเสียก่อน“นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”เขาเบิกตากว้าง หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีหลังจากเพ่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาอยู่หลายรอบ เขาก็ต้องยอมรับว่า... ทะเบียนสมรสนี้เป็นของจริงมือทั้งสองข้างของลู่ซือเฉินเริ่มสั่นเทา“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”ตั้งแต่คบกับเสิ่นโย่วหนิง เขาตั้งใจทำงานหนักทุกวัน เพื่อที่จะได้เติบโตและมีคุณสมบัติคู่ควรพอที่จะขอเธอแต่งงานกว่าเขาจะไต

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 23

    วันนี้เป็นวันที่เสิ่นโย่วหนิงกับเซี่ยหนานซิงนัดกันไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตถึงจะรู้ว่าเป็นแค่แผนแก้ขัด แต่เธอก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนเธอตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตรู่ เลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเหมาะสม แล้วขับรถไปรับเซี่ยหนานซิงเซี่ยหนานซิงเห็นขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าของเธอ ก็แอบขำอยู่พักใหญ่ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็ถูกเสิ่นโย่วหนิงจับได้ว่าตัวเองก็มีขอบตาดำคล้ำสองวงเหมือนกันเพราะรอยคล้ำใต้ตาที่บังเอิญเหมือนกันนี้ ทำให้บรรยากาศระหว่างทางไปจดทะเบียนผ่อนคลายลงไปมากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมองดูเจ้าหน้าที่ประทับตราสีแดงลงบนเอกสาร ในใจของเสิ่นโย่วหนิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเธอกับเซี่ยหนานซิง… ถูกผูกมัดเข้าด้วยกันแบบนี้แล้วถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามหลังจากเดินออกมาจากสำนักงานเขต เสิ่นโย่วหนิงก็เอ่ยปากชวนก่อนว่า“ได้ยินว่าคุณลุงคุณป้าไปเที่ยวกันหมด ตอนนี้ที่บ้านนายก็ไม่มีใคร งั้นนายย้ายมาอยู่กับฉันไหม”เหมือนกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เธอรีบพูดเสริมทันทีว่า“นายไม่ต้องห่วงนะ บ้านฉันมีห้องว่างเยอะแยะให้นายเลือก เหมือนตอนที่เราอยู่เมืองนอกไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status